ค้นหาคูปองและบทความ

Close
สมัครสมาชิก

โหลดไว้เลย แจกฟรีแผนที่เที่ยว 10 เมืองฮิตของญี่ปุ่น พร้อมจุดสถานที่ห้ามพลาดครบทั้ง 8 ภูมิภาค

กรุณาเข้าสู่ระบบ

แผนที่ญี่ปุ่น

แผนที่ญี่ปุ่น ฉบับมือใหม่ – ประเภทแผนที่ วิธีใช้งาน และเคล็ดลับเที่ยวญี่ปุ่นไม่ให้หลงทาง

ประเทศญี่ปุ่นมีสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ทุกภูมิภาคและจังหวัดล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างหลากหลาย ทำให้การวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นให้ครอบคลุมสถานที่ที่อยากไปจำเป็นต้องมี “แผนที่” เป็นตัวช่วยสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับนักเดินทางมือใหม่ที่ยังไม่เคยไปญี่ปุ่นหรือผู้ที่อยากลองเปิดประสบการณ์ในเมืองใหม่ ๆ การดู แผนที่ญี่ปุ่น แบบภาพรวมจะช่วยให้เห็นภาพว่าพื้นที่ไหนมีอะไรน่าสนใจบ้าง และช่วยให้เราวางแผนเส้นทางการเที่ยวได้สะดวกยิ่งขึ้นค่ะ/ครับ

แผนที่ภาพรวมของประเทศญี่ปุ่นจะแสดงลักษณะภูมิประเทศและการแบ่งเขตการปกครองออกเป็นภูมิภาคต่าง ๆ (ประเทศญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 8 ภูมิภาค รวมทั้งหมด 47 จังหวัด) การรู้คร่าว ๆ ว่าเมืองหรือจังหวัดที่เราจะไปตั้งอยู่ส่วนไหนของประเทศจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดแพลนเที่ยวมาก นอกจากนี้ ในยุคดิจิทัลปัจจุบันยังมีแผนที่ออนไลน์และแอปพลิเคชันนำทางมากมายที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างมั่นใจไม่หลงทาง บทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับประเภทของแผนที่ต่าง ๆ ที่ควรรู้เมื่อจะเที่ยวญี่ปุ่น วิธีใช้งานแผนที่สำหรับมือใหม่ รวมถึงเคล็ดลับการอ่านแผนที่ไม่ให้หลงทาง ตลอดจนแนะนำการดาวน์โหลดแผนที่ไว้ออฟไลน์และเครื่องมือเสริมอย่างซิมการ์ด, JR Pass และทัวร์ที่จะช่วยให้การเที่ยวญี่ปุ่นของคุณราบรื่นยิ่งขึ้นค่ะ/ครับ

ประเภทของแผนที่ญี่ปุ่นที่ควรรู้

นักท่องเที่ยวควรทำความรู้จักกับแผนที่หลายรูปแบบสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่น ดังนี้:

แผนที่ภาพรวมประเทศญี่ปุ่น: แผนที่ที่แสดงภูมิประเทศทั้งหมดของญี่ปุ่น แบ่งตามภูมิภาคและจังหวัด แผนที่ชนิดนี้ช่วยให้เราเข้าใจภาพใหญ่ของญี่ปุ่น รู้ว่าเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น โตเกียวหรือโอซาก้าอยู่ตรงส่วนไหนของประเทศ รวมถึงใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกเส้นทางการเดินทางข้ามภูมิภาคได้

แผนที่ท่องเที่ยวประจำเมือง: แผนที่การท่องเที่ยวของเมืองหลักหรือเขตท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ละเมืองมักจัดทำแผนที่สำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ แสดงจุดท่องเที่ยวสำคัญ ถนนสายหลัก สถานีรถไฟ/รถบัส และสถานที่บริการนักท่องเที่ยว เช่น โตเกียว โอซาก้า เกียวโต นารา เป็นต้น แผนที่เหล่านี้มักมีแจกฟรีตามสนามบินหรือศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว และบางครั้งมี เวอร์ชันภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษกำกับเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

แผนที่ระบบขนส่ง (รถไฟ/รถใต้ดิน): สำหรับเมืองใหญ่ที่การเดินทางหลักคือรถไฟและรถใต้ดิน เช่น โตเกียว หรือ โอซาก้า การมีแผนผังเส้นทางรถไฟ/รถใต้ดินเป็นสิ่งจำเป็นมาก แผนที่จะระบุสายรถไฟต่าง ๆ ด้วยสีและชื่อสาย สถานีหลัก ๆ และจุดที่สายรถไฟเชื่อมต่อกัน แผนที่ประเภทนี้ช่วยให้เราวางแผนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น (เช่น รู้ว่าจะต้องต่อรถไฟสายใดที่สถานีไหน)

