7 เรื่องที่ควรรู้ก่อนชมซากุระที่ญี่ปุ่น

ซากุระ ญี่ปุ่น: คู่มือชมดอกซากุระในญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
ฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นเป็นช่วงเวลาที่ทั่วประเทศถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูของดอกซากุระ นักท่องเที่ยวไทยหลายคนใฝ่ฝันอยากไปชมซากุระ ญี่ปุ่นด้วยตาตัวเองสักครั้ง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักซากุระให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซากุระคืออะไร ช่วงเวลาที่เหมาะในการชม ซากุระ ญี่ปุ่น จุดชมยอดนิยมในเมืองต่าง ๆ รวมถึงเคล็ดลับการวางแผนเที่ยวและมารยาทที่ควรรู้ เพื่อให้การชมซากุระของคุณเต็มไปด้วยความประทับใจและราบรื่น
ซากุระ ญี่ปุ่นคืออะไร
ดอกซากุระ (Sakura) คือดอกไม้สีชมพูขาวของต้นเชอร์รี่ญี่ปุ่นที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกซากุระบอบบางร่วงหล่นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสัญลักษณ์ของความงามอันแสนสั้นและเปี่ยมด้วยความหมายต่อชาวญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมีธรรมเนียมดั้งเดิมที่เรียกว่า “ฮานามิ” (Hanami) หรือการชมดอกไม้ ซึ่งมักหมายถึงการปูเสื่อนั่งปิกนิกใต้ต้นซากุระ ชื่นชมความงามของดอกไม้พร้อมกับครอบครัวและเพื่อนฝูงอย่างรื่นเริงและอบอุ่น
ดอกซากุระนับเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำชาติญี่ปุ่น มีสายพันธุ์มากมายทั่วประเทศ โดยพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ “โซเมโยชิโนะ” (Somei Yoshino) ที่มักให้ดอกสีชมพูอ่อนเต็มต้นอย่างพร้อมเพรียงในช่วงพีกของฤดูกาล นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังมีตำนานเล่าว่าชื่อ “ซากุระ” นั้นมาจากองค์หญิงโคโนะฮานะ ซากุยะฮิเมะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพธิดาผู้ปลูกต้นซากุระต้นแรกบนโลกมนุษย์และเป็นผู้พิทักษ์ภูเขาไฟฟูจิ ตำนานนี้สะท้อนถึงความผูกพันของดอกซากุระกับวัฒนธรรมและความเชื่อของคนญี่ปุ่นเป็นอย่างดี
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมซากุระในญี่ปุ่น
ช่วงเวลาการบานของดอกซากุระในญี่ปุ่นจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค โดยทั่วไปซากุระจะเริ่มบานจากทางใต้ของประเทศไล่ขึ้นไปทางเหนือ ยกตัวอย่างเช่น ในภูมิภาคคิวชู (เช่น ฟุกุโอกะ) มักเริ่มบานช่วงกลางถึงปลายเดือนมีนาคม ส่วนโตเกียว เกียวโต และโอซาก้าในภูมิภาคคันโตและคันไซ มักจะบานเต็มที่ประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ขณะที่ภูมิภาคตอนเหนืออย่างโทโฮคุซากุระจะบานช่วงต้นถึงกลางเดือนเมษายน และฮอกไกโดที่เหนือสุดจะได้ชมซากุระประมาณปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องไปถึงต้นเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว
ควรทราบว่าดอกซากุระแต่ละพื้นที่มีช่วงบานเต็มที่ (Full Bloom) เพียงประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น หากเจอสภาพอากาศอุ่นหรือมีฝนลมแรง ช่วงเวลาบานก็อาจคลาดเคลื่อนไปหรือสั้นลงอีก ดังนั้นการตรวจสอบพยากรณ์ซากุระล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ นักท่องเที่ยวควรเช็กปฏิทินพยากรณ์วันที่ซากุระเริ่มบานและบานเต็มที่ของเมืองที่จะเดินทางไป (โดยหน่วยงานญี่ปุ่นมักประกาศพยากรณ์ทุกปีราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) เพื่อเลือกช่วงวันที่เหมาะสมที่สุดในการไปชม นอกจากนี้ การเผื่อเวลาเดินทางสัก 1-2 วันในกรณีที่ซากุระบานช้าหรือเร็วกว่าคาดก็จะช่วยให้ไม่พลาดช่วงที่สวยที่สุดของปี
จุดชมซากุระ ญี่ปุ่นยอดนิยมในเมืองต่าง ๆ (โตเกียว, เกียวโต, โอซาก้า, ฮอกไกโด ฯลฯ)
ญี่ปุ่นมีจุดชมซากุระอันงดงามอยู่ทั่วประเทศ แต่ละเมืองก็จะมีสถานที่สุดพิเศษให้ได้ชมดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่ง เราขอแนะนำจุดชมซากุระ ญี่ปุ่น ยอดนิยมในเมืองหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวไทยมักเดินทางไปเยือน ดังต่อไปนี้:
โตเกียว (Tokyo)
สวนอุเอโนะ (Ueno Park) – สวนสาธารณะชื่อดังใจกลางโตเกียว มีต้นซากุระปลูกอยู่กว่า 1,000 ต้นทั่วบริเวณสวน บรรยากาศคึกคักคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาปูเสื่อฮานามิ ใต้ต้นซากุระจะเต็มไปด้วยครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มาปิกนิกกินอาหารอร่อยๆ ท่ามกลางดอกไม้บาน นอกจากนี้ช่วงที่ดอกไม้เบ่งบานเต็มที่ สวนอุเอโนะยังมีการประดับโคมไฟในตอนกลางคืนและร้านค้าขายของกินเล่น ให้เราได้เดินชิมอาหารไปพร้อมกับชมซากุระยามค่ำคืนอย่างเพลิดเพลิน
สวนชินจูกุเกียวเอ็น (Shinjuku Gyoen) – สวนสาธารณะแห่งชาติขนาดใหญ่ที่เงียบสงบและร่มรื่นท่ามกลางเมืองหลวง ภายในสวนปลูกต้นซากุระหลายสายพันธุ์รวมกันกว่าพันต้น ทำให้มีช่วงเวลาบานที่ต่อเนื่องยาวนานกว่าที่อื่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมดอกซากุระตามสวนญี่ปุ่นที่จัดแต่งอย่างสวยงาม หรือจะนั่งพักผ่อนบนสนามหญ้าชมดอกไม้ก็ได้ จุดเด่นคือบรรยากาศที่ไม่แออัดเท่าสวนสาธารณะอื่นๆ (มีการจำกัดจำนวนคนเข้าชมและเก็บค่าเข้าชมเล็กน้อย) จึงเหมาะกับผู้ที่อยากได้ภาพและประสบการณ์ชมซากุระแบบสบายๆ
สวนจิโดริกาฟุจิ (Chidorigafuchi Park) – จุดชมซากุระสุดโรแมนติกบริเวณคูน้ำรอบพระราชวังอิมพีเรียล ต้นซากุระหลายร้อยต้นเรียงรายตลอดแนวคูน้ำ เมื่อถึงช่วงบานเต็มที่จะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระสะท้อนลงบนผืนน้ำอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมเช่าเรือพายล่องชมดอกไม้จากกลางน้ำเพื่อซึมซับบรรยากาศสีชมพู360 องศายิ่งขึ้น ในตอนกลางคืนมีการประดับไฟ ( โยซากุระ) ทำให้ดอกซากุระสว่างไสวงดงามไปอีกแบบ (นอกจากนี้ในโตเกียวยังมีจุดชมชื่อดังอื่นๆ เช่น แนวต้นซากุระริมแม่น้ำเมกุโระ ที่มีโคมไฟและร้านค้าให้เดินเที่ยวตอนค่ำด้วยเช่นกัน)
เกียวโต (Kyoto)
สวนมารุยามะ (Maruyama Park) – สวนสาธารณะเก่าแก่ใจกลางย่านกิ ใกล้ศาลเจ้ายาซากะ สัญลักษณ์ของที่นี่คือต้นชิดาเระซากุระ (ซากุระพันธุ์ร่ำไร) ต้นใหญ่กลางสวนที่แตกกิ่งก้านเป็นรูปทรงร่มและออกดอกสีชมพูเต็มต้นอย่างงดงาม ในช่วงเทศกาลฮานามิ สวนมารุยามะจะคึกคักด้วยร้านอาหารแผงลอยมากมายและผู้คนที่มาปิกนิกนั่งชมซากุระกันทั้งกลางวันและกลางคืน (มีการประดับไฟที่ต้นซากุระยามค่ำคืนสวยจับตา)
เส้นทางนักปราชญ์ (Philosopher’s Path) – ทางเดินเล็กๆ เลียบคลองในเมืองเกียวโตที่ได้ชื่อว่าสวยราวบทกวีช่วงซากุระบาน ตลอดระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรนี้เรียงรายไปด้วยต้นซากุระกว่า 500 ต้น เมื่อดอกไม้บานจะกลายเป็นอุโมงค์ซากุระตามแนวคลองที่โรแมนติกมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทอดน่องชมวิว ถ่ายภาพตามสะพานหินเล็กๆ ที่ตัดผ่านคลอง หรือแวะชมวัดและศาลเจ้าชื่อดังหลายแห่งที่อยู่ตามเส้นทางได้อีกด้วย (เช่น วัดกินคะคุจิ และวัดเอคังโด)
อาราชิยาม่า (Arashiyama) – ย่านชนบทเชิงเขาทางตะวันตกของเกียวโตที่โด่งดังเรื่องความงามตามธรรมชาติ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิริมฝั่งแม่น้ำโออิและรอบๆ สะพานโทเก็ตสึเคียวจะเต็มไปด้วยซากุระบานเป็นฉากหลังของภูเขาเขียวขจี นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟสายโรแมนติกซากาโนะ (Sagano Romantic Train) ที่วิ่งเลียบหุบเขาเพื่อชมซากุระตามเส้นทางภูเขา หรือเช่าเรือพายชมดอกไม้จากบนลำน้ำ นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีป่าไผ่อาราชิยาม่าและวัดเทนริวจิให้เที่ยวชมได้ในวันเดียวกัน ทำให้อาราชิยาม่าเป็นจุดหมายยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกียวโตช่วงซากุระ
โอซาก้า (Osaka)
สวนปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle Park) – แลนด์มาร์กหลักของโอซาก้าที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมปราสาทโบราณกับความงามของดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ รอบๆ ปราสาทโอซาก้ามีต้นซากุระปลูกอยู่ราว 3,000 ต้น เมื่อถึงเวลาบานจะแต่งแต้มบริเวณปราสาทให้กลายเป็นสีชมพูสุดตระการตา นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนรอบคูน้ำและกำแพงปราสาท ถ่ายรูปตัวปราสาทที่มีฉากหน้าเป็นดอกซากุระบาน หรือจะปิกนิกเล็กๆ ใต้ร่มเงาต้นซากุระก็ได้ บริเวณนี้ยังมีการจัดเทศกาลชมดอกไม้ช่วงกลางคืนโดยประดับไฟไลท์อัพให้ชมซากุระพร้อมฉากหลังปราสาทอย่างสวยงามอีกด้วย
สวนเคมะ ซากุระโนะมิยะ (Kema Sakuranomiya Park) – สวนริมแม่น้ำในตัวเมืองโอซาก้าที่ขึ้นชื่อเรื่องอุโมงค์ซากุระยาวสุดสายตา ตลอดสองฝั่งแม่น้ำโอคาวะ ณ สวนแห่งนี้ปลูกต้นซากุระไว้รวมกว่า 4,000-5,000 ต้น! ในยามดอกไม้บาน ผู้คนมักมาเดินเล่นหรือปั่นจักรยานเลียบแม่น้ำเพื่อชมซากุระเรียงรายเป็นระยะทางยาวสุดลูกหูลูกตา บรรยากาศผ่อนคลายเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ หากมาเยือนโอซาก้าในช่วงต้นเดือนเมษายน สวนเคมะซากุระโนะมิยะคืออีกจุดหนึ่งที่ควรแวะไปชมความงามของดอกซากุระและวิถีชีวิตชาวโอซาก้าที่มาพักผ่อนกันตามสวนสาธารณะริมแม่น้ำ
ฮอกไกโด (Hokkaido)
สวนโงะเรียวคาคุ (Goryokaku Park), ฮาโกดาเตะ – ป้อมปราการรูปดาวห้าแฉกในเมืองฮาโกดาเตะที่กลายมาเป็นสวนสาธารณะสุดงดงาม ป้อมโงะเรียวคาคุปลูกต้นซากุระไว้กว่า 1,000 ต้นตามคูน้ำและแนวกำแพงป้อม ดาวทั้งดวงจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มที่ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นหอคอยโกะเรียวคาคุที่อยู่ข้างๆ เพื่อชมวิวมุมสูงของสวนรูปดาวที่ถูกย้อมสีชมพูทั่วทั้งผืน หรือจะเดินเล่นในสวนชมต้นซากุระและคูน้ำใกล้ๆ ก็สวยไม่แพ้กัน ไฮไลต์อีกอย่างคือเทศกาลฮานามิของชาวฮอกไกโดที่ผู้คนจะออกมาปิกนิกย่างเจงกิสข่าน (บาร์บีคิวสไตล์ฮอกไกโด) กินกันใต้ต้นซากุระอย่างครึกครื้น เป็นประสบการณ์ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่ไหน
