/ คันไซ(Kansai) / โอซาก้า(Osaka) / พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel Aquazoo สุดล้ำแห่งใหม่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel Aquazoo สุดล้ำแห่งใหม่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Photo from Official site www.nifrel.jp

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel (Nifrel Aquazoo) ตั้งอยู่ภายในอาคาร Expo City ที่เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวฮอทฮิตใหม่ล่าสุดของเมืองโอซาก้า การันตีความฮอทด้วยการคว้าอันดับ 1  จาก TripAdvisor ให้เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันดับ 1 ในเอเชีย เป็นสวนสัตว์แนวใหม่ที่ไม่ได้จัดแสดงสัตว์น้ำแบบทั่วๆไปแต่เป็นการนำเสนอด้วยรูปแบบเทคโนโลยี Interactive สุดล้ำสมัยแบบเห็นแล้วต้องว้าวแน่ๆ  ตัวอาคารดูเรียบง่ายหากก็แฝงไปด้วยลูกเล่นทันสมัยมีแบ่งเป็น 2 ชั้นที่ทำการจัดแสดง จัดหนักจัดเต็มด้วยการนำเสนอสัตว์น้ำในรูปแบบใหม่ๆที่นำเอาแสง สี เสียงมาประกอบอย่างลงตัว แถมยังสามารถสัมผัสเหล่าสัตว์ได้แบบระยะประชิดยิ่งฟินเข้าไปอีก ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกแบ่งออกเป็น 7 โซนที่มีความแตกต่างกันแบบเดินทั้งวันไม่คำว่าธรรมดา อันประกอบด้วย

โซน Abilities : เป็นโซนไฮไลท์ของที่นี่เลยก็ว่าได้เพราะนักท่องเที่ยวอยู่เยอะตลอดๆ ถือเป็นโซนที่จัดแสดงในสภาพแวดล้อมต่างๆที่ทำให้เหมือนว่าสัตว์ละชนิดสามารถทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน มีความสามารถพิเศษอะไรน่าสนใจ อย่างการเปลี่ยนสีตามสภาพแวดล้อม การพ่นน้ำเพื่อจับเหยื่อ แม้กระทั่งฉลามยังมาตั้งกลางห้องให้สามารถเดินไปดูกันใกล้ๆได้สบายๆโดยตู้ปลาจะออกแบบมาให้ผู้ชมสามารถดูได้อย่างใกล้ชิดมากที่สุดแบบที่ไม่เคยได้จากที่ไหน

โซน Shapes : แสดงให้เห็นถึงความลึกลับของรูปทรงสัตว์น้ำนานาชนิดที่บางตัวหาดูได้ยากมากๆ มีการจัดแบบเอาองค์ประกอบของศิลปะมาปรับใช้ทำให้ดูไม่น่าเบื่อเลยซักนิด มีการใช้แสงขับเน้นสรีระของสัตว์ทำให้ดูแล้วเป็นมากกว่าที่เห็นทั่วๆไป

โซน Colors : ชื่อก็บอกชัดเจนเลยว่าเน้นด้านสีสัน ซึ่งก็มีการจัดแสดงสัตว์น้ำหลากสีสดสวย ทำให้เห็นถึงความมหัศจรรย์ของสีที่สวยงาม

โซน Wonder Moments : สะดุดตากับความอลังของแสงสีของรูปโลกแบบ 360 องศามาแต่ไกล เห็นไกลๆว่าสวยแล้ว ใกล้ๆนี่ยิ่งงามจับตา มันฟูลออฟชั่นมากมาย พิเศษตรงโซนนี้ถูกออกแบบโดยศิลปินชื่อดังอย่าง Takahiro Mutsu  ซึ่งนำเสนอเสมือนอยู่ในจักรวาลแล้วมองเห็นทั้งโลกและดาวเคราะห์ดวงอื่น รวมไปถึงธรรมชาติอันงดงามของดาวโลกอย่างทุ่งดอกไม้สีสันสดใสและต้นไม้ที่นำเสนอผ่านแสง สี เสียงได้อย่างน่าประทับใจเป็นที่สุด โดยจะแสดงรอบละ 10 นาทีหมุนวนไปเรื่อยๆ

โซน Waterside : ใครที่อยากเห็นสัตว์หายากอย่างเจ้าเสือขาวตัวโตต้องมาทางนี้ด่วนๆ เพราะนี่นี่เป็นโซนที่รวบรวมเอาสัตว์หายากหลากหลายสายพันธ์มาไว้ในที่เดียว ไม่ใช่จะมีแค่เสือขาวเท่านั้นแต่ยังมีสัตว์น้ำตัวเล็กจ้อย สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ฮิปโปแคระ ไปจนถึงเจ้าจระเข้ตัวโต

โซน Behavior : นับเป็นโซนที่เหล่าคุณหนูๆต้องตกหลุมรักเหล่าสัตว์สุดน่ารักที่ได้เห็นกับแบบใกล้ๆให้ได้ฟินกันไปถ้วนหน้า ที่ดูจะเป็นพระเอกเด่นที่สุดก็น่าจะเป็นเหล่าเพนกวินที่จะมาโดดน้ำ เดินเตาะแตะๆให้ได้เห็นถึงความน่าเอ็นดูกันแบบจะๆ สัตว์หลายๆตัวนี่เรียกได้ว่าปล่อยให้ไปไหนมาไหนแบบอิสระไม่ต้องถูกจำกัดด้วยกรง อย่างเจ้านกฮูกที่ชอบจะเกาะอยู่บริเวณป้ายห้องน้ำ จุดเด่นอีกอย่างคือจะจำลองเป็นพื้นที่ลำธารหรือแอ่งน้ำที่ทำให้ได้เห็นสัตว์หลายๆตัวมาว่ายน้ำโชว์ให้ดูกันอีกต่างหาก

โซน Biodiversity : ถือเป็นโซนที่จะได้นั่งพักชิลๆแถมยังชมภาพ 3 มิติแบบไดนามิกประหนึ่งนั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์ขนาดก็ไม่ปาน ซึ่งก็จะฉายเป็นธีมต่างๆแตกต่างกันตามแต่ละช่วง

นับเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีคอนเซ็ปที่แปลกแหลกแนว ลืมการเดินชมพิพิธภัณฑ์แบบเดิมๆไปได้เลย เพราะที่นี่สามารถผสมผสานระหว่างศิลปะกับเทคโลยีมานำเสนอเหล่าสัตว์น้ำทั้งหลายได้แบบไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร นอกจากนี้เดินมาเหนื่อยๆยังจะมี Picnic Café คาเฟ่สุดชิคที่ตกแต่งแนวธรรมชาตินิดๆหรูหน่อยๆ อีกทั้งยังสามารถนั่งมองไปเห็นหอคอยพระอาทิตย์  (Tower of the Sun) ที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์คของโอซาก้าได้ด้วย พร้อมช็อปปิ้งสินค้าที่ระลึกอย่างเจ้าเสือขาวสุดมุ้งมิ้งไปฝากคนทางบ้านได้อีกด้วย เรียกได้ว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Nifrel เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่ว่าจะใครก็สามารถสนุกไปกับการชมเหล่าสัตว์น้ำได้แบบน่าสนใจมากๆ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทีเด็ดอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนยังโอซาก้าเลยทีเดียว

Photo from Official site www.nifrel.jp

Photo from Official site www.nifrel.jp

Photo from Official site www.nifrel.jp

การเข้าชม

ค่าเข้าชม: อัตราค่าเข้าชม
- ผู้ใหญ่ (อายุ 16 ปีขึ้นไป / นักเรียนมัธยมปลาย) ราคา 1,900 เยน
- นักเรียนชั้นประถมศึกษา / มัธยมศึกษาตอนต้น ราคา 1,000 เยน
- เด็กก่อนวัยเรียน (อายุ 3 ปีขึ้นไป) ราคา 600 เยน
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 - 20:00 น. สามารถเข้าได้จนถึงเวลา 19:00 น. (เวลาทำการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)
วันปิดทำการ: ไม่มีวันหยุด

วิธีการเดินทาง

นั่งรถไฟสาย Osaka Monorail ลงที่สถานี Bampuku-Kinen-Koen เดินประมาณ 4 นาที

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก