/ การเดินทางในญี่ปุ่น / อัพเดตปี 2018 กับ 9 วิธีเข้าเมืองโตเกียวจากสนามบินนาริตะ แบบไหนคุ้ม ถูกสุด เร็วสุด สะดวกสุด มาดู!

อัพเดตปี 2018 กับ 9 วิธีเข้าเมืองโตเกียวจากสนามบินนาริตะ แบบไหนคุ้ม ถูกสุด เร็วสุด สะดวกสุด มาดู!

การเดินทางจากสนามบินนานาชาตินาริตะ(Narita International Airport)เข้าเมืองโตเกียว(Tokyo)

ปกติหากจะมายังเที่ยวยังเมืองโตเกียวของประเทศญี่ปุ่นแล้วละก็เป็นอันรู้กันว่าจะต้องลงที่สนามบินนาริตะ (Narita International Airport) ซึ่งถือเป็นสนามบินหลักเปรียบง่ายๆก็เหมือนกับสนามบินสุวรรณภูมิของประเทศไทยนั่นเอง ด้วยที่ตั้งของสนามบินแห่งนี้อยู่ในเมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ ที่อยู่ไกลจากโตเกียวประมาณ 60 กิโลเมตร ถ้านับเป็นระยะเวลาเดินทางก็ประมาณชั่วโมงหนึ่งได้จะเร็วกว่าหรือช้ากว่าก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเดินทางที่เลือกใช้นั่นเอง หลายคนที่มีแพลนจะเดินมาเที่ยวโตเกียวครั้งแรกก็อาจจะกังวลอยู่บ้างว่าจะสามารถเข้าเมืองโตเกียวได้อย่างไรบ้าง ซึ่งจากข้อมูลที่เราพยายามรวบรวมมาให้ก็ดูน่าปวดหัวจริงๆนั่นแหล่ะ เพราะมีวิธีการเดินทางได้มากมายเหลือเกิน แต่หมดห่วงกันได้เลยเพราะงานนี้เราได้รวบรวมวิธีการเดินทางละเอียดยิบๆทุกวิธีการที่จะสามารถเดินทางจากสนามบินนาริตะมายังโตเกียวได้ เรียกได้ว่ามือใหม่ก็เดินทางได้แบบไม่มีสะดุดแน่นอน โดยวิธีการเดินทางไปยังเมืองโตเกียวด้วยระบบขนส่งสาธารณะแบบหลักๆจะมีด้วยกัน 3 แบบตามประเภทของยานพาหนะ แล้วก็แต่ละแบบก็ยังมีแบ่งแยกย่อยลงไปได้อีก

มาลงรายละเอียดวิธีการเดินทางจากนาริตะเข้าเมืองโตเกียวกันเลยดีกว่า

 

รถไฟ

ถือว่าเป็นวิธีการเดินทางไปโตเกียวที่ทั้งรวดเร็วและสะดวกมากที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับอันอื่นๆ ที่จะดูจะช้ากว่า โดยจุดที่สามารถขึ้นรถไฟได้นั้นจะแบ่งตามอาคารผู้โดยสารได้แก่ อาคารผู้โดยสาร 1 สถานี Narita Airport และอาคารผู้โดยสาร 2 – 3 สถานี Narita Airport Terminal 2 ปัจจุบันมีรถไฟให้บริการ 4 สายหลักด้วยกัน ในทุกๆสายสามารถซื้อตั๋วได้ที่เคาท์เตอร์ภายในสนามบินนาริตะบริเวณอาคารผู้โดยสาร 1-3 ซึ่งการซื้อตั๋วรถไฟจะไม่สามารถซื้อล่วงหน้าจากต่างประเทศได้ จะต้องมาซื้อที่สนามบินนาริตะหรือที่กำหนดไว้เท่านั้น รถไฟที่ให้บริการจะมี 2 บริษัท ของการรถไฟญี่ปุ่นเรียกสั้นๆว่า JR ได้แก่ Narita Express (N’EX)ส่วนอีกบริษัทหนึ่งนั่นคือ Keisei Electric Railways จะมีรถไฟทั้งหมด 3 ขบวนได้แก่  Keisei Skyliner , Access Express และ Keisei main line  เคาท์เตอร์ที่ขายบัตรจะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 7:00 น. โดยจะมีตู้จำหน่ายตั๋วแบบอัตโนมัติที่อาคารผู้โดยสาร 3

 