สวนมารุยามะ & ศาลเจ้าฮอกไกโด, ซัปโปโร – ในตัวเมืองซัปโปโรเองก็มีสถานที่ชมซากุระยอดนิยม คือสวนมารุยามะและบริเวณศาลเจ้าฮอกไกโดที่ตั้งอยู่ติดกัน ที่นี่มีต้นซากุระพันธุ์เอโซยะมะซากุระและพันธุ์อื่นๆ รวมหลายร้อยต้นกระจายอยู่รอบสวนและทางเดินเข้าสู่ศาลเจ้า เมื่อดอกไม้บานผู้คนนิยมมาจับจองพื้นที่ปิกนิกใต้ต้นซากุระกันตั้งแต่ช่วงสาย บรรยากาศสนุกสนานเป็นกันเองแบบท้องถิ่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซากุระไปพร้อมกับไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าฮอกไกโดซึ่งถูกโอบล้อมด้วยดอกไม้สีชมพู เป็นการผสานวัฒนธรรมการไหว้เจ้าเข้ากับการชมธรรมชาติได้อย่างลงตัว
นอกจากจุดยอดนิยมในเมืองใหญ่เหล่านี้ ญี่ปุ่นยังมีสถานที่ชมซากุระสวยๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศอีกมากมาย เช่น สวนปราสาทฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ ที่มีซากุระกว่า 2,500 ต้นล้อมรอบปราสาทญี่ปุ่นโบราณอายุกว่า 400 ปี กลีบดอกไม้จะร่วงลงบนคูน้ำรอบปราสาทจนกลายเป็นพรมสีชมพูในน้ำที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หรือ สวนปราสาทฟุนาโอกะ จังหวัดมิยากิ ซึ่งเป็นจุดชมซากุระขึ้นชื่อในภูมิภาคโทโฮคุ นักท่องเที่ยวจะได้นั่งรถรางเล็กขึ้นเนินเขาท่ามกลางอุโมงค์ซากุระกว่า 1,000 ต้น ไปจนถึงยอดเขาที่ตั้งองค์เจ้าแม่กวนอิมสูง 24 เมตร สามารถชมวิวซากุระพร้อมไหว้พระขอพรไปในตัว ทั้งสองแห่งนี้เป็นตัวอย่างจุดชมซากุระที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสวยงามไม่แพ้เมืองใหญ่ หากมีเวลาการเดินทางมากพอก็ถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าอย่างยิ่งในการตามรอยซากุระถึงถิ่นต่างจังหวัด
เคล็ดลับการวางแผนเที่ยวซากุระ
ช่วงฤดูซากุระถือเป็นไฮซีซั่นการท่องเที่ยวญี่ปุ่น การวางแผนที่รัดกุมจะช่วยให้ทริปชมดอกไม้ของคุณราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด นี่คือเคล็ดลับสำคัญในการวางแผนเที่ยวชมซากุระให้ได้ประสบการณ์ประทับใจ:
ตรวจสอบพยากรณ์ซากุระและเลือกช่วงเวลาให้เหมาะสม: ก่อนจองทริป ควรเช็กข้อมูลพยากรณ์ซากุระของปีนั้นๆ ว่าดอกซากุระในเมืองหรือภูมิภาคที่อยากไปจะเริ่มบานและบานเต็มที่เมื่อใด เลือกช่วงวันที่เดินทางให้ตรงกับช่วง full bloom มากที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสได้เห็นดอกซากุระบานสะพรั่งสวยที่สุด (หลีกเลี่ยงการไปก่อนหรือหลังพีกนานเกินไป) หากเป็นไปได้ควรเผื่อวันเดินทางสักเล็กน้อยเผื่อการบานคลาดเคลื่อนจากกำหนดการ
