ค้นหาคูปองและบทความ

Close
สมัครสมาชิก

โตเกียวดิสนีย์ซี Tokyo DisneySea

กรุณาเข้าสู่ระบบ

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) – คู่มือเที่ยวครบวงจรสำหรับนักท่องเที่ยวไทย

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo DisneySea) เป็นสวนสนุกในเครือดิสนีย์ที่มีธีมเกี่ยวกับการผจญภัยโลกทะเลแห่งเดียวในโลก ตั้งอยู่ในโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น สวนสนุกแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเทพนิยายและตำนานแห่งท้องทะเล ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากดิสนีย์แลนด์แบบคลาสสิกอย่างชัดเจน และด้วยความอลังการและรายละเอียดการตกแต่งที่สมจริง โตเกียวดิสนีย์ซีจึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่แฟนดิสนีย์ทั่วโลก (รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย) ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนโตเกียวค่ะ

จุดเด่นของโตเกียวดิสนีย์ซี (ต่างจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์อย่างไร)

โตเกียวดิสนีย์ซีมีจุดเด่นเฉพาะตัวหลายประการที่ทำให้สวนสนุกแห่งนี้พิเศษและแตกต่างจากโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ดังนี้:

sandra-foyt/shutterstock.com

ธีมและบรรยากาศ: ดิสนีย์ซีมาในธีมการผจญภัยแห่งท้องทะเลที่หรูหราและลุ่มลึก แต่ยังคงความแฟนตาซีแบบดิสนีย์ ครอบคลุมท่าเรือเมืองท่าต่างๆ รอบโลก ให้ความรู้สึกราวกับออกสำรวจโลกกว้างกลางมหาสมุทร ส่วนดิสนีย์แลนด์นั้นจะเป็นบรรยากาศสดใสแนวเทพนิยายคลาสสิก มีปราสาทเจ้าหญิงและดินแดนแฟนตาซีตามแบบสวนสนุกดิสนีย์ดั้งเดิม

เครื่องเล่นและความตื่นเต้น: เครื่องเล่นหลายชนิดของดิสนีย์ซีขึ้นชื่อเรื่องความแปลกใหม่และมีเฉพาะที่นี่เท่านั้น เช่น Journey to the Center of the Earth รถไฟตะลุยใจกลางภูเขาไฟสุดมันส์ และ 20,000 Leagues Under the Sea ผจญภัยเรือดำน้ำสู่ใต้ทะเลลึก ซึ่งทั้งสองมีเฉพาะที่โตเกียวดิสนีย์ซีที่เดียวในโลก รวมถึง Tower of Terror ที่โตเกียวดิสนีย์ซีมาในธีม Hotel Hightower สไตล์นิวยอร์คสุดหลอน และ Soaring: Fantastic Flight เครื่องเล่นจำลองการบินชมวิวสุดตระการตาที่คนต่อคิวยาวเป็นประจำ ในขณะที่ดิสนีย์แลนด์จะมีเครื่องเล่นคลาสสิกอย่างรถไฟเหาะ Space Mountain หรือบ้านผีสิง Haunted Mansion เป็นต้น

กลุ่มเป้าหมาย: บรรยากาศและเครื่องเล่นของดิสนีย์ซีถูกใจกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่เป็นพิเศษ ด้วยการตกแต่งที่สมจริงโรแมนติกและมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย เหมาะกับคู่รักหรือผู้ใหญ่ที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศค่ะ (แถมที่ดิสนีย์ซียังจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารและบาร์ต่างๆ ได้ ทำให้ผู้ใหญ่มักชอบ) ส่วนดิสนีย์แลนด์จะเหมาะกับเด็กๆ และครอบครัวมากกว่า เพราะบรรยากาศน่ารักสดใสแบบการ์ตูนและขบวนพาเหรดที่ดึงดูดเด็กๆ ค่ะ

อาหารและเครื่องดื่ม: อาหารในโตเกียวดิสนีย์ซีมีความโดดเด่นและหลากหลาย ทั้งอาหารนานาชาติ ซีฟู้ด และเมนูพิเศษตามธีมท่าเรือต่างๆ ประสบการณ์การรับประทานอาหารจึงดู “พรีเมียม” กว่าดิสนีย์แลนด์เล็กน้อย (เช่น การทานอาหารในเรือ S.S. Columbia หรือภัตตาคารหรู Magellan’s ภายในปราสาทภูเขาไฟ) ในขณะที่ดิสนีย์แลนด์ก็มีอาหารอร่อยเช่นกันแต่จะเน้นอาหารทานง่ายและร้านธีมน่ารักตามตัวละครคลาสสิก

การเที่ยวในหนึ่งวัน: ที่โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท (ทั้งดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซี) บัตรผ่านประตูจะแยกตามสวนสนุก คือหนึ่งวันเข้าได้แค่สวนเดียว ต่างจากบางประเทศที่มีบัตรแบบเข้าได้สองสวนในวันเดียวค่ะ ทำให้โดยทั่วไปแนะนำว่า ควรแบ่งเวลาเที่ยวดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซีอย่างน้อยสวนละ 1 วันเต็ม จะดีกว่า ไม่ควรเร่งเก็บสองสวนในวันเดียวเพราะพื้นที่กว้างมากและเครื่องเล่นเยอะมากๆ (แม้ทางญี่ปุ่นจะเคยมีบางช่วงออกบัตร “1-Day Park Hopper” เข้าได้ทั้งสองสวนในวันเดียว แต่ก็เป็นโปรโมชันจำกัดช่วงเวลาเท่านั้น) เพื่อที่จะได้เที่ยวเพลินๆ ไม่เหนื่อยเกินไปนะคะ

สรุป: โตเกียวดิสนีย์ซีมีความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เครื่องเล่นหลายอย่างหาไม่ได้ในดิสนีย์แห่งอื่น และบรรยากาศโรแมนติกสมจริง เหมาะกับทุกวัย (โดยเฉพาะผู้ใหญ่วัยหนุ่มสาว) ในขณะที่โตเกียวดิสนีย์แลนด์ให้ประสบการณ์ดิสนีย์สุดคลาสสิก เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กๆ ค่ะ

ทำความรู้จัก 7 ธีมพอร์ตแห่งโตเกียวดิสนีย์ซี

โตเกียวดิสนีย์ซีแบ่งพื้นที่ออกเป็นธีมพอร์ต (ท่าเรือธีมต่างๆ) จำนวน 7 โซนหลักที่เรียงรายรอบทะเลสาบตรงกลางสวนสนุก โดยแต่ละโซนตกแต่งเป็นเมืองท่าหรือสถานที่จินตนาการจากนิทานและภาพยนตร์ดังที่แตกต่างกัน ดังนี้ค่ะ:

เมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ (Mediterranean Harbor): โซนเมืองท่าริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสไตล์อิตาลี ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหลักของพาร์ค ตกแต่งด้วยอาคารสถาปัตยกรรมอิตาลีแบบยุคโบราณ มีคลองเวนิสพร้อมเรือกอนโดล่าให้ลองนั่ง และยังเป็นที่ตั้งของโรงแรม Tokyo DisneySea Hotel MiraCosta ที่สร้างกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของฉากเมืองท่านี้ด้วย นอกจากนี้ที่เมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ยังมีโชว์น้ำพุหรืองานแสดงพิเศษกลางน้ำจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันอีกด้วยค่ะ

