ค้นหาคูปองและบทความ

Close
สมัครสมาชิก

คำทักทาย ในภาษาญี่ปุ่น

กรุณาเข้าสู่ระบบ

คำทักทาย ในภาษาญี่ปุ่น

การได้ออกเดินทางไปสัมผัสความงดงามของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโต หรือการยืนท่ามกลางแสงไฟนีออนในย่านชินจูกุ สิ่งที่สร้างความประทับใจได้ไม่แพ้ทิวทัศน์คืออัธยาศัยไมตรีของผู้คน การเตรียมตัวก่อนออกเดินทางจึงไม่ได้มีแค่การจัดกระเป๋าหรือวางแผนการเดินทาง แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้ คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น ติดตัวไว้บ้าง เพราะนี่คือเครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดที่จะช่วยเปลี่ยนสถานะจากนักท่องเที่ยวขาจร ให้กลายเป็นแขกผู้มาเยือนที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น แม้จะไม่เข้าใจไวยากรณ์ที่ซับซ้อน แต่เพียงแค่เอ่ยคำทักทายสั้นๆ ด้วยความจริงใจ ก็สามารถทลายกำแพงทางภาษาและสร้างรอยยิ้มให้กับเจ้าบ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโลกของภาษาญี่ปุ่นในระดับพื้นฐาน ที่คัดสรรมาแล้วว่าจำเป็นและได้ใช้งานจริง พร้อมเกร็ดวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำเหล่านั้น เพื่อให้การสื่อสารเปี่ยมไปด้วยความหมายและความเข้าใจที่ลึกซึ้ง

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของวันที่สดใส

คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น

ในสังคมญี่ปุ่น การทักทายตอนเช้าถือเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยปลุกพลังให้กับทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ช่วงเวลาของเช้าในญี่ปุ่นกินความตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นไปจนถึงเวลาประมาณ 10 หรือ 11 โมงเช้า คำทักทายที่ใช้กันเป็นมาตรฐานคือ โอฮาโย โกไซมาสุ (Ohayou Gozaimasu) ซึ่งแปลว่า อรุณสวัสดิ์ วลีนี้มีความสุภาพและเป็นทางการ เหมาะสำหรับการทักทายพนักงานโรงแรม ผู้ใหญ่ที่เคารพ หรือบุคคลที่เพิ่งพบเจอกันเป็นครั้งแรกของวัน

หากต้องการลดระดับความเป็นทางการลงเพื่อใช้กับเพื่อนสนิทหรือคนรุ่นราวคราวเดียวกัน สามารถตัดเหลือเพียง โอฮาโย (Ohayou) ได้ ซึ่งจะให้ความรู้สึกเป็นกันเองและผ่อนคลายกว่า เกร็ดที่น่าสนใจคือในโลกของการทำงานหรือวงการบันเทิงญี่ปุ่น บางครั้งอาจได้ยิน คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น นี้แม้จะเป็นเวลาบ่ายหรือค่ำ หากเป็นการเจอกันครั้งแรกของกะการทำงาน เพื่อสื่อถึงการเริ่มต้นร่วมงานกัน แต่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถยึดหลักตามช่วงเวลาจริงได้เลย

สวัสดีตอนกลางวัน คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น ครอบจักรวาล

เมื่อเข้าสู่ช่วงสายไปจนถึงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น จะเปลี่ยนมาใช้ คอนนิจิวะ (Konnichiwa) คำนี้เป็นคำที่ชาวต่างชาติคุ้นหูที่สุดและมีโอกาสได้ใช้งานบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเดินเข้าร้านอาหาร ซื้อของตามร้านค้า หรือทักทายเจ้าหน้าที่ตามสถานีรถไฟ การกล่าว คอนนิจิวะ พร้อมรอยยิ้มถือเป็นมารยาทที่งดงาม

ข้อสังเกตเล็กน้อยสำหรับคำนี้คือ โดยปกติแล้วคนญี่ปุ่นมักจะไม่ใช้ คอนนิจิวะ กับคนในครอบครัวเดียวกันที่เจอหน้ากันทุกวัน หรือเพื่อนที่สนิทมากๆ เพราะคำนี้มีระยะห่างทางสังคมแฝงอยู่เล็กน้อย การใช้กับคนใกล้ชิดเกินไปอาจดูเหินห่าง แต่สำหรับนักเดินทางแล้ว นี่คือคำวิเศษที่ใช้ทักทายคนท้องถิ่นได้เกือบทุกสถานการณ์ในช่วงเวลากลางวัน

สวัสดีตอนเย็นและราตรีสวัสดิ์ ช่วงเวลาแห่งแสงไฟ

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หรือตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป การทักทายเมื่อพบหน้ากันจะใช้คำว่า คอนบังวะ (Konbanwa) แปลว่า สวัสดีตอนเย็น เหมาะสำหรับใช้ทักทายเมื่อเดินเข้าร้านกินดื่ม (Izakaya) หรือเดินชมงานเทศกาลไฟประดับยามค่ำคืน

