ค้นหาคูปองและบทความ

Close
สมัครสมาชิก
ฮอกไกโด

ฮอกไกโด

ค้นพบเสน่ห์ของภูมิภาคฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น!

ภูมิภาคฮอกไกโด (Hokkaido) มีอากาศเย็นสบายและธรรมชาติที่งดงาม สามารถสนุกกับการเล่นสกีที่นิเซโกะในฤดูหนาว หรือการชมสวนดอกไม้ในฤดูร้อน นอกจากนี้ยังมีอาหารที่อร่อยอย่างปลาแซลมอนและนมสดจากท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด

แพลนเที่ยว

กิจกรรม

บทความใหม่

leafฮอกไกโด : บทความแนะนำสำหรับคนไทย

ดูทั้งหมด

leafแพลนเที่ยวแนะนำ

leafกิจกรรม

ดูทั้งหมด

leafบทความใหม่จาก ฮอกไกโด

กรุณาเข้าสู่ระบบ

เที่ยว 25 ทุ่งดอกไม้สุดอลังการของเกาะฮอกไกโด หน้าร้อน

เมื่อกล่าวถึงทุ่งดอกไม้หลากสีของประเทศญี่ปุ่นแล้ว เกาะฮอกไกโดอาจจะถือได้ว่าเป็นภูมิภาคที่มีทุ่งดอกไม้ที่สวยงามมากที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว แม้ว่าจะอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศที่มีภูมิอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี และขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นก็ตาม ทว่าช่วงหน้าร้อนหรือตั้งแต่เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่อากาศไม่หนาวเย็นมาก ท้องฟ้าแจ่มใสมีผลไม้และดอกไม้มากมายหลายชนิดที่ผลิดอกออกผลอย่างเต็มที่ทำให้เป็นช่วงที่จังหวัดฮอกไกโดมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามากที่สุดของปีเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม อีกทั้งยังเต็มไปด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวมากมายที่ไม่สามารถทำได้ในช่วงหน้าหนาวอีกด้วย ลาเวนเดอร์ถือเป็นดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดฮอกไกโด เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่เพราะปลูกเพื่อการเกษตรกรรมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นฟาร์มดอกไม้เพื่อการท่องเที่ยวหลังจากช่วงปี 1960 – 1970 ที่ราคาดอกลาเวนเดอร์ของฮอกไกโดมีราคาสูงกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศจนเป็นสาเหตุให้ความต้องการดอกลาเวนเดอร์ของตลาดภายในประเทศลดลง ซึ่งนอกจากนี้ยังมีดอกไม้อื่นๆ ที่สามารถหาชมได้จากฮอกไกโดได้อีกมากมาย อาทิ ป๊อปปี้, คอสมอส, เรพซีด, ซัลเวีย, ลิลลี่และดอกไม้อื่นๆ อีกมากมาย ตามมาชม 25 ทุ่งดอกไม้ต่างๆบนเกาะฮอกไกโดกันเลยว่าจะสวยงามขนาดไหน 1. ทุ่งดอกไม้กามิฟูราโน่ (Flower Land Kamifurano)  ทุ่งดอกไม้ที่มีชื่อเสียงของเมืองฟูราโน่ ตั้งอยู่บนเนินเขาในฮอกไกโดซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเทือกเขาโทกาชิ (Tokachi mountain range) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และจะปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ภายในฟาร์มจะมีบริการรถแทรกเตอร์เพื่อให้คุณสามารถนั่งรับลมชมทุ่งดอกไม้ได้อย่างทั่วถึงเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสละลานตา กิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การได้สัมผัสประสบการณ์การตัดดอกลาเวนเดอร์, การทำดอกไม้ทับแห้ง, หมอนจากบัควีทและดอกลาเวนเดอร์แห้งเพื่อเป็นของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้าน รวมไปถึงการเข้าชมเรือนเพาะต้นอ่อนของดอกไม้ในเรือนเพาะชำของกามิฟูราโน่ อีกทั้งภายในฟาร์มยังมีการเปิดให้บริการร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติที่หาได้จากภายในฟาร์มไว้คอยบริการแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย อาทิ ไอศกรีมจากดอกลาเวนเดอร์หรือเครื่องดื่มรามูเนะ (มะนาวโซดา) กลิ่นลาเวนเดอร์ เป็นต้น…

