ภูเขาไฟฟูจิเป็นหนึ่งในภาพจำที่ชัดเจนที่สุดของประเทศญี่ปุ่น แต่การจะได้ภาพฟูจิแบบไม่มีเมฆบดบังไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถานที่เพียงอย่างเดียว ทั้งฤดูกาล เวลา สภาพอากาศ และทิศทางแสงล้วนมีผลต่อภาพที่ได้
บทความนี้รวม 10 จุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิ ในจังหวัดยามานาชิและชิซุโอกะ ตั้งแต่ไร่ชา ทะเลสาบ ที่ราบสูง พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงสะพานแขวน พร้อมช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับถ่ายภาพและข้อควรรู้ก่อนเดินทาง
สรุป 10 จุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิ
| จุดถ่ายรูป | จังหวัด | ภาพเด่น | ช่วงเวลาที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะ | ชิซุโอกะ | ไร่ชาเขียวกับฟูจิ | เช้า ปลายเมษายน–พฤษภาคม |
| Starbucks Fujikawa SA | ชิซุโอกะ | ร้านกาแฟกับฟูจิ | เช้าในวันที่ฟ้าเปิด |
| Kawaguchiko Music Forest | ยามานาชิ | สวนยุโรปกับฟูจิ | เช้าถึงก่อนเที่ยง |
| ทะเลสาบโมโตสุ | ยามานาชิ | ฟูจิสะท้อนผิวน้ำ | เช้าตรู่ ลมสงบ |
| น้ำตกชิราอิโตะ | ชิซุโอกะ | น้ำตกและธรรมชาติ | เช้า หรือฤดูใบไม้ร่วง |
| ที่ราบสูงอาซากิริ | ชิซุโอกะ | ทุ่งหญ้า ฟาร์ม และฟูจิ | เช้าตรู่ |
| จุดชมวิวโคโยได | ยามานาชิ | ฟูจิและป่าอาโอกิกาฮาระ | ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี |
| Gotemba Premium Outlets | ชิซุโอกะ | ฟูจิกับบรรยากาศเมือง | เช้าก่อนเริ่มช้อป |
| เสาโทริอิแห่งท้องฟ้า | ยามานาชิ | โทริอิสีแดงกับฟูจิ | เช้าวันธรรมดา |
| Mishima Skywalk | ชิซุโอกะ | สะพานแขวนกับฟูจิ | เช้าในวันที่ลมไม่แรง |
1. ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะ จังหวัดชิซุโอกะ

ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะ หรือ Obuchi Sasaba เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพภูเขาไฟฟูจิที่โดดเด่นที่สุดของเมืองฟูจิ เพราะสามารถถ่ายแนวแถวของต้นชาโดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลังได้ โดยแทบไม่มีสายไฟหรืออาคารขนาดใหญ่มารบกวนองค์ประกอบภาพ
ช่วงปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมเป็นช่วงที่ใบชารุ่นใหม่มีสีเขียวสด เหมาะสำหรับภาพที่ต้องการความตัดกันระหว่างไร่ชาเขียวกับยอดฟูจิสีขาว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ไร่ชาเป็นทรัพย์สินของเกษตรกรและได้รับการดูแลโดยชุมชน นักท่องเที่ยวต้องถ่ายภาพจากบริเวณที่กำหนดและห้ามเดินเข้าไปในแปลงชาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ภาพที่ได้: แถวต้นชาสีเขียวทอดยาวไปยังภูเขาไฟฟูจิ
