รีวิว ที่สุดของปูญี่ปุ่น กับเมนูคอร์สปูชุดใหญ่ ในเทศกาลปู ที่ตลาดปลาทตโตริ ร้านไคโยเต Kaiyou Tei


หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับการไปกินปูที่ญี่ปุ่นกันดีจากสารพัดร้านขาปูบุฟเฟ่ ทั้ง โตเกียว โอซาก้า ซัปโปโร และอื่นๆมากมายทั่วทั้งญี่ปุ่น แต่เพื่อนจะรู้ไหมว่าเกือบทั้งหมดที่เราไปทานกันนั้น มักจะเป็นปูแบบแช่แข็ง เพราะที่ญี่ปุ่นนั้นหากินปูแบบสดๆเป็นๆยากมากๆจากหลายๆเหตุผล หนึ่งในนั้นคือฤดูของการจับปูในแต่ละปีที่ค่อนข้างจะสั้นเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น จนเกิดเป็นเทศกาลกินปู ของจังหวัดทตโตริ ซึ่งแม้จะเป็นจังหวัดที่มีประชากรน้อยที่สุดในญี่ปุ่น แต่ก็มีท่าเรือที่จับปูได้มากที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะ ไม่ใช่ฮอกไกโดเหมือนที่หลายคนอาจจะคิดกัน

อ่ะๆๆแล้ว ปูสดมันแตกต่างจากปูแบบฟรอสเซ่นไหม? คำตอบก็คงคล้ายกับอาหารทะเลอื่นๆ ถ้าเราเอามาประกอบอาหารที่มีการปรุงรสมากๆความแตกต่างก็คงไม่มีเท่าไหร่ แต่ถ้าเราเอามากินดิบๆแบบซาชิมิละ รับรองว่าต่างกันมากเลยล่ะครับ เพราะรอบนี้เราได้ลองทานขาปูซูไว(Zuwai Kani) แบบสดๆด้วย รวมถึงเอาไปประกอบอาหารแบบเบาๆอีกหลายเมนู ซึ่งต้องบอกเลยว่า ช่างแตกต่างและดีงามกว่าการไปกินขาปูทุกๆที่เท่าที่เราเคยไปชิมกันมาเลย

อย่ารอช้า ตามเรามาเลยครับ

 

บรรยากาศของร้าน Kaiyou Tei

ร้านนี้ไม่ใหญ่มาก มีที่นั่งให้เลือกหลายแบบ เช่นนั่งทานแบบเป็นเค้าเตอร์ดูบ่อปูเป็นๆ โซนนั่งดูบ่อปลาๆว่ายไปมา และมีห้องแบบส่วนตัว เป็นร้านดังที่คนท้องถิ่นแนะนำถ้าอยากทานซีฟู้ดของเมืองทตโตริ

เราเลือกนั่งอยู่ริมบ่อปลา ข้างในน่าจะมีปลาอยู่ 3 ชนิดคือ ปลาเก๋า ปลาหน้าวัว และปลาปักเป้า

ถ้าสั่งเมนูปลาก็จะจับกันสดๆขึ้นมาจากบ่อให้ดูเลย

เค้าเตอร์นั่งดูบ่อปู

ที่นั่งรอ ก็จะมีตู้หอยและกุ้ง

ปลาเยอะมาก

 

 

 

เมนูแรกปลาคาวะฮากิ(Kawahagi) หรือปลาหน้าวัว ที่จับขึ้นมาจากในบ่อที่เรากันเลย เป็นปลาที่ดังทั้งเนื้อและตับ เนื้อปลา เนียน แน่นหนึบ ไม่มีกลิ่นคาวเลย texture แปลกดี ส่วนตับของปลาก็ต้องบอกว่า Surprise พวกเรามากๆ เพราะคิดว่ายังไงมันคงไม่อร่อยแน่นอน แต่ปรากฏว่าเกิดคาด เพราะ หอมมัน ไม่คาว อย่างกับกินฟลัวกราส์เลย ครีมมี่ ละลายไปเลย ถ้าหลับตากินจะคิดว่า คือครีมอะไรซักอย่าง มิน่าบางคนถึงบอกว่าเป็น ฟลัวกราส์แห่งท้องทะเลเลยทีเดียว เมนูนี้ราคา 3,300 เยน

