รีวิวขับรถเที่ยวทั่วเกาะคิวชู วันที่ 3 เที่ยวจังหวัดมิยาซากิ เมืองปราสาทโอบิ รูปปั้นโมอาย ศาลเจ้าริมทะเล


รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น ขับรถตะลุยเกาะคิวชู วันที่ 3 วันนี้เราจะขับรถบนถนนชมวิวที่จะลัดเลาะริมชายฝั่งทะเลเมืองนิชินาน(Nichinan)ที่เป็นฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถชมวิวริมทะเลที่ชื่อเสียงส้นทางหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

รีวิวขับรถเที่ยวเกาะคิวชูวันที่ 2 เมืองคาโงชิมะ และเกาะภูเขาไฟ ซากุระจิมะ

เส้นทางการขับรถของเราวันนี้จะไปแวะกันหลายที่ เริ่มจาก (A) โรงแรม Wing International Miyakonojo ในเมืองมิยาโกะโนะโจ(Miyakonojo) ไปที่ (B) เมืองปราสาทเก่าโอบิ(Obi) จากนั้นก็ตัดเข้าเมืองนิชินาน(Nichinan)ไป (C) ศาลเจ้ายูโดะ(Udo Jinggu) ขับรถลัดเลาะชายฝั่งทะเลไปเรื่อยๆแล้วแวะ (D) สวนโมอาย(Sun Messe Nichinan) (E) จุดพักรถฟีนิกซ์แล้วก็ยิงยาวขึ้นเหนือไปนอนกันที่ (F) โรงแรม Hotel Route Inn Nobeoka Ekimae ในเมืองโนเบโอกะ(Nobeoka)

เส้นทางขับรถเที่ยวเกาะคิวชู วันที่ 3

 

เมื่อคืนนี้เรานอนกันที่เมืองมิยาโกะโนะโจ(Miyakonojo) ที่เป็นเมืองที่อยู่ระหว่างเส้นทางของเรา ซึ่งมีห้างอิออนให้เราไปเดินช้อปและทานอาหารเย็นกันด้วย โดยโรงแรมที่เราพักอยู่ในตัวเมืองใกล้สถานีรถไฟที่ชื่อว่าโรงแรม Wing International Miyakonojo ซึ่งก็โอเคเลยทีเดียว แล้วที่สำคัญคือวันนี้ เราตื่นแต่เช้าตรู่พอเปิดหน้าต่างห้องนอนออกไปจะเจอวิวที่สวยมาก มองเห็นตัวเมืองและภูเขา แล้วยังเหมือนมีทะเลหมอกจางๆลอยอยู่ไกลๆด้วย วิวหรูเลิศมาก นอนดูในห้องนอนได้เลยด้วย แนะนำเลยโรงแรมนี้ 

วิวสวยๆตอนพระอาทิตย์ขึ้นจากหน้าต่างโรงแรม Wing International Miyakonojo

วิวสวยๆตอนพระอาทิตย์ขึ้นจากหน้าต่างโรงแรม Wing International Miyakonojo

เห็นทะเลหมอกลอยอยู่ไกลๆ

 

เช้านี้เราจะขับรถข้ามเขาจากเมืองมิยาโกะโนะโจ(Miyakonojo)ไปเที่ยวเมืองปราสาทเก่าที่ชื่อว่า โอบิ(Obi) ซึ่งทางที่ขับนั้นก็สวยอีกละ เป็นภูเขาต้นสน ที่มีทิวเขาสลับซับซ้อน รวมทั้งทุ่งนาข้าวและลำธาร ได้บรรยากาศเมืองชนบทของญี่ปุ่นดีจริงๆ แล้วดูบ้านเมืองเค้านะ มันจะสะอาดไปไหนเนี่ย อิจฉาจริงๆ

วิวข้างทางก่อนถึงปราสาทโอบิ

วิวนาข้าวระหว่างทางที่ขับรถผ่าน

วิวนาข้าวระหว่างทางที่ขับรถผ่าน

 