ช่วงแนะนำ: ก่อน 09.00 น. ระหว่างปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม
เทคนิคถ่ายภาพ: ใช้เลนส์ระยะประมาณ 50–85 มม. เพื่อทำให้ภูเขาไฟฟูจิดูมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับไร่ชา
ข้อควรรู้: ใช้ลานจอดรถที่จัดไว้ ห้ามจอดริมถนน ห้ามเหยียบต้นชา และไม่ควรนำโดรนขึ้นบินโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. Starbucks Coffee – Fujikawa Service Area ฝั่งขาลง

จุดนี้ไม่ใช่เพียงร้านกาแฟริมทางธรรมดา แต่เป็นจุดพักรถที่สามารถมองเห็นทั้งภูเขาไฟฟูจิ แม่น้ำฟูจิ เมืองฟูจิ อ่าวซุรุกะ และคาบสมุทรอิซุได้ในวันที่อากาศแจ่มใส
ร้านตั้งอยู่ภายใน Fujikawa Service Area ฝั่งขาลง มุ่งหน้าไปทางนาโกย่า บนทางด่วน Tomei Expressway โดยระเบียงของร้านหันไปทางวิวภูเขาไฟฟูจิ ร้านเปิดตามข้อมูลปัจจุบันเวลา 07.00–22.00 น. และพื้นที่ Service Area มีทางเข้าจากถนนท้องถิ่นผ่านระบบ Plat Park ด้วย
ภาพที่ได้: โลโก้ Starbucks หรือแก้วกาแฟในฉากหน้า โดยมีฟูจิอยู่ด้านหลัง
ช่วงแนะนำ: 07.00–09.00 น. เพราะอากาศมักใสกว่าและแสงไม่แข็งเกินไป
เหมาะสำหรับ: ผู้เดินทางด้วยรถยนต์ระหว่างโตเกียว ชิซุโอกะ และนาโกย่า
ข้อควรรู้: ต้องเลือก Fujikawa SA ฝั่งขาลงหรือฝั่งมุ่งหน้านาโกย่าให้ถูกต้อง เพราะอีกฝั่งไม่มีมุมเดียวกัน
3. พิพิธภัณฑ์คาวากุจิโกะ มิวสิกฟอเรสต์

Kawaguchiko Music Forest Museum เป็นพิพิธภัณฑ์และสวนสไตล์ยุโรปริมทะเลสาบคาวากุจิ ภายในจัดแสดงกล่องดนตรี เครื่องดนตรีอัตโนมัติ และออร์แกนโบราณ พร้อมสวนดอกไม้ อาคารแบบยุโรป และพื้นที่ชมวิวภูเขาไฟฟูจิ
จุดเด่นของที่นี่คือการนำบรรยากาศแบบยุโรปมาอยู่ร่วมกับวิวภูเขาไฟฟูจิ ทำให้ภาพที่ได้แตกต่างจากจุดชมวิวธรรมชาติทั่วไป นอกจากนี้ ในปี 2026 พิพิธภัณฑ์ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมเปิดให้เข้าชมต่อเนื่อง โดยเวลาเปิดและวันหยุดอาจเปลี่ยนตามกิจกรรม จึงควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
ภาพที่ได้: อาคารยุโรป สวนดอกไม้ น้ำพุ และยอดฟูจิในเฟรมเดียวกัน
ช่วงแนะนำ: ช่วงเช้าหรือก่อนเที่ยง เมื่อแสงตกกระทบตัวอาคารและฟูจิยังมีโอกาสไม่ถูกเมฆบดบัง
เหมาะสำหรับ: คู่รัก ครอบครัว และผู้ที่ต้องการสถานที่ท่องเที่ยวสำรองในกรณีที่ฟูจิไม่ปรากฏ
ข้อควรรู้: เป็นสถานที่มีค่าเข้าชม และอาจมีวันหยุดหรือเวลาเปิดพิเศษในบางช่วง
4. ทะเลสาบโมโตสุ

ทะเลสาบโมโตสุ หรือ Lake Motosu เป็นหนึ่งในทะเลสาบฟูจิทั้งห้า และเป็นต้นแบบของภาพภูเขาไฟฟูจิที่ปรากฏบนธนบัตร 1,000 เยนรุ่นก่อน โดยภาพบนธนบัตรอ้างอิงจากภาพถ่ายที่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 1935