เกาะลึกลับ (Mysterious Island): โซนใจกลางสวนสนุกที่โดดเด่นด้วยภูเขาไฟขนาดใหญ่ (ภูเขาไฟโพรมีธีอุส) ตามจินตนาการจากนิยายวิทยาศาสตร์ของ Jules Verne ด้านในคือฐานลับของกัปตันนีโม ผู้ชวนเราออกผจญภัยสู่ใต้พิภพกับเครื่องเล่นไฮไลท์อย่าง Journey to the Center of the Earth ที่มีเฉพาะที่นี่ และ 20,000 Leagues Under the Sea ที่จำลองการดำดิ่งใต้ทะเลลึกด้วยเรือดำน้ำ โซนนี้ให้บรรยากาศลึกลับน่าค้นหา สมชื่อเกาะลึกลับค่ะ

เมอร์เมดลากูน (Mermaid Lagoon): โซนโลกใต้ทะเลแฟนตาซีของเงือกน้อยแอเรียลจาก The Little Mermaid ตกแต่งด้วยปราสาทพระราชวังใต้สมุทรสีสันสดใสเหมือนอยู่ในการ์ตูน เหมาะมากสำหรับเด็กเล็กเพราะมีเครื่องเล่นในร่มที่ไม่หวาดเสียวหลายอย่าง เช่น ม้าหมุนใต้น้ำ Blowfish Balloon Race, ชิงช้าสวรรค์ปลาแมงกระพรุน Jumpin’ Jellyfish และสนามเด็กเล่น Ariel’s Playground ให้เด็กๆ ได้เพลิดเพลินค่ะ

ชายฝั่งอาราเบีย (Arabian Coast): โซนดินแดนอาหรับราตรี จำลองบรรยากาศจากการ์ตูนเรื่อง อะลาดิน และนิทาน 1001 คืน ด้วยสถาปัตยกรรมพระราชวังแบบอาหรับ โคมไฟวิเศษ และตลาดพื้นเมืองกลางทะเลทราย มาพร้อมการแสดงมายากลในโรงละครของจินนี่ (Genie) และเครื่องเล่นล่องเรือผจญภัย Sindbad’s Storybook Voyage ที่จะพาเราล่องเรือไปกับซินแบดผจญภัยตามนิทานตะวันออกกลาง (เครื่องเล่นนี้นั่งสบายๆ ได้ทุกวัย) นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ กับอาคารและน้ำพุสไตล์อาหรับมากมายในโซนนี้ค่ะ

ลอสต์ริเวอร์เดลต้า (Lost River Delta): โซนป่าในอเมริกากลาง ชวนผจญภัยในซากอารยธรรมโบราณกลางป่าดงดิบ ราวกับหลุดเข้าฉากหนัง Indiana Jones นักท่องเที่ยวจะพบวิหารลึกลับและพีระมิดโบราณขนาดใหญ่ ที่นี่มีเครื่องเล่นสุดตื่นเต้นสองชนิดคือ Indiana Jones Adventure: Temple of the Crystal Skull รถจี๊ปตะลุยวิบากผ่านวิหารอินเดียน่าโจนส์ และ Raging Spirits รถไฟเหาะตีลังกาท่ามกลางซากโบราณสถาน ซึ่งทั้งสองเครื่องเล่นนี้มีบริการช่อง Single Rider สำหรับคนที่มาเดี่ยวและอยากเข้าคิวลัดเร็วขึ้นด้วยค่ะ นอกจากนี้ในโซนนี้ยังเป็นจุดขึ้น-ลงของรถไฟสาย DisneySea Transit Steamer Line (เรือกลไฟรอบทะเลสาบ) และ DisneySea Electric Railway (รถไฟฟ้าวินเทจเชื่อมไปยังโซนถัดไป) ทำให้เดินทางเชื่อมต่อโซนต่างๆ ได้สะดวกด้วยค่ะ

พอร์ทดิสคัฟเวอรี่ (Port Discovery): โซนท่าเรือโลกอนาคตที่ล้ำยุค ได้บรรยากาศ Sci-fi นิดๆ เป็นเสมือนศูนย์วิทยาศาสตร์ริมทะเล ในโซนนี้มีเครื่องเล่นเด่นสองอย่าง คือ Aquatopia ยานสำรวจวิ่งวนบนผืนน้ำที่หมุนเหวี่ยงแบบคาดเดาไม่ได้ สนุกชุ่มฉ่ำในวันอากาศร้อน และ Nemo & Friends SeaRider เครื่องเล่นแบบซิมูเลเตอร์ที่เราจะ “หดตัว” ลงไปผจญภัยใต้ทะเลกับนีโมและผองเพื่อนจาก Finding Nemo ค่ะ (เหมาะกับเด็กโตขึ้นมาหน่อยเพราะมีการเคลื่อนไหวแบบเครื่อง Simulator)

อเมริกันวอเตอร์ฟรอนท์ (American Waterfront): โซนเมืองท่าอเมริกันย้อนยุคช่วงต้นศตวรรษที่ 20 แบ่งพื้นที่หลักเป็นสองฝั่งคือ นิวยอร์ก เมืองท่าคึกคักที่เต็มไปด้วยตึกสูงและท่าเรือใหญ่ (มีเรือยักษ์ S.S. Columbia จอดอยู่เป็นแลนด์มาร์ค) กับ เคปคอด หมู่บ้านชาวประมงนิวอิงแลนด์เล็กๆ สุดแสนอบอุ่น บรรยากาศโซนนี้ทั้งสองฝั่งมีเสน่ห์ต่างกันแต่ถ่ายรูปสวยทุกมุมค่ะ ที่ American Waterfront มีเครื่องเล่นยอดนิยมอย่าง Toy Story Mania! เกมยิงเป้าสามมิติธีมทอยสตอรี่ที่ตั้งอยู่หลังหน้าประตูวู้ดดี้ยักษ์ (เป็นเครื่องเล่นที่เล่นสนุกได้ทั้งครอบครัว แข่งกันทำคะแนนกับเพื่อนๆ เพลินมาก) และเครื่องเล่นสุดหวาดเสียว Tower of Terror ที่มาในตีมโรงแรมผีสิงสไตล์อเมริกันวิคตอเรียน นอกจากนี้ยังมีโรงละครบรอดเวย์ที่จัดแสดงโชว์ดนตรีสดแนวแจ๊สยุค 1920s ซึ่งโด่งดังอย่าง “Big Band Beat” (ปัจจุบันโชว์นี้เพิ่งอำลาไปปลายปี 2025 และคาดว่าจะมีโชว์ใหม่มาแทนเร็วๆ นี้) รวมถึงรถรางโบราณ Big City Vehicle วิ่งพาผู้โดยสารชมบรรยากาศรอบเมืองด้วยค่ะ

นอกจาก 7 โซนหลักด้านบน ปัจจุบันโตเกียวดิสนีย์ซียังได้เปิดตัวโซนใหม่ล่าสุดเป็นโซนที่ 8. แฟนตาซีสปริงส์ (Fantasy Springs) ซึ่งเปิดเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 ที่ผ่านมา ถือเป็นการขยายพื้นที่ครั้งใหญ่ของสวนสนุก โดยธีมหลักของโซนนี้ได้แรงบันดาลใจจากเทพนิยายดิสนีย์ชื่อดัง 3 เรื่อง ได้แก่ Frozen (ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ), Tangled (เจ้าหญิงผมยาวราพันเซล) และ Peter Pan ภายในโซนแฟนตาซีสปริงส์มีเครื่องเล่นใหม่เอี่ยม 3 ชนิด คือ Anna and Elsa’s Frozen Journey ล่องเรือชมเรื่องราวโฟรเซ่นสุดตระการตา, Rapunzel’s Lantern Festival เครื่องเล่นในโลกของราพันเซล และ Peter Pan’s Never Land Adventure ที่จะพาเราบินไปยังดินแดนเวนดี้และปีเตอร์แพน นอกจากนี้ยังมีโรงแรมใหม่ Tokyo DisneySea Fantasy Springs Hotel และภัตตาคาร Royal Banquet of Arendelle ธีมปราสาทน้ำแข็งของเอลซ่าเปิดให้บริการภายในโซนนี้ด้วย ทำให้แฟนตาซีสปริงส์กลายเป็นโซนที่ครบครันทั้งเครื่องเล่น ร้านอาหาร และที่พักในตัวเองเลยค่ะ

