หนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขซึ่งเด็ก ๆ ทุกคนทั่วโลกเมื่อถึงวัยเข้าเรียนหนังสือต่างรอคอยนั่นคือ “การปิดเทอม” ซึ่งเด็กญี่ปุ่นเองก็เช่นกัน ช่วง ฤดูร้อน ญี่ปุ่นมักมีสภาพอากาศร้อนจัดมากทางรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนให้เด็กทุกคนหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดมากที่สุด ซึ่งหลายคนอาจยังมีข้อสงสัยว่าช่วงเวลาปิดเทอมฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่นคือช่วงไหน แล้วระหว่างหยุดเรียนแบบนี้เด็กแต่ละคนมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง มาทำความรู้จักไปพร้อมกันเลย
ปิดเทอม ฤดูร้อน ญี่ปุ่น อยู่ในช่วงเวลาใด
ปกติแล้วการปิดเทอม ฤดูร้อน ญี่ปุ่น ของเด็ก ๆ ทางโรงเรียนส่วนใหญ่มักเริ่มประกาศหยุดช่วงปลายเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนสิงหาคม เฉลี่ยแล้วตั้งแต่ 30 – 42 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นมีสภาพอากาศร้อนมากที่สุดตั้งแต่ระดับ 30 องศาเซลเซียส บางเมือง หรือบางปีความร้อนของอากาศอาจพุ่งสูงแตะ 40 องศาเซลเซียส ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตามกำหนดการปิดเทอมฤดูร้อนของโรงเรียนต่าง ๆ ในญี่ปุ่นอาจไม่ได้ตรงกันเสมอไป เพราะมีปัจจัยอื่นโดยเฉพาะเรื่องของทำเลที่ตั้งและสภาพอากาศเข้ามาเกี่ยวข้อง อย่างโรงเรียนในเกาะฮอกไกโด เกาะทางตอนเหนือของประเทศอาจมีช่วงการปิดเทอมฤดูร้อนสั้น ๆ แล้วค่อยไปปิดเทอมยาวเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องเหนื่อยและเสี่ยงอันตรายกับการเดินทางมากเกินไป
สาเหตุที่การปิดเทอม ฤดูร้อน ญี่ปุ่น ถูกกำหนดขึ้น
การปิดเทอมฤดูร้อนในญี่ปุ่นจริง ๆ แล้วก็ไม่ต่างกับประเทศอื่น รวมถึงเมืองไทยมากเท่าใดนัก จุดประสงค์หลักคือช่วง ฤดูร้อน ญี่ปุ่น จะมีสภาพอากาศร้อนจัดไม่เหมาะกับเด็ก ๆ ตั้งแต่การเดินทาง การทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงกลางวัน ขาดสมาธิในการเรียน ดังนั้นการปิดเทอมในช่วงดังกล่าวจึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมมากที่สุด
ทั้งนี้การปิดเทอมหน้าร้อนของเด็ก ๆ ในญี่ปุ่นจะมีช่วงเวลาแตกต่างจากเด็กไทยก็เพราะทั้ง 2 ประเทศมีช่วงของฤดูร้อนแตกต่างกันโดยเมืองไทยจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม - กลางเดือนพฤษภาคม ขณะที่ฤดูร้อนของญี่ปุ่นจะอยู่ในช่วงมิถุนายน - สิงหาคม
กิจกรรมที่ได้รับความนิยมในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนของเด็กญี่ปุ่น
อีกสิ่งที่คนไทยจำนวนไม่น้อยสงสัยเกี่ยวกับการปิดเทอม ฤดูร้อน ญี่ปุ่น นั่นคือเด็ก ๆ จะมีกิจกรรมอะไรทำในระหว่างอยู่บ้านกันบ้าง ลองมาไล่เรียงกับกิจกรรมยอดฮิตช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนของเด็กญี่ปุ่นกันได้เลย
1. ทำการบ้านปิดเทอมฤดูร้อน

แม้เป็นช่วงของการปิดเทอมแต่คุณครูก็มักไม่ได้ปล่อยให้เด็ก ๆ ใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์ เพราะส่วนมากก็จะมีการสั่งการบ้านให้เด็กได้ทำเพื่อนำมาส่งช่วงเปิดเทอมด้วย ซึ่งการบ้านของคุณครูญี่ปุ่นมักแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- การบันทึกกิจกรรมที่ตนเองทำในแต่ละวัน เสมือนการรายงานความเคลื่อนไหว บอกสิ่งที่ตนเองทำให้คุณครูได้รับรู้ ปกติแล้วเด็กก็มักบันทึกช่วงเย็นหรือก่อนเข้านอนหลังทำภารกิจแต่ละวันเสร็จเรียบร้อย
- การบ้านแบบงานใหญ่ หรืองานเดี่ยวให้แต่เด็กแต่ละคนทำมาส่ง ซึ่งความแตกต่างจากการบ้านภาคฤดูร้อนกับเด็กไทยนั่นคือ ที่ญี่ปุ่นมักให้อิสระทางความคิดกับเด็ก ๆ ในเรื่องการทำงานมาก เช่น อาจมีการกำหนดหัวข้อคร่าว ๆ ว่างานที่ต้องส่งช่วงเปิดเทอมเป็นลักษณะไหน จากนั้นเด็กก็สามารถใช้ไอเดียสร้างสรรค์ผลงานของตนเองได้เต็มที่เลย
2. การเข้าค่ายฤดูร้อน