ในวันที่ลมสงบและท้องฟ้าเปิด อาจมองเห็นเงาภูเขาไฟฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำ หรือที่เรียกว่า “ฟูจิกลับหัว” จุดเด่นของทะเลสาบโมโตสุคือบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติมากกว่าทะเลสาบคาวากุจิ แต่การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะมีข้อจำกัดมากกว่า
ภาพที่ได้: ภูเขาไฟฟูจิ ทะเลสาบ และเงาสะท้อนบนผิวน้ำ
ช่วงแนะนำ: ก่อนและหลังพระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 30–60 นาที
เทคนิคถ่ายภาพ: ใช้ขาตั้งกล้องและความเร็วชัตเตอร์ต่ำในวันที่ลมสงบ เพื่อให้ผิวน้ำและเงาสะท้อนดูเรียบ
ข้อควรรู้: ไม่ควรรับประกันว่าจะได้ภาพฟูจิกลับหัว เพราะต้องมีทั้งท้องฟ้าเปิดและผิวน้ำสงบพร้อมกัน
5. น้ำตกชิราอิโตะ

น้ำตกชิราอิโตะ หรือ Shiraito Falls มีชื่อหมายถึง “เส้นไหมสีขาว” จากสายน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่ไหลลงมาตามหน้าผาโค้งกว้างประมาณ 150 เมตรและสูงประมาณ 20 เมตร น้ำส่วนใหญ่เกิดจากน้ำฝนและหิมะของภูเขาไฟฟูจิที่ซึมผ่านชั้นหินภูเขาไฟก่อนผุดออกจากหน้าผา
พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งโบราณสถานทางธรรมชาติของญี่ปุ่นและหนึ่งในองค์ประกอบของมรดกโลกภูเขาไฟฟูจิ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำเสนอว่าจุดชมน้ำตกหลักสามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิเต็มลูกได้ตลอดเวลา เพราะมุมหลักจะเน้นน้ำตกและหน้าผา หากต้องการภาพภูเขาไฟฟูจิที่ชัดกว่า สามารถแวะ สวนธรรมชาติชิราอิโตะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของน้ำตกและมีจุดชมวิวฟูจิตั้งแต่ยอดเขาไปจนถึงอ่าวซุรุกะในวันที่ฟ้าเปิด
ภาพที่ได้: สายน้ำคล้ายเส้นไหม ป่าเขียว และบรรยากาศธรรมชาติ
ช่วงแนะนำ: ช่วงเช้า หรือประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนสำหรับใบไม้เปลี่ยนสี
ข้อควรรู้: จากที่จอดรถต้องเดินและมีบันไดลงสู่บริเวณฐานน้ำตก ผู้ใช้รถเข็นสามารถเข้าถึงจุดชมวิวก่อนถึงช่วงบันไดได้
6. ที่ราบสูงอาซากิริ

ที่ราบสูงอาซากิริ หรือ Asagiri Plateau ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาด้านตะวันตกของภูเขาไฟฟูจิ มีทุ่งหญ้า ฟาร์มโคนม และพื้นที่เปิดโล่ง ทำให้มองเห็นฟูจิได้ในสัดส่วนที่ใหญ่และใกล้กว่าหลายจุด
ชื่อ “อาซากิริ” หมายถึงหมอกยามเช้า ซึ่งพบได้บ่อยในบริเวณนี้ โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม นอกจากวิวฟูจิแล้ว นักท่องเที่ยวยังอาจพบวัวในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จึงได้องค์ประกอบภาพแบบชนบทญี่ปุ่นที่แตกต่างจากภาพทะเลสาบหรือเมือง
ภาพที่ได้: ฟูจิ ทุ่งหญ้า ฟาร์ม และท้องฟ้ากว้าง
ช่วงแนะนำ: ก่อน 09.00 น. โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว
ข้อควรรู้: ห้ามจอดรถริมถนนหมายเลข 139 เพื่อถ่ายภาพ ควรใช้ Asagiri Sawayaka Parking หรือที่จอดรถของสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
7. จุดชมวิวโคโยได หมู่บ้านนารุซาวะ

แทนที่จะระบุเพียง “หมู่บ้านนารุซาวะ” ซึ่งเป็นพื้นที่กว้าง ควรเจาะจงไปที่ จุดชมวิวโคโยได หรือ Koyodai เพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมภูเขาไฟฟูจิ ป่าอาโอกิกาฮาระ และพื้นที่ทะเลสาบโดยรอบจากมุมสูงได้ชัดเจนกว่า
บริเวณ Koyodai Rest House มีจุดชมวิวแบบพาโนรามาและเส้นทางเดินป่าไปยัง Sankodai และ Gokodai จุดนี้โดดเด่นเป็นพิเศษในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี แต่บางส่วนอาจหยุดให้บริการเมื่อมีหิมะหรือตามสภาพเส้นทาง
ภาพที่ได้: ภูเขาไฟฟูจิ ป่าอาโอกิกาฮาระ และใบไม้เปลี่ยนสี
ช่วงแนะนำ: ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน
ข้อควรรู้: ควรตรวจสอบการเปิดของจุดชมวิวในวันที่มีหิมะ และไม่ควรหยุดรถกลางถนนหรือถ่ายภาพหน้าบ้านของคนในชุมชนโดยรบกวนผู้อยู่อาศัย
8. โกเท็มบะ พรีเมียม เอาท์เล็ต

Gotemba Premium Outlets เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรวมการช้อปปิ้งกับการชมภูเขาไฟฟูจิ ภายในมีพื้นที่เปิดโล่ง สะพานเชื่อมระหว่างโซน และมุมมองฟูจิจากหลายตำแหน่ง
ข้อมูลปัจจุบันระบุว่าที่นี่มีร้านเอาท์เล็ตประมาณ 290 ร้าน และเปิดโดยทั่วไปเวลา 10.00–20.00 น. ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน ส่วนเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ปิดเวลา 19.00 น. เวลาและวันหยุดอาจเปลี่ยนแปลงได้
ภาพที่ได้: ภูเขาไฟฟูจิ อาคารร้านค้า สะพาน และบรรยากาศเมือง
ช่วงแนะนำ: ไปถึงช่วงเปิดบริการและถ่ายภาพก่อนเริ่มช้อป เพราะช่วงบ่ายมีโอกาสที่เมฆจะเพิ่มขึ้น
เหมาะสำหรับ: ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่ต้องการเดินป่าหรือเดินขึ้นเนิน
ข้อควรรู้: การเข้าพื้นที่เอาท์เล็ตไม่มีค่าเข้าชม แต่การเดินทาง ที่จอดรถ อาหาร และการซื้อสินค้าเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก
9. เสาโทริอิแห่งท้องฟ้า

เสาโทริอิแห่งท้องฟ้า หรือ Tenku no Torii เป็นจุดชมวิวบนเนินใกล้ศาลเจ้าคาวากุจิอาซามะ เมื่อมองผ่านเสาโทริอิสีแดงจะเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ตรงกลาง จึงกลายเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมมากในพื้นที่ทะเลสาบคาวากุจิ
จากศาลเจ้าต้องเดินขึ้นเนินประมาณ 30 นาที หรือเดินทางขึ้นไปตามถนนขนาดเล็กซึ่งมีพื้นที่จอดรถจำกัด บริเวณจุดชมวิวอาจมีค่าความร่วมมือในการดูแลสถานที่และกติกาเกี่ยวกับระยะเวลาถ่ายภาพ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ภาพที่ได้: เสาโทริอิสีแดงล้อมกรอบภูเขาไฟฟูจิ