หมายเหตุ: ในช่วงที่โซน Fantasy Springs เปิดใหม่ๆ ทางสวนสนุกมีระบบ Standby Pass (บัตรคิวดิจิทัล) และ Disney Premier Access (บัตรลัดคิวแบบเสียเงิน) เพื่อควบคุมจำนวนคนเข้าพื้นที่โซนใหม่ ซึ่งผู้เข้าชมต้องจองผ่านแอป Tokyo Disney Resort ก่อนเข้าค่ะ แต่ล่าสุด (หลังผ่านช่วงเปิดตัวไปแล้ว) ตอนนี้สามารถเดินเข้าโซน Fantasy Springs ได้เลยโดยไม่ต้องจองล่วงหน้าแล้ว เพียงแต่ช่วงคนเยอะก็อาจต้องต่อคิวรอเข้าโซนนานเล็กน้อย โดยเฉพาะคิวเล่นเครื่องเล่นใหม่ที่ยังได้รับความนิยมสูงมาก แนะนำให้วางแผนเผื่อเวลาสำหรับโซนนี้เป็นพิเศษ หรือหากต้องการความสะดวกก็สามารถซื้อ Premier Access เฉพาะเครื่องเล่นที่อยากเล่นเพื่อเข้าช่องลัดได้ค่ะ (แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายสวนสนุก ณ วันที่ไป ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดอีกครั้งนะคะ)

เครื่องเล่นและการแสดงที่ห้ามพลาดในโตเกียวดิสนีย์ซี

มาถึงส่วนที่หลายคนรอคอย นั่นก็คือเครื่องเล่นและโชว์เด็ดๆ ในโตเกียวดิสนีย์ซีที่ไม่ควรพลาด เราขอคัดมาแนะนำทั้งเครื่องเล่นสุดมันส์และการแสดงสุดประทับใจดังนี้ค่ะ:

Journey to the Center of the Earth: เครื่องเล่นซิกเนเจอร์ประจำดิสนีย์ซี ตั้งอยู่ภายในภูเขาไฟโพรมีธีอุส (โซน Mysterious Island) เป็นรถไฟเหมืองความเร็วสูงที่จะพาคุณทะลวงเข้าสู่ใจกลางโลกตามจินตนาการจากนิยาย Journey to the Center of the Earth ของ Jules Verne ระหว่างทางจะพบคริสตัลเรืองแสง สัตว์ประหลาดใต้พิภพ และฉากการระเบิดของภูเขาไฟสุดตื่นเต้น เครื่องเล่นนี้ทั้งสนุกหวาดเสียวและหาชมที่อื่นไม่ได้ มีที่โตเกียวดิสนีย์ซีที่เดียวเท่านั้นค่ะ

Tower of Terror: เครื่องเล่นยอดนิยมสายหวาดเสียว ตั้งตระหง่านในโซน American Waterfront รูปแบบเป็นลิฟต์ตกตึกในโรงแรมต้องคำสาป “Hotel Hightower” ที่มีเนื้อเรื่องแตกต่างจาก Tower of Terror ของสวนสนุกดิสนีย์อื่นๆ (ของโตเกียวจะเป็นเรื่องนักสำรวจผู้โลภที่หายตัวไปอย่างลึกลับในลิฟต์โรงแรมเก่า) บรรยากาศการตกแต่งทั้งคิวด้านในและตัวอาคารย้อนยุคสมจริงมาก ทำให้เราดื่มด่ำกับเรื่องราวก่อนจะดิ่งลงมาแบบเสียวท้องน้อย! คนชอบความตื่นเต้นต้องลองค่ะ

Indiana Jones Adventure: Temple of the Crystal Skull: เครื่องเล่นรถจี๊ปผจญภัยในวิหารต้องคำสาปกลางป่า (โซน Lost River Delta) ผู้เล่นจะได้นั่งรถวิบากลุยเข้าไปในวิหารโบราณ เจอกับกับดัก ลูกไฟ มัมมี่ และกะโหลกคริสตัลลึกลับสมชื่อเรื่อง ถือเป็นเครื่องเล่นอีกชิ้นที่มันส์และมีฉากอลังการมาก แฟนภาพยนตร์อินเดียน่าโจนส์ยิ่งห้ามพลาดเลยค่ะ (เครื่องเล่นนี้มีบริการ Single Rider ด้วยนะคะ เผื่อใครอยากเข้าแถวลัดไปเล่นไวๆ)

Soaring: Fantastic Flight: เครื่องเล่นใหม่ (เปิดปี 2019) ในโซน Mediterranean Harbor เป็นเครื่องเล่นแบบจำลองการบิน (simulator) ที่จะพาเรานั่งเก้าอี้ร่อนลอยขึ้นชมทิวทัศน์สวยงามไปทั่วโลกผ่านจอยักษ์โค้ง พร้อมเอฟเฟ็กต์ลมและกลิ่นหอมเพื่อความสมจริง สมกับเป็นเครื่องเล่นไฮไลท์ที่ใครไปก็แนะนำเพราะภาพสวยและนั่งสบายชิลล์ๆ ได้ทุกวัยค่ะ (เครื่องเล่นนี้มีในดิสนีย์พาร์คบางแห่ง เช่น อเมริกาและเซี่ยงไฮ้ แต่ของโตเกียวฉากจบท้ายจะเป็นวิวโตเกียวที่ไม่เหมือนที่อื่น)

Toy Story Mania!: เครื่องเล่นสุดน่ารักและเล่นเพลินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ตั้งอยู่ในโซน American Waterfront (สังเกตประตูหน้ารูปหน้าวู้ดดี้ขนาดยักษ์) รูปแบบเป็นเกมยิงเป้า 4 มิติธีมภาพยนตร์ Toy Story ผู้เล่นจะนั่งรถสองที่นั่ง ใส่แว่นสามมิติแล้วยิงเป้าเก็บคะแนนตามฉากต่างๆ ที่ออกแบบเหมือนของเล่นในห้องนอนเด็ก แข่งขันเก็บคะแนนกับเพื่อนร่วมรถได้สนุกสุดๆ ค่ะ เครื่องเล่นนี้คิวยาวเกือบตลอดทั้งวัน แนะนำให้รีบไปช่วงเช้าหรือไม่ก็ซื้อ Premier Access เพื่อความชัวร์ค่ะ