สิ่งที่ต้องระวังคือความสับสนระหว่างการทักทายกับการบอกลา หากต้องการบอกลาเพื่อนเพื่อกลับที่พักหรือเข้านอน จะใช้คำว่า โอยาสุมิ (Oyasumi) หรือ โอยาสุมิ นาไซ (Oyasumi nasai) ในรูปสุภาพ ซึ่งแปลว่า ราตรีสวัสดิ์ ดังนั้นหากเจอหน้ากันตอน 2 ทุ่ม ห้ามทักว่า โอยาสุมิ เด็ดขาด เพราะนั่นหมายความว่าผู้พูดต้องการจบบทสนทนาและขอตัวไปนอนแล้ว

สบายดีไหม การถามไถ่ที่ไม่พร่ำเพรื่อ

ในวัฒนธรรมตะวันตก การถามว่า สบายดีไหม มักจะมาคู่กับคำสวัสดีเสมอ แต่ในญี่ปุ่น การถามคำถามนี้มีบริบทเฉพาะเจาะจง วลีที่ใช้คือ โอเก็งกิ เดส กะ (Ogenki desu ka) ซึ่งแปลว่า สบายดีไหม คนญี่ปุ่นมักใช้คำถามนี้กับคนที่ไม่ได้เจอกันมาระยะหนึ่ง เพื่อแสดงความห่วงใยถึงสุขภาพความเป็นอยู่ ในช่วงที่ห่างหายกันไป

ดังนั้น หากเจอกันทุกวัน ไม่จำเป็นต้องถามคำนี้ซ้ำๆ ทุกเช้า วิธีการตอบรับเมื่อถูกถามคือ ไฮ่, เก็งกิ เดส (Hai, genki desu) แปลว่า ครับ/ค่ะ สบายดี และสามารถถามกลับตามมารยาทได้ว่า …ซัง วะ? (…San wa?) เพื่อถามกลับว่า แล้วทางฝั่งนั้นล่ะ สบายดีไหม เป็นการแสดงความใส่ใจซึ่งกันและกัน

การแนะนำตัว ฝากเนื้อฝากตัวด้วยหัวใจ

คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น

เมื่อมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนใหม่ชาวญี่ปุ่น หรือต้องแนะนำตัวกับโฮสต์เจ้าของที่พัก การแนะนำตัวจะมีแพทเทิร์นที่สวยงาม เริ่มต้นด้วย ฮาจิเมะมาชิเตะ (Hajimemashite) แปลว่า ยินดีที่ได้รู้จัก (ครั้งแรก) ตามด้วยการบอกชื่อ และปิดท้ายด้วยวลีทองคำอย่าง โยโรชิคุ โอเนไกชิมาสุ (Yoroshiku onegaishimasu)

คำว่า โยโรชิคุ โอเนไกชิมาสุ นี้มีความหมายลึกซึ้งและแปลเป็นภาษาอื่นได้ยาก ความหมายโดยรวมคือ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย หรือ ขอความกรุณาด้วย เป็นการแสดงความถ่อมตนว่าต่อจากนี้ไปอาจต้องรบกวนหรือพึ่งพาอาศัยกัน การกล่าวคำนี้พร้อมกับการโค้งคำนับจะสร้างความประทับใจอย่างมาก เพราะแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในมารยาทญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

คำขอบคุณและขอโทษ สองคำที่ใช้แทนกันได้

Japanese Greetings

คำขอบคุณพื้นฐานคือ อาริงาโตะ โกไซมาสุ (Arigatou Gozaimasu) ซึ่งควรพูดให้เต็มประโยคเพื่อความสุภาพ แต่มีอีกคำหนึ่งที่นักเดินทางควรจดจำให้ขึ้นใจคือ ซูมิมาเซ็น (Sumimasen) คำนี้เป็นคำสารพัดประโยชน์ที่ทำหน้าที่ได้ทั้ง ขอโทษ (Excuse me / Sorry) และ ขอบคุณ (Thank you) ในบางบริบท

ตัวอย่างเช่น หากทำของตกแล้วมีคนเก็บให้ คนญี่ปุ่นมักจะกล่าว ซูมิมาเซ็น แทนที่จะเป็น อาริงาโตะ เพื่อสื่อความหมายว่า ขอโทษที่ทำให้ลำบาก และ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ ไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ ซูมิมาเซ็น ยังใช้สำหรับเรียกพนักงานในร้านอาหาร หรือขอทางเมื่อเดินเบียดเสียดในรถไฟได้อีกด้วย