แผนที่เฉพาะพื้นที่หรือจุดเที่ยว: แผนที่แบบเจาะจงพื้นที่ขนาดเล็ก เช่น แผนที่สวนสนุก, แผนที่เส้นทางปีนเขา, แผนที่หมู่บ้านท่องเที่ยว หรือแผนที่เส้นทางรอบสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น แผนที่เส้นทางรถบัสรอบภูเขาฟูจิ ที่จะแสดงจุดจอดรถบัสตามสถานที่ต่าง ๆ รอบฟูจิครบถ้วน หรือ แผนที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่แสดงตำแหน่งบ้านโบราณและทางเดินเที่ยวชมในหมู่บ้านอย่างละเอียด การพกแผนที่เฉพาะพื้นที่เหล่านี้จะช่วยให้เที่ยวจุดหมายปลายทางนั้น ๆ ได้ครบและไม่พลาดจุดสำคัญค่ะ/ครับ

แผนที่ออนไลน์และแอปนำทาง: ปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมใช้แผนที่ออนไลน์อย่าง Google Maps หรือแอปพลิเคชันบนมือถืออื่น ๆ ในการนำทางระหว่างเที่ยวญี่ปุ่น ข้อดีคือแผนที่ออนไลน์สามารถค้นหาสถานที่ได้ทันที แสดงเส้นทางแนะนำแบบเรียลไทม์ ทั้งเส้นทางเดิน รถไฟ รถบัส พร้อมประมาณเวลาเดินทางได้ แม้แต่เส้นทางปั่นจักรยานก็มีข้อมูล นอกจากนี้ยังมีแอปเฉพาะทางอย่าง Japan Travel by NAVITIME หรือ HyperDia ที่ช่วยวางแผนเส้นทางรถไฟได้ละเอียด ซึ่งเราจะพูดถึงเพิ่มเติมในหัวข้อถัดไป

วิธีใช้แผนที่ในญี่ปุ่นสำหรับมือใหม่

แผนที่รถไฟใต้ดินโตเกียว

แผนที่รถไฟใต้ดินโตเกียว

แม้ว่าแผนที่อาจดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่การฝึกใช้งานและทำความเข้าใจองค์ประกอบบนแผนที่จะช่วยให้การเที่ยวญี่ปุ่นของเราราบรื่นขึ้นมากค่ะ/ครับ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการใช้แผนที่เมื่ออยู่ที่ญี่ปุ่น:

ทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์และไอคอนบนแผนที่: แผนที่ท่องเที่ยวและแผนที่ตามสถานที่ต่าง ๆ มักมีไอคอนสัญลักษณ์ที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น รูปเครื่องหมายตัว “i” หมายถึง จุดบริการข้อมูลนักท่องเที่ยว (Information), สัญลักษณ์รูป (รูปหัวรถไฟ) หมายถึง สถานีรถไฟ, รูป หมายถึง ที่จอดรถ (Parking), รูป หมายถึง ห้องน้ำสาธารณะ, ตัวอักษร “” (Deguchi) บนแผนผังแปลว่า ทางออก เป็นต้น การเข้าใจสัญลักษณ์เหล่านี้จะทำให้อ่านแผนที่ได้ง่ายขึ้นมาก นอกจากนี้ ควรสังเกตตัวเลขหรือตัวอักษรที่กำกับสัญลักษณ์ด้วย เช่น หมายเลขทางออกสถานี (Exit 1, Exit 2) หรือรหัสสายรถไฟ (เช่น “M” สำหรับสาย Marunouchi ในโตเกียว) เพื่อที่จะตามป้ายหรือปฏิบัติตามเส้นทางได้ถูกต้องค่ะ/ครับ

อ่านแผนที่ควบคู่กับป้ายจริงหน้างาน: ที่ญี่ปุ่น แผนที่ตั้งบริเวณพื้นที่สาธารณะ (เช่น บริเวณหน้าสถานีหรือจุดท่องเที่ยว) อาจไม่ได้หันด้านบนเป็นทิศเหนือเสมอไป บางครั้งแผนที่จะจัดวางตามมุมมองผู้ยืนดู ณ ตำแหน่งนั้น ๆ ดังนั้นให้สังเกตเครื่องหมายทิศบนแผนที่ก่อนเริ่มดูเส้นทาง นอกจากนี้ เมืองใหญ่จะมีป้ายบอกทางจำนวนมาก โดยเฉพาะในสถานีรถไฟ ใต้ดิน หรือห้างสรรพสินค้า การใช้แผนที่ควบคู่กับการมองหาป้ายบอกทางสีต่าง ๆ (ตามสีของสายรถไฟ) จะช่วยให้ไม่หลงทางได้ง่าย เช่น เมื่ออยู่ในสถานีให้เดินตามป้ายสีเดียวกับสายรถไฟที่เราจะขึ้น เป็นต้น

ฝึกใช้แผนที่ออนไลน์ช่วยนำทาง: แม้จะมีแผนที่กระดาษติดตัว แต่การใช้ Google Maps หรือแอปแผนที่ออนไลน์จะช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก แนะนำให้ลองค้นหาเส้นทางบน Google Maps เพื่อดูตัวเลือกการเดินทาง (เดิน, รถไฟ, รถบัส) พร้อมเวลาถึงที่หมาย แล้วเปรียบเทียบกับแผนที่กระดาษที่มีอยู่ วิธีนี้จะทำให้เราเข้าใจภาพรวมเส้นทางได้ดีขึ้น อีกทั้ง Google Maps ยังสามารถแสดงข้อมูลเวลารถไฟแบบเรียลไทม์และดาวน์โหลดแผนที่มาเก็บไว้ดูแบบออฟไลน์ได้ด้วย (เผื่อในกรณีที่เราไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตชั่วคราว)

เรียนรู้วลีหรือประโยคที่ใช้ถามทางเบื้องต้น: การสอบถามเส้นทางจากคนท้องถิ่นเป็นเรื่องปกติที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มีน้ำใจและยินดีช่วยเหลือนักท่องเที่ยว หากเราต้องการสอบถามทางหรือให้คนญี่ปุ่นช่วยชี้จุดบนแผนที่ สามารถทักทายด้วยคำว่า “Sumimasen” (ขอโทษนะครับ/คะ, ใช้เรียกเพื่อขอความช่วยเหลือ) แล้วอาจพูดเป็นภาษาอังกฤษง่าย ๆ ว่า “Where is this place?” พร้อมชี้สถานที่หรือจุดในแผนที่ให้ดู หากสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ อาจใช้ภาษาญี่ปุ่นง่าย ๆ เช่น “______ wa doko desu ka?” ที่แปลว่า “______ อยู่ที่ไหนครับ/คะ?” โดยเติมชื่อสถานที่ลงในช่องว่าง คนญี่ปุ่นจะพยายามช่วยบอกทางให้ หรือบางครั้งอาจเดินพาไปส่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ คำศัพท์ที่มีประโยชน์เช่น “Chizu” (ชิซึ – แผนที่), “Eki” (เอกิ – สถานีรถไฟ), “Basutei” (บัสเท – ป้ายรถเมล์) ก็อาจช่วยให้การถามทางง่ายขึ้นค่ะ/ครับ

ใช้บริการศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวและป้อมตำรวจ: หากหลงทางหรือไม่มั่นใจว่าเดินมาถูกทางไหม อย่าลังเลที่จะเข้าไปสอบถามที่ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว (Tourist Information Center) ซึ่งมีอยู่ตามสถานีใหญ่ๆ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และสนามบิน เจ้าหน้าที่สามารถแนะนำเส้นทางและแจกแผนที่ฟรีได้ หรืออีกแห่งที่ขอความช่วยเหลือได้คือ ป้อมตำรวจ (Koban) ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจยินดีช่วยบอกเส้นทางและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเช่นกัน หากมีแผนที่กระดาษติดตัวไปด้วย ให้ลองชี้จุดที่ต้องการไปบนแผนที่ให้เจ้าหน้าที่ดู จะสื่อสารกันได้ง่ายขึ้นค่ะ/ครับ

เมื่อเตรียมความพร้อมทั้งความรู้เรื่องสัญลักษณ์ การใช้แผนที่ออนไลน์ และกล้าสอบถามเมื่อไม่แน่ใจ เส้นทางการเที่ยวญี่ปุ่นของมือใหม่ก็จะสนุกและไร้ความกังวลมากยิ่งขึ้นนะคะ/นะครับ