เมืองปราสาทโอบิ(Obi Castle Town)ในปัจจุบันเหลือเพียงซากปราสาท กำแพง และประตูทางเข้าเท่านั้น ซึ่งภายในจะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย โดยเฉพาะต้นสน ขนาดใหญ่มากน่าจะซัก 4-5 คนโอบเลยล่ะ ซึ่งที่นี่ก็ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอะไร แต่ว่าจะมีบรรยากาศของบ้านเรือนเก่าๆหลงเหลืออยู่บ้างกระจายตัวกันอยู่รอบๆบริเวณซากปราสาท จึงเป็นเหมือนผ่านมาแล้วเที่ยวมากกว่าจะเป็นจุดหมายสำคัญของทริปวันนี้ แต่ข้อดีของการที่เรามาเที่ยวที่ไม่ดังคือ คนน้อยมาก! ถ่ายรูปไปซิ ท่าไหนก็ไม่มีใครเห็น

กำแพงและประตูทางเข้าบริเวณปราสาทโอบิ Obi castle

จุดแวะพักรถระหว่างทางไปปราสาทโอบิ

บรรยากาศบริเวณรอบๆปราสาทโอบิ

บรรยากาศภายในซากปราสาทโอบิ

ต้นสนขนาดใหญ่ในบริเวณซากปราสาทโอบิ

บรรยากาศภายในซากปราสาทโอบิ

บริเวณกำแพงปราสาทโอบิ Obi Castle

บรรยากาศบ้านเมืองโอบิ Obi Town

บ้านเรือนบริเวณรอบๆปราสาทโอบิ

ร้านค้าบริเวณรอบๆปราสาทโอบิ

 

จากปราสาทนี้เราก็ขับตัดผ่านตัวเมืองนิชินาน(Nichinan)แล้วไปออกที่ถนนที่วิ่งลัดเลาะริมชายฝั่งทะเล ที่สวยงามสมกับเป็นเส้นทางขับรถชมวิวที่มีชื่อเสียงเส้นทางหนึ่งของญี่ปุ่นจริงๆ คือจะมองออกไปในทะเลแบบสุดลูกหูลูกตาเลย ไม่มีอะไรมากั้นหรือบังเลย  ในบริเวณนี้จริงๆแล้วมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่เราเลือกมาแค่ 3 แห่งเท่านั้นเนื่องจากเวลาไม่พอ โดยจุดแรกที่เราแวะคือ ศาลเจ้าริมทะเลที่ชื่อว่า ศาลเจ้ายูโดะ(Udo Jingu) ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมิยาซากิ(Miyazaki)ที่เรากำลังเที่ยวกันอยู่นี้ เพราะมีวิวที่สวยงาม ศาลเจ้าก็มีสีแดงสด ตัดกับสีของท้องฟ้าและท้องทะเลมากๆ รวมทั้งยังเชื่อกันว่าเป็นศาลเจ้าที่ให้พรด้านการมีบุตรและความรักด้วย ศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ริมทะเล มีอาคารศาลเจ้าบางส่วนสร้างหลบอยู่ภายในถ้ำด้วย แล้วก็มีก้อนหินที่มีช่องรูปหัวใจที่ว่ากันว่าถ้าโยนก้อนหินกลมๆที่ศาลเจ้าขายลงไปในช่องได้จะสมหวังในพรที่ปรารถนาด้วยนะ

ทางเดินเข้าศาลเจ้ายูโดะ Udo Shrine

ทางเดินลงไปที่อาคารศาลเจ้าที่อยู่ในถ้ำ

ระเบียงริมทะเลที่มีจุดโยนหินอยู่ด้วย คนยืนเรียงกันโยนกันใหญ่

จุดโยนหินเสี่ยงโชคที่ศาลเจ้ายูโดะ Udo Shrine

 

