/ ชุบุ(Chubu) / นากาโน่(Nagano) / คิมิโคจิ(Kamikochi) / แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ Kamikochi

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ Kamikochi

ที่เที่ยวแนะนำ
แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:150920_Mt_Yake-dake_Kamikochi_Japan01n.jpg(cc by 3.0)

ที่เที่ยวแนะนำ

คามิโคจิ(Kamikochi) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น(Japan Alps), จังหวัดนากาโน่(Nagano) ซึ่งเปิดให้บริการเฉพาะช่วงกลาง/ปลายเดือนเมษายนจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ก่อนจะปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว

คามิโคจิมีลักษณะเป็นที่ราบสูงยาวไปตามแม่น้ำอาซุสะ(Azusa River Valley) มีระยะทางยาว 15 กิโลเมตร มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงมากมาย เช่น ภูเขานิชิโฮทาคาดาเกะ(Nishihotakadake) สูง 2,909 เมตร, ภูเขาโอคุโฮทาคาดาเกะ(Okuhotakadake) สูง 3,190 เมตร, ภูเขามาเอะโฮทาคาดาเกะ(Maehotakadake) สูง 3,090 เมตร และภูเขาไฟยาเกะดาเกะ(Yakedake)ซึ่งยังไม่ดับ สูง 2,455 เมตร ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นสถานที่ยอดนิยมของบรรดานักปีนเขาและผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติทั้งหลาย

วิธีที่ง่ายที่สุดในการชมคามิโกจิภายใน 1 วัน คือการเดินไปตามเส้นทางเดินป่าริมแม่น้ำอาซุสะ(Azusa River) เริ่มจากสระน้ำไทโช(Taisho Pond) ไปยังสะพานเมียวจิน(Myojin Bridge) เส้นทางเป็นพื้นที่ราบ ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ในการเดินป่าก็สามารถเดินได้ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ช่วงที่เหมาะแก่การเดินมากที่สุดคือประมาณกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกันยายน ซึ่งจะสวยงามเป็นอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนพืชอัลไพน์สามารถชมได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม(เวลาที่ดีที่สุดคือกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม) นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าจำพวกลิง นก และหมีที่หาพบได้ยากอีกด้วย

ส่วนผู้ที่ชื่นชอบในการผจญภัยปีนเขา ที่ต้องการความท้าทายมากกว่านี้ คามิโคจิ(Kamikochi)ก็มีเส้นทางและยอดเขามากมายให้ท่านได้เลือก มีตั้งแต่ไม่ยากและไม่นานนักไปจนถึงที่ต้องใช้เวลาค้างแรม ปีนป่ายไปตามยอดเขาหิน ซึ่งหลายๆเส้นทางต้องทำการลงทะเบียนก่อนเท่านั้น

Tips: ในเขตคัปปาบาชิ(Kappabashi) ในคามิโกจิ จะแออัดไปด้วยผู้คนในช่วงวันหยุดฤดูร้อน(กลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม) และวันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง(เดือนตุลาคม)

จุดท่องเที่ยวต่างๆในคามิโคจิ

1. สระน้ำไทโช(Taisho Pond)
สระน้ำแห่งนี้เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟยาเกะดาเกะ(Yakedake) ในปี 1915 ซึ่งในสระน้ำเต็มไปด้วยไม้ที่ผุพังแล้วเกิดเป็นทัศนียภาพที่แปลกตา

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kamikochi_Taisho-ike01bs3200.jpg(cc by 3.0)

 

2. สระน้ำทาชิโระ(Tashiro Pond)
สระน้ำแห่งนี้เป็นหนึ่งของจุดชมธรรมชาติของคามิโกจิ ซึ่งล้อมรอบด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ใกล้กับทางเดินป่าที่เชื่อมต่อระหว่างคัปปาบาชิ(Kappabashi)กับสระน้ำไทโช(Taisho Pond)

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kamikochi_Taisho-ike04n3200.jpg(cc by 3.0)

3. โรงแรมคามิโกจิอิมพีเรียล(Kamikochi Imperial Hotel)
สร้างขึ้นในปี 1933 ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในคามิโกจิ เนื่องจากมีบรรยากาศที่รวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ แล้วยังมีการให้บริการที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Imperial_Hotel_Kamikochi02n3200.jpg(cc by 3.0)

4. อนุสาวรีย์เวสต์ตัน(Weston Monument)
สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายวอลเตอร์ เวสต์ตัน(Walter Weston 1861-1940) มิชชันนารีภาษาอังกฤษผู้แนะนำการปีนเขาแบบตะวันตกในการเดินในคามิโกจิ ที่ขึ้นชื่อเป็น “แอลป์ญี่ปุ่น”