  • ฮอกไกโด

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

ราเมงแนะนำในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นคือประเทศที่เปลี่ยนอาหารธรรมดา ให้กลายเป็นศิลปะของรสชาติได้อย่างลงตัว และหนึ่งในเมนูที่สะท้อนความพิถีพิถันแบบญี่ปุ่นได้ดีที่สุดก็คือ ราเมง (Ramen) บะหมี่เส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปร้อน ๆ ที่มีกลิ่นหอมโชยตั้งแต่เปิดประตูร้าน Ramen ไม่ใช่แค่ของกินยามหิว แต่คือวัฒนธรรม เป็นรสชาติที่บอกเล่าเรื่องราวของแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่หิมะขาวในฮอกไกโด ไปจนถึงลมทะเลอุ่นในคิวชู บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก ประเภทของ Ramen และ Ramen ชื่อดังในจังหวัดต่าง ๆ ที่ควรลิ้มลองให้ครบสักครั้งในชีวิต ประเภทของ ราเมง เรียนรู้ก่อนสั่ง เพื่อเข้าใจรสชาติ ราเมง ในญี่ปุ่นมีหลายแบบมาก และแต่ละแบบก็มีเอกลักษณ์ของน้ำซุป เส้น และท็อปปิ้งที่แตกต่างกันออกไป นี่คือ 5 ประเภทหลักที่คุณควรรู้ก่อนนั่งลงสั่งชามแรก 1. Shio Ramen ความเรียบง่ายที่กลมกล่อม ชิโอะ แปลว่าเกลือ เป็น Ramen ที่มีน้ำซุปใส สีทองอ่อน ๆ ทำจากเกลือและสต็อกจากกระดูกไก่หรือปลาแห้ง จุดเด่นคือรสชาติสะอาด เบา แต่มีความลึกจากวัตถุดิบ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสความละเมียดละไมแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ แนะนำ: Shio Ramen ที่ฮาโกดาเตะ…

  • อาหาร
  • ยามากาตะ
  • ฮอกไกโด
  • ไอจิ
  • คิวชู
  • เกียวโต
  • คันไซ
  • ฟุกุโอกะ
  • โอซาก้า
  • โตเกียว

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

แนะนำ จังหวัด ต่างๆของ ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น… ประเทศที่ทุกมุมมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง จากยอดภูเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว ไปจนถึงทุ่งดอกซากุระที่บานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ จากตรอกเก่าในเกียวโตที่หอมกลิ่นชา ไปจนถึงแสงไฟระยิบระยับของโตเกียวที่ไม่เคยหลับ ประเทศนี้ไม่ได้มีดีแค่เมืองหลวง หรือแลนด์มาร์กที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แต่ยังซ่อนความงามหลากหลายไว้ในทุก จังหวัด ญี่ปุ่น บทความนี้จะพาออกเดินทางจากเหนือสุดของฮอกไกโด ไปจนถึงใต้สุดของโอกินาว่า เพื่อทำความรู้จักกับภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น จุดเด่นเฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ รวมถึงจังหวัดประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด 47 จังหวัด ที่ร่วมกันร้อยเรียงเรื่องราวของญี่ปุ่นที่สมบูรณ์แบบ ญี่ปุ่นมีกี่ภูมิภาค? รู้จัก จังหวัด ญี่ปุ่น จากเหนือจรดใต้ ประเทศญี่ปุ่นแบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 ภูมิภาคหลัก (Regions) แต่ละภูมิภาคมีเอกลักษณ์ทางภูมิประเทศ วัฒนธรรม และอาหารที่แตกต่างกันไป 1. ฮอกไกโด (Hokkaido) ดินแดนแห่งหิมะและธรรมชาติบริสุทธิ์ ฮอกไกโดคือภูมิภาคที่ตั้งอยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น และเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติในทุกฤดูกาล ในฤดูหนาว เมืองซัปโปโรจะถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวทั่วทั้งเมือง พร้อมเทศกาลหิมะสุดยิ่งใหญ่ Sapporo Snow Festival ในฤดูร้อน ที่นี่กลับกลายเป็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสวยงามในเมืองฟุราโนะ จุดเด่น ฮอกไกโดเหมาะกับนักเดินทางที่ชอบอากาศหนาว ธรรมชาติ และต้องการพักผ่อนจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ 2. โทโฮคุ…

