เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่น เรื่องเงินมีวิธีใช้จ่าย 4 แบบให้เลือก คือเงินสด Travel card บัตรเครดิต และ IC card
คำตอบที่คุ้มที่สุดคือใช้ทั้ง 4 อย่าง ตามความเหมาะสม เพราะวิธีเดียวอาจจะทำให้ภาพรวมรายจ่ายของคุณแพงขึ้น

เงินสดไว้จ่ายเมื่อไปเยี่ยมชมวัด ศาลเจ้า และร้านค้าเล็ก IC card ไว้แตะค่ารถโดยสาร ส่วนบัตรเครกิตเก็บไว้จ่ายก้อนใหญ่อนช้อปปิ้งของฝาก และข้อที่ประหยัดได้มากที่สุดอยู่ที่ตอนรูดบัตร ถ้าพนักงานถามว่าจะคิดเป็นเงินบาทไหม ให้ตอบว่าไม่ทุกครั้ง เพราะอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละวันนั้นค่อนข้างผันผวน
ประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าหลงใหลให้เพื่อน ๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากเดินทางไปสักครั้ง ซึ่งเมื่อได้ไปครั้งแรกแล้วก็ต้องมีครั้งที่สอง สาม สี่ตามมาแน่นอน แต่ค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวแต่ละครั้งก็หนักเอาเรื่องด้วยเช่นกัน
เรื่องที่ประหยัดได้จริงแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คือเงินที่หายไปกับค่าธรรมเนียมตอนจ่ายเงินผิดวิธี
ไม่ใช่โปรโมชันที่เปลี่ยนไปทุกเดือน
บทความนี้ Talon Japan เลยรวมของที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง กับวิธีใช้เงินที่ญี่ปุ่นให้ไม่โดนค่าธรรมเนียมจุก ๆ ตามมาดูกันเลย
เตรียมตัวเที่ยวญี่ปุ่น ควรพกเงินสดเท่าไร ยังจำเป็นไหม
เงินสดก็ยังต้องใช้อยู่ และยังจำเป็น แม้ร้านใหญ่ในเมืองจะรับบัตรกันเกือบหมดแล้ว เพราะยังมีหลายสถานที่ที่ยังไม่รับบัตร อาทิ
- วัดและศาลเจ้า ทั้งค่าเข้าและกล่องทำบุญ
- ร้านอาหารเล็ก ๆ ที่มีตู้กดบัตรคิวหน้าร้าน
- ตลาดเช้า แผงของฝากในย่านเก่า
- รถบัสท้องถิ่นนอกเมืองใหญ่
- ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่สถานีรถไฟ
- ร้านราเมนเจ้าดังที่เปิดมานาน
เพราะฉะนั้นเงินสดยังต้องมี แต่ไม่ต้องแลกไปทั้งก้อน แลกไปจากไทยส่วนหนึ่งให้พอใช้วันแรก แล้วค่อยกดเพิ่มที่ญี่ปุ่นตามจริง วิธีนี้ยืดหยุ่นกว่าและไม่ต้องพกเงินก้อนใหญ่เดินเที่ยว
ไปญี่ปุ่นใช้บัตรอะไรดี เงินสด Travel card บัตรเครดิต หรือ IC card
คำตอบสั้น ๆ คือไม่ต้องเลือกอย่างเดียว ใช้ทั้ง 4 อย่างคนละหน้าที่ไปเลย