ตอนจับออกมาก็จะใส่ถังไม้แบบนี้ และนี่คือปลาหน้าวัวที่เราจะได้ทาน

ปลาในบ่อยังว่ายไปมาอย่างแข็งขัน ไม่ใช่ลอยๆไหลๆไปตามน้ำเหมือนปลาป่วยแต่อย่างใด

ขอทางร้านเข้ามาดูเชฟเตรียมปลาที่ในครัว แต่ภาพที่ได้ค่อนข้างจะดิบและไม่เหมาะกับเยาวชน ขอตัดไปตอนเสร็จแล้วเลยละกันครับ

พร้อมเซิฟ ก็จะวางเรียงกันหน้าตาสวยงามแบบนี้

 

 

เมนูปู แบบคอร์ส

แล้วก็มาถึงเมนูหลัก ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลของทริปนี้ของพวกเรากันเลยทีเดียวครับ เพราะช่วงที่เราไปกันนี้ เป็นช่วงเทศกาลกินปู ในหนึ่งปีมีแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น คือประมาณฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ที่เราจะได้กินปูกันแบบสดๆ จากจังหวัดทตโทริที่ดังเรื่องปูมากที่สุดของญี่ปุ่นจนได้ฉายาว่า “Kanitoriken” หรือเมืองแห่งปู

เอาเป็นว่าไหนๆก็มาแล้ว เลยต้องจัดกันแบบเป็นคอร์สไปเลย ซึ่งเป็นคอร์สกลางคนละ 8,800 เยน อิ่มปูแบบจุกๆ ในคอร์สมี ไข่ปู ไข่หวาน ซุปคานิมิโซะ ขาปูซาชิมิ และปลาซาชิมิอื่นๆ ปูนึ่ง หรือ มูชิยากิ ปูนาเบะ ข้าวต้ม ปิดท้ายด้วย ผลไม้ เมล่อน กับ ส้ม

 

ขาปูซูไว ซาชิมิ นุ่ม ละลาย ไม่มีกลิ่นคาว

ดูชัด ขาปูซาชิมิ อร่อยมากกกก

 

 

 

เมนูต่อมา ปู มูชิยากิ(Mushiyaki) คือเอาปูใส่กะทะแบนๆแล้วปิดฝา คล้ายการนึ่ง โรยเกลือนิดหน่อย พอเริ่มสุก มีน้ำปูออกมา กลิ่นหอมมากกกกกกก ตอนกินนื้อปู หอม หวาน นุ่ม ฉ่ำ ไร้ความคาว อีกแล้ว รสชาติพอดีลงตัว แบบไม่ต้องจิ้มอะไรเลย อร่อยสุดๆ ควรค่าแก่การมากิน คุ้มค่าตัวมากๆ ใครที่เคยไปกินบุฟเฟ่ขาปูแล้วบอกว่าต้องมีน้ำจิ่มซีฟู้ดถึงจะอร่อย ให้มาลองเลยครับ

วางเรียงกันสวยงาม

ปิดฝารอให้สุก

พอสุกแล้ว เปิดฝามาหน้าตาแบบนี้

ซูมใกล้ๆ โอ้ย เขียนไปหิวไป

 

 

เมนูต่อมา นาเบะปู รอน้ำเดือดก่อน ค่อยใส่ กล้ามกับตัวปู แล้วต่อด้วยขา รสชาติเนื้อปูจะฟูนิ่มละเอียดกว่าแบบนึ่ง และเค็มกว่าเล็กน้อย ส่วนน้ำซุป หอม หวาน มัน มากๆ

จานนี้หนักมาก

เยอะมากๆ กิน 4 คน ปู 2.5 ตัว เนื้อแต่ละส่วนก็รสชาติแตกต่างกันไป

เนื้อส่วนกล้ามปู นุ่มหวานฉ่ำที่สุด

ขาปูนาเบะ

 

ปิดท้ายตามสูตรญี่ปุ่นด้วยข้าวต้ม เอาข้าวใส่ไปในน้ำนาเบะปู เข้ม ข้น หอม หวาน อร่อยๆ อิ่มจุกมากเลยมื้อนี้ ถึงจะไม่ใช่บุฟเฟ่ แต่รู้สึกเต็มอิ่มมากกว่าบุฟเฟ่ซะอีก

 

ที่โต๊ะจะมี tablet ให้ดูและสั่งอาหารด้วย

 

ทิ้งท้าย ใครมีโอกาสมาเที่ยว Tottori แล้วเป็นสายแอล ต้องลอง ของ ทตโตริ ชื่อ ซุยเซน ซึ่งกลั่นจาก โรงกลั่นแถวๆเนินทรายทตโตริ นี่เอง หอมเลย แนะนำครับ


- ที่เที่ยวแนะนำ - จุดชมซากุระ - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - เป็นมรกดโลก
Exit mobile version