/ คิวชู(Kyushu) / รีวิวขับรถเที่ยวทั่วเกาะคิวชู วันที่ 1 ปีนเขาคิริชิม่า ชมทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ

รีวิวขับรถเที่ยวทั่วเกาะคิวชู วันที่ 1 ปีนเขาคิริชิม่า ชมทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ

รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น ตะลอนเกาะคิวชู(Kyushu) คราวนี้จะเป็นทริปที่เราจะขับรถเที่ยวหรือโร้ดทริปกัน โดยตะลอนเที่ยวไล่จากคุมาโมโต้ลงใต้ไปทางตะวันตกของเกาะคิวชู แล้ววกกลับขึ้นด้านบนทางทิศตะวันออก แล้วไปคืนรถที่สนามบินฟุกุโอกะ

ต่อจากเมื่อวาน (รีวิวเที่ยวเมืองคุมาโมโต้) เราเริ่มต้นเดินทางกันจากเมืองคุมาโมโต้ โดยเรานอนที่โรงแรมในเครือโตโยโกะอิน Toyoko Inn Kumamoto-jyo Tori-cho Suji ที่อยู่ใจกลางเมืองมีแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารเยอะแยะมากมาย มีอาหารเช้าให้ ราคาไม่แพง แถมมีที่จอดรถให้ด้วย แนะนำเลย

เส้นทางการขับรถของเราวันนี้ก็ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก ขึ้นทางด่วนที่เมืองคุมาโมโต้(Kumamoto)ยิงยาวไปที่ภูเขาไฟคิริชิม่า(Kirishima)แล้วก็ไปนอนที่ในเมืองคาโกชิม่า(Kagoshima)

เส้นทางขับรถเที่ยวเกาะคิวชู วันที่ 1 จากตัวเมืองคุมาโมโต้ ไปที่ภูเขาไฟคิริชิม่า แล้วก็ไปนอนที่เมืองคาโกชิม่า

เส้นทางขับรถเที่ยวเกาะคิวชู วันที่ 1 จากตัวเมืองคุมาโมโต้ ไปที่ภูเขาไฟคิริชิม่า แล้วก็ไปนอนที่เมืองคาโกชิม่า

 

จุดหมายแรกของเราในวันนี้คือ เทือกเขาคิริชิม่า(Mt. Kirishima) ซึ่งจะเราพาไปแอดเวนเจอร์ ปีนภูเขาไฟ ไปดูทะเลสาบที่ปากปล่องกันเลย โดยภูเขาคิริชิมานี้เป็นหนึ่งในจุดหมายหลักที่เราปักหมุดกันมาเลยว่าจะต้องมาให้ได้ในทริปคิวชูครั้งนี้ เพราะทะเลสาบนิ่งใสในปากปล่องภูเขาไฟนั้นหาดูไม่ได้ง่ายนัก และที่เทือกเขาแห่งนี้ มีให้เลือกชมมากถึง 6 ทะเลสาบเลยทีเดียว รวมทั้งภูเขาคีรีชิม่า ยังเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่เรียกว่า active มากที่สุดลูกหนึ่งของญี่ปุ่นเลยด้วย ในวันที่เราไปมีการปิดเส้นทางในการปีนเขาหลายเส้นซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นเส้นทางที่เราเตรียมตัวจะไปกันซะด้วย จึงต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางกันสดๆในวันนั้นเลย ทำให้งานนี้มีทั้งมั่ว ทั้งหลง และออกจากป่าไม่ทันกันด้วย เอาเป็นว่าวันนี้สนุกแน่นอน

ว่าแล้วเราก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า คืนก่อนหน้านี้เรานอนกันในเมืองคุมาโมโต้ ออกรถกันตั้งแต่เช้า แต่กว่าจะมาถึงจุดปีนเขาก็เกือบๆจะเที่ยงเข้าไปแล้ว เพราะระยะทางไกลพอสมควร แล้วเรายังขับช้าๆชมวิวและแวะถ่ายรูปกันมาเรื่อยๆ พอมาถึงเราก็พบว่าจุดที่เราจะไปนั้นมัน ปิด!!! งงกันอยู่ซักพัก ไม่รู้จะเอายังไงดี เลยจอดรถกินข้าวตั้งหลักก่อนแล้วกัน นึกอะไรไม่ออกก็หาอะไรกินก่อน กองทัพเดินด้วยท้อง เราก็กินมันตรงบริเวณที่จอดรถนั่นแหล่ะ ร้านจะอยู่ชั้น 2 มองเห็นวิวภูเขาได้ชัดเจนสวยงามมากเลย และอาหารก็อร่อยใช้ได้

วิวที่ถ่ายจากจุดชมวิวระหว่างทางไปภูเขาคิริชิม่า

วิวที่ถ่ายจากจุดชมวิวระหว่างทางไปภูเขาคิริชิม่า

เส้นทางปีนเขาที่เราตั้งใจจะมาปีนกัน ก่อนจะพบว่ามันปิด Kirishima Trail

เส้นทางปีนเขาที่เราตั้งใจจะมาปีนกัน ก่อนจะพบว่ามันปิด Kirishima Trail

เส้นทางปีนเขาคิริชิม่าที่ปิด ไปต่อไม่ได้ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางปีนเข้าใหม่

เส้นทางปีนเขาคิริชิม่าที่ปิด ไปต่อไม่ได้ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางปีนเข้าใหม่

วิวจากร้านอาหารบริเวณที่จอดรถสำหรับคนมาปีนเขาคิริชิม่า

วิวจากร้านอาหารบริเวณที่จอดรถสำหรับคนมาปีนเขาคิริชิม่า

 

หลังจากท้องอิ่ม ก็เลยไปที่ศูนย์นักท่องเที่ยว เค้าให้แผนที่มา พร้อมกับบอกว่าให้ไปอีกเส้นทางหนึ่งที่เปิดอยู่แทน เป็นเส้นทางที่เดินตัดป่าเข้าไป ไม่มีทางบอกชัดเจนนัก เค้าก็ชี้ว่าให้ไปทางนู้น เราก็ขับรถออกไปตามถนนซัก 400 เมตรจะเห็นลานจอดรถแบบอินดี้ๆที่มีรถจอดอยู่ 3-4 คัน มีลุงเดินมาเก็บตังค่าจอดรถ ก็เลยถามลุงที่เก็บตังว่าเดินไปทางไหนต่อ เพราะมีแต่ภาษาญี่ปุ่น แกก็ชี้ๆไปทางป้ายอยู่นั่นแหล่ะ เราก็เลยจัดไป ทางเดินจะเหมือนเดินอยู่กลางป่าเลย มีรอยเส้นทางให้เห็นอยู่บ้างแต่ไม่ชัดเจนนัก เราก็เดินๆตามทางไปเรื่อยๆตรงดิ่งเข้าไปในป่า ไม่มีใครอื่นนอกจากเรา จากป่าโปร่งๆดินแห้งๆ และทางเดินกว้างๆ ก็เริ่มค่อยๆแคบลงและป่าก็ทึบขึ้นเรื่อยๆ จากทางเดินราบๆก็ค่อยๆชันขึ้น ผ่านลำธารน้อยๆ ไปเรื่อยๆ ก็เจอลุงกับป้าชาวญี่ปุ่นเดินสวนมา เราก็”คนนิจิวะ”ทักทายไป แกก็หยุดทักตอบเรามา เราก็ภาษาใบ้ตอบกลับไป เพราะว่าเราพูดไม่ได้ แกก็เลยยิ้มให้แล้วเดินจากไป

ใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆระหว่างทางปีนเขาคิริชิม่า

ใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆระหว่างทางปีนเขาคิริชิม่า

ใบไม้เปลี่ยนสี

ใบไม้เปลี่ยนสี

ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีที่ภูเขาคิริชิม่า

ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนสีที่ภูเขาคิริชิม่า

 

พอเดินกันต่อมาอีกซักพักก็ไปเจอกับทางแยกที่มีป้ายและบันไดที่สูงชันริบ คดโค้งไปมาแบบมองไม่เห็นปลายทางอยู่เบื้อง ซึ่งเราก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะกัดฟันเดินกันต่อไป ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องอธิบายก่อนว่า เส้นทางที่เราเตรียมกันมาจะมีทางเดินชัดเจน ไม่ลาดชันมากและสั้นๆ แต่ทางที่เราเดินผ่านกันมาแล้วและที่กำลังจะเดินต่อไปนั้น เราไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นยังไง และไม่รู้ว่าจะผ่านอะไรบ้าง จึงไม่รู้ว่าไอ้บันไดสูงริบเลยเนี่ย มันจะพาเราไปที่ไหน แต่ก็คิดว่าไหนๆก็มาแล้ว ยังไงก็ต้องไปต่อ เดินขึ้นบันไดที่คดเคี้ยวไปมาน่าจะประมาณ 300-400 ขั้นได้ ก็มาถึงทางราบอีกครั้ง ที่นี้เป็นเส้นทางเดินเล็กๆที่มีทางแยกโค้งไปซ้ายและโค้งไปทางขวาที่มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพุ่มไม้แห้งๆเต็มไปหมด จึงตัดสินใจลองเดินไปทางซ้ายดูก่อนแล้วกัน แต่เดินไปได้ประมาณ 100 เมตรพอพ้นโค้งพุ่มไม้มาเท่านั้นแหล่ะ เราก็ เฮ้ย!!! อยู่ในใจ…. แล้วก็เหมือนจะลืมหายใจไปพักนึง คือ มันสวยงมากอ่ะ ดูภาพเอา บรรยายไม่ถูก เพราะเกิดมาไม่เคยเห็นทะเลสาบในปล่องภูเขาไฟมาก่อน แล้วมันก็ใหญ่มากเลย คือเพิ่งมารู้ตอนหลังว่าเป็นทะเลสาบปากปล่องที่ใหญ่ที่สุดของเทือกเขาคิริชิม่าแล้ว คือทุกคนที่ก่อนหน้านี้แบบอยากกลับกันแล้ว หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งทันที พูดพร้อมกันว่าคุ้มมากๆที่ได้มา

ทางแยกขึ้นปล่องภูเขาไฟไปชม Onami Pond

ทางแยกขึ้นปล่องภูเขาไฟไปชม Onami Pond

ทะเลสาบโอนามิ(Onami Pond)ที่ปากปล่องภูเขาไฟของคิริชิม่า

ทะเลสาบโอนามิ(Onami Pond)ที่ปากปล่องภูเขาไฟของคิริชิม่า

วิวบริเวณปากปล่องภูเขาคิริชิม่า-ทะเลสาบโอนามิ Onami pond kirishima

วิวบริเวณปากปล่องภูเขาคิริชิม่า-ทะเลสาบโอนามิ Onami pond kirishima

วิวจากปากปล่องภูเขาไฟ ยอดเขาชินโมเอะดาเกะ Shinmoedake

วิวจากปากปล่องภูเขาไฟ ยอดเขาชินโมเอะดาเกะ Shinmoedake

วิวจากปากปล่องภูเขาไฟ-ระหว่างที่เดินวนรอบปล่อง

วิวจากปากปล่องภูเขาไฟ-ระหว่างที่เดินวนรอบปล่อง

ทางเดินรอบปากปล่องภูเขาไฟของทะเลสาบโอนามิ Onam Pond

ทางเดินรอบปากปล่องภูเขาไฟของทะเลสาบโอนามิ Onam Pond

ทางเดินไร้ผู้คนที่รอบทะเลสาบโอนามิ Onami Pond

ทางเดินไร้ผู้คนที่รอบทะเลสาบโอนามิ Onami Pond

 