คนที่จ่ายเงินที่ญี่ปุ่นได้ลื่นที่สุดคือคนที่พกเงินสดพอใช้ไม่กี่วัน แตะ IC card สำหรับค่ารถ
แล้วเก็บบัตรไว้จ่ายก้อนใหญ่
รูปแบบการใช้จ่าย | เงินสด | Travel card | บัตรเครดิต | IC card |
ใช้ที่ไหนได้
| ทุกที่ | ร้านที่รับบัตร และกดเงินได้ | ร้านที่รับบัตร | รถไฟ รถบัส ร้านสะดวกซื้อ ตู้กดน้ำ |
เรตแลกเงิน | ล็อกตอนแลก | ล็อกตอนเติมเงินเข้าบัตร | ตามวันที่ธนาคารตัดรอบ | ล็อกตอนเติม เพราะเป็นเยนอยู่แล้ว |
ค่าความเสี่ยงแปลงสกุล | ไม่มี | ปกติไม่มี ถ้าเติมเป็นเยนไว้ก่อน | มี ตามเงื่อนไขบัตรแต่ละใบ
| ไม่มี
|
หายแล้วทำอะไรได้ | หายเลย | อายัดได้ | อายัดได้ | ยอดในบัตรหายไปกับบัตร
|
เหมาะกับ | วัด ศาลเจ้า ร้านเล็ก ตลาดเช้า | ค่าใช้จ่ายก้อนกลาง ร้านทั่วไป | โรงแรม ตั๋ว ของชิ้นใหญ่
| ค่ารถ ของจุกจิกรายวัน |
จุดอ่อน | พกเยอะก็มีความเสี่ยง เหรียญทอนล้นกระเป๋า | ต้องเติมล่วงหน้า คาดเดาเรตไม่ได้ | โดน DCC ถ้าไม่ระวัง | วงเงินจำกัด เติมด้วยเงินสดเป็นหลัก |
เงินสด ยังชนะในที่ที่บัตรใช้ไม่ได้ ซึ่งในญี่ปุ่นยังมีมากกว่าที่คนคิด
Travel card ดีตรงที่เรตล็อกตอนเติม เลยรู้ต้นทุนแน่นอนก่อนออกจากบ้าน
บัตรเครดิต ได้เปรียบชัดตอนจ่ายของชิ้นใหญ่ ไม่ต้องพกเงินก้อน และมีสิทธิประโยชน์ติดมากับบัตร
แต่มีค่าความเสี่ยงแปลงสกุลให้ต้องคอยระวัง
IC card ไม่ได้มาแทนอะไรเลย หน้าที่ของมันคือทำให้วันหนึ่งเราไม่ต้องยืนหยอดเหรียญสิบครั้งตามสถานีรถไฟ
ถ้าจะเตรียมอะไรไปก่อน เริ่มจากเงินสดกับ IC card เพราะทั้ง 2 อย่างนี้ใช้ได้แน่ตั้งแต่ก้าวออกจากสนามบิน ไม่ต้องลุ้นว่าร้านจะรับหรือเปล่า
อีกชั้นที่ทำให้จ่ายด้วยบัตรคุ้มขึ้นคือคูปอง ร้านใหญ่หลายร้านใช้คูปองซ้อนกับส่วนลดนักท่องเที่ยวได้
เช่น คูปองร้านขายยาซูรูฮะ ซึ่งใช้คู่กับ ร้านขายยาญี่ปุ่นร้านอื่น ได้ และ คูปองตึกม่วงทาเคยะ อุเอโนะ เก็บไว้ก่อนเข้าร้านใช้เวลาไม่ถึงนาที ที่เหลือดูได้ใน หน้ารวมคูปองส่วนลด
ใช้บัตรเครดิตที่ญี่ปุ่นยังไงไม่โดนกินค่าธรรมเนียม
อีกเรื่องสำคัญที่ต้องจำให้ได้คือ ถ้าพนักงานถามว่าจะให้คิดเป็นเงินบาทไหม ให้ตอบว่า “ไม่” ทุกครั้ง
อันนี้เรียกว่า DCC หรือ การแปลงสกุลเงินที่จุดขาย ฟังดูเหมือนบริการช่วยเหลือ เพราะเห็นยอดเป็นเงินบาทแล้วรู้เลยว่าจ่ายไปเท่าไร แต่ไม่ใช่แบบนั้น เพราะเรตที่ใช้แปลงไม่ใช่เรตของธนาคารเรา เป็นเรตที่ระบบของร้านตั้งขึ้นเอง ซึ่งแทบทุกครั้งจะสูงกว่าเรตตลาด และหลายกรณีเรายังโดนค่าธรรมเนียมของธนาคารตัวเองซ้ำอีกชั้นอยู่ดี