▌Keisei Skyliner

เรียกได้ว่าเป็นขบวนรถด่วนพิเศษที่เร็วที่สุดแล้ว เพราะใช้เวลาเดินทางไปถึงสถานีในกรุงโตเกียวอย่างสถานี Nippori ประมาณ 36 นาที และสถานี Ueno ประมาณ 41 นาที โดยจะเป็นการเดินทางแบบไม่ต้องแวะจอดที่ใดๆนอกเหนือจากปลายทางที่จำกัดไว้ เพียงแค่ 2 สถานีข้างต้นเท่านั้น มีรถไฟออกในทุกๆ 20 -40 นาที แบบ 3 เที่ยวต่อชั่วโมง ราคาเที่ยวเดียว 2,470 เยน ไป-กลับราคา 4,940 เยน ความพิเศษของขบวนนี้คือความพรีเมี่ยมตั้งแต่การกำหนดที่เลขที่นั่งตายตัวของใครของมันไม่ต้องกังวลว่ามาช้าจะไม่มีที่นั่ง เบานั่งเป็นแบบเบาะคู่กว้างๆนั่งสบาย พร้อมทีชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ บริการ WI-FI ฟรี อีกทั้งยังมีตั๋วพิเศษที่สามารถซื้อพร้อมกับตั๋วรถไฟเสริมได้อย่าง พาส Tokyo Subway Ticket นั่งรถไฟใต้ดินโตเกียวไม่อั้นมีให้เลือกแบบ 1-3 วัน Teito Taxi ที่จะสามารถจองรถแท็กซี่ให้มารอรับที่สถานีรถไฟปลายทางได้ค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 – 60,000 เยน และบริการ Hands-Free Travel ก็คือการส่งกระเป๋าไปยังที่พักได้เลย ค่าบริการประมาณ 4,210 เยน

สรุปเอาเป็นว่าใครจะไปลงที่อูเอโนะ เราแนะนำวิธีนี้ไปเลย

 

▌Narita Express (N’EX)

อีกหนึ่งขบวนรถด่วนพิเศษที่ใช้เวลาในการเดินทางไปยังโตเกียวประมาณ 53 นาที ซึ่งขบวนนี้เป็นรถไฟของ JR สามารถใช้ JR Pass ขึ้นได้ เป็นแบบระบุเลขที่นั่งชัดเจน สามารถแบ่งที่นั่งผู้โดยสารออกเป็น 2 แบบคือธรรมดา ราคา3,020 เยน และชั้นหนึ่ง ราคา 4,560 เยน สถานีที่จอดจะนั่นคือ Shinjuku , Omiya, Yokohama, Totsuka และ Ofuna โดยสายนี้จะเชื่อมต่อกับรถไฟ JR ต่างๆได้อีกด้วย

สรุปว่าถ้าใครไปไม่ได้จะไปลง Ueno เราแนะนำให้เลือกวิธีนี้

 

▌Access Express

ขบวนรถไฟที่ใช้เวลาเดินทางไปยังโตเกียวประมาณ 64 นาที มีปลายทางอยู่ที่สถานี Ueno โดยจะมีการแวะสถานีอื่นๆอย่าง Asakusa, Nihombashi, Higashi-Ginza และ Nippori ที่น่าสนใจน่าจะเป็นราคาที่เบากว่าสองเจ้าแรกอยู่พอสมควรเลย ตกอยู่คนละประมาณ 1,330 เยน ไม่มีเลขที่นั่งระบุให้สามารถเลือกที่นั่งได้เอง ไม่มีที่เก็บสัมภาระให้แบบสองขบวนแรก โดยสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานรถไฟใต้ดินในโตเกียวและสนามบินฮาเนดะได้

โดยรวมแล้ววิธีนี้ค่อนข้างจะกลางๆ ไม่เร็วสุด ไม่ช้าสุด ไม่ถูกสุด เลยแนะนำให้ข้ามไปดีกว่า

▌Keisei main line

เป็นรถไฟแบบธรรมดาที่ราคาถูกที่สุด แต่ก็ใช้เวลาเดินทางนานที่สุดด้วยประมาณ 70 – 90 นาที เพราะจะแวะทุกสถานีรายทางที่ผ่าน ซึ่งปลายทางอยู่ที่สถานี Ueno แต่ใครที่สัมภาระเยอะอาจจะลำบากนิดนึงเพราะไม่มีที่เก็บ สิ่งที่ดีที่สุดน่าจะเป็นราคาถูกที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับทุกๆสาย ราคาประมาณ 1,030 เยน สามารถเชื่อมต่อไปยังสถานรถไฟใต้ดินในโตเกียวและสนามบินฮาเนดะได้ ไม่มีเลขที่นั่งชัดเจนและไม่มีที่เก็บสัมภาระ

วิธีนี้เหมาะมากถ้าคุณมีงบจำกัด แต่ยังต้องการความสะดวก และเวลาที่แน่นอนจากการเดินทาง รวมถึงสัมพาระไม่เยอะ จัดวิธีนี้ไปได้เลย

 

 

รถบัส

นับเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวหลายๆคนอย่างมาก เพราะง่ายไม่ซับซ้อนมือใหม่น่าจะชอบสุด ที่ว่าง่ายก็เมื่อเทียบกับรถไฟที่ต้องขึ้นให้ถูกขบวนถูกเวลา แต่ถ้าเป็นรถบัสกว่าหน่อยก็ง่ายมีพนักงานคอยดูแล ไม่ต้องห่วงเรื่องสัมภาระ มีจุดจอดแวะเยอะและใกล้สถานีรถไฟ แถมได้นั่งชมวิวเมืองและถนนหนทางต่างๆไปด้วยในตัว ที่สำคัญราคาถูกกว่าการเดินทางด้วยรถไฟ ยิ่งจองล่วงหน้าก็จะถูกมากยิ่งขึ้น โดยเคาท์เตอร์จำหน่ายตั๋วของทุกๆอาคารผู้โดยสารทั้ง 1-3 จะมอเห็นง่ายอยู่แถวๆทางออกชั้น 1 มองตามป้าย Terminal Shuttle Bus  บริษัทที่ให้บริการจะมี 2 เจ้า ได้แก่ Airport Limousine และ Express Bus ที่จะมีรถบัสให้บริการอย่าง Keisei Bus ,The Access Narita และ Willer Express แต่ข้อเสียหลักๆเลยก็คืออาจจะเจอช่วงจราจรติดขัดทำให้ต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ได้ จาก 1 ชั่วโมง อาจจะกลายเป็น 2 ชั่วโมงกว่าๆในช่วงเวลาเร่งด่วนมากๆก็ได้

▌Airport Limousine Bus

เป็นรถบัสที่หรูที่สุดแล้วในบรรดาทั้งหมด เพราะเบาะนั่งกว้างขวาง นั่งสบายๆปรับเอนนอนได้ มีจุดจอดรถหลายที่ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟหลักๆรวมไปถึงโรงแรมในโตเกียว คนที่มีแพลนจะไปเที่ยว Disneyland ขึ้นคันนี้ก็แวะจอดส่ง เคาท์เตอร์ซื้อตั๋วของคันนี้จะมีเฉพาะอาคารผู้โดยสาร 1 และ 2 ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าๆ ราคาจะตกอยู่ที่คนละ 3,100 เยน

สรุปเป็นวิธีการเดินทางแบบหรู สะดวกสบาย ยิ่งถ้ามีสถานที่จอดใกล้กับที่เราไปลงจะดีมากเลย

▌Keisei Bus

เป็นรถบัสที่อาจจะที่นั่งแคบกว่าอยู่บ้าง แต่ก็พอดีไม่ได้ลำบากอะไรมากนั่ง ถือว่านั่งสบายอยู่โอเคเลย ที่สำคัญราคาเดียวตลอดทั้งสายถ้าจองล่วงหน้าทางออนไลน์ราคาจะเหลือ 900 เยนจากปกติ 1,000 เยน ถ้าซื้อตั๋วที่เคาท์เตอณหรืออนไลน์ไม่ทันก็สามารถซื้อบนรถบัสได้ โดยจะแวะจอดที่สถานีหลักๆอย่าง Ginza Station, Shinonome Bus Service Office ,Oedo-Onsen Monogatari และ Tokyo Station โดยมีเที่ยวให้บริการจากสนามบินนาริตะตั้งแต่เวลา 5:55 – 23.10 น.

สรุป เป็นหนึ่งในวิธีการเดินทางเข้าเมืองที่ถูกที่สุด จากนาริตะไปโตเกียว ควรเลือกวิธีนี้ถ้ามีป้ายจอดใกล้กับที่เราจะไป

▌The Access Narita

รถบัสที่ค่าโดยสารราคาเดียว 1,000 เยน ไม่ว่าจะลงที่ไหนก็ราคานี้ สามารถซื้อตอนขึ้นบนรถแล้วก็ได้อีกด้วยสะดวกกว่านี้มีอีกไหม จุดแวะจอดรถหลักก็ได้แก่สถานีรถไฟ Ginza และ Tokyo รวมทั้ง Shinonome AEON ใช้เวลาก็เท่าๆกับที่อื่นประมาณชั่วโมงกว่าๆ เที่ยวรถที่ให้บริการจากสนามบินนาริตะมีตังแต่เวลา 7:25 – 22.45 น.