กิจกรรมต่อมาที่เด็ก ๆ ญี่ปุ่นนิยมทำในช่วงปิดเทอมหน้าร้อน รวมถึงพ่อแม่ก็สนับสนุนเต็มที่นั่นคือ การเข้าค่ายฤดูร้อน ซึ่งเป็นลักษณะของการทำกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของค่ายดังกล่าว เช่น การเรียนภาษาต่างประเทศ การเรียนรู้ธรรมชาติ การร้องเพลง เล่นดนตรี ค่ายกีฬา ค่ายอาสาสมัครต่าง ๆ และอีกมากมาย เป้าหมายสำคัญเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้กับสิ่งที่ตนเองสนใจ และยังช่วยพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ ทั้งสติปัญญา อารมณ์ การเข้าสังคม ฯลฯ
3. การไปเรียนรู้ตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ

ญี่ปุ่นจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์หลายรูปแบบให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีโอกาสเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ หรือสิ่งที่ตนเองไม่เคยสัมผัสมาก่อน เช่น สัตว์ทะเล สัตว์บก ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ งานศิลปะ ต้นไม้ ธรรมชาติ และอีกมากมาย ด้วยเหตุนี้พ่อแม่จึงมักพาลูกหลานไปเที่ยวพร้อมได้ศึกษาความรู้ไปพร้อมกัน อากาศไม่ร้อนเพราะส่วนใหญ่พิพิธภัณฑ์จะอยู่ในร่ม
4. อยู่กับญาติพี่น้องหรือไปเยี่ยมญาติต่างจังหวัด
อีกกิจกรรมยอดฮิตไม่ใช่แค่เด็กแต่ผู้ใหญ่เองก็มักทำอยู่เสมอเมื่อถึงช่วงเข้าสู่ ฤดูร้อน ญี่ปุ่น นั่นคือการไปเยี่ยมญาติพี่น้อง ปู่ย่าตายายที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด ได้มีโอกาสพบเพื่อนฝูง ลุงป้าน้าอา ซึ่ง 1 ปี จะเจอกันสักครั้ง ยิ่งถ้าเป็นเด็กในเมืองช่วงเวลานี้พวกเขามักได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างยิ่ง
กิจกรรมเพิ่มเติมอื่นที่มักพบเจอในช่วงฤดูร้อน ญี่ปุ่นของเด็ก ๆ
นอกจากบรรดากิจกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้วการปิดเทอมน้าร้อนของเด็กญี่ปุ่นยังสามารถทำกิจกรรมอื่นเพิ่มเติมได้ขึ้นอยู่กับความชอบ หรือโอกาสของแต่ละคน เพราะช่วงฤดูร้อน ญี่ปุ่น มีข้อดีอย่างหนึ่งในเรื่องการทำกิจกรรมได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องหิมะ ฝนตก หรือสภาพอากาศหนาวเย็นจัด

- การจับแมลงในสวนหย่อม หรือตามป่าเขาที่มีแมลงน้อยใหญ่อุดมสมบูรณ์
ทำกิจกรรมทดสอบความกล้าต่าง ๆ เช่น เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก

- ไปเที่ยวทะเล ภูเขา เปิดประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ตนเองไม่เคยพบเจอ
- การเล่นกีฬาที่ชอบ เช่น ว่ายน้ำ ฟุตบอล รักบี้ เบสบอล มวยปล้ำ ฯลฯ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงฤดูร้อน ญี่ปุ่น ถือเป็นอีกช่วงเวลาดี ๆ ที่มีค่าของเด็กทุกคนมาก เพราะโรงเรียนจะปิดการเรียนการสอน หรือปิดเทอมชั่วคราวเพื่อให้เด็ก ๆ ได้พักผ่อนและทำกิจกรรมตามความชอบของตนเอง ใครมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าร้อนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากพบเห็นเด็กวัยต่าง ๆ พากันทำกิจกรรมสุดน่ารักน่าเอ็นดู










