/ ชูโกกุ(Chugoku) / ชิมาเนะ(Shimane) / เหมืองเงินอิวามิ(Iwami ginzan) / เหมืองเงิน Iwami Ginzan Silver Mine

เหมืองเงิน Iwami Ginzan Silver Mine

ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรกดโลกจาก UNESCO

เหมืองเงินอิวามิ(Iwami Ginzan) ตั้งอยู่ภายในจังหวัดชิมาเนะ(Shimane) นับว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของญี่ปุ่น ที่สำคัญยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกนะคะ แถมยัง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม(Mine living with nature) เพราะยังมีพื้นที่ป่าอยู่รอบๆ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติในป่าอันร่มรื่น เรียกว่าถ้าได้มาซักครั้งจะรู้เลยว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจขนาดไหน โดยทั่วทั้งพื้นที่ของเหมืองแห่งนี้มีเหมืองมากถึง 600 แห่ง แต่จะมีเพียงอุโมงค์เหมืองริวเจนจิ มาบุ(Ryugenji Mabu Mine Shaft) ที่มีความยาวมากถึง273 เมตร ที่เดียวที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเยี่ยมชมด้านในได้นะคะ ซึ่งภายในเหมืองนั้นสมัยก่อนจะมีผู้ช่วยหมุนวงล้อเพื่อปั๊มอากาศจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน และมีแสงไฟหริบหรี่จากตะเกียงเล็กๆเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงทั้งทางเดิน เพิ่มระบบระบายอากาศ และมีไฟสว่างตลอดทาง ทำให้เที่ยวได้ง่ายสบายยิ่งขึ้น

เหมืองแห่งนี้สมัยก่อนบอกเลยว่าฮอตมากๆค่ะ เพราะในสมัยก่อนเหมืองเงินมีผลผลิตออกมามากถึง 38 ตันต่อปี คิดเป็น 1 ใน 3 ส่วนของทั้งโลก แร่เงินที่ผลิตออกมา เรียกว่า เงินโซมะ(Soma Silver) ซึ่งมีความบริสุทธิ์สูง อีกทั้งการจะเป็นเจ้าของได้เนี่ยจะต้องผ่านการประมูลเท่านั้นซึ่งในยุคนั้นก็มีการประมูลกันอย่างดุเดือด จนในที่สุดโชกุนโทกุกาวะ(Tokugawa Shogunate) ประมูลได้ไปในช่วงต้นปี ค.ศ.1600 นับตั้งแต่นั้นมาที่นี่ก็ได้รับการควบคุมโดยตรงจากรัฐบาลโทกุกาวะ จากอุโมงค์จะมีเส้นทางสองเส้นที่นำไปสู่ท่าเรือเพื่อขนส่งแร่เงิน คือ เส้นทางถึงยุโนซุ(Yunotsu) และโอคิโดมาริ(Okidomari) ห่างออกไปประมาณ 12 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางถึงโทโมกาอุระ(Tomogaura) ห่างออกไปประมาณ 7 กิโลเมตร จนมาเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาลง แร่เงินเริ่มร่อยหรอ และเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1943นี่เองล่ะค่ะ ที่ทำให้ทางการจึงปิดทำการเหมืองแร่ที่มีอายุกว่า 400 ปี แล้วค่อยๆปรับปรุงทัศนียภาพรอบๆและภายหลังก็ได้เปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่แม้จะสามารถชมได้ที่เดียวก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะค่ะ

แล้วถ้าเที่ยวแค่เหมืองยังไม่พอกัน ก็สามารถมาต่อกันได้ที่ของพิพิธภัณฑ์ Iwami Ginzan World Heritage Center ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกันได้นะคะ เพราะที่นี่นั้นจะมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเหมืองเงินแบบละเอียดยิบ แถมยังจะมีกิจกรรมสนุกๆที่ผู้มาเยี่ยมชมสามารถร่วมทดลองผลิตเงินโบราณ เริ่มตั้งแต่การทำเบ้า เทนิเกิล แล้วแกะออกจากพิมพ์ ทำเป็นพวงกุญแจด้วยตนเอง ซึ่งการทำก็มีการเลือกใช้นิเกิลแทนแร่เงินจริงนะคะ เพราะไม่งั้นเนี่ยราคาน่าจะโหดเอาเรื่องเลย โดยจะมีเฉพาะวันพุธ-พฤหัสบดีเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 13:00-16:00 ค่าใช้จ่าย 1,500 เยน ดั้งนั้นถ้าตั้งใจจะมาชมแล้วอยากจะร่วมทำกิจกรรมด้วยต้องมาเฉพาะวันที่กำหนดนะเออ ไม่งั้นอดแน่นอนค่ะ

 

 

การเข้าชม

ค่าเข้าชม: 410 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00
ปลายเดือนพฤศจิกายน-ปลายมีนาคม เปิดถึง 16:00
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง

พื้นที่เหมืองไม่สามารถโดยสารรถบัสได้ แต่ต้องเดินเท้าจากสถานีรถบัสโอโมริ(Omori bus stop) ซึ่งใกล้เหมืองที่สุด เดินต่อถึง 2 กิโลเมตร เพื่อไปถึงอุโมงค์ริวเจนจิ มาบุ ใช้เวลา 30-45 นาที

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก