/ ศิลปวัฒนธรรม / ชุดกิโมโน ชุดยูกาตะ เป็นยังไง เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

ชุดกิโมโน ชุดยูกาตะ เป็นยังไง เหมือนและแตกต่างกันอย่างไร

ชุดกิโมโน(Kimono)และชุดยูกาตะ(Yukata) ต่างก็เป็นชุดประจำชาติของญี่ปุ่น ที่มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย ปัจจุบันเอาไว้ใส่เวลามีงานเทศกาลต่างๆหรือใส่เดินเที่ยวในย่านวัฒนธรรมเก่าแก่ อย่างวัดหรือศาลเจ้า เช่นเวลาไปเที่ยวเมืองเกียวโต

ส่วนประกอบต่างๆของชุดกิโมโน

ส่วนประกอบต่างๆของชุดกิโมโน

ชุดทั้ง 2 แบบมีรูปแบบโดยทั่วไปคล้ายๆกัน ส่วนความแตกต่างโดยทั่วๆไปคือ กิโมโนจะมีความเป็นทางการ ยิ่งใหญ่อลังการ และไฮโซกว่าชุดยูกาตะที่จะลำรองกว่า และมักจะเอาไว้ใส่ช่วงหน้าร้อน ซึ่งในสมัยก่อนจะคล้ายๆว่าชุดยูกะตะคือชุดใส่อยู่บ้าน ส่วนกิโมโนคือชุดใส่ออกงานต่างๆเช่นงานแต่งงาน เพราะฉนั้นชุดกิโมโนโดยทั่วไปจึงมีความ”เยอะ”กว่าชุดยูกะตะ เช่น ผ้าไหม เย็บลายด้วยมือ มีความปราณีตของลายมากกว่า มีผ้าคาดเอวหรือโอบิใหญ่กว่า มีจำนวนชิ้นมากกว่า(เช่น คลุม 3 ชั้น, มีถุงเท้า หรือ มีผ้าคาดเอว 3 ชิ้น เป็นต้น) ใส่ยากกว่า(ต้องมีคนช่วยใส่) และที่สำคัญราคามักจะแพงกว่ามาก

ชุดที่ตามโรงแรมแบบญี่ปุ่นหรือเรียวกังให้เราใส่ตอนเข้าพักนั้น จะเป็นชุดยูกะตะรวมไปถึงชุดที่ร้านเช่าหรือร้านขายตามแหล่งท่องเที่ยวมีไว้ให้บริการก็มักจะเป็นชุดยูกะตะด้วยเช่นกัน เพราะถ้าไม่ใช่คนที่ดูออกจริงๆจะดูไม่ค่อยรู้ถึงความแตกต่างมากนัก การไปท่องเที่ยวธรรมดาทั่วๆไปชุดยูกะตะก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ความแตกต่างระหว่างชุดยูกะตะกับชุดกิโมโน

ความแตกต่างระหว่างชุดยูกะตะกับชุดกิโมโน

สำหรับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่แตกต่างกันคร่าวๆก็มีดังนี้
1. ชุดยูกะตะจะทำจากผ้าฝ้ายแต่กิโมโนจะทำจากผ้าไหม
2. ยูกะตะจะมีปกแค่ชั้นเดียวแต่กิโมโนจะมีอย่างน้อย 2 ชั้น
3. ถ้าใส่ชุดกิโมโนต้องใส่กับรองเท้าแบบโซริหรือกีตะ แต่ไม่จำเป็นต้องใส่กับยูกะตะ
4. ชุดยูกะตะมักจะใส่ช่วงหน้าร้อน หรือใส่ไปแช่ออนเซนก็ได้
5. ชุดยูกะตะราคาถูกกว่ากิโมโน
6. ผู้ชายกับผู้หญิงใส่กิโมโนพอๆกันแต่ผู้หญิงจะใส่ชุดยูกะตะมากกว่าผู้ชาย

 

* เกล็ดเล็กน้อยสำหรับการใส่ชุดยูกะตะ นอกจากการใส่ชุดที่ถูกวิธีแล้ว ต้องรวบผมหรือเกล้าผมขึ้นด้วยทุกครั้งไม่งั้นจะเป็นเหมือนผีญี่ปุ่นไปแทนนะ

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