การใช้แผนที่ในโตเกียว

โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นมหานครขนาดใหญ่ที่มีระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมทั่วเมือง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางด้วยรถไฟและรถไฟใต้ดินเพราะรวดเร็วและเข้าถึงเกือบทุกพื้นที่สำคัญ การเตรียม แผนที่รถไฟและรถใต้ดินของโตเกียว จึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ในแผนที่จะบอกสายรถไฟต่าง ๆ ทั้งรถไฟบนดิน (เช่น JR) รถไฟใต้ดิน (Tokyo Metro, Toei Subway) และรถราง พร้อมสีหรือตัวย่อกำกับแต่ละสาย รวมถึงแสดงสถานีหลักและจุดที่สายรถไฟเชื่อมต่อกัน การมีแผนผังนี้ช่วยให้เราวางแผนเปลี่ยนสายรถไฟได้อย่างถูกต้อง เช่น รู้ล่วงหน้าว่าต้องลงสถานีไหนเพื่อเปลี่ยนไปอีกสาย เป็นต้น หากไปเที่ยวโตเกียวควรจะพกแผนที่รถไฟติดตัวไว้เลยครับ เพราะเป็นแผนที่ที่ต้องใช้บ่อยมากเวลาเดินทางในเมือง แผนที่รถไฟของโตเกียวสามารถขอรับได้ฟรีที่สนามบินนานาชาตินาริตะ/ฮาเนดะ โต๊ะประชาสัมพันธ์ตามสถานีใหญ่ ๆ หรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์การท่องเที่ยวโตเกียวก็ได้เช่นกัน

นอกจากแผนที่เส้นทางรถไฟแล้ว ในตัวเมืองโตเกียวยังมี แผนที่ย่านและแผนที่ท่องเที่ยวเฉพาะเขต แจกตามศูนย์ข้อมูลต่าง ๆ เช่น แผนที่ย่านชินจูกุ, แผนที่ย่านอาซากุสะ ฯลฯ แผนที่เหล่านี้จะแสดงรายละเอียดสถานที่สำคัญในย่านนั้น ๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร ทางเข้าออกสถานีรถไฟ ฯลฯ และมักมี หมายเลขทางออก (Exit) ของสถานีระบุไว้ด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากเพราะสถานีรถไฟโตเกียวหลายแห่งมีหลายทางออก การรู้ว่าควรออกประตูไหนใกล้ที่หมายที่สุดจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงเดินค่ะ/ครับ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวอาจดาวน์โหลดแอปแผนที่ของ Tokyo Metro หรือใช้ Google Maps ในการนำทางภายในโตเกียวควบคู่กันไป โดย Google Maps จะบอกทั้งเส้นทางรถไฟที่ควรนั่งและหมายเลขชานชาลา/ทางออกสถานีที่ควรใช้ ช่วยให้การเดินทางในโตเกียวที่ซับซ้อนเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก

การใช้แผนที่ในโอซาก้า

โอซาก้า เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่แพ้โตเกียวเลยค่ะ/ครับ โอซาก้ามีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุมทั้งรถไฟใต้ดินในตัวเมืองและรถไฟ JR ที่วิ่งเชื่อมเมืองรอบนอก การเตรียม แผนที่เส้นทางรถไฟและรถไฟใต้ดินของโอซาก้า เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำ แนะนำให้หาแผนที่ที่รวมเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟของโอซาก้าไว้ด้วยกันในฉบับเดียว เพื่อจะได้เห็นภาพรวมการเดินทางทั้งหมดได้สะดวก (บางแผนที่จะรวมถึงเส้นทางไปยังเมืองรอบข้างอย่างเกียวโต นารา และโกเบด้วย) แผนที่ลักษณะนี้มีทั้งแบบแจกตามศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวในโอซาก้าและแบบดาวน์โหลดไฟล์ภาพ/PDF จากอินเทอร์เน็ต จากประสบการณ์แล้ว แผนที่เครือข่ายรถไฟของโอซาก้าดูง่ายและใช้งานไม่ยาก เพราะมีการระบุสีและชื่อสถานีชัดเจน ในแผนที่จะมีทั้งสายรถไฟใต้ดินและสายรถไฟ JR ปรากฏอยู่ ทำให้เราวางแผนเปลี่ยนสายระหว่างระบบรถไฟสองแบบนี้ได้ไม่สับสนค่ะ/ครับ หากพกแผนที่นี้ติดตัวเวลาเดินเที่ยวโอซาก้า การขึ้นรถไฟไปยังสถานที่ต่าง ๆ จะราบรื่นมากขึ้นแน่นอน (เช่น จะไปย่านช้อปปิ้งที่อุเมดะก็ดูได้ทันทีว่าควรนั่งสายใดจากย่านนัมบะไป) นอกจากนี้ โอซาก้ายังมี แผนที่ท่องเที่ยวประจำเขต เช่น แผนที่แนะนำที่เที่ยวและร้านอาหารในย่านโดทงโบริ, นัมบะ, ชินไซบาชิ เป็นต้น ซึ่งรับได้ฟรีตามห้างใหญ่หรือศูนย์ข้อมูล นักท่องเที่ยวควรหยิบติดมือไว้ เพราะมักมีคูปองส่วนลดร้านค้า/ร้านอาหารแนบมาด้วย รวมถึงมีภาพประกอบสถานที่ทำให้หาโลเคชันจริงได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ/ครับ