5. สะพานคัปปาบาชิ(Kappabashi/Kappa Bridge)
คัปปาบาชิ เป็นสะพานแขวนที่อยู่เหนือแม่น้ำอาซุสะ(Azusa River) ใจกลางของคามิโกจิ ห่างออกจากสถานีรถบัสไปไม่ไกลนัก รอบๆสะพานเป็นที่ตั้งของโรงแรม ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:150920_Kappa-bashi_Kamikochi_Japan02n.jpg(cc by 3.0)

6. ที่ลุ่มทาเกะซาวะ(Takezawa Marsh)
จากสะพานคัปปาบาชิ เดินต่อไปอีก 5-10 นาที ก็จะถึงที่ลุ่มแห่งนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้เห็นทัศนียภาพอันงดงามได้จากมุมนี้

7. สระน้ำเมียวจิน(Myojin Pond/Myojinike)
มีค่าเข้าชม 300 เยน เดินจากสะพานคัปปาบาชิไป 1 ชั่วโมง รอบๆเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโฮทากะ(Hotaka Shrine) และคามอนจิโงยะ(Kamonjigoya) พร้อมกับร้านอาหารบรรยากาศดีๆริมสระน้ำ

8. ศูนย์นักท่องเที่ยวคามิโกจิ(Kamikochi Visitor Center)
เปิดให้บริการตั้งแต่ 8:00-17:00 โดยพนักงานจะให้ความรู้แนะนำเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา สัตว์ พื้ช และชาวเมืองพื้นบ้านของคามิโกจิ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปีนเขาอีกด้วย

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kamikochi_Bus_Terminal01n4272.jpg(cc by 3.0)

สำหรับคนที่มาเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าแล้วมีเวลาน้อย แต่อยากจะเดินทางมาเที่ยวที่นี่แบบเช้าไปเย็นกลับก็พอจะได้อยู่เหมือนกัน เพราะมีรถบัสตรงจากตัวเมืองทั้งสองมาที่คามิโคจิเลยใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง หรือจะใช้ JR PASS นั่งชินคันเซนไป Nagano แล้วต่อรถไฟลงไปที่สถานี Shinshimashima ของเมือง Matsumoto แล้วต่อรถบัสอีกประมาณ 1 ชั่วโมง ก็จะใช้เวลาน้อยกว่าหน่อยนึง แต่ก็จะต้องเสียเวลาเดินทางไปค่อนข้างมาก ควรออกจากในเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อให้มีเวลาเดินเที่ยวบริเวณนี้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ก็จะสามารถเก็บไฮไลท์เส้นทางเดินป่าง่ายๆของที่นี่ได้เกือบครบหมดแล้ว

การเข้าชม

วันปิดทำการ: ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน - กลาง/ปลายเดือนเมษายน

วิธีการเดินทาง

โดยสารรถไฟหรือรถบัสจากมัตสึโมโตะ(Matsumoto)
จากสถานี Matsumoto Station โดยสารรถไฟ Matsumoto Electric Railway ไปลงที่ Shin-Shimashima Station(30 นาที) ต่อรถบัสที่ไปยัง Kamikochi(60 นาที) ค่าใช้จ่ายเที่ยวเดียว 2,450 เยน ไปกลับ 4,550 เยน ไม่สามารถใช้ JR Pass ได้กับรถไฟหรือรถบัส

โดยสารรถบัสจากทาคายาม่า(Takayama)
จาก Takayama โดยสารรถบัส Nohi bus ไปลงที่ Hirayu Onsen(60 นาที 1,570 เยน บัสออกชั่วโมงละรอบ) จากนั้นต่อรถบัสที่ไปยัง Kamikochi(25 นาที เที่ยวเดียว 1,160 เยน ไปกลับ 2,050 เยน บัสออกชั่วโมงละ 2 รอบ)

รถยนต์ส่วนตัว
ขับไปบนเส้นทาง National Route 158 จาก Matsumoto หรือ Takayama แต่ไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวเข้าไปภายใน จึงมีลานจอดรถให้บริการ วันละ 500 เยน จากนั้นนั่งรถบัสเข้าไปสู่คามิโคจิประมาณ 20-30 นาที(1,000 เยน) หรือนั่งแท๊กซี่ 4,000 เยน

แผนที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติคามิโคจิ Kamikochi และที่เที่ยวอื่นๆในคิมิโคจิ(Kamikochi)

GPS: 36.273180, 137.685149
- สถานที่ปัจจุบัน - สถานที่แนะนำ - สถานที่อื่นๆ

เรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กำลังฮิต

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก