/ การเดินทางในญี่ปุ่น / แนะนำวิธีเที่ยวที่ฮิตในไซตามะแบบ สบาย∙สะดวก∙ประหยัด ด้วยรถไฟเซบุ Seibu จากโตเกียว

แนะนำวิธีเที่ยวที่ฮิตในไซตามะแบบ สบาย∙สะดวก∙ประหยัด ด้วยรถไฟเซบุ Seibu จากโตเกียว

รถไฟสายเซบุ (Seibu Railway) นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งสายรถไฟน่าเที่ยวสำหรับคนที่พักในโตเกียวแล้วอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวเมืองรอบๆที่เดินทางไม่ไกลมากนัก สามารถไปเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับได้สบายๆ ซึ่งสายรถไฟเซบุนั้นก็ไปได้หลายเมืองเลยนะคะโดยเฉพาะในจังหวัดไซตามะ(Saitama)ที่มีเมืองเด่นๆดังๆน่าเที่ยวเพียบไม่ว่าจะเป็น คาวาโกเอะ(Kawagoe), ชิชิบุ(Chichibu) และ นากาโตโร่(Nagatoro)

ถ้าเพื่อนๆมีแพลนอยากจะเที่ยวตามเมืองเหล่านี้ แล้วอยากคุ้มหน่อย ซื้อตั๋วครั้งเดียวแล้วไปได้หลายที่ก็สามารถซื้อบัตรเซบุพาส (Seibu Pass) ซึ่งมีให้เลือกใช้งานเพียบเลย ถือใบเดียวก็สามารถเปรี้ยวตามเมืองที่ว่าๆได้หมดเลยล่ะค่ะ การซื้อบัตรพาสนี่เรียกว่าทั้งประหยัดเงินและเวลา เพราะทั้งสามารถใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวตามวันของบัตรที่เราซื้อแล้วยังไม่ต้องไปต่อคิวซื้อบัตรมันทุกสถานี เพียงแต่ถ้าต้องการความรวดเร็วกว่ารถไฟทั่วๆไป โดยการโดยสารขบวนรถด่วน Limited Express ก็แค่จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมก็ได้แล้ว ถ้ายังเกรงๆว่าการเดินทางจะยากก็เลิกคิดเลยค่ะ เนื่องจากการเดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟสายเซบุนั้นทั้งง่ายและไม่ไกลอย่างที่คิดเลยนะ ลองตามมาดูกันเลยว่าแต่ละเมืองนั้นมีสถานที่อะไรน่าสนใจให้เราไปเยือนกันบ้าง

 

เมืองคาวาโกเอะ (Kawagoe)

การไปเที่ยวเมืองคาวาโกเอะ (Kawagoe) จากโตเกียว เริ่มจากไปที่สถานี Seibu Shinjuku แล้วไปลงที่ปลายทางสถานี Hon Kawagoe ซึ่งห่างจากย่านท่องเที่ยวเพียง 5 นาทีโดยการเดินเท่านั้น ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางด้วยรถไฟรวมแล้วประมาณ 62 นาที ราคา 500 เยนค่ะ แต่ถ้าต้องการความเร็วแบบด่วนๆสามารถเพิ่มเงินอีกประมาณ 500 เยน รวมเป็น 1,000 เยน เพื่อขึ้นรถไฟด่วนพิเศษ Red Arrow Limited Express เพื่อลงปลายทางที่สถานี Hon Kawagoe ได้เช่นเดียวกัน ภายในเวลาประมาณ 45 นาทีเท่านั้

สามารถใช้พาส Seibu day pass หรือ Seibu Kawagoe Pass ได้

▌เดินเที่ยว ชิม ช้อป ย่านเมืองเก่าเมืองคาวาโกเอะ Kawagoe old street

ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ(Kawagoe’s Warehouse District) นับเป็นย่านที่มีเสน่ห์และมีความเป็นเอกลักษณ์มากๆ โดยจะอยู่ทางทิศเหนือของสถานีรถไฟ Kawagoe ประมาณ 2 กิโลเมตร ถนนหลักจะยาวประมาณ 700 เมตร แต่ระหว่างสองข้างทางของถนนเส้นนี้จะมี ตรอกซอกซอย ที่สามารถเเดินเที่ยวเข้าไปได้อีกยาวๆกันเลย ซึ่งสิ่งที่ทำให้ย่านเมืองเก่าแห่งนี้ฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวก็ตรงที่ทั่วทั้งย่านเต็มไปด้วยบ้านเรือนแลลโบราณสมัยเอโดะตลอดแนวยาวสองข้างทาง ที่บอกเลยว่าดูแลดีมากๆจนน่าเหลือเชื่ออย่างกับหลุดเข้าไปในเอโดะเลยทีเดียว ทำให้ย่านนี้มีฉายา Koedo Kawagoe หรือแปลได้ว่า ลิตเติ้ลเอโดะ (Little Edo)

 

 

▌แวะถ่ายรูป และขอพรเรื่องความรักที่ศาลเจ้าฮิคาวะ(Kawagoe Hikawa Jinja)

ศาลเจ้าฮิกาวะ(Kawagoe Hikawa Shrine) ตั้งอยู่ภายในตัวเมืองไซตามะ(Saitama) นับว่าเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากๆแห่งหนึ่งของเมืองไซตามะเลยล่ะค่ะ โดยศาลเจ้าแห่งนี้นั้นปกติแล้วจะมีบรรยากาศที่เงียบสงบและร่นรื่นมากๆ โครงสร้างอาคารต่างๆของศาลเจ้าในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1940 แต่ถ้าช่วงเทศกาลประจำปีหรือโอกาสพิเศษต่างๆอย่างช่วงปีใหม่นี่บอกเลยว่าคนอย่างแน่น เพราะจะมีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาสักการะศาลเจ้าวันแรกในวันปีใหม่ ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้ครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

 

▌ชมรูปปั้นในอริยาบถต่างๆกว่า 500 องค์ที่วัดคิตะอิน(Kita-in)

วัดคิตาอิน(Kitain) นับว่าเป็นวัดเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองคาวาโกะเอะ ที่เคยเป็นวัดหลักของนิกายเทนไดในภูมิภาคคันโตเชียวนะคะ เนื่องมาจากการที่ในสมัยเอโดะนั้น ท่านโชกุนได้เลื่อมใสศรัทธาเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ เมื่อเข้ามาปุ๊บจะเห็นเลยว่าไฮไลท์ของวัดแห่งนี้ก็คือ การที่มีรูปปั้น มีจำนวนมากถึง 540 รูป โดยแต่ละรูปก็จะมีการแสดงสีหน้าท่าทางอารมณ์ที่แต่งต่างกัน จึงทำให้รูปปั้นเหล่านี้เป็นที่สนใจเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ ประวัติความเป็นมาของวัดแห่งนี้เริ่มมาจากการถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 830 แต่อาคารบางส่วนของวัดได้ถูกทำลายลงภายหลัง จะยังมีคงเหลือไว้เพียงส่วนของปราสาทเอโดะ (Edo Castle)เท่านั้นเอง

 

 

▌เที่ยวมุ้งมิ้ง ที่ หมู่บ้านมูมิน (Moomin Village)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย ムーミンバレーパーク (@moominvalleypark) เมื่อ

ใครเป็นแฟนคลับ มูมิน ตัวการ์ตูนสุดมุ้งมิ้งจากประเทศสวีเดน สามารถมาตามรอยเที่ยวบ้านมูมินได้ที่ไซตามะเลย ภายในนอกจากจะมีมุมให้ถ่ายรูปเยอะแยะมากมายแล้ว ยังมีของที่ระลึกให้กระเป๋าฉีกกันอีกเพียบๆเลยด้วย

 

 

 

เมืองชิชิบุ (Chichibu)

การไปเที่ยวเมืองชิชิบุ (Chichibu) จากโตเกียว เริ่มจากไปที่สถานี Seibu-Ikebukuro ไปลงที่ปลายทางอย่างสถานี Seibu Chichibu โดยใช้ระยะเวลาในการเดินทางด้วยรถไฟธรรมดาเปลี่ยนสายหนึ่งครั้ง รวมเวลาแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ราคา 780 เยน หรือเปลี่ยนเป็นแบบ Limited express จะใช้เวลาเหลือแค่ 1 ชั่วโมง 18 นาที แต่ราคาจะเพิ่มเป็น 1,480 เยน

สามารถใช้พาส Seibu day pass หรือ Seibu Chichibu 2-Day Pass ได้

▌ชมทุ่งดอกชิบะซากุระ ที่สวนฮิสึจิยามะ Hitsujiyama

หนึ่งในแลนด์มาร์คของจังหวัดไซตามะ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็คือการมาชมทุ่งดอกชิบะซากุระเลย ดูทุ่งสีชมพูตัดกับสีขาวพร้อมท้องฟ้าและฉากหลังเป็นภูเขา ใหญ่ประมาณ 14 ไร่ และนอกจากนี้ก็ยังมีโซนที่จัดขายของต่างๆ ทั้งของกิน ของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งหลายๆอย่างนอกจากจะผลิตในท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นแบบ Limited edition สำหรับฤดูกาลนี้เท่านั้นด้วย เช่นน้ำชิบะซากุระในรูป หอม เย็นชื่นใจมากๆ

การเดินทาง

อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ 3 สถานี คือ Seibu Chichibu Station, Chichibu Station และ Yokoze Station แล้วเดินต่อประมาณ 15-20 นาที

 

 

▌เก็บและกินสตรอว์เบอร์รีสดๆจากฟาร์ม

สตรอว์เบอร์รีของเมืองชิชิบุเป็นทั้งแหล่งปลูกและมีสายพันธ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว การันตีด้วยรางวัลกรังปรีต์อันดับหนึ่งเชียวนะ สามารถมาเก็บได้ตั้งแต่ฤดูหนาวจนจบฤดูใบไม้ผลิ มีหลายสายพันธ์ ที่รสชาติแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ก็จะหวานฉ่ำ บางลูกไม่มีรสเปรี้ยวเลย ขนาดกับดี ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เล็กเกินไป สีแดงสด ข้างนอกกรอบข้างในนุ่มฉ่ำน้ำ มีการปลูกแบบออแกนิค สะอาด จนสามารถเด็ดทานจากต้นได้เลย

 

 

 

เมืองนากาโตโร่ (Nagatoro)

การไปเที่ยวเมืองนากาโตโร่ (Nagatoro)จากโตเกียว เริ่มจากไปที่สถานี Ikebukuro แล้วลงที่สถานี Seibu – Chichibu แล้วจึงเปลี่ยนเป็นรถไฟสาย Chichibu ที่สถานี Ohanabatake ลงที่สถานี Nagatoro ราคาแบบรถด่วนครั้งแรก 1480 เยน ใช้เวลาประมาณ 78 นาที และครั้งที่สองไปที่นากาโตโร่ ราคา 470 เยน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

สามารถใช้พาส Seibu day pass + Nagatoro ได้

▌ล่องเรือแม่น้ำอะราคาวะ(Arakawa River Boat Rides)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย SaitamaPrefectureTourismBureau (@saitama.japan.official) เมื่อ

อีกหนึ่งในไฮไลท์ของจังหวัดไซตามะคือการมาล่องเรือที่แม่น้ำอะราคาวะของเมืองนากาโตโร่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่น้ำไหลแรงสะใจเปียกปอนกันไป หรือในฤดูใบไม้ร่วงที่จะมีใบไม้เปลี่ยนสีแดงส้มเหลืองให้ชมตัดกับสีน้ำเงินเขียวของสายน้ำที่ว่ากันว่าสะอาดมากๆ

การเดินทาง

เดินจากสถานีรถไฟ นากาโตโร่(Nagatoro) ประมาณ 10 นาที

 

 

▌ชมซากุระที่เรียงกัน 2 ข้างทางริมแม่น้ำ

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย SaitamaPrefectureTourismBureau (@saitama.japan.official) เมื่อ

หนึ่งในจุดซากรุะยอดนิยมของจังหวัดไซตามะ ก็คือบริเวณถนนเรียบแม่น้ำของเมืองนากาโตโร่นี่เอง เพราะจะเป็นถนนสายเล็กๆที่มีต้นซากุระขึ้นเรียงราย 2 ข้างแบบเต็มอิ่มพร้อมกับงานเทศกาลมีของท้องถิ่นมาขายกันด้วย

 

 

▌นั่งกระเช้าเที่ยวภูเขาโฮโดซัง(Hodosan ropeway)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย SaitamaPrefectureTourismBureau (@saitama.japan.official) เมื่อ

กระเช้าของภูเขาโฮโดซัง(Hodosan Ropeway) เป็นกระเช้าเพียงแห่งเดียวของจังหวัดไซตามะ ที่บริเวณนี้ก็จะมีสวนที่มีทางเดินให้ชมดอกซากุระ มีจุดชมวิวด้านบนเขา มีศาลเจ้า มีสวนสัตว์ให้ชม และก็ยังสวยงามมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเช่นเดียวกัน

 

 

 

บัตรเซบุพาส (Seibu Pass)

สำหรับคนที่ต้องการไปเที่ยวเมืองคาวาโกเอะแบบเช้าไปเย็นกลับจากโตเกียวสามารถใช้ Seibu Kawagoe Pass ซึ่งเป็นตั๋วสำหรับนั่งไปกลับ ราคา 700 เยนเท่านั้น!!!

หากแพลนเยอะอยากไปหลายเมืองตามเส้นทางรถไฟสายเซบุ อยากเซฟเงินในกระเป๋าจัดบัตรเซบุพาสซักใบก็เอาอยู่ค่ะ โดยจะมีให้เลือก 4 ประเภททั้ง SEIBU 1 Day Pass, SEIBU 2 Day Pass, SEIBU 1 Day Pass + Nagatoro และ SEIBU 2  Day Pass + Nagatoro ซึ่งในส่วนของราคานั้นก็เริ่มตั้งแต่ 1,000 – 3,000 เยน โดยสามารถไปซื้อได้ที่ Limited Express Ticket Office (บริเวณชั้น1 ที่ สถานีIkebukuro), Limited Express Ticket Office (บริเวณชั้นใต้ดินสถานี Ikebukuro), Limited Express Ticket Office (สถานีSeibu-Shinjuku ) และ SEIBU Tourist Information Center Ikebukuro

เรื่องน่าสนใจ