เครื่องเล่นอื่นๆ ที่น่าสนใจ: โตเกียวดิสนีย์ซียังมีเครื่องเล่นน่าเล่นอีกหลายอย่าง เช่น Raging Spirits รถไฟเหาะตีลังกาในโซนลอสต์ริเวอร์เดลต้าที่หวาดเสียวไม่น้อยหน้าใคร, 20,000 Leagues Under the Sea เรือดำน้ำสำรวจใต้มหาสมุทรลึก (ไม่หวาดเสียวมากแต่บรรยากาศน่าตื่นเต้น), Nemo & Friends SeaRider ที่เด็กๆ ชอบ, Sindbad’s Storybook Voyage ล่องเรือนุ่มนวลฟังเพลงเพราะในโซนอาหรับที่ทุกวัยนั่งได้ และ DisneySea Transit Steamer Line นั่งเรือชมวิวรอบสวนสนุก เป็นต้นค่ะ เรียกว่าไปถึงที่แล้วก็ลองเลือกเล่นตามความชอบและเวลาที่มีได้เลย รับรองสนุกคุ้มค่าแน่นอนค่ะ

โชว์และการแสดง: นอกจากเครื่องเล่นแล้ว ดิสนีย์ซีมีการแสดงที่โดดเด่นหลายอย่าง โดยเฉพาะ โชว์กลางน้ำ ในทะเลสาบเมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ ตอนค่ำจะมีการแสดงหลักชื่อ “Believe! Sea of Dreams” ซึ่งเป็นการแสดงฮาร์เบอร์โชว์ชุดใหญ่ความยาวประมาณ 30 นาที ที่จะมีเรือขนาดใหญ่ประดับไฟลอยเคลื่อนไปในน้ำ ประกอบแสงเลเซอร์ แสงสีเสียง และดอกไม้ไฟบางส่วนอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา (เป็นโชว์ชุดใหม่ที่มาแทน Fantasmic! เดิม) โดยโชว์นี้จะจัดทุกคืนเวลาประมาณ 20:30 น. (ทั้งที่ดิสนีย์แลนด์และดิสนีย์ซีจะมีการจุดพลุรวมกันในชื่อ Disney Light the Night ด้วย หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย) นักท่องเที่ยวสามารถจับจองที่ชมรอบๆ เมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือหากอยากได้ที่นั่งโซนพิเศษก็สามารถซื้อ Premier Access สำหรับโชว์นี้เพิ่มเติมได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีขบวนพาเหรดลอยน้ำเล็กๆ ตอนกลางวัน และการแสดงตามฤดูกาลต่างๆ ที่จะประกาศตามเทศกาล เช่น โชว์พิเศษช่วงฮาโลวีนหรือคริสต์มาส เป็นต้น (ควรเช็คตารางการแสดงในแอปหรือโบรชัวร์วันเข้าชม)

อีกโชว์หนึ่งที่แนะนำคือ โชว์บรอดเวย์ “Big Band Beat” (หากกลับมาแสดงอีกครั้งในอนาคต) ซึ่งจัดในโรงละคร Broadway Music Theater โซน American Waterfront เป็นการแสดงดนตรีสดและร้องเพลงแนวแจ๊สยุค 1920 ที่มีมิกกี้เมาส์และผองเพื่อนออกมาวาดลวดลายการตีกลองและเต้นรำอย่างสนุกสนาน เป็นโชว์ภาคกลางวันที่โด่งดังมากของดิสนีย์ซี เพราะจัดเต็มทั้งดนตรีสด นักร้องนักเต้นระดับคุณภาพ และตัวละครดิสนีย์สุดน่ารักบนเวทีเดียวกันค่ะ (ที่สำคัญคือเป็นโชว์ที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม นั่งชมได้ฟรีแต่ต้องไปต่อคิวหรือลงทะเบียนสุ่มที่นั่งผ่านแอปตามระบบที่สวนสนุกกำหนด) หากโชว์นี้กลับมาหลังปี 2025 ก็อย่าลืมลองไปชมกันนะคะ คุ้มค่าน่าประทับใจมากๆ สำหรับคนรักดนตรีและดิสนีย์ค่ะ

อิ่มอร่อยกับของกินสุดคิวท์ในโตเกียวดิสนีย์ซี

นอกจากเครื่องเล่นและโชว์แล้ว เรื่องกินก็เป็นไฮไลท์ของการมาโตเกียวดิสนีย์ซีที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ หลายคนบอกว่ามาเที่ยวที่นี่ “นอกจากสนุกกับบรรยากาศ ก็ฟินกับอาหารขนมแทบจะที่สุด” เพราะอาหารและของว่างต่างๆ ในดิสนีย์ซีทั้งรสชาติอร่อย คุณภาพคุ้มราคา และน่ารักน่าถ่ายรูปสุดๆ (ราคาอาหารและของที่ระลึกในโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทถือว่าไม่แพงเว่อร์เมื่อเทียบกับสวนสนุกดิสนีย์ที่อื่นๆ ด้วย) ลองมาดูเมนูห้ามพลาดกัน:

ป๊อปคอร์นหลายรส & ถังป๊อปคอร์นสุดน่ารัก: ที่โตเกียวดิสนีย์ซี (และดิสนีย์แลนด์) มีจุดขายป๊อปคอร์นอยู่ทั่วสวนสนุก โดยแต่ละจุดจะมี รสชาติพิเศษ ไม่ซ้ำกัน เช่น รสเกลือทะเล, รสแกงกะหรี่, รสพริกไทยดำ, รสนมฮอกไกโด เป็นต้น สามารถซื้อเป็นถุงหรือจะซื้อแบบ ถังป๊อปคอร์นลายตัวการ์ตูน (Popcorn Bucket) เพื่อสะสมก็ได้ ถังป๊อปคอร์นที่นี่มีลายน่ารักๆ ออกใหม่แทบทุกเทศกาล ทำให้หลายคนต่อคิวซื้อเพื่อเอาถังกลับบ้านเป็นของที่ระลึกค่ะ

ขนมโมจิรูปหน้าลูกเอเลี่ยน (Little Green Dumplings): ของหวานขึ้นชื่อประจำโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท เป็นโมจิไส้ครีมรสต่างๆ (วนิลา ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี) ทำเป็นก้อนกลมสีเขียวมีหน้าตาเป็น Alien สามตาจาก Toy Story นั่นเอง ความน่ารักคือมาเป็นชุด 3 ชิ้นในถ้วย ที่สำคัญคืออร่อยมาก ตัวโมจินุ่มไส้หวานกำลังดี จนกลายเป็นของกินที่แทบทุกคนต้องลองชิม (และถ่ายรูปลงโซเชียล) เมื่อมาเที่ยวค่ะ หาได้ทั้งในดิสนีย์ซีและดิสนีย์แลนด์ โดยจุดขายฝั่งดิสนีย์ซีจะอยู่ที่ร้าน Mama Biscotti’s Bakery ในโซนเมดิเตอร์เรเนียนฮาร์เบอร์ค่ะ

ขนมและเครื่องดื่มธีมตัวการ์ตูนดิสนีย์: ภายในสวนสนุกมีขายของว่างหน้าตาน่ารักอีกหลากหลาย เช่น ชูโรสแท่ง ที่มักทำเป็นลายพิเศษตามเทศกาล (เช่น ชูโรสรสฟักทองช่วงฮาโลวีน), แซนด์วิชไอศกรีม Sea Salt Monaka รูปเปลือกหอยที่โซน Mermaid Lagoon, ขนมปังรูปหางชันดู (Chandu Tail) ไส้ไก่เครื่องเทศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลูกเสือในเรื่องซินแบด (ขายที่ Arabian Coast), รวมถึง เครื่องดื่ม Mocktail และค็อกเทลตามฤดูกาล ที่มีขายเฉพาะในดิสนีย์ซีเท่านั้น เนื่องจากที่นี่เสิร์ฟแอลกอฮอล์ได้ (มีค็อกเทลแปลกๆ เช่น เบียร์สับปะรด เบียร์สตรอว์เบอร์รี หรือเครื่องดื่มค็อกเทลผลไม้ตามฤดูต่างๆ ด้วยค่ะ) นักท่องเที่ยวผู้ใหญ่หลายคนจึงสนุกกับการ “ดื่ม” ที่นี่เพราะมีทั้งเลานจ์บาร์อย่าง Teddy Roosevelt Lounge บนเรือสำราญ หรือบาร์ริมทางเช่น Barnacle Bill’s ที่ขายคราฟท์เบียร์และเครื่องดื่มเย็นๆ ให้ลองชิมt