ช่วงแนะนำ: เช้าวันธรรมดา เพื่อลดเวลารอคิวและเพิ่มโอกาสเห็นฟูจิ
ข้อควรรู้: สวมรองเท้าที่เกาะพื้นได้ดี ไม่ควรขับรถขึ้นไปในช่วงคนหนาแน่น และห้ามจอดรถริมทางเพราะถนนแคบ
10. มิชิมะ สกายวอล์ก

Mishima Skywalk เป็นสะพานแขวนสำหรับคนเดินความยาว 400 เมตรและสูงประมาณ 70 เมตรเหนือพื้นที่ด้านล่าง จากสะพานสามารถชมทั้งภูเขาไฟฟูจิ อ่าวซุรุกะ และภูมิประเทศโดยรอบได้ในวันที่อากาศแจ่มใส
สถานที่เปิดโดยทั่วไปเวลา 09.00–17.00 น. และใช้ระบบราคาบัตรแบบเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา นอกจากสะพานแขวนแล้วยังมีกิจกรรมกลางแจ้ง ร้านอาหาร และจุดถ่ายภาพอื่น ๆ ภายในพื้นที่
ภาพที่ได้: เส้นนำสายตาจากสะพานไปยังภูเขาไฟฟูจิ
ช่วงแนะนำ: ช่วงเปิดบริการตอน 09.00 น. ในวันที่ลมไม่แรง
ข้อควรรู้: สะพานอาจปิดชั่วคราวเมื่อมีลมแรง หมอกหนา หิมะ ฟ้าผ่า หรือสภาพอากาศที่ไม่ปลอดภัย และไม่อนุญาตให้กางร่มบนสะพาน ควรใช้เสื้อกันฝนแทน
เที่ยวช่วงไหนจึงมีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดที่สุด
ช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมและถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิคือ ปลายฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เนื่องจากอากาศมีความชื้นต่ำและท้องฟ้ามีแนวโน้มโปร่งกว่าฤดูร้อน
ข้อมูลสังเกตการณ์ระยะยาวของเมืองฟูจิระบุว่า ในเวลา 08.00 น. เดือนมกราคมมีสัดส่วนการเห็นภูเขาไฟฟูจิเต็มลูกประมาณ 60% ขณะที่เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ประมาณ 9.9% และโดยรวมช่วงเช้ามีโอกาสเห็นเต็มลูกมากกว่าช่วงเที่ยงหรือช่วงเย็น
ฤดูหนาว: ธันวาคม–กุมภาพันธ์
เป็นช่วงที่มีโอกาสเห็นฟูจิชัดที่สุด ยอดเขามีหิมะปกคลุมและอากาศโปร่ง เหมาะกับภาพฟูจิแบบคลาสสิก แต่ควรเตรียมเสื้อกันหนาวและตรวจสอบหิมะบนถนน
ฤดูใบไม้ผลิ: มีนาคม–พฤษภาคม
เหมาะสำหรับภาพซากุระ ดอกไม้ และไร่ชาเขียว อย่างไรก็ตาม บางวันอาจมีหมอกควันหรือความชื้นในอากาศ ควรออกไปถ่ายภาพตั้งแต่เช้า
ฤดูร้อน: มิถุนายน–สิงหาคม
เป็นช่วงที่เห็นภูเขาไฟฟูจิได้ยากที่สุด โดยเฉพาะฤดูฝนตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม เมฆมักก่อตัวบริเวณยอดเขาและหิมะบนภูเขาจะลดลงตามฤดูกาล
ฤดูใบไม้ร่วง: กันยายน–พฤศจิกายน
ท้องฟ้าเริ่มโปร่งขึ้นและสามารถถ่ายภาพฟูจิกับใบไม้เปลี่ยนสีได้ โดยช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนเหมาะกับโคโยได นารุซาวะ และพื้นที่รอบทะเลสาบ
5 วิธีเพิ่มโอกาสได้ภาพภูเขาไฟฟูจิสวย
- ออกจากที่พักให้เช้า โดยตั้งเป้าไปถึงจุดถ่ายภาพก่อน 08.00–09.00 น.
