HOME Forums โชว์+แชร์+รีวิว เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียวกับการไปวูฟครั้งแรก – WWOOF JAPAN 1st TIME

เที่ยวญี่ปุ่นคนเดียวกับการไปวูฟครั้งแรก – WWOOF JAPAN 1st TIME

รีวิวการไป WWOOF ครั้งแรกของคุณ Tony Pruek ค่า
ถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก บอกเล่าชีวิตความเป็นอยู่และประสบการณ์ต่างๆในการไปทำงานกับโฮสญี่ปุ่นที่ เมือง Kisarazu จังหวัด Chiba

Tony Pruek :https://www.facebook.com/pruek.cheewaworanun

lemonlinn 06/08/2016 at 14:06
#20672
อ่านแล้ว 2,409 ครั้ง

การไปประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ คือ การไปท่องเที่ยวและการทำงานในโครงการที่เรียกสั้นๆว่า WWOOF ซึ่งเป็นการที่เราไปทำงานเพื่อช่วย Host ของเราเพื่อแลกเปลี่ยนกับที่พักและอาหาร สถานที่ที่ผมเลือกไปคือ เมือง Kisarazu จังหวัด Chiba งานหลักๆก็คือ การแยกเมล็ดข้าวเพื่อนำไปขาย การทำความสะอาดบ้าน การตัดหญ้า ทำอาหาร และการทำนาข้าว ในช่วงเวลาที่ผมไปคือ 8-23 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบายๆ ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไปรวมถึงบางวันก็ฝนตก

แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นคนเดียวแต่ครั้งนี้ก็ไม่เหมือนกับทุกๆครั้ง เนื่องจากการไปทำงานกับคนญี่ปุ่น ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรม การใช้ชีวิต และมุมมองต่างๆที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

ถ้ารวมการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ก็นับเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งอาจจะไม่ได้มากขนาดเชี่ยวชาญ แต่ก็อยากจะนำสิ่งที่เจอและเรียนรู้มาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆในพันทิฟครับด้วยความที่ผมนั้นชอบที่จะไปเที่ยวประเทศนี้ จึงทำให้ผมตัดสินใจเรียนภาษาญี่ปุ่น ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมก็เรียนมาได้ 4 ปีแล้วและนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการไป WWOOFing ครั้งนี้ด้วย

———————————————————————————————–

ในช่วงที่ทำงานกับโฮส ก็ได้เดินทางไป Kanagawa ( Kamakura ) ในวัน Day off ด้วย ส่วนครึ่งหลังของการเดินทาง คือ การท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆในภูมิภาคคันโต ได้แก่ Tokyo, Saitama, Tochigi ( Nikko ) และเลยไปจนถึงจังหวัด Yamanashi รวมทั้งหมด 15 วัน

สำหรับผมแล้ว การท่องเที่ยวไปไหนมาไหนคนเดียวนั้นได้สอนอะไรเราเยอะ ยิ่งถ้าเป็นในที่ต่างที่ต่างแดนแล้ว ยิ่งเพิ่มความเหงาเข้าไปอีก แต่หลังจากไปทริปตะลุยเดี่ยวแต่ละครั้งนั้น ทำให้ผมได้สะสมประสบการณ์มากมายด้วย

การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ ผมก็ได้กล้องคู่ใจไปด้วยเหมือนทุกๆครั้ง และก็ได้นำภาพจากทริปนี้ รวมไปถึงภาพครอบครัวของ Host ซึ่งผมได้ขออนุญาติจากทาง Host แล้วมาแบ่งปันให้เพื่อนๆได้ดูครับ

ถ้าพร้อมกันแล้ว……….. ก็ขอเริ่มเลยนะครับ

พอถึงสนามบินนาริตะ ก็นั่งรถไฟจากสถานี Narita Airport Terminal 2 โดยผ่านสถานี Narita ไปลงสถานี Kisarazu





ยิ่งใกล้ถึงที่หมาย ก็มีแต่คนสูงอายุ เอิ่ม


ถึงสถานี Kisarazu ราวๆ 14.00 น.





บรรยากาศด้านนอกสถานีรถไฟ





ในที่สุดก็ถึงบ้าน Host ซะที


โรงเก็บของ


เพื่อน WWOOFer ชาวรัสเซียชื่อ Ivan


เพื่อน WWOOFer ชาวญี่ปุ่นชื่อ Kama


หลังทำงานเสร็จก็ตอนเย็นพอดี


Kama กำลังเล่นกับ คัตซึโมริคุง ( ลูกชายของ Host )

lemonlinn 06/08/2016 at 14:12
#20673

เช้าของอีกวัน อุณหภูมิประมาณ 18 องศา

ห้องที่ทานอาหารทุกวัน

เพลงที่ใช้ร้องเพื่อต้อนรับ WWOOFer ทุกคน

อาหารที่ WWOOFer ช่วย Host ทำ

บรรยากาศวุ่นวายดีครับ ฮ่าๆๆๆๆๆ

ห้องนอนของ WWOOFer

คัตซึโมริคุงซนมากๆครับ

ฟุวะจัง ( ลูกสาวของ Host ) น่ารักมากๆ

แถวๆบ้าน

เด็กๆวิ่งแข่งกันไปโรงเรียน ซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านนี้เอง

ปกติแล้วหลังมื้อเย็น ก็จะมารวมตัวกันเล่นเกม หรือบางทีก็ร้องเพลงกัน

เทะรุซัง ( Host ) ร้องเพลงเก่งมากครับ

คัตซึระซัง ( Host ) ใจดีและทำอาหารอร่อยมากๆ

วันนี้เราเล่นงัดข้อกัน ผมได้เข้ารอบชิงไปแข่งกันเทะรุซัง แต่แพ้จนได้ ฮ่าๆๆๆๆ เพิ่งมารู้ตอนหลังมันต้องมีเทคนิค

วันนี้เป็นหยุดซึ่งผมก็ตัดสินใจไป Kanagawa ( Kamakura )

บรรยากาศรอบๆเมือง Kisarazu

นั่งรถบัสไปลงสถานี Yokohama เพื่อนั่งรถไฟต่อไปลง Kamakura

สถานีรถไฟ Kamakura

บรรยากาศรอบๆนอกสถานี

จากนั้นก็นั่งรถไฟไปลงสถานี Hase เพื่อไปยังวัด Hasedera และนี้คือศาลเจ้าระหว่างทาง

รูปปั้นที่วัด Hasedera

วิวอ่าว Kamakura

จากนั้นก็ไปต่อที่วัด Kotokoin หรือ Daibutsu

Daibutsu

และไปต่อกันที่เกาะ Enoshima

เกาะ Enoshima

จากนั้นก็นั่งรถไฟไปยังสถานี Gokurakuji

ใครที่เคยดู Umimachi Diary ก็พอจะรู้ๆว่า สถานี Gokurakuji เป็นหนึ่งใน settings จากหนังเรื่องดังกล่าว

ที่สุดท้ายของวันนี้ คือ ร้านคาเฟ่ริมทะเล

ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใช้เป็น settings ของหนัง

สมาชิก WWOOFer และครอบครัว Host
ตอนนี้ก็ได้เวลาต้องกล่าวลาและขอบคุณ Host สำหรับการดูแลประสบการณ์ดีๆมากมายที่ผมได้รับ
จากนั้นผมก็เริ่มเดินทางไปเที่ยวต่ออีก 7 วันที่เหลือ
lemonlinn 06/08/2016 at 14:14
#20674
อีกครึ่งทริปที่เหลือเริ่มต้นที่ผมนั่งรถบัสจากหน้าสถานี Kisarazu
ไปลงสถานีรถไฟ Tokyo

Day 1 : พอถึง Tokyo แล้วก็นั่งรถไฟไปลง Ueno เพื่อไปยังที่พักซึ่งก็คือ……

APA Hotel Keisei Ueno Ekimae ครับ ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Keisei Ueno ( นั่งไปลง Narita Airport ใช้เวลาเพียง 41 น.) นอกจากนี้แล้วยังสามารถเดินไป Ameyoko ใช้เวลาเพียง 2 นาที และ JR Ueno station แค่ 4 นาที

ซึ่งแน่นอนครับ โรงแรมนี้ยังอยู่ติดกับสวน Ueno ด้วยครับ

วิวจากชั้น 12 ของโรงแรมครับ

ขอปิดท้ายวันแรกด้วยภาพนี้ครับ

Day 2 : ที่แรกที่ไปวันนี้ คือ Takeshita street ที่ Harajuku

และไปต่อที่ Ometosando

Galileo Galilei เพิ่งออกอัลบัมรวมเพลงมาซึ่งเป็นวงที่อินดี้จากเมือง Wakkanai เกาะ Hokkaido ที่ชอบมากๆ