ร้านอาหารแนะนำ: ถ้าอยากนั่งทานข้าวมื้อหลักแบบจริงจัง ที่โตเกียวดิสนีย์ซีก็มีร้านอาหารมากมายหลายระดับ ตั้งแต่ฟู้ดคอร์ทและร้านบริการตัวเอง ไปจนถึงภัตตาคารหรู แบบนั่งโต๊ะเสิร์ฟพร้อมเมนูฟูลคอร์สเลยทีเดียวค่ะ ตัวอย่างร้านดังๆ เช่น Vulcania Restaurant (อาหารจีน ภายในภูเขาไฟ Mysterious Island), Casbah Food Court (อาหารอินเดีย-เอเชียใต้ ใน Arabian Coast), Restaurant Sakura (อาหารญี่ปุ่นเซ็ต อยู่ฝั่ง American Waterfront), Ristorante di Canaletto (อาหารอิตาเลียน ใน Mediterranean Harbor มองวิวคลองเวนิส), Magellan’s (ภัตตาคารหรูในปราสาทภูเขาไฟ เสิร์ฟอาหารตะวันตกฟูลคอร์ส บรรยากาศนักสำรวจยุคโบราณ) และ S.S. Columbia Dining Room (ภัตตาคารฝรั่งเศสบนเรือสำราญจำลอง) เป็นต้น การเลือกร้านแล้วแต่รสนิยมและงบประมาณ แต่ไม่ว่าจะเลือกร้านไหน แนะนำให้ดูเวลาให้ดีและเผื่อเวลาต่อคิวหรือจองโต๊ะล่วงหน้าผ่านระบบ Priority Seating ทางแอปหรือหน้าเว็บได้ด้วยนะคะ

เคล็ดลับ: ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้าสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ทั้งสองแห่ง (กฎนี้เคร่งครัดมาก ยกเว้นอาหารสำหรับทารก) แต่ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะอาหารภายในสวนสนุกมีให้เลือกเยอะและอร่อยคุ้มค่าอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเตรียมท้องไปอิ่มอร่อยข้างในได้เลย!

ข้อมูลตั๋วเข้าดิสนีย์ซีและวิธีการเดินทาง

การเตรียมตัวเรื่องตั๋วและการเดินทางล่วงหน้าจะช่วยให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้นมาก มาดูคำแนะนำกันค่ะ:

mumemories/shutterstock.com

ประเภทบัตรเข้าดิสนีย์ซี: ปัจจุบันบัตรเข้าของโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทเป็นระบบระบุวันที่ (Fixed-date) และระบุสวนสนุก (เลือกดิสนีย์ซีหรือดิสนีย์แลนด์) ต่อ 1 วัน โดยทั่วไปมีเฉพาะ บัตร 1-Day Passport สำหรับใช้เข้าได้สวนเดียวหนึ่งวัน (ยังไม่มีขายบัตร 2-Day หรือ 3-Day แบบสมัยก่อนในช่วงนี้) ราคาบัตรต่อวันจะแปรผันตามวันที่เลือก (ช่วงพีคอย่างวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดเทศกาลจะราคาสูงกว่า) อยู่ในช่วงประมาณ 7,900–10,900 เยนสำหรับผู้ใหญ่ (ประมาณ 1,900–2,600 บาท) และถูกลงมาตามลำดับสำหรับเด็กโต (12–17 ปี) และเด็กเล็ก (4–11 ปี) ค่ะ เด็กอายุ 3 ปีหรือต่ำกว่าเข้าฟรี

หมายเหตุ: ช่วงหลังโควิด ทางโตเกียวดิสนีย์มีออกบัตรพิเศษบางประเภทตามช่วง เช่น Weeknight Passport (บัตรเข้าหลัง 17:00 เฉพาะวันธรรมดา) และ Early Evening Passport (บัตรเข้าหลัง 15:00 เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุด) ซึ่งราคาจะถูกลงกว่าบัตรเต็มวันประมาณ 30–50% เหมาะสำหรับคนที่อยากประหยัดงบและเน้นเที่ยวช่วงเย็น หรือกรณีบัตรเต็มวันเต็มแล้วค่ะ นอกจากนี้ยังเคยมี 1-Day Park Hopper (Limited) ที่เข้าได้สองสวนหลัง 11:00 ของวันเดียวกันช่วงเวลาจำกัด (ราคาประมาณ 14,500–18,900 เยนสำหรับผู้ใหญ่) แต่โดยรวมแล้ว ถ้าต้องการเก็บทั้งสองสวนสนุก แนะนำซื้อบัตรแยกสองวันจะคุ้มกว่าเพราะจะได้ใช้เวลาเที่ยวเต็มที่ไม่ต้องรีบค่ะ

วิธีซื้อตั๋ว: ทางเลือกหลักมี 2 วิธีค่ะ คือ ซื้อผ่านออนไลน์ (Official Website/App) หรือ ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย เช่น Klook, KKday เป็นต้น

การซื้อผ่านทาง เว็บไซต์/แอปทางการของโตเกียวดิสนีย์ คุณจะต้องสมัครบัญชีของ Tokyo Disney Resort (ซึ่งส่วนมากเป็นภาษาญี่ปุ่น) และชำระเงินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศได้ บัตรที่ซื้อจะเป็นอีเมล E-ticket มี QR Code ให้สแกนเข้าหน้างาน แต่ข้อจำกัดคือระบบอาจใช้งานยากสำหรับบางคนที่ไม่คุ้นกับภาษาญี่ปุ่น

การซื้อผ่าน เอเจนซี่ออนไลน์ อย่าง Klook เป็นวิธีที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมมาก เพราะสะดวกรวดเร็วและมีภาษาไทยรองรับ แถมมักจะมีโปรโมชั่นราคาดี คิดราคาเป็นเงินไทยให้เสร็จ ไม่ต้องกังวลเรื่องเรทแลกเงิน และหลายครั้งราคายังถูกกว่าซื้อผ่านที่อื่นด้วยค่ะ (แถมซื้อผ่าน Klook ยังได้พอยท์เครดิตตามยอดซื้อ เอาไปเป็นส่วนลดจองอย่างอื่นต่อได้ด้วย) เมื่อจองเสร็จจะได้รับเวาเชอร์พร้อม QR Code ทางอีเมล นำไปสแกนเข้าได้ทันที ที่สำคัญคือสามารถจ่ายเงินด้วยวิธีหลากหลาย เช่น โอนผ่านธนาคารหรือพร้อมเพย์ได้ ไม่จำกัดเฉพาะบัตรเครดิต ทำให้นักท่องเที่ยวสายช้อปออนไลน์หลายคนเลือกวิธีนี้กันค่ะ