สรุป เป็นหนึ่งในวิธีการเดินทางเข้าเมืองที่ถูกที่สุด จากนาริตะไปโตเกียว ควรเลือกวิธีนี้ถ้ามีป้ายจอดใกล้กับที่เราจะไป

▌Willer Express

รถบัสแบบธรรมดาที่อัตราค่าโดยสารจากสนามบินนาริตะไปยังโตเกียวจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 เยน นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของรถบัสราคาประหยัด นั่งสบายๆอาจไม่กว้างมากมาย มีทั้งแบบธรรมดาและเกรดพรีเมี่ยมขึ้นมาที่ที่นั่งจะปรับเอนได้ 140 องศา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที

ถ้างบประมาณเป็นที่สุดที่คุณคำนึงถึง วิธีการนี้ น่าจะถูกที่สุดในบรรดาทุกๆวิธีการ แต่หลักๆก็ขึ้นอยู่กับจุดที่คุณจะไปลงด้วย

 

 

รถแท็กซี่

ถ้าคิดไม่ออกบอกไม่ถูก กลัวหลงทาง เหนื่อยจากการเดินทางมากๆอยากพักสุดๆแล้ว และพร้อมจะจ่ายหนัก การขึ้นรถแท็กซี่น่าจะตอบโจทย์มากที่สุด ซึ่งราคาขึ้นอยู่กับปลายทางที่ไป จุดขึ้นรถจะอยู่ใกล้ๆกับรถบัสตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ของอาคารผู้โดยสาร ปกติแล้วจากสนามบินนาริตะไปยังอุเอโนะราคาจะประมาณ 22,000 – 25,000 เยน แท็กซี่ของญี่ปุ่นไม่ใช่โบกๆแล้วขึ้นคนเดียวไปได้เลย แต่จะมีให้เลือกตามสะดวก 2 แบบ รถแท็กซี่ขนาดใหญ่จะต้องนั่งรอจนกว่าจะเต็มคันจึงจะออก และอีกแบบหนึ่งก็คือแบบเหมาะจ่ายโดยแท็กซี่แบบมินิแวนแท็กซี่หรือลีมูซีน อัตราค่าโดยสารนี่จะไม่รวมค่าใช้จ่ายอย่างค่าทางด่วนต้องจ่างแยกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นวิธีการเดินทางที่จ่ายอย่างหนักหน่วงมากที่สุดเลยก็ว่าได้

 

บริการขนส่งสัมภาระ

หากประสงค์จะส่งสัมภาระจากสนามบินเข้าไปยังที่พักในเมืองสามารถติดต่อบริการรับส่งสัมภาระได้ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้าที่ซึ่งมีเคาน์เตอร์ประจำของ JAL ABC Counter เว็บ-http://www.jalabc.com หรือ QL Liner โทร 0476-35-2864 ค่าส่งขึ้นอยู่กับน้ำหนักของกระเป๋าเดินทาง อาทิ น้ำหนักไม่เกิน 20 กก. ค่าบริการไม่เกิน 2,000 เยน สำหรับการใช้บริการจากโรงแรมหรือในเมืองไปยังสนามบินหรือที่อื่นๆ สามารถติดต่อได้ที่โรงแรมหรือร้านสะดวกซื้อ

 

 

สุดท้ายก่อนจบบทความ ขอให้คำแนะนำในสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับการเลือกวิธีการเดินทางจากสนามบินเข้าเมืองแบบสั้นๆดังนี้

  1. ต้องการจะไปลงส่วนไหนของเมืองโตเกียว คำถามนี้สำคัญที่สุดเพราะโตเกียวเป็นมหานครที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จุดหมายปลายทางที่คุณจะไปจึงส่งผลต่อวิธีการเดินทางของคุณอย่างมาก เพราะหลายวิธีจะไปแค่จุดๆเดียวในเมืองโตเกียวเท่านั้น
  2. มีสัมพาระเยอะขนาดไหน เพราะบางวิธีการจะมีที่จัดเก็บสัมพาระให้ แต่บางวิธีการก็ไม่มี
  3. มีเด็กหรือผู้สูงอายุมาด้วยหรือไม่ เพราะจะการนั่งรถไฟเข้าเมืองไปเปลี่ยนสายในชั่วโมงเร่งด่วนของเมืองโตเกียวอาจจะกลายเป็นฝันร้ายของทริปนี้ไปได้ง่ายๆเลยนะ
  4. อยากได้เร็วที่สุด หรือประหยัดที่สุด

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