(หมายเหตุ: อย่าลืมว่าโอซาก้าเองก็มีบัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น Osaka Amazing Pass ซึ่งมาพร้อมแผนที่และคู่มือท่องเที่ยวโอซาก้าอย่างละเอียด หากใครใช้บัตรประเภทนี้ ให้ศึกษาแผนที่ที่แนบมากับบัตรเพื่อใช้สิทธิประโยชน์เที่ยวฟรีได้อย่างคุ้มค่าด้วยนะคะ/นะครับ)

การใช้แผนที่ในเกียวโต

เกียวโต เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับโลก เต็มไปด้วยวัดวาอาราม ศาลเจ้า และบ้านเมืองแบบดั้งเดิม แผนที่สำหรับเที่ยวเกียวโตจะค่อนข้างแตกต่างจากโตเกียวและโอซาก้าเล็กน้อย เนื่องจากระบบขนส่งหลักในเกียวโตคือ รถบัสประจำเมือง มากกว่ารถไฟ นักท่องเที่ยวที่มาเกียวโตจึงควรมี แผนที่เส้นทางรถบัส ติดตัวไว้เสมอ เกียวโตมีสายรถบัสหลายสิบสายครอบคลุมทุกพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ แผนที่รถบัสจะแสดงเส้นทางของรถบัสสายต่าง ๆ แบบอ่านง่าย โดยมักใช้สีหรือตัวเลขกำกับแต่ละสาย และจุดแวะจอดที่ผ่านสถานที่สำคัญ (เช่น วัดคินคะคุจิ, ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ, วัดคิโยมิสึ เป็นต้น) นอกจากนี้ ในแผนที่ท่องเที่ยวเกียวโตสำหรับนักท่องเที่ยว มักจะไฮไลต์จุดท่องเที่ยวฮิต ๆ ลงไปบนแผนที่ด้วย ทำให้เรามองเห็นภาพรวมว่าที่เที่ยวไหนอยู่ใกล้กันบ้าง จะได้จัดเส้นทางเที่ยวต่อเนื่องกันได้ง่ายขึ้น สมมติจะเที่ยววัดปราสาททอง (คินคะคุจิ) กับวัดริวอันจิซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน ก็จะเห็นในแผนที่เลยว่าทั้งสองแห่งอยู่บนเส้นทางรถบัสสายเดียวกัน เป็นต้น เพราะฉะนั้นก่อนเริ่มต้นขึ้นรถบัสเที่ยวเกียวโต ควรเปิดแผนที่ดูคร่าว ๆ ก่อนว่าแต่ละที่ที่อยากไปอยู่บนสายรถเมล์สายไหน และต้องลงป้ายอะไรบ้าง จะได้ไม่หลงทางและไม่ขึ้นรถผิดสายค่ะ/ครับ ทั้งนี้ เกียวโตเองก็มีระบบรถไฟใต้ดินอยู่สองสายหลัก และมีรถไฟเอกชนอีกบางสายวิ่งผ่านเมือง แต่เส้นทางรถไฟยังไม่ทั่วถึงแหล่งท่องเที่ยวเท่ารถบัส การเที่ยวย่านใจกลางเมืองเกียวโตส่วนใหญ่จึงหลีกเลี่ยงรถบัสไม่ค่อยได้ การมีแผนที่รถบัสจะช่วยได้มากจริง ๆ ค่ะ/ครับ (แผนที่รถบัสประจำเมืองเกียวโตสามารถขอรับฟรีที่สถานีรถบัสหน้าสถานีรถไฟเกียวโต, ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวในเมือง หรือโหลดจากเว็บไซต์เทศบาลนครเกียวโตได้)