บริเวณปากปล่องภูเขานี้สามารถเดินได้เกือบจะรอบเลย ซึ่งแต่ละมุมที่เราเดินไปวิวทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปด้วย เดินไปหยุดถ่ายรูปไป คือใช้เวลาอยู่บริเวณปากปล่องนี้นานมากน่าจะประมาณ 2 ชั่วโมงได้ทั้งๆที่ระยะทางเดินจริงๆคงจะแค่ 20 นาที กว่าจะมาเริ่มรู้ตัวกันอีกทีคือตอนที่จะเดินลงจากปากปล่องแล้ว ว่าพระอาทิตย์มันจะตกแล้วนี่หว่า เท่านั้นแหล่ะสปีดการเดินก็ค่อยๆเร็วขึ้นทันที จนมาถึงที่บริเวณเชิงเขาที่เป็นทางแยก ที่จริงๆแล้วเราจะต้องเดินปีนภูเขาอีกหนึ่งลูก ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาคิริชิม่าซะด้วย แต่เนื่องจากเรามากันช้าและตอนนั้นก็ใกล้จะมืดแล้วด้วย จึงตัดสินใจกลับกันดีกว่า เดินต่อออกมาได้ไม่เท่าไหร่พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไป แล้วมันก็เริ่มมืดขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มืดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย เพราะเป็นคืนเดือนมืดไม่มีแสงจากพระจันทร์ให้เห็น ใช้แสงมือถือส่องทางเอา แต่ก็ไม่กล้าใช้กันทุกเครื่องเพราะกลัวแบตจะหมดซะก่อน ระหว่างที่เดินในความมืดกันอยู่นั้น ก็เริ่มหวั่นกันว่าจะหลงทางมั้ย มันใช่ทางที่เราเดินมามั้ย อีกไกลมั้ยกว่าจะถึง เพราะเดินเท่าไหร่ก็ไม่เห็นแสงสว่างข้างหน้าซักที แล้วทันใดนั้นก็เห็นอะไรเคลื่อนไหวอยู่ข้างหน้าไกลๆ เงาของมันตัวใหญ่พอๆกับเรา คล้ายกับหมาป่าหรือหมีหรือกวางหรือตัวแรคคูน ยังไม่ทันคิดว่าอะไรมันก็วิ่งหายไป เห็นตูดมันแว่บๆ เป็นสีขาวคล้ายรูปหัวใจ มาเจอตัวจริงอีกทีในอีก 3 วันถัดมาในฟาร์มของจุดพักรถแห่งหนึ่ง มันคือลูกกวางนั่นเอง แต่ในสถานการณ์นั้นทุกคนต่างกลัวกันหมด จากนั้นจึงเดินกันเงียบตลอดทางเลย

บริเวณทางแยกหลังจากลงมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

บริเวณทางแยกหลังจากลงมาจากปากปล่องภูเขาไฟ

ระหว่างทางเดินกลับจากปีนเขาคิริชิม่าพระอาทิตย์เริ่มตก

ระหว่างทางเดินกลับจากปีนเขาคิริชิม่าพระอาทิตย์เริ่มตก

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว แต่ยังเหลือระยะทางเดินกลับอีกไกล

พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว แต่ยังเหลือระยะทางเดินกลับอีกไกล

 

เดินกันในความมืดประมาณซัก 30 นาที เราก็เห็นไฟสีแดงจางๆ พอเดินใกล้ไปเรื่อยๆก็พบว่ามันคือไฟที่ถนนนั่นเอง ในที่สุดก็หลุดออกมาจากป่าจนได้ ถึงจะหลงไปจากทางเข้าเดิมนิดหน่อยแต่ก็ตาม ถือว่าเป็นหนึ่งวันที่คุ้มค่าทุกอารมณ์จริงๆ เพราะวิวที่เห็นวันนี้เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดของทริปนี้เลยทีเดียว และก็เสียวสันหลังกับสัตว์ป่าและการหลงป่าด้วยเหมือนกัน แพอผ่านมาได้ ก็สนุกดี ทุกคนปลอดภัย ถึงแม้ว่าจะมีเดินสะดุดรากไม้ล้มไปหนึ่งที แต่ก็จบวันนี้ลงได้อย่างมีความสุข