วิธีปฏิเสธง่ายมาก บนเครื่องรูดจะมีสองปุ่มให้เลือกสกุลเงิน กด JPY ไม่ต้องกด THB
ถ้าพนักงานกดไปแล้วก่อนที่เราจะทัน บอกให้ยกเลิกแล้วรูดใหม่ได้
ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ร้านใหญ่ในญี่ปุ่นเจอมาหมดแล้ว
อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนบิน คือ ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน ที่ธนาคารไทยคิดเวลาเรารูดบัตรเป็นเงินต่างประเทศ แต่ละธนาคารคิดไม่เท่ากัน และบัตรบางประเภทไม่คิดเลย โดยตัวเลขนี้อยู่ในเอกสารเงื่อนไขของบัตรที่เราถืออยู่ ควรศึกษารายละเอียดก่อนเลือกใช้ จะได้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น
ไม่ต้องเปลี่ยนบัตรใหม่เพื่อทริปเดียวก็ได้ แค่รู้ว่าใบที่มีอยู่คิดเท่าไร ก็เลือกใช้ถูกใบแล้ว
H2 : กดเงินเยนที่ญี่ปุ่น ควรกดตู้ไหน
ตู้ ATM ในญี่ปุ่นไม่ได้รับบัตรต่างประเทศทุกตู้ ตู้ที่รับแน่ ๆ และหาง่ายที่สุด ตาม Talon Japan ไปดูกันเลย
ที่ตั้ง | หาได้ที่ไหน |
ตู้ในร้าน 7-Eleven | ทั่วประเทศ เปิด 24 ชั่วโมง |
ตู้ของไปรษณีย์ญี่ปุ่น | ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา |
ตู้ในร้าน FamilyMart และ Lawson | ทั่วประเทศ แต่บางตู้มีเงื่อนไขต่างกัน |
เครื่องพวกนี้เลือกภาษาไทยหรืออังกฤษได้ ถ้าเจอตู้ที่กดแล้วขึ้นว่าใช้บัตรนี้ไม่ได้ ไม่ต้องกังวลว่าบัตรมีปัญหา เพียงเดินไป 7-Eleven ร้านถัดไปก็สามารถกดได้แล้ว
กดครั้งละก้อนพอใช้หลายวันจะคุ้มกว่ากดวันละนิด เพราะค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่คิดต่อครั้ง ไม่ได้คิดตามยอดเงินที่กดออกมาใช้
เติมเงิน IC card ด้วยบัตรเครดิตได้ที่ไหน
บัตร IC อย่าง Suica กับ ICOCA เป็นของที่ควรมีตั้งแต่วันแรก ใช้ขึ้นรถไฟ รถบัส ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ และแตะจ่ายที่ตู้กดน้ำได้
เรื่องที่คนมักไม่รู้คือ **บัตรพลาสติกที่ซื้อจากตู้ในสถานี ส่วนใหญ่เติมเงินได้ด้วยเงินสดเท่านั้น**
ถ้าอยากเติมด้วยบัตรเครดิต ทางที่สะดวกกว่าคือใช้เวอร์ชันในมือถือ คุณสามารถผูกบัตรไว้ครั้งเดียว แล้วเติมจากเครื่องได้เลยไม่ต้องเดินไปหาตู้ให้วุ่นวาย