นอกจากสามเมืองหลักที่กล่าวมาแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยยังนิยมเดินทางไปยังเมืองและพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในญี่ปุ่นอีกหลายแห่ง เช่น ฮอกไกโด (เกาะใหญ่ภาคเหนือ), นารา (เมืองมรดกโลกใกล้โอซาก้า), นิกโก้ (เมืองมรดกโลกใกล้โตเกียว), คามาคุระ (เมืองชายทะเลและพระใหญ่ไดบุทสึ), ฮาโกเน่ (แหล่งออนเซ็นชมฟูจิ) เป็นต้น ซึ่งแต่ละแห่งก็มีการจัดทำแผนที่ท่องเที่ยวเฉพาะพื้นที่แจกแก่นักท่องเที่ยวเช่นกัน โดยมากจะเป็นแผนที่แบบกระดาษที่แสดงจุดท่องเที่ยวสำคัญ เส้นทางรถสาธารณะในพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงระยะทางการเดินเชื่อมแต่ละจุด (บางแห่งอาจระบุเส้นทางปั่นจักรยานด้วย) เมื่อคุณวางแผนจะเดินทางไปเที่ยวเมืองเหล่านี้ แนะนำให้ค้นหาและ ดาวน์โหลดแผนที่ท่องเที่ยวของเมืองนั้น ๆ ล่วงหน้า จากเว็บไซต์การท่องเที่ยวของเมืองหรือจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ JNTO (Japan National Tourism Organization) หรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นสำหรับคนไทยต่าง ๆ ที่มักมีคนรวบรวมไฟล์แผนที่แจกฟรีไว้ให้ การมีแผนที่เฉพาะเมืองเหล่านี้จะช่วยให้คุณวางแผนได้รัดกุมยิ่งขึ้น และเก็บครบทุกที่เที่ยวสำคัญในเวลาอันจำกัดค่ะ/ครับ

แผนที่ออฟไลน์และแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์

แม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงได้แทบทุกที่ในญี่ปุ่น แต่การเตรียมแผนที่แบบ ออฟไลน์ หรือไฟล์แผนที่เก็บไว้ในเครื่องก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเราจะสามารถเปิดดูแผนที่ได้ตลอดเวลาแม้ยามไม่มีสัญญาณหรืออินเทอร์เน็ตช้า นอกจากนี้แอปพลิเคชันการเดินทางบางตัวก็มีฟังก์ชันที่ช่วยในการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี มาดูกันว่ามีแหล่งใดและแอปใดบ้างที่ควรลองใช้:

ดาวน์โหลดแผนที่ท่องเที่ยว (ไฟล์ PDF/รูปภาพ): อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนต้น ปัจจุบันมีหน่วยงานการท่องเที่ยวและเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่แจกไฟล์แผนที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นฟรีให้ดาวน์โหลดเก็บไว้ เช่น เว็บไซต์ทางการของ JNTO ภาคภาษาไทยที่มีหน้า “ดาวน์โหลดเอกสารข้อมูลการท่องเที่ยว” ให้เลือกโหลดแผนที่และโบรชัวร์ท่องเที่ยวของแต่ละภูมิภาค/จังหวัด, เว็บไซต์ของการท่องเที่ยวประจำเมือง (เช่น การท่องเที่ยวโตเกียว, การท่องเที่ยวฮอกไกโด) ก็มักมีไฟล์แผนที่ให้ดาวน์โหลด, รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยวสำหรับคนไทยอย่าง Talon Japan ที่ได้รวบรวมแผนที่ท่องเที่ยวในเมืองยอดนิยมไว้แจกฟรี แผนที่เหล่านี้สามารถเก็บเป็นไฟล์ในโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต พิมพ์เป็นกระดาษ หรือจะบันทึกลงในแอปอ่าน PDF ก็ได้ ข้อดีคือเราสามารถเปิดดูได้ทันทีโดยไม่ต้องต่อเน็ต เหมาะมากเวลาเดินเที่ยวข้างนอกหรืออยู่ในจุดที่สัญญาณมือถือไม่ดี

ใช้ฟีเจอร์ออฟไลน์ของ Google Maps: Google Maps มีฟังก์ชันให้เราดาวน์โหลดข้อมูลแผนที่ของพื้นที่ที่ต้องการมาเก็บไว้ล่วงหน้า ผู้ใช้สามารถซูมไปยังบริเวณเมืองหรือภูมิภาคที่จะไปเที่ยว จากนั้นเลือกเมนู “Offline maps” และดาวน์โหลดพื้นที่นั้นได้ (ขนาดพื้นที่ที่ดาวน์โหลดได้มีจำกัด แต่ครอบคลุมทั้งเมืองใหญ่ได้สบาย) เมื่อดาวน์โหลดเสร็จ เราจะสามารถเปิดแผนที่ ดูตำแหน่ง และค้นหาสถานที่สำคัญบางแห่งแบบออฟไลน์ได้ทันที ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มากหากเราต้องเดินทางในบริเวณที่อาจไม่มีอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา หรือคนที่ไม่ได้ซื้อซิมการ์ดที่มีแพ็กเกจเน็ตไม่จำกัด การมีแผนที่ออฟไลน์ติดเครื่องไว้จะช่วยชีวิตได้เยอะค่ะ/ครับ (ควรอัปเดตข้อมูลแผนที่ออฟไลน์ก่อนใช้งานทุกครั้ง เพราะข้อมูลมีวันหมดอายุ)