ไม่ว่าจะซื้อช่องทางไหน อย่าลืมซื้อล่วงหน้า แต่เนิ่นๆ นะคะ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว บัตรอาจเต็มได้ ควรจองให้ชัวร์ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นค่ะ (ปัจจุบันหน้างานไม่ได้ขายตั๋วหน้าประตูสวนสนุกเหมือนสมัยก่อนแล้ว ควรซื้อล่วงหน้าเท่านั้น)

เมื่อได้บัตรเข้ามาแล้ว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเล่นเครื่องเล่นใดๆ ทุกอย่างเล่นได้ไม่จำกัดรอบตามคิวปกติค่ะ (แต่จะมีขาย Disney Premier Access (DPA) หรือบัตรลัดคิวสำหรับบางเครื่องเล่นและโชว์ ใครไม่อยากต่อคิวยาวก็สามารถเสียเงินซื้อเพิ่มเป็นรายเครื่องเล่นได้ผ่านแอป แต่ย้ำว่าไม่จำเป็นต้องซื้อนะคะ ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบของแต่ละคนค่ะ)

การเดินทางไปโตเกียวดิสนีย์ซี:

Tokyo DisneySea

Photo from https://www.flickr.com/photos/vpanchal89/

รถไฟ: วิธีที่ง่ายและนิยมที่สุดคือ นั่งรถไฟ JR สาย Keiyō Line หรือ Musashino Line ไปลงที่สถานี Maihama (จากสถานี Tokyo ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีเท่านั้น เมื่อถึง Maihama แล้ว ให้เดินตามป้ายไปขึ้นรถไฟโมโนเรลของดิสนีย์ (Disney Resort Line) ซึ่งจะวนรับส่งระหว่างสถานีต่างๆ ในโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท โดยให้นั่งไปลงที่สถานี Tokyo DisneySea (รถไฟโมโนเรลเสียค่าบริการต่างหากเล็กน้อยประมาณ 260 เยนต่อเที่ยว หรือสามารถซื้อพาสแบบเหมาได้) ลงรถมาก็ถึงหน้าสวนสนุกดิสนีย์ซีเลยค่ะ วิธนี้สะดวกมากๆ และรถไฟญี่ปุ่นตรงเวลา เชื่อถือได้ แนะนำที่สุดค่ะ

รถบัส Shuttle Bus: มีบริการรถบัสตรงจากบางจุดในโตเกียว เช่น จากสถานีรถบัสชินจูกุ (Shinjuku Express Bus Terminal) มี รถบัสรับส่งตรงมาดิสนีย์รีสอร์ท ในช่วงเช้า (ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ขึ้นกับจราจร) ข้อดีคือไม่ต้องลากกระเป๋าเปลี่ยนรถไฟ และถ้าที่พักอยู่แถวชินจูกุก็ขึ้นรถง่าย แต่รอบรถจะมีจำกัดและต้องเช็คตารางเวลาล่วงหน้าค่ะ สามารถจองตั๋วรถบัสออนไลน์หรือซื้อที่จุดขายตั๋วก็ได้ (ลองเช็คบริการจากเว็บไซต์หรือ Klook ก็มีค่ะ)

แท็กซี่/รถเช่าส่วนตัว: วิธีนี้สะดวกแต่ราคาแพงค่ะ แท็กซี่ในโตเกียวขึ้นชื่อว่าราคาแรง (จากใจกลางโตเกียวไป Maihama ค่าโดยสารอาจหลายพันเยน) เหมาะกับกรณีมาเป็นกลุ่มใหญ่แชร์กันหรือมีเด็กเล็กและสัมภาระเยอะ นอกจากนี้ถ้าขับรถมาเอง สวนสนุกมีที่จอดรถให้ (ค่าจอดรถยนต์ประมาณ 2,500 เยนต่อวัน และ 3,000 เยนในวันเสาร์-อาทิตย์) ก็ต้องบวกเวลาหาที่จอดและเดินเข้ามาอีกนิดหน่อยค่ะ

เคล็ดลับเลี่ยงความแออัดและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือน

tokyo-disneysea

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Tokyo_DisneySea_Mermaid_Lagoon_Exterior_20130607.jpg

สวนสนุกโตเกียวดิสนีย์ซีขึ้นชื่อว่าคนเยอะ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดและเทศกาลค่ะ เราจึงมีเคล็ดลับการเลือกช่วงเวลาไปเที่ยวและวิธีเลี่ยงความหนาแน่นของฝูงชนมาฝาก:

หลีกเลี่ยงวันหยุดและวันเสาร์-อาทิตย์: ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกไปวันธรรมดาช่วงที่ไม่ติดวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น เพราะวันหยุดคนญี่ปุ่นเองก็เที่ยวกันเยอะที่สุดของปี สวนสนุกจะหนาแน่นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วง โกลเด้นวีค (ประมาณ 29 เม.ย. – 5 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันหยุดยาวประจำปีของญี่ปุ่น, ช่วงเทศกาล ฮาโลวีน (ตลอดเดือนตุลาคม) ที่คนญี่ปุ่นนิยมแต่งคอสตูมไปดิสนีย์กันแน่นสวนสนุก และช่วง คริสต์มาสปลายปี (กลางพ.ย.–ธ.ค.) ที่แม้ไม่ใช่วันหยุดราชการแต่คนก็ไปเที่ยวเยอะเพราะบรรยากาศตกแต่งสวยงาม ถ้าเลี่ยงช่วงเหล่านี้ได้จะช่วยลดความแออัดลงมากค่ะ

ช่วงที่คนบางตาที่สุด: โดยทั่วไป ปลายเดือนมกราคมถึงต้นมีนาคม เป็นช่วงที่คนมาน้อยที่สุดของปีค่ะ เพราะอากาศหนาวและไม่มีวันหยุดยาวสำคัญ (คิวเครื่องเล่นสั้น เล่นต่อเนื่องได้สบายๆ) แต่ข้อเสียคืออากาศจะหนาวมากและโชว์กลางแจ้งบางอย่างอาจยกเลิกง่ายเนื่องจากลมแรงหรือหิมะตก อีกช่วงหนึ่งคือ ต้นกันยายน หลังปิดเทอมฤดูร้อน ก็จะคนน้อยและคิวสั้นมากเช่นกัน แต่ต้องแลกกับอากาศร้อนชื้นสุดๆ เดินเที่ยวกลางแจ้งต้องดูแลสุขภาพดีๆ ค่ะ

ช่วงที่บรรยากาศดีที่สุด: ช่วง ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม–พฤศจิกายน) อากาศเย็นสบาย 12–18°C ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามทั่วทั้งสวนสนุก เป็นช่วงที่บรรยากาศโรแมนติกที่สุดของปี แต่อย่างที่บอกไปว่าช่วงนี้คนจะเยอะมากโดยเฉพาะช่วงฮาโลวีนค่ะ ส่วน ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมี.ค.–เม.ย.) ก็อากาศดีและมีตกแต่งดอกไม้สวย แต่อาจชนกับวันหยุดนักเรียนและเทศกาลซากุระซึ่งคนเที่ยวญี่ปุ่นจะเยอะโดยภาพรวม

มาตั้งแต่สวนเปิด: ไม่ว่ายังไง ให้พยายามไปถึงหน้าสวนสนุกก่อนเวลาเปิดอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง จะดีที่สุดค่ะ เพราะทุกวันจะมีคนมาต่อคิวรอเข้าแต่เช้ามืด โดยเฉพาะถ้าอยากไปเล่นเครื่องเล่นใหม่ๆ หรือเครื่องเล่นยอดนิยม ควรเข้าคิวให้เร็ว พอเปิดปุ๊บจะได้รีบไปต่อคิวเครื่องนั้นก่อนคนอื่น จะช่วยประหยัดเวลารอไปได้มาก (บางคนเรียกเทคนิคนี้ว่า “วิ่งไปคิวแรก” เลยค่ะ)