- ตรวจสอบ Live Camera ก่อนออกเดินทาง เพราะอากาศในเมืองอาจแจ่มใส แต่ยอดฟูจิอาจมีเมฆเฉพาะพื้นที่บดบัง
- เตรียมวันสำรอง หากฟูจิเป็นเป้าหมายหลักของทริป ควรพักในพื้นที่อย่างน้อยสองคืนเพื่อเพิ่มโอกาสเจอวันที่ฟ้าเปิด
- เลือกจุดที่มีกิจกรรมสำรอง เช่น Kawaguchiko Music Forest, Gotemba Premium Outlets หรือ Mishima Skywalk เพื่อให้ยังมีกิจกรรมทำแม้ฟูจิไม่ปรากฏ
- เคารพพื้นที่และชุมชน ห้ามเดินเข้าไร่ชา ห้ามจอดริมถนน ห้ามกีดขวางหน้าบ้าน และปฏิบัติตามกติกาการใช้ขาตั้งกล้องหรือโดรนของแต่ละสถานที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิ
ภูเขาไฟฟูจิเห็นชัดที่สุดเดือนไหน
โดยทั่วไปเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์มีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดที่สุด โดยเฉพาะช่วงเช้า เดือนมกราคมและกุมภาพันธ์มักมีอากาศโปร่ง ขณะที่เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมมีเมฆและความชื้นสูงกว่า
จุดไหนเหมาะสำหรับถ่ายฟูจิสะท้อนน้ำ
ทะเลสาบโมโตสุเหมาะสำหรับถ่ายภาพฟูจิสะท้อนผิวน้ำ แต่ต้องเดินทางในวันที่ฟ้าเปิด ลมสงบ และควรไปถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
จุดไหนเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีรถยนต์
Kawaguchiko Music Forest, Gotemba Premium Outlets และ Mishima Skywalk มีการเดินทางด้วยรถโดยสารจากสถานีหลัก ส่วนทะเลสาบโมโตสุ ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะ และที่ราบสูงอาซากิริจะสะดวกกว่าหากเดินทางด้วยรถยนต์
จุดไหนเหมาะสำหรับครอบครัว
Gotemba Premium Outlets, Kawaguchiko Music Forest และ Mishima Skywalk มีร้านอาหาร ห้องน้ำ และกิจกรรมภายในพื้นที่มากกว่าจุดธรรมชาติ จึงเหมาะกับครอบครัวและผู้สูงอายุ
สามารถรับประกันว่าจะเห็นภูเขาไฟฟูจิหรือไม่
ไม่สามารถรับประกันได้ แม้พยากรณ์อากาศจะแจ้งว่าท้องฟ้าแจ่มใส เพราะอาจมีเมฆก่อตัวเฉพาะบริเวณยอดเขา ควรตรวจสอบกล้องถ่ายทอดสดและสภาพอากาศอีกครั้งในเช้าวันเดินทาง
ควรพักฝั่งยามานาชิหรือชิซุโอกะ
หากต้องการเที่ยวทะเลสาบ คาวากุจิโกะ นารุซาวะ และเสาโทริอิแห่งท้องฟ้า ควรพักฝั่งยามานาชิ ส่วนไร่ชา อาซากิริ น้ำตกชิราอิโตะ โกเท็มบะ และมิชิมะเหมาะกับการพักฝั่งชิซุโอกะ
บทส่งท้าย
จุดถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิแต่ละแห่งให้บรรยากาศแตกต่างกันอย่างชัดเจน ไร่ชาโอบุจิ ซะซะบะเหมาะกับภาพธรรมชาติสีเขียว ทะเลสาบโมโตสุเหมาะกับภาพฟูจิสะท้อนน้ำ ส่วนเสาโทริอิแห่งท้องฟ้าและมิชิมะ สกายวอล์กเหมาะกับภาพที่มีสถาปัตยกรรมเป็นองค์ประกอบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการได้ภาพสวย แต่คือการเคารพชุมชน เจ้าของพื้นที่ และนักท่องเที่ยวคนอื่น ไม่เดินเข้าเขตห้ามเข้า ไม่จอดรถกีดขวาง และไม่ใช้เวลาครอบครองมุมถ่ายภาพนานเกินความจำเป็น เพียงวางแผนเวลาให้เหมาะ ตรวจสอบสภาพอากาศ และเตรียมสถานที่สำรอง ก็จะเพิ่มโอกาสได้เห็นภูเขาไฟฟูจิในมุมที่น่าประทับใจมากขึ้น