แอปพลิเคชันแผนที่และการเดินทางอื่น ๆ: นอกจาก Google Maps ยังมีแอปอื่นที่เป็นประโยชน์สำหรับเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง เช่น Maps.me (แอปแผนที่ออฟไลน์ที่ให้คุณดาวน์โหลดข้อมูลแผนที่ทั้งประเทศญี่ปุ่นมาเก็บไว้ได้ฟรี และสามารถค้นหาสถานที่โดยไม่ต้องต่อเน็ต), Japan Travel by NAVITIME (แอปสำหรับวางแผนเส้นทางรถไฟ-รถบัสที่แม่นยำ มีข้อมูลตารางเวลารถไฟละเอียด และสามารถเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุด/ถูกที่สุดได้ เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยบอกทาง เวลาไม่มีเน็ตก็ยังเปิดดูเส้นทางที่ค้นหาไว้แล้วได้บางส่วน แนะนำมากสำหรับผู้ที่ใช้ JR Pass ในการเดินทางระหว่างเมือง), HyperDia หรือ Jorudan (แอป/เว็บไซต์สำหรับค้นหาตารางรถไฟ ให้ข้อมูลเวลารถไฟขบวนแรก-ขบวนสุดท้ายและราคาค่าโดยสาร ช่วยวางแผนเรื่องเวลาได้ดี) รวมไปถึง แอปแปลภาษา เช่น Google Translate ที่สามารถใช้ส่องป้ายแปลภาษาญี่ปุ่นเป็นไทยได้ทันที ซึ่งมีประโยชน์เวลาอ่านป้ายชื่อถนนหรือชื่อสถานที่บนแผนที่ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น แอปเหล่านี้ส่วนใหญ่ดาวน์โหลดได้ฟรีและใช้งานเป็นภาษาอังกฤษได้ (บางแอปรองรับภาษาไทย) ควรติดตั้งล่วงหน้าก่อนเดินทางและลองฝึกใช้ให้คุ้นเคย จะช่วยให้การเที่ยวของเราคล่องตัวยิ่งขึ้นค่ะ/ครับ

คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการเดินทางที่สะดวกขึ้น

แผนที่รถไฟใต้ดินและรถไฟของโอซาก้า

แผนที่รถไฟใต้ดินและรถไฟของโอซาก้า

นอกเหนือจากแผนที่และแอปนำทางแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรเตรียมพร้อมเพื่อให้ทริปญี่ปุ่นของคุณราบรื่นและสะดวกสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางด้วยตัวเอง ดังนี้:

เตรียมอินเทอร์เน็ตให้พร้อมเสมอ: การใช้งานแผนที่ออนไลน์และการค้นหาข้อมูลระหว่างเที่ยวจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แนะนำให้ซื้อ ซิมการ์ดท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่มีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตไม่จำกัดหรือเช่าเครื่อง Pocket Wi-Fi ติดตัวไปด้วย ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากไทย การมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ตลอดทริปจะช่วยให้คุณเปิด Google Maps เช็คเส้นทางรถไฟ ดูเวลารถบัส หรือค้นหาร้านอาหารใกล้เคียงได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างไร้กังวล (ปัจจุบันมีผู้ให้บริการซิมและ Wi-Fi สำหรับเที่ยวญี่ปุ่นหลายรายที่มาพร้อมโปรโมชั่นคุ้มค่า ลองเลือกที่เหมาะกับงบประมาณและจำนวนวันเดินทางของคุณดูนะครับ)