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า: เมื่อได้ช่วงเวลาที่ต้องการแล้ว ควรวางแผนจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รวมถึงตั๋วรถไฟหรือบัตร JR Pass (หากจำเป็น) ล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เพราะช่วงปลายมีนาคม-ต้นเมษายนถือว่าเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกหลั่งไหลไปญี่ปุ่นเพื่อชมซากุระ ทำให้ตั๋วเครื่องบินและโรงแรมมักจะถูกจองเต็มเร็วและมีราคาสูงกว่าปกติ การจองล่วงหน้าตั้งแต่หลายเดือนก่อนจะช่วยให้ได้ราคาที่คุ้มค่าและมีตัวเลือกที่พักตามต้องการ
หลีกเลี่ยงวันหยุดและเลือกชมในเวลาคนน้อย: จุดชมซากุระยอดนิยมมักหนาแน่นมากเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น ถ้าเป็นไปได้ควรจัดตารางชมซากุระในวันธรรมดา เพื่อลดความแออัดและสามารถชมความงามได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้การไปแต่เช้าตรู่หรือช่วงเย็นใกล้ปิดก็อาจเจอคนน้อยลง และยังได้บรรยากาศแสงสวยๆ สำหรับการถ่ายรูปอีกด้วย สำหรับใครที่ไม่ชอบฝูงชน การเลือกจุดชมที่อยู่ชานเมืองหรือตามเมืองเล็กที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านก็เป็นทางเลือกที่ดีที่จะได้เสพบรรยากาศสงบๆ
เตรียมแผนสำรองเผื่อฝนหรืออากาศแปรปรวน: แม้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิแต่สภาพอากาศช่วงซากุระสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น ฝนตกหรืออากาศหนาวเย็นกะทันหัน ควรคิดเผื่อกิจกรรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวในร่มไว้ล่วงหน้า เผื่อวันที่ฝนตกจนไม่สะดวกชมซากุระกลางแจ้ง เช่น เตรียมรายการคาเฟ่ ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ หรือแหล่งช้อปปิ้งที่อยู่ใกล้เคียงจุดชมซากุระไว้เป็นตัวเลือกสำหรับหลบฝนชั่วคราว อีกทั้งพกเสื้อกันฝนหรือร่มขนาดเล็กติดกระเป๋าไว้ก็จะช่วยให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่ไม่แน่นอนได้
จัดเตรียมสิ่งของที่จำเป็นให้พร้อม: การชมซากุระส่วนใหญ่อาจต้องเดินเป็นระยะทางไกลและอยู่กลางแจ้งหลายชั่วโมง ควรเตรียมรองเท้าที่ใส่เดินสบาย เสื้อผ้าที่อบอุ่นพอเหมาะ (ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิอากาศยังค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะตอนเช้าและเย็น) และอุปกรณ์กันแดดกันฝนตามความเหมาะสม หากมีแผนจะปิกนิกใต้ต้นซากุระ ควรพกเสื่อหรือแผ่นรองนั่งบางๆ ติดไปด้วย รวมถึงถุงสำหรับใส่ขยะของตัวเองเพื่อนำไปทิ้งให้ถูกที่เมื่อเลิกใช้งาน นอกจากนี้อย่าลืมเคลียร์เมมโมรี่กล้องหรือโทรศัพท์ให้พร้อม เพราะคุณจะต้องถ่ายรูปความสวยงามของดอกไม้เก็บไว้เยอะแน่นอน!
สิ่งที่ควรรู้เมื่อชมซากุระในญี่ปุ่น
การได้ชมดอกซากุระท่ามกลางบรรยากาศฮานามิแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสวยงามและน่าประทับใจ เพื่อให้การชมซากุระของเราราบรื่นและไม่เป็นการรบกวนผู้อื่น มีสิ่งที่ควรรู้และมารยาทบางประการที่ควรปฏิบัติตามดังนี้:
ห้ามเด็ดหรือทำลายดอกซากุระ: ไม่เด็ดดอก ไม่หักกิ่ง หรือเขย่าต้นซากุระเพื่อให้กลีบร่วง การกระทำเหล่านี้ถือว่าไม่เคารพธรรมชาติและอาจผิดกฎของสถานที่ เพราะดอกซากุระจะบานบนต้นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 1 สัปดาห์แล้วร่วงโรยไป การเด็ดดอกไม้เล่นไม่เพียงทำให้อายุของดอกไม้บนต้นสั้นลง แต่ยังทำให้คนอื่นๆ ที่มาชมหลังจากนั้นพลาดโอกาสเห็นความงามเต็มที่ของซากุระอีกด้วย