  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • โอกินาว่า
  • ชูโกกุ
  • ชิโกกุ
  • โทโฮคุ
  • ฮอกไกโด
  • ชูบุ
  • คิวชู
  • คันไซ
  • คันโต

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

ย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึ Noboribetsu Onsen

ย่านบ่อน้ำพุร้อนโนโบริเบทสึ (Noboribetsu Onsen) เรียกได้ว่าเป็นย่านบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของฮอกไกโด(Hokkaido)เลยนะคะ เรียกได้ว่าคิดถึงบ่อน้ำพุร้อนปุ๊บต้องนึกถึงที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรกแน่ๆ จุดที่ทำที่โด่งดังก็มากจากการที่มีน้ำพุร้อนมากถึง 11 ชนิดด้วยกัน แถมยังได้รับการยอมรับว่าเป็นน้ำพุร้อนที่ดีและมีประสิทธิดีเยี่ยมมากที่สุดของญี่ปุ่นเชียวล่ะค่ะ จากความนิยมอย่างล้นหลามก็ทำให้ภายในย่านนี้มีที่พักเพียบ ทั้งแบบโรงแรมและเรียวกันเลยนะคะ รวมทั้งยังมีทั้งขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดย่อมที่สามารถเลือกให้เหมาะกับงบประมาณของแต่ละคนได้แบบสบายๆเลยล่ะค่ะ ส่วนมากห้องอาบน้ำออนเซ็นเปิดให้บริการกับทั้งผู้เข้าพัก และไม่ได้เข้าพัก ราคาอยู่ที่ประมาณ 700-2,000 เยน และถ้าอยากสัมผัสความเรียลๆของคนท้องถิ่นจริงๆแนะนำให้ลองไปยังมีห้องอาบน้ำสาธารณะ 1 แห่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองได้อีกด้วย อ้างอิง:20 แหล่งน้ำพุร้อนญี่ปุ่นที่แนะนำ【อัปเดตล่าสุด】 รายละเอียดห้องอาบน้ำต่างๆในย่านโนโบริเบทสึ(แยกชายหญิง) 1.โรงแรมไดอิจิ ทาคิโมโตะคัน (Daiichi Takimotokan) โรงแรมแห่งนี้มีห้องอาบน้ำที่สว่าง กว้างขวาง และทันสมัยที่สุดของญี่ปุ่น เปิดให้บริการหลายบ่อ สิ่งที่ดีงามมากที่สุดก็ตรงที่มีน้ำพุร้อนที่มีแร่ธาตุเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพถึง 7 ชนิดด้วยกันเลยนะคะ บอกเลยว่ามาที่เดียวก็คุ้มแล้วล่ะค่ะ การเข้าบริการ ค่าใช้จ่าย: 2,250 เยน เวลาเปิด-ปิด:9:00-21:00 (เข้าก่อน 18:00) วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน 2.โรงแรมโนโบริเบทสึแกรนด์ (Noboribetsu Grand Hotel) โรงแรมโนโบริเบทสึแกรนด์ นั้นมีบ่อน้ำร้อนทั้งในร่มและกลางแจ้งที่ติดกับสวนหย่อมและน้ำตก อีกทั้งบ่อน้ำพุร้อนยังมีถึง 3 ชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ กำมะถัน…

  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • ฮอกไกโด

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

โจซังเคออนเซ็น Jozankei Onsen

โจซังเคออนเซ็น(Jozankei Onsen, 定山渓温泉) ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ(Shikotsu-Toya National Park) ภายในซัปโปโร(Sapporo) นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยวมากๆเลยนะคะ นั่นก็เพราะว่าสามารถเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโรได้ในเวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าเป็นอะไรที่ทั้งใกล้และสะดวกมากๆกับการมาแช่ออนเซ็นเลยนะคะ โดยออนเซ็นแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างหน้าผาสูงกับแม่น้ำโทโยฮิระ(Toyohira River) อีกทั้งนับเป็นออนเซ็นที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับออนเซ็นอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน อ้างอิง:10 แหล่งน้ำพุร้อนญี่ปุ่นที่แนะนำ【อัปเดตล่าสุด】 จากการที่น้ำพุร้อนโจซังเค ถูกค้นพบเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1866 จึงทำให้ภายในเมืองมีที่พักหายหลายแบบผุดขึ้นมาหลายแห่งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลกันเข้ามาเมืองแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย แม้จะไม่ได้เป็นเมืองที่ขนาดใหญ่โตอะไรมาก หากก็มีโรงแรมเรียวกังกว่า 12 แห่ง อีกทั้งยังมีร้านอาหารและร้านค้าต่างๆกระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองเลยทีเดียวแหล่งท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งที่อยากแนะนำให้ลองได้ไปกันก็คือ วัดอิวาโตะคันนอนโด(Wato Kannondo) ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำวัดแห่งอื่น ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ซึ่งเป็นวัดที่สร้างอยู่ในถ้ำ มีความยาว 120 เมตร และพระพุทธรูปคันนอน 33 รูป โจซังเคนอกจากจะเป็นสถานีสำหรับแช่ออนเซ็นแล้ว ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมในการชมต้นไม้และหุบเขาในฤดูใบไม้ร่วงยามใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วยนะคะ  อีกทั้งช่วงที่พีคที่สุดคือประมาณกลางเดือนตุลาคม  ถ้ามีเวลาไม่มากอยากเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับก็สามารถไปแช่ออนเซ็นตามโรงแรมต่างๆได้นะคะ โดยค่าอาบน้ำออนเซ็นจะอยู่ที่ 500-1,500 เยน และยังมีบ่อแช่เท้าฟรีที่สามารถพบได้ทั่วเมืองอีกด้วยล่ะค่ะ รายละเอียดห้องอาบน้ำออนเซ็นต่างๆที่คัดมาแล้วมาดีงามของย่านโจซังเคแบบแยกชายหญิง มีดังนี้ [/agodalink ] ห้องอาบน้ำ มีทั้งในร่ม และแบบกลางแจ้งที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของหุบเขาอันสวยงาม แถมยังมีขนาดใหญ่แช่กันแบบสบายๆเลยล่ะค่ะ…

  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • ฮอกไกโด

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

ฮอกไกโด 5 วัน 4 คืน ซัปโปโร – โอตารุ – โจซังเค ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

แพลนเที่ยว ฮอกไกโด 5 วัน 4 คืน ไม่ต้องขับรถ ใช้รถสาธารณะก็เก็บที่เที่ยวหลักเมืองซัปโปโร โอตารุ และโจซังเค ได้ครบ สัมผัสความงดงามของช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เพราะฮอกไกโดแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ตอนหน้าหนาว ปักหมุดที่เที่ยวดังย่านใจกลางเมือง เข้าชมพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง เก็บให้ครบกับสวนสาธารณะชั้นนำที่คนนิยมไปชมใบไม้เปลี่ยนสี เที่ยวหมู่บ้านน้ำพุร้อน สัมผัสกับคลองโอตารุ และยังได้ชมวิวมุมสูงสุดน่าประทับใจอีกด้วย รับรองว่าจะประทับใจกับทริปนี้แน่นอน ไปดูแพลนนี้กันเลย ตารางแพลนเที่ยวฮอกไกโด 5 วัน 4 คืน ซัปโปโร – โอตารุ – โจซังเค วันที่ 1 : ถ่ายรูปสวย ๆ ในเมืองซัปโปโร 8:00 – 8.45 กินมื้อเช้าที่โรงแรม JR-East Hotel Mets Premier Sapporo 9:15 – 10:15 ชมวิวต้นแปะก๊วยที่ Hokkaido University Gingko Avenue  10:45…