ขอแทรกข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการไปปีนเขาคิริชิม่าหน่อย คือเราวางแผนกัน ว่าจะไปกันที่จุดบริการนักท่องเที่ยวที่ เอบิโน่ โคเกน(Ebino Kogen)ซึ่งเราคิดว่าจะเดินเส้นทางที่จะไปชมทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ 3 แห่ง ที่อยู่ตอนบนของศูนย์บริการ ซึ่งน่าจะเป็นทางเดินง่ายๆ สั้นๆ ใช้เวลาน่าจะไม่เกิน 3 ชั่วโมง แต่วันที่เราไปนั้น เค้าปิดเส้นทางนี้ แล้วเค้าแนะนำเส้นทางอีกที่หนึ่งมาให้แทนซึ่งเรามารู้ทีหลังว่ามันคือเส้นทางไปทะเลสาบโอนามิ(Onami)ที่เป็นทะเลสาบปากปล่องที่ใหญ่ที่สุดของเทือกเขาคิริชิม่า กับภูเขาคาราคุนิดาเกะ(Karakuni-dake)ที่มียอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาคิริชิม่าคือสูง 1700 เมตร ระยะทางจึงไกลกว่าเดิมคือน่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เราเริ่มเดินกันตอนบ่ายโมงกลับออกมาประมาณ 1 ทุ่ม มีรถเราเป็นคันสุดท้ายที่จอดอยู่ และลุงเก็บเงินก็กลับไปแล้ว จริงๆต้องบอกว่าโชคดีที่ไม่หลงป่ากันทำให้คราวนี้ได้เรียนรู้กันเลยว่าห้ามประมาทเด็ดขาด ครั้งหน้าเราจะเตรียมตัวกันดีกว่านี้แน่นอน

ส่วนคืนนี้เราจะนอนกันในตัวเมืองคาโกชิม่า(Kagoshima) เพราะพรุ่งนี้เราจะเที่ยวกันที่เมืองนี้และเกาะภูเขาไฟซากุระจิมะ(Sakurajima)ที่กำลังปะทุอยู่ โรงแรมที่เราจะนอนคือโรงแรม โตโยโกะ อินน์ อีกแล้ว ชื่อว่า Toyoko Inn Kagoshima Chuo-eki Higashi-guchi อยู่กลางเมืองเช่นเดิม เพราะเราจะได้เดินเล่นในเมืองตอนกลางคืนต่อได้ด้วย มีอาหารเช้า และที่จอดรถพร้อม

รีวิววันนี้ก็หมดแล้ว ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาจนถึงบรรทัดนี้  ติดตาม รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นอื่นๆได้ที่นี่

ใครมีประสบการณ์เป็นยังไงลองเล่าให้ฟังกันบ้างนะ

 

ข้อมูลการท่องเที่ยวเทือกเขาคิริชิม่า(Mt. Kirishima)

การเดินป่าที่เริ่มเส้นทางที่ เอบิโน่ โคเก็น(Ebino Kogen)

เส้นทางการปีนเขาของภูเขาคิริชิมา(Kirishima Trekking)

 

FREE DOWNLOAD: แผนที่ปีนเขาคิริชิม่า Kirishima Trekking Map ไฟล์ PDF

 

เรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กำลังฮิต

เหมืองทองซาโดะคินซัง Sado Kinzan Gold Mine
พิพิธภัณฑ์เทศกาลฟูรุคาวะ Furukawa Festival Hall