ใช้แอปดูเวลาคิว: ควรโหลดแอป Tokyo Disney Resort ไว้ (รายละเอียดด้านล่าง) เพื่อเช็คเวลารอคิวเครื่องเล่นแบบเรียลไทม์ จะได้วางแผนล่วงหน้าว่าช่วงไหนคนบางตาที่เครื่องเล่นใด แล้วรีบไปตอนนั้น จะช่วยลดเวลารอคิวได้ค่ะ

ถ้าไปช่วงคนเยอะ: หากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ที่ต้องไปช่วงเทศกาลหรือวันฮิต แนะนำให้วางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียด เลือกเครื่องเล่นที่อยากเล่นมากที่สุดไว้ก่อนและใช้บริการ Premier Access อย่างชาญฉลาดกับเครื่องเล่นที่คิวนานเกินชั่วโมง, เน้นชมขบวนพาเหรดหรือโชว์ที่อยากดู เพราะถึงเครื่องเล่นจะยาวแต่โชว์ก็ยังมีให้เพลิดเพลิน และทำใจให้สบายเข้าไว้ค่ะ ถือคติว่า “คนเยอะก็เที่ยวสนุกได้ ถ้าเราเตรียมตัวดี” อย่างนัท (บล็อกเกอร์ Eat Chill Wander) เค้ายังบอกเลยว่าไม่ว่าอากาศจะเป็นยังไง คนจะเยอะแค่ไหน ถ้าเตรียมตัวดี ทุกเดือนก็เป็นเดือนที่เที่ยวดิสนีย์ได้ดีที่สุดเสมอ สู้ๆ นะคะ

แอปพลิเคชันและบริการเสริมที่ทำให้ทริปง่ายขึ้น

ยุคนี้ไปสวนสนุกทั้งที การใช้เทคโนโลยีและบริการอำนวยความสะดวกจะช่วยให้การเที่ยวของเราง่ายขึ้นเยอะค่ะ ที่โตเกียวดิสนีย์ซีมีสิ่งที่อยากแนะนำดังนี้:

แอป Tokyo Disney Resort (Tokyo Disney Resort App): เป็นแอปทางการสำหรับสวนสนุกโตเกียวดิสนีย์โดยเฉพาะ (มีภาษาอังกฤษให้เลือกใช้งานได้) ควรดาวน์โหลดติดมือถือไว้ก่อนเดินทาง เลยค่ะ เพราะในแอปจะมีข้อมูลสำคัญมากมาย เช่น แผนที่แบบอินเทอร์แอคทีฟของสวนสนุก, เวลารอคิวของเครื่องเล่นแต่ละชนิดแบบเรียลไทม์, ตารางเวลาขบวนพาเหรด/โชว์, เมนูร้านอาหาร รวมถึงใช้สำหรับจองบัตร Disney Premier Access (DPA) หรือ Entry Request (ถ้ามี) สำหรับเครื่องเล่น/โชว์ต่างๆ ด้วย พูดง่ายๆ คือทุกวันนี้เที่ยวโตเกียวดิสนีย์ต้องพึ่งแอปนี้ในการวางแผนระหว่างวันค่ะ (อย่าลืมพก Power Bank และซื้อแพ็กเกจเน็ตให้พร้อม ใช้แผนที่กับฟีเจอร์ในแอปเพลินๆ ได้ทั้งวัน)

บริการ FASTPASS (ไม่มีแล้ว): หลายคนอาจคุ้นกับ FastPass แบบกระดาษสมัยก่อน แต่อัพเดตตอนนี้ Tokyo Disney ยกเลิกระบบ FastPass ฟรี ไปแล้วนะคะ เหลือแค่ระบบ Disney Premier Access แบบเสียเงิน แทน ดังนั้นการบริหารเวลาเที่ยวทุกวันนี้จะใช้วิธีดูเวลาคิวในแอปแล้วจัดลำดับเอง หรือถ้าไหนคิวยาวจริงๆ ค่อยตัดสินใจซื้อ Premier Access เป็นรายเครื่อง/รายโชว์เอาค่ะ (ราคา ~1,500 เยนต่อเครื่องเล่นหนึ่งที่)

ระบบ Single Rider: สวนสนุกโตเกียวมี ช่องทางพิเศษสำหรับผู้มาเดี่ยว ในบางเครื่องเล่น เช่น Indiana Jones และ Raging Spirits ที่ดิสนีย์ซี ซึ่งหากใครไปคนเดียวหรือไม่ถือสาแยกกลุ่มนั่ง สามารถขอใช้ช่อง Single Rider ได้ (แจ้งเจ้าหน้าที่หน้าทางเข้าเครื่องเล่นนั้นๆ) จะช่วยลดเวลารออย่างมากเพราะจะได้แซงคิวเข้าไปเติมที่นั่งว่างทันทีค่ะ วิธีนี้นักเที่ยวต่างชาติใช้กันบ่อย แต่คนญี่ปุ่นยังไม่ค่อยนิยมเท่าไร ทำให้แถว Single Rider มักโล่งค่ะ

Rider Switch (Child Swap): สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่สูงไม่ถึงเกณฑ์เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว อย่าเพิ่งเสียใจนะคะ เพราะสวนสนุกมีระบบ Rider Switch ให้ผู้ปกครองผลัดกันเข้าเล่นได้โดยไม่ต้องต่อคิวใหม่ทั้งหมด (แจ้ง Cast Member ที่หน้าเครื่องเล่นนั้นเพื่อขอใช้ Rider Switch ได้เลย) ตัวอย่างเช่น พ่อไปเล่นก่อน แม่อยู่กับลูก จากนั้นแม่ใช้สิทธิสลับเข้าเล่นต่อโดยไม่ต้องเข้าแถวใหม่ เป็นต้น สะดวกมากๆ สำหรับบ้านที่มีน้องเล็กค่ะ

รถเข็นเด็กและห้องพยาบาล: ใครที่พาลูกเล็กมาด้วย ภายในดิสนีย์ซีมีบริการ เช่ารถเข็นเด็ก (Stroller) ไว้คอยให้บริการ สามารถติดต่อเช่าที่บริเวณด้านหน้าสวนสนุกได้ในราคาไม่แพงt และมี ห้องดูแลเด็กทารก (Baby Care Center) ซึ่งมีที่เปลี่ยนผ้าอ้อม อ่างล้างขวดนม และมุมให้นมบุตรอย่างสะดวกสบาย (ตั้งอยู่แถวโซนเมอร์เมดลากูนและใกล้ทางเข้า) คุณพ่อคุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ

ล็อกเกอร์และฝากของ: ที่หน้าสวนสนุกและตามจุดต่างๆ มี ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญ ให้บริการฝากสัมภาระ ซื้อของฝากเยอะๆ ก็มาเก็บไว้แล้วเที่ยวต่อได้อย่างสบาย (ใช้เหรียญหรือ IC Card จ่ายได้) รวมถึง บริการส่งของถึงโรงแรม สำหรับคนที่พักโรงแรมในเครือดิสนีย์ สามารถให้ร้านค้าที่เราช้อปส่งของไปที่โรงแรมให้เลย จะได้ไม่ต้องถือเดินทั้งวัน (สอบถามที่ร้านค้าได้)