วางแผนการเดินทางด้วยบัตร JR Pass หากเที่ยวข้ามเมืองหลายแห่ง: หากทริปของคุณมีแผนจะเดินทางไปหลายเมืองหรือหลายภูมิภาค การซื้อ JR Pass (บัตรโดยสารรถไฟเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ) อาจช่วยประหยัดค่าเดินทางได้มาก JR Pass มีให้เลือกตามระยะเวลา (เช่น 7 วัน, 14 วัน) สามารถใช้ขึ้นรถไฟ JR ได้ไม่จำกัดรอบภายในช่วงเวลานั้น ทำให้เราสามารถนั่งชินคันเซ็นหรือรถไฟด่วนไปเที่ยวเมืองไกล ๆ ได้แบบสบายกระเป๋ากว่าการซื้อตั๋วแยกแต่ละเที่ยว เมื่อมี JR Pass อยู่ในมือ ควรวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวให้เหมาะสมกับช่วงวันที่บัตรครอบคลุม เช่น จัดกลุ่มเมืองไกล ๆ ไว้เที่ยวติดกันแล้วใช้ JR Pass กับช่วงนั้น จะคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้เพื่อความสะดวก คุณสามารถจองที่นั่งรถไฟล่วงหน้าฟรีด้วย JR Pass ได้ที่สถานี JR ใหญ่ ๆ ในญี่ปุ่น (หรือผ่านเครื่องอัตโนมัติที่รองรับ) ในไทยเองก็มีตัวแทนจำหน่าย JR Pass ล่วงหน้า ลองตรวจสอบราคาและโปรโมชั่นก่อนซื้อเพื่อให้ได้ดีลที่ดีที่สุดนะครับ

พิจารณาใช้บริการทัวร์หรือไกด์นำเที่ยวในบางโอกาส: แม้การเที่ยวเองโดยใช้แผนที่จะให้ความอิสระและสนุกไปอีกแบบ แต่หากคุณรู้สึกไม่มั่นใจเรื่องเส้นทางหรือมีอุปสรรคด้านภาษา การจอง ทัวร์ท้องถิ่นพร้อมไกด์ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยให้การเดินทางของคุณง่ายขึ้น ไกด์มืออาชีพจะจัดการเรื่องเส้นทาง การเดินทาง และให้ความรู้ตลอดทริป ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าจะหลงทางหรือเสียเวลาหาทางเอง นอกจากนี้ทัวร์บางประเภทอาจมีการจัดรถรับส่งถึงโรงแรม ซึ่งสะดวกมากเมื่อเทียบกับการนั่งรถสาธารณะเองหลังเที่ยวเสร็จทั้งวัน แถมบางครั้งการจองทัวร์ล่วงหน้ายังได้ส่วนลดหรือคูปองพิเศษในการเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ด้วยค่ะ/ครับ (เช่น คูปองส่วนลดค่าเข้าชม, คูปองอาหาร เป็นต้น) คุณอาจเลือกจองทัวร์เฉพาะบางวันที่มีโปรแกรมท่องเที่ยวแน่น ๆ หรือสถานที่ที่ไปยาก ๆ และเที่ยวเองในวันที่สะดวกเดินทางเองผสมกันก็ได้ เพื่อให้ทริปมีความหลากหลายและไม่เหนื่อยจนเกินไป

หวังว่าเคล็ดลับและข้อมูลเรื่องแผนที่ญี่ปุ่นฉบับนี้จะช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวญี่ปุ่นของคุณผู้อ่านสนุกและง่ายยิ่งขึ้นนะคะ/นะครับ เมื่อเราเตรียมตัวเรื่องแผนที่และการเดินทางมาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในญี่ปุ่นก็มั่นใจได้ว่าจะ ไม่หลงทาง แถมยังอาจค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ ระหว่างทางจากการดูแผนที่อีกด้วย ขอให้ทุกท่านเที่ยวญี่ปุ่นอย่างสนุก เดินทางปลอดภัยและเต็มไปด้วยความทรงจำน่าประทับใจค่ะ/ครับ!

แผนที่รถบัสรอบฟูจิ

แผนที่รถบัสรอบฟูจิ

free-hokkaido-map

free-hokkaido-map

แผนที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ shirakawago map

แผนที่เที่ยวนิกโก้

แผนที่เที่ยวนิกโก้

แจกฟรีแผนที่เที่ยวอาราชิยาม่า

แจกฟรีแผนที่เที่ยวอาราชิยาม่า

แจกฟรี แผนที่เที่ยวคามาคุระ

แจกฟรี แผนที่เที่ยวคามาคุระ

กดบันทึกคูปองและบทความไว้เพื่อทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น!

ถ้ากดบันทึกคูปองหรือบทความที่ชอบเอาไว้ ก็จะสามารถค้นหาได้อย่างง่ายดายจาก "My Page" ในระหว่างการเดินทาง ลองใช้กันดูนะ!

สมัครสมาชิก

ロンタ

บันทึกแล้ว!