รายละเอียดว่าบัตรไหนต่างกันยังไง ซื้อที่ไหน และเหลือเงินในบัตรทำอย่างไรตอนกลับ อ่านได้ที่ บัตร IC Card ญี่ปุ่น ใช้ยังไง ซื้อที่ไหน เพื่อดีเทลแน่น ๆ ได้เลย
ถ้าจะเดินทางในเมืองหนัก ๆ วันไหน ลองเทียบกับ บัตรรถไฟ 1 Day Pass ด้วย บางวันคุ้มกว่าแตะ IC card ทีละเที่ยว
คำถามที่พบบ่อย
ไปญี่ปุ่นควรใช้เงินสด Travel card บัตรเครดิต หรือ IC card
วางแผนใช้ทั้ง 4 อย่างคนละหน้าที่จะคุ้มที่สุด เงินสดไว้จ่ายวัด ศาลเจ้า ร้านเล็กและตลาด
IC card ไว้แตะค่ารถกับของจุกจิก ส่วนบัตรเครดิต หรือ Travel card เก็บไว้จ่ายโรงแรม ตั๋ว และของชิ้นใหญ่ ๆ
Travel card กับบัตรเครดิต ต่างกันยังไงตอนใช้ที่ญี่ปุ่น
Travel card เราเติมเงินเป็นเยนไว้ก่อน เรตล็อกตอนเติม เลยรู้ต้นทุนแน่นอนแต่ต้องเดาว่าจะใช้เท่าไร
บัตรเครดิตยืดหยุ่นกว่าเพราะไม่ต้องเติมล่วงหน้า แต่มีค่าความเสี่ยงแปลงสกุลตามเงื่อนไขบัตรแต่ละใบ
ไปญี่ปุ่นควรพกเงินสดไปเท่าไร ยังจำเป็นไหม**
ยังจำเป็น เพราะวัด ศาลเจ้า ร้านเล็กและรถบัสท้องถิ่นหลายที่ยังรับแต่เงินสด
แลกไปจากไทยส่วนหนึ่งให้พอใช้วันแรก แล้วค่อยกดเพิ่มที่ญี่ปุ่นตามที่ใช้จริง ไม่ต้องแลกไปทั้งก้อน
พนักงานถามว่าจะจ่ายเป็นเงินบาทไหม ควรตอบอะไร
ตอบว่าไม่ ให้คิดเป็นเยน อันนี้เรียกว่า DCC คือการแปลงสกุลเงินที่จุดขาย
เรตที่ระบบของร้านใช้แปลงเป็นบาทไม่ใช่เรตของธนาคารเรา และแทบทุกครั้งแย่กว่า บางกรณียังโดนค่าธรรมเนียมของธนาคารซ้ำอีกชั้นอยู่ดี
บัตรเครดิตไทยใช้ที่ญี่ปุ่นเสียค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
มีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินที่ธนาคารคิดเวลารูดเป็นเงินต่างประเทศ แต่ละธนาคารคิดไม่เท่ากัน
และบัตรบางประเภทไม่คิดเลย ตัวเลขนี้อยู่ในเอกสารเงื่อนไขของบัตรที่เราถืออยู่ ควรศึกษารายละเอียดก่อนเลือกใช้บัตรแต่ละใบ
เติมเงิน Suica ด้วยบัตรเครดิตได้ไหม
บัตรพลาสติกที่ซื้อจากตู้ในสถานี ส่วนใหญ่เติมเงินได้ด้วยเงินสดเท่านั้น
ถ้าอยากเติมด้วยบัตรเครดิต ให้ใช้เวอร์ชันในมือถือที่ผูกบัตรไว้แล้ว เติมจากเครื่องได้เลยไม่ต้องเดินไปหาตู้เติมเงินในสถานี
บอกกันคร่าวๆ ก็ประมาณนี้ เตรียมของตามตารางข้างบน จำเรื่องกด JPY ไม่กด THB ให้ได้ข้อเดียว แล้วที่เหลือก็ไปสนุกที่ญี่ปุ่นได้เลย
—-
ผู้แต่ง Talon Japan