จากนั้นเราก็ไปต่อกันที่สวนริมทะเลโมอาย(Sun Messe Nichinan) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นบนเนินเขาริมทะเล สูงชันมาก โดยจะมีรถรับส่ง ข้อแนะนำก็คือให้นั่งรถขึ้นไปบนสุดก่อนแล้วค่อยเดินลงมา มีจุดให้เที่ยวและมุมถ่ายรูปอีกหลายมุมที่นอกจากรูปปั้นโมอายซึ่งก็มีขนาดใหญ่มากๆ

รูปปั้นโมอายขนาดยักษ์ที่สวนโมอาย Sun Messe Nichinan

รูปปั้นโมอายจำลอง

ลาในฟาร์มที่สวนโมอาย

อาคารรูปร่างแปลกประหลาด ที่ด้านบนสามารถมองเห็นสวนโมอายได้ทั้งหมด

วิวรูปปั้นโมอายจากด้านบน

 

และจุดท่องเที่ยวสุดท้ายของเราในวันนี้ คือจุดพักรถชมวิวฟีนิกซ์(Roadside Station Phoenix)ที่มีชื่อเสียงในสมัยก่อน มีลักษณะเป็นจุดพักรถที่มีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก ขนม มีร้านอาหาร ลานชมวิว ทั้งในอาคารและนอกอาคาร มีคนแวะกันเยอะพอสมควร แสดงว่าที่นี่ก็ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อยู่ เสียดายที่ไม่สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้เพราะพระอาทิตย์ลับสันเขาไปซะก่อน

บรรยากาศบริเวณจุดพักรถชมวิว Phoenix Horikiri Pass & Roadside Station

จุดชมวิวที่พักรถ Phoenix

 

นอกจากนี้ระหว่างทางก่อนจะถึงที่พักของคืนนี้ พระอาทิตย์ตกแล้วแต่ฟ้ายังสว่างอยู่ทำให้มองเห็นเกาะเอโอชิม่า(Aoshima Island) ที่สามารถเดินข้ามทะเลแหวกไปได้เลย ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวสำคัญของเมืองมิยาซากิ(Miyazaki)เช่นกัน แต่เราไม่ได้แวะ เพราะต้องอ้อมลงไปและคิดว่ากว่าจะไปถึงคงจะมืดมองอะไรไม่เห็นแล้ว อีกอย่างโรงแรมที่เราจะไปนอนคือนี้ยังอยู่อีกค่นข้างไกลด้วย

วิวมุมสูงของเกาะเอโอชิม่า Aoshima อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดมิยาซากิ

 

คืนนี้เราจะนอนกันที่เมืองโนเบโอกะ(Nobeoka)ของจังหวัดมิยาซากิ(Miyazaki) ที่อยู่ห่างออกไปทางตอนเหนือค่อนข้างไกลเหมือนกัน พักกันที่ โรงแรม Hotel Route Inn Nobeoka Ekimae ซึ่งก็อยู่กลางเมืองอีกแล้ว จะได้เดินเล่นกินบรรยากาศของแต่ละเมืองไปในตัว แถมได้ชิมอาหารและขนมหรือเครื่องดื่มของเมืองนั้นๆไปด้วยเลย

จบไปอีกหนึ่งวันสำหรับรีวิว Road Trip เที่ยวญี่ปุ่น ตะลอนทั่วเกาะคิวชู ที่ได้เที่ยวทั้งเมืองปราสาทโบราณ ขับรถข้ามภูเขา แล้วมาลัดเลาะริมทะเล ผ่านทั้งสวนโมอาย และศาลเจ้าริมทะเล หวังว่าทุกคนคงจะชอบกันนะครับ ขอบคุณมากครับที่ติดตามอ่าน  ติดตาม รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นอื่นๆได้ที่นี่

 

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดมิยาซากิ(Miyazaki)


Exit mobile version