รักษาความสะอาด: เมื่อไปปิกนิกหรือชมซากุระตามสวนสาธารณะ ควรเตรียมถุงขยะไปด้วยเสมอ และนำขยะทุกชิ้นของตนเองไปทิ้งในบริเวณที่จัดไว้หรือเก็บกลับไปทิ้งที่อื่นอย่างถูกต้อง ห้ามทิ้งขยะเรี่ยราด โดยเด็ดขาด เนื่องจากสวนสาธารณะในญี่ปุ่นมักไม่ค่อยมีถังขยะตั้งอยู่ทั่วไป การทิ้งเศษขยะไว้จะทำลายบรรยากาศอันสวยงามของดอกไม้และอาจทำให้เจ้าหน้าที่สวนต้องทำงานหนักขึ้น อย่าลืมนึกถึงใจเขาใจเราว่าถ้าเรามองดอกไม้สวยๆ แล้วต้องมาเห็นขยะเกลื่อนพื้นก็คงหมดอารมณ์ความสุขไปไม่น้อย
ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอดี: การนั่งดื่มสาเกหรือเบียร์เย็นๆ ท่ามกลางบรรยากาศซากุระบานเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปในเทศกาลฮานามิ คุณสามารถดื่มฉลองได้แต่ควรดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ หลีกเลี่ยงการดื่มหนักจนเมามาย เพราะนอกจากจะเสียมารยาทและอาจรบกวนคนรอบข้างแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อตัวเองอีกด้วย บรรยากาศใต้ต้นซากุระจะสนุกสนานที่สุดเมื่อทุกคนรักษาความพอดี ยิ้มแย้มพูดคุยกันอย่างมีสติและให้เกียรติซึ่งกันและกัน
ซากุระหรือบ๊วย? นักท่องเที่ยวหลายคนอาจสับสนระหว่างดอกซากุระกับดอกบ๊วย (ume) ซึ่งบานในช่วงใกล้เคียงกัน ดอกทั้งสองชนิดมีสีชมพูสวยงามคล้ายกัน แต่ความแตกต่างหลักๆ คือ ดอกบ๊วยจะไม่มีก้านดอก ดังนั้นดอกจะติดอยู่ที่กิ่งเลย ในขณะที่ดอกซากุระนั้นมีก้านเล็กๆ เชื่อมระหว่างดอกกับกิ่ง นอกจากนี้ กลีบดอกซากุระจะมีรอยหยักเล็กๆ ที่ปลายกลีบ ทำให้แต่ละกลีบดูคล้ายรูปหัวใจ ส่วนดอกบ๊วยกลีบดอกจะมนกลมไม่มีหยัก หากเดินชมแล้วเจอต้นไม้ดอกสีชมพูที่เริ่มบานช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ กลีบมนและดอกติดกิ่งแน่น ไม่มีพวงเป็นช่อ นั่นอาจเป็นดอกบ๊วยซึ่งบานก่อนซากุระเล็กน้อย แต่ไม่ว่าจะบ๊วยหรือซากุระก็ล้วนงดงาม ควรค่าแก่การชมทั้งคู่
อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนญี่ปุ่นช่วงซากุระก็คือการชมซากุระยามค่ำคืนหรือที่เรียกว่า โยซากุระ () หลายพื้นที่ทั่วญี่ปุ่นจะมีการประดับไฟไลท์อัพส่องไปยังดอกซากุระหลังพระอาทิตย์ตกดิน ทำให้บรรยากาศในสวนหรือริมแม่น้ำเปลี่ยนไปเป็นโลกอีกมิติหนึ่งที่โรแมนติกและน่าหลงใหล ต่างจากตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่น ที่สวนจิโดริกาฟุจิในโตเกียวจะจุดโคมไฟเรียงรายตลอดแนวต้นซากุระริมคูคลองพร้อมกับเปิดไฟสะท้อนลงน้ำ หรือที่สวนมารุยามะในเกียวโตก็มีไฟส่องต้นชิดาเระซากุระต้นยักษ์กลางสวนอย่างอลังการ นักท่องเที่ยวควรสอบถามตารางการจัดไฟของแต่ละสถานที่และแวะไปชมให้ได้อย่างน้อยสักครั้ง เพื่อดื่มด่ำกับความงดงามของซากุระในอีกรูปแบบหนึ่ง
สุดท้ายนี้ การชมดอกซากุระในญี่ปุ่นเป็นประสบการณ์ที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน ความสวยงามของดอกไม้ที่บานสะพรั่งพร้อมกับวัฒนธรรมฮานามิแบบญี่ปุ่นจะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม หวังว่าคู่มือและข้อมูลที่รวบรวมมานี้จะช่วยให้การเดินทางชมซากุระ ญี่ปุ่นครั้งต่อไปของคุณเต็มไปด้วยความสุข สนุกสนาน และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มตลอดทริป