  • ฮอกไกโด
  • แพลนเที่ยวแนะนำ
  • ฤดูใบไม้ร่วง

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

รวม 5 สกีรีสอร์ท หรูหรา ใน Niseko ฮอกไกโด

อยากเที่ยวฮอกไกโดอย่างจุใจต้องไปหน้าหนาว แล้วหน้าหนาวกิจกรรมห้ามพลาดเลยก็คือ การเล่นสกี แล้วสกีรีสอร์ทฮอกไกโดที่ไหนน่าสนใจบ้าง วันนี้จะพาชม 5 สกีรีสอร์ท ฮอกไกโด มาดูกันว่าแต่ละที่จะมีความ Luxury ขนาดไหน ไฮไลต์ของแต่ละที่คืออะไร ราคาในการเข้าพักพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศสุด Exclusive นั้นอยู่ที่เท่าไหร่ ใครอยากสัมผัสประสบการณ์หรูหราระดับเวิลด์คลาสต้องรู้ มาดูกันเลย 1. Park Hyatt Niseko Park Hyatt Niseko Hanazono เป็นรีสอร์ทหรูที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความงามตามธรรมชาติของนิเซโกะ โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับความเงียบสงบของภูเขา ที่นี่มอบประสบการณ์พักผ่อนอันหรูหราด้วยห้องพักและห้องสวีทที่กว้างขวาง รวมถึงเรสซิเดนซ์และเพนต์เฮาส์ที่มีการตกแต่งภายในอย่างประณีตและมีหน้าต่างแบบสูงจากพื้นจรดเพดาน ทำให้สามารถดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของภูเขาอันงดงามได้ตลอดเวลา ไฮไลต์ของ Park Hyatt Niseko สิ่งที่ทำให้ Park Hyatt โดดเด่นเหนือใครคือความสะดวกสบายแบบ “Ski-in/Ski-out” ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับลิฟต์สกี Hanazono 1 ทำให้แขกสามารถเข้าถึงลานสกีได้ทันทีจากที่พัก ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและเหนือระดับ เช่น สระว่ายน้ำในร่ม และ กลางแจ้ง ที่สามารถชมวิวภูเขาไปพร้อม ๆ กับการว่ายน้ำ หรือจะผ่อนคลายในฟิตเนสเซนเตอร์ที่ทันสมัย ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครันสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกาย สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่…

  • ที่พัก
  • ฮอกไกโด

อ่านต่อ

กรุณาเข้าสู่ระบบ

7 ร้านมิชลิน ฮอกไกโด สายกินห้ามพลาด

“ฮอกไกโด” ไม่ได้มีดีแค่ที่พักหรือที่เที่ยวที่หลากหลาย แต่ยังมีเมนูอาหารที่ถูกรังสรรค์ด้วยวัตถุดิบสุดพรีเมียมในท้องถิ่นมากมายให้ได้ลองไปชิม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารท้องถิ่นทั่วไปหรือร้านอาหารที่ขึ้นชื่อระดับมิชลิน วันนี้เราเอา 7 ร้านมิชลิน ฮอกไกโด มาแนะนำกัน แต่ละร้านจะมีเมนูพิเศษขนาดไหน เชฟมีความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารรูปแบบใดบ้าง มาดูกันเลย 1. Sushi Miyakawa (Sapporo) Sushi Miyakawa เป็นร้านซูชิที่โด่งดังและได้รับการยกย่องอย่างสูงในเมืองซัปโปโร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะมิชลิน ฮอกไกโด 3 ดาว ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดในวงการอาหาร ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักชิมจากทั่วโลก ร้านมีบรรยากาศที่เงียบสงบและหรูหรา ภายในมีเคาน์เตอร์ไม้ฮิโนกิ (Hinoki) ที่ทำจากไม้ต้นเดียว มีที่นั่งเพียง 7-8 ที่ ทำให้เชฟสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด “เชฟมิยากาวะ” คือผู้รังสรรค์เมนูของร้าน เชฟมีทักษะและความเชี่ยวชาญสูงในการทำซูชิสไตล์ Edomae มีการนำวัตถุดิบชั้นเลิศจากฮอกไกโดมาผสมผสานได้อย่างลงตัว เน้นการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่สดใหม่ที่สุด วัตถุดิบเหล่านั้นมาจากตลาดปลาในฮอกไกโดและตลาดปลาโทโยซุ (Toyosu) ในโตเกียว เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเลิศ ราคาอาหาร : ราคาเริ่มต้นของคอร์สโอมากาเสะ ที่ร้าน Sushi Miyakawa ในซัปโปโรอยู่ที่ประมาณ 30,000 – 41,500 เยนต่อคน ไม่รวมเครื่องดื่ม…

  • อาหาร
  • ฮอกไกโด

อ่านต่อ

ดูทั้งหมด

กดบันทึกคูปองและบทความไว้เพื่อทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น!

ถ้ากดบันทึกคูปองหรือบทความที่ชอบเอาไว้ ก็จะสามารถค้นหาได้อย่างง่ายดายจาก "My Page" ในระหว่างการเดินทาง ลองใช้กันดูนะ!

สมัครสมาชิก

ロンタ

บันทึกแล้ว!