มารยาทบนโต๊ะอาหาร จิตวิญญาณแห่งความรู้คุณ

คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น

ก่อนเริ่มรับประทานอาหาร ธรรมเนียมปฏิบัติคือการพนมมือและกล่าว อิตาดาคิมาสุ (Itadakimasu) ซึ่งแปลว่า ขอน้อมรับ (ชีวิต) เป็นการขอบคุณวัตถุดิบและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ทำให้อาหารจานนี้มาวางอยู่ตรงหน้า และเมื่อทานเสร็จ จะกล่าวว่า โกจิโซซามะ เดชิตะ (Gochisousama deshita) แปลว่า ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้

การกล่าวคำเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรม แต่เป็นการแสดงความเคารพต่ออาหารและผู้ปรุง หากไปทานอาหารในร้านที่มีเชฟทำอาหารให้เห็น หรือร้านเล็กๆ ที่เจ้าของดูแลเอง การกล่าว โกจิโซซามะ เดชิตะ ก่อนเดินออกจากร้าน คือคำชมเชยที่ดีที่สุดที่ลูกค้าจะมอบให้ได้

การบอกลา แบบไม่ใช้ ซาโยนาระ

Japanese Greetings

คำว่า ซาโยนาระ (Sayonara) มักถูกเข้าใจว่าเป็นคำบอกลาทั่วไป แต่ในความรู้สึกของคนญี่ปุ่น คำนี้มีความหมายค่อนข้างหนักแน่น สื่อถึงการลาจากที่อาจไม่ได้เจอกันอีกนาน หรือการแยกทางกัน สำหรับการบอกลาในชีวิตประจำวันทั่วไป นิยมใช้คำว่า มาตะ เนะ (Mata ne) แปลว่า แล้วเจอกันนะ หรือ จ้า เนะ (Jaa ne)

หากต้องการความเป็นทางการมากขึ้น หรือใช้บอกลาผู้ใหญ่ สามารถใช้ มาตะ ไอมาโช (Mata aimashou) แปลว่า แล้วพบกันใหม่ หรือ ชิตสึเรย์ ชิมาสุ (Shitsurei shimasu) แปลว่า ขอตัวกลับก่อน (ขอเสียมารยาท) การเลือกใช้คำบอกลาให้ถูกระดับจะช่วยรักษาบรรยากาศความสัมพันธ์ให้ราบรื่นไปจนถึงวินาทีสุดท้าย

ภาษากาย สิ่งที่เสียงส่งไปไม่ถึง

นอกเหนือจากคำพูดแล้ว การโค้งคำนับ หรือ โอจิกิ (Ojigi) เป็นส่วนประกอบสำคัญของการทักทายในญี่ปุ่น การโค้งมีหลายระดับตามความอาวุโส แต่สำหรับนักท่องเที่ยว เพียงแค่ผงกศีรษะเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้ม หรือโค้งลำตัวลงประมาณ 15 องศา ก็ถือว่าเป็นการแสดงความเคารพที่เพียงพอและน่าเอ็นดูแล้ว ข้อควรระวังคือไม่ควรพนมมือไหว้แบบไทยขณะพูดภาษาญี่ปุ่น เพราะวัฒนธรรมการไหว้และการโค้งมีความแตกต่างกัน การโค้งพร้อมแนบแขนไว้ข้างลำตัวคือท่าทางมาตรฐานที่สุภาพที่สุดในบริบทญี่ปุ่น

บทสรุป มัดใจเจ้าบ้านด้วย คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น ที่มากกว่าแค่คำพูด

การเรียนรู้ภาษาคือการเรียนรู้วัฒนธรรม การที่นักเดินทางพยายามเอ่ย คำทักทาย ภาษาญี่ปุ่น แม้สำเนียงอาจจะไม่เป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา หรืออาจมีความประหม่าในการเลือกใช้คำ แต่ความพยายามเหล่านั้นคือสิ่งที่คนญี่ปุ่นมองเห็นและชื่นชม รอยยิ้มที่ได้รับกลับมาหลังจากกล่าว โอฮาโย หรือ อาริงาโตะ จะเป็นเครื่องยืนยันว่าการสื่อสารนั้นสัมฤทธิ์ผล

ขอให้มั่นใจและกล้าที่จะพูด คำทักทายเหล่านี้เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงความรู้สึกดีๆ ระหว่างผู้มาเยือนและเจ้าบ้านเข้าด้วยกัน ทำให้ทริปการเดินทางไม่ได้มีค่าแค่ภาพถ่ายสวยๆ ในกล้อง แต่ยังเต็มไปด้วยความทรงจำแห่งมิตรภาพที่อบอุ่นและยั่งยืน

กดบันทึกคูปองและบทความไว้เพื่อทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น!

ถ้ากดบันทึกคูปองหรือบทความที่ชอบเอาไว้ ก็จะสามารถค้นหาได้อย่างง่ายดายจาก "My Page" ในระหว่างการเดินทาง ลองใช้กันดูนะ!

สมัครสมาชิก

ロンタ

บันทึกแล้ว!