Day 3 : เดินทางไป Yamanashi จาก Ueno ลง Shinjuku และนั่งยาวไปลง Kawaguchiko

สถานี Kawaguchiko

จากนั้นนั่งไปลง Shimoyoshida เพื่อไป Chureito Pagoda

พอลงจากรถไฟ ก็ต้องเดินต่อมาอีก

เดินขึ้นบันไดมาหลายขั้นอยู่ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

แต่คุ้มจริงๆ

ถึงจุดหมายแล้วววว

ซูมซะหน่อย

เหนื่อยๆแบบนี้ เพิ่มพลังด้วยนี้หละ

ถึงเวลาเดินทางกลับครับ การมาวันนี้เนื่องจากโดยส่วนตัวไม่ได้อินกับทะเลสาบ เลยไม่ได้ไป Kawaguchiko Lake

Day 4 : วันนี้เดินทางไป Nikko เมื่อถึงสถานี Nikko ก็ซื้อบัตรรสบัส World Heritage one day pass ที่ใช้ขึ้นลงกี่ครั้งก็ได้ในหนึ่งวัน

ถึงเวลามื้อเที่ยง

ก่อนจะกลับเข้าโตเกียว ก็ขอแวะ Shinkyo Bashi เพื่อเก็บภาพซะหน่อย

สถานีรถไฟ Nikko

Day 5 : วันนี้ไป Kawagoe ที่จังหวัด Saitama แล้วก็จะกลับมาเที่ยวที่ Shibuya ช่วงบ่ายๆ

จากนั้นก็มาที่ Shibuya

และก็มาเจอกับ THE 1975 Pop-up store โดยบังเอิญ ซึ่งวงนี้ผมค่อนข้างจะติ่ง ฮ่าๆๆๆ

เล่นเอาเงินหมดเลยงานนี้ ฮ่าๆๆๆ

พนักงานที่ร้านครับบบบ
lemonlinn 06/08/2016 at 14:20
#20675
Day 6 : แพลนวันนี้คือไป Nakameguro ช่วงเช้าและช่วงบ่ายไป Daikanyama กับย่าน Yanaka

ก่อนจะไปเดินเที่ยว ก็ขอเติมพลังก่อน

ในช่วงเช้าหลายๆร้านยังไม่ค่อยเปิด แต่ก็พอจะมีร้านกาแฟซัก 2-3 ร้านที่เปิดเช้าครับ

จากนั้นก็เดินไป Daikanyama

จากนั้นก็ไป Tsutaya Daikanyama T-site แหล่งรวมหนังสือ หนัง เพลง รวมไปถึงวันเสาร์ อาทิตย์ก็มีตลาดมาขายของ

บรรยากาศแถวๆ Daikanyama

ย่าน Yanaka ย่านของคนรักแมว

แมวน้อยขี้เซา

ทิ้งท้ายวันนี้ด้วยภาพข้าวหน้าเนื้อร้านโปรดของผมอย่าง Matsuya ละกันครับ

Day 7 : วันนี้จะเริ่มต้นที่ Meiji Jingu แล้วต่อที่ Shibuya กับ Ginza และปิดท้ายทริปที่ The National Art Center ( Tokyo )

แก้กระหายก่อนไป  Shibuya

เจ้า Hachiko น้อย

หลังจากที่ฝนไม่ตกมาหลายวัน สุดท้ายก็มาตกวันก่อนกลับซะงั้น

About life coffee brewers ที่ Shibuya

ยาซุทาเคะซัง ( หนึ่งในเจ้าของร้าน ) บอกว่าเขาชอบอาหารไทยและอยากมาเที่ยวประเทศไทยมากๆ

แล้วก็ไปต่อที่ Ginza

หลังจากนั้นก็ไปที่ The National Art Center ( Tokyo )

พอเดินที่ The National Art Center ( Tokyo ) จนเย็น ก็กลับมาทานข้าวที่ OOTOYA ตรงแถว Ueno ซึ่งบรรยากาศดีมากๆ เพราะได้ทานข้าวพร้อมชมวิวดูพระอาทิตย์ตกดินครับ
กระทู้อาจจะค่อนข้างยาวนะครับ แต่เพราะผมอยากจะแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้จริงๆ อาจจะมีเยินเย้อไปบ้างก็ขอโทษด้วยครับ
แต่ก็หวังว่ากระทู้นี้จะพอเป็นข้อมูล หรือความรู้ให้ใครหลายๆคนได้นะครับ

ขอบคุณครับ
lemonlinn 06/08/2016 at 14:21
#20676

ดีค้าบบ พอดีว่าผมตั้งใจจะไปวูฟที่ยุ่นอยู่พอดีเลย มาเจอกระทู้นี้ยิ่งอยากไปเข้าไปอีก โฮสใจดีมากๆเลยครับ แพลนไปสัก 4 คนเค้าจะรับมั้ยอ่าครับ? มีอะไรพอจะแนะนำบ้างมั้ยครับ แฮะๆ

Peerawit 05/09/2017 at 00:24
#30413

You must be logged in to reply to this topic.