Wi-Fi ฟรี: ปัจจุบัน Tokyo Disney Resort มีบริการ Free Wi-Fi ให้ใช้ในบางจุดของสวนสนุก (บริเวณใกล้ทางเข้าและจุดบริการนักท่องเที่ยว) แนะนำให้เชื่อมต่อเผื่อใช้ส่งข้อความหรือเช็คข้อมูลจำเป็น แต่สัญญาณจะไม่ได้ครอบคลุมทุกจุด ดังนั้นควรเตรียมอินเทอร์เน็ตซิมหรือพ็อกเก็ตไวไฟของตัวเองไว้จะดีที่สุดค่ะ

อื่นๆ: แอปอื่นๆ ที่มีประโยชน์ เช่น Google Maps หรือ Navitime สำหรับช่วยวางแผนเส้นทางรถไฟมา Maihama (แค่กรอกสถานีต้นทางก็จะคำนวณเส้นทางและบอกเวลารถไฟให้เลย สะดวกมาก), แอปแปลภาษาอย่าง Google Translate เผื่อคุยกับพนักงานที่ไม่สื่อสารภาษาอังกฤษ และ แอปกล้องหรือ Snapseed ไว้แต่งรูปสวยๆ ลงโซเชียลหลังเที่ยว เป็นต้น เล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยเติมเต็มทริปค่ะ

คูปองและส่วนลดที่นักท่องเที่ยวควรรู้

ใครๆ ก็ชอบส่วนลดจริงไหมคะ แม้ว่าโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทจะไม่ค่อยมีคูปองลดราคาแบบทางการให้เห็นบ่อยนัก แต่ก็ยังมีวิธีช่วยประหยัดงบค่าตั๋วและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อยู่บ้าง ดังนี้:

โปรโมชั่นบัตรเข้าสวนสนุก: อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวทางดิสนีย์ญี่ปุ่นเคยมีโปรพิเศษขาย บัตร 1-Day Park Hopper เข้าได้สองสวนในวันเดียว (ซึ่งปกติไม่มีขาย) หรือโปรสำหรับนักเรียนนักศึกษา (Campus Day Passport) ลดราคาช่วงต้นปี ดังนั้นควรติดตามข่าวจากเว็บไซต์ทางการอยู่เสมอ เผื่อมีโปรออกมาจะได้รีบคว้าไว้นะคะ (เพราะบางทีมาแบบจำกัดช่วงสั้นๆ)

จองตั๋วกับเอเจนซี่ช่วงแฟลชเซล: เวลามีแคมเปญลดราคาเช่น 9.9, 11.11 บนเว็บอย่าง Klook หรือ KKday มักจะมีโค้ดส่วนลดสำหรับซื้อบัตรสวนสนุกค่ะ เช่น ใส่โค้ดตามที่กำหนดก็ลดเพิ่มได้อีก 5-10% หรือบางครั้งมีแจกคูปองลดค่าบัตรดิสนีย์ในจำนวนจำกัด ลองหมั่นเช็คดีลช่วงนั้นดูค่ะ เผื่อได้ตั๋วราคาถูกลง (จากที่ถูกอยู่แล้ว) อีกนิดหน่อยก็คุ้มค่ะ

ใช้บัตรเครดิต/บัตรเดบิตที่มีโปรโมชั่นท่องเที่ยว: บัตรบางเจ้าจะมีโปรโมชั่น Cash back หรือคะแนนพิเศษเมื่อใช้จ่ายค่าเที่ยวต่างประเทศ ลองตรวจสอบกับธนาคารของคุณ บางทีอาจมีดีลกับทาง Klook/Agoda ที่รวมค่าตั๋วพวกนี้ด้วยค่ะ

คูปองส่วนลดร้านค้าในเครือดิสนีย์: สำหรับคนที่กะจะช้อปปิ้งสินค้าดิสนีย์เยอะๆ เช่น เสื้อผ้า ตุ๊กตา ของฝาก ในโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทเองบางครั้งมี คูปองส่วนลดร้าน Disney Store ในโตเกียวที่แจกตามเว็บไซต์ท่องเที่ยว (เช่น Talon Japan ก็มีรวมคูปองร้านต่างๆ ในญี่ปุ่น) อันนี้อาจไม่เกี่ยวโดยตรงกับสวนสนุก แต่ก็เป็นส่วนลดให้คุณได้ไปช้อปของดิสนีย์ต่อในเมืองโตเกียวในราคาคุ้มขึ้นหลังจากเที่ยวสวนสนุกแล้วค่ะ

แพ็กเกจและบันเดิลต่างๆ: บางบริษัททัวร์หรือเอเจนซี่อาจมีขายแพ็กเกจรวมตั๋วดิสนีย์พร้อมโรงแรมหรือรถรับส่ง ในราคาที่ถูกกว่าซื้อแยกนิดหน่อย หรือถ้าใครวางแผนเที่ยวที่อื่นด้วยก็อาจมีโค้ดลดเพิ่มถ้าจองกิจกรรมหลายอย่างพร้อมกัน ลองคำนวณดีๆ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยเซฟเงินได้ค่ะ

หวังว่าเคล็ดลับและข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ นักท่องเที่ยวชาวไทยวางแผนเที่ยวโตเกียวดิสนีย์ซีได้อย่างมือโปรนะคะ โตเกียวดิสนีย์ซีเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเครื่องเล่นสุดมันส์ ชมโชว์สุดประทับใจ ลิ้มลองของอร่อยไม่ซ้ำใคร หรือแค่เดินชิลล์ถ่ายรูปกับบรรยากาศสวยๆ ก็คุ้มค่าที่จะมาเยือนสักครั้งในชีวิตจริงๆ ค่ะ เตรียมแพ็คกระเป๋าแล้วพบกับโลกแห่งเวทมนตร์ใต้ท้องทะเลนี้ได้เลยนะคะ ขอให้ทุกคนสนุกกับการเที่ยวโตเกียวดิสนีย์ซีค่ะ!

tokyo-disneysea

Photo from https://www.flickr.com/photos/lorenjavier/12072190933

tokyo-disneysea

Photo from https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Disney_Sea.JPG

โตเกียวดิสนีย์ซี

photos by Public Domain Photography from flickr.com/photos/publicdomainphotography/34861405203(cc by 2.0 )

photos by Wing1990hk from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tokyo_DisneySea_American_Waterfront_Fishing_Village_201306.jpg(cc by 3.0 )

photos by Laika ac from commons.wikimedia.org/wiki/File:Laika_ac_Tokyo_DisneySea_(7861630148).jpg(cc by 2.0 )

photos by Dipak123 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Mermaid_lagoon_at_Tokyo_Disney_sea.jpg(cc by 3.0 )

photos by Vinit Panchal from flickr.com/photos/vpanchal89/15252482065(cc by 1.0 )

photos by Wing1990hk from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tokyo_DisneySea_Port_Discovery_201306.jpg(cc by 3.0 )

photos by Wing1990hk from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tokyo_DisneySea_American_Waterfront_View_201306.jpg(cc by 3.0 )

กดบันทึกคูปองและบทความไว้เพื่อทำให้การเดินทางไปญี่ปุ่นของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น!

ถ้ากดบันทึกคูปองหรือบทความที่ชอบเอาไว้ ก็จะสามารถค้นหาได้อย่างง่ายดายจาก "My Page" ในระหว่างการเดินทาง ลองใช้กันดูนะ!

สมัครสมาชิก

ロンタ

บันทึกแล้ว!