/ ท้อปฮิต(Top Hits) / 20 แหล่งออนเซนที่ต้องให้ไปลองซักครั้งในชีวิตของญี่ปุ่น

20 แหล่งออนเซนที่ต้องให้ไปลองซักครั้งในชีวิตของญี่ปุ่น

Photo by Fumiaki Yoshimatsu from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tsurunoyu_Onsen_02.jpg [CCSA3.0]

หากพูดถึงแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของญี่ปุ่นเชื่อเลยค่ะว่าหลายๆคนต้องนึกถึงการแช่ออนเซ็นเป็นอันดับต้นๆแน่ๆ นั่นก็เพราะญี่ปุ่นเรียกได้ว่ามีแหล่งออนเซ็นกระขายอยู่หลายพันแห่งทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่มีเยอะนะคะแต่ยังคุณภาพคับแก้วอีกต่างหาก ซึ่งคุณสมบัติในการรักษาก็จะแตกต่างกันออกไป ยิ่งคุณสาวๆนี่ต้องมาโดนให้เพราะการแช่ออนเซ็นนี่ดีต่อผิวพรรณมากมาย ดีขนาดนี้ไม่ไปไม่ได้แล้วใช่มั้ยคะ ถ้าอย่างงั้นตามเรามาดูกันค่ะว่าแหล่งออนเซ็นที่ไหนว่าดีที่ไหนว่าเด็ดพลาดไม่ได้แบบครั้งนึงในชีวิตต้องมาดูซักครั้ง

 

1. คุโรคาวะ Kurokawa Onsen

บรรยากาศช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองคุโรคาวะ ออนเซน Kurokawa Onsen

บรรยากาศช่วงใบไม้เปลี่ยนสีของเมืองคุโรคาวะ ออนเซน Kurokawa Onsen

เมืองออนเซ็นคุโรคาวะ (Kurokawa Onsen) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูเขาเอโซะ(Aso Mount)ในจังหวัดคุมาโมโต้ ที่อยู่ทางตอนกลางของเกาะคิวชู(Kyushu) ที่บอกได้เลยว่าเป็นเมืองออนเซนที่ฮอตอิตตลอดกาลของญี่ปุ่นเลยทีเดียวค่ะ เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงเมืองออนเซนจะต้องมีชื่อเมืองคุโรคาวะ(Kurokawa)ติดอันดับต้นๆอยู่ตลอดๆ ด้วยความมีเสน่ห์จากบรรยากาศที่ยังคงรักษาความเก่าแก่ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เข้ามาปุ๊บจะเห็นเลยว่าจะไม่มีอาคารแนวทันสมัยหรือป้ายไฟอะไรๆแบบที่เห็นตามเมืองใหญ่ๆเลยนะคะ ด้วยความที่ชาวเมืองรวมตัวกันรักษาสภาพความเป็นเมืองเก่าเอาไว้ได้ ตึกอาคารบ้านเรือนเน้นสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเป็นหลัก ทำให้คุโรคาวะเป็นเมืองที่ยังคงความเป็นขลังของหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณและธรรมชาติที่สวยงามเอาไว้ได้มาก เมืองมีขนาดเล็กๆที่เดินได้รอบแบบสบายๆ เพราะมีเส้นทางเดินที่เป็นไม้และหิน มีแม่น้ำไหลผ่านและดูมีทั้งมีความชนบทและย้อนยุคไปพร้อมๆกัน

 

 

2. ยูเรชิโนะ(URESHINO ONSEN)

บรรยากาศออนเซนกลางแจ้งที่โรงแรม Ureshino Hotel Shinsenkaku

บรรยากาศออนเซนกลางแจ้งที่โรงแรม Ureshino Hotel Shinsenkaku

เมืองออนเซน ยูเรชิโนะ(URESHINO ONSEN) เป็นเมืองออนเซนที่มีน้ำแร่ธรรมชาติที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะคิวชู(Kyushu) และเป็นหนึ่งใน 3 ออนเซนที่ดีที่สุดสำหรับผิวในญี่ปุ่น(Top three Bihada Hot Spring) มีแหล่งน้ำแร่มากถึง 17 แหล่งที่มีน้ำมากตลอดเวลา ในน้ำแร่จะประกอบด้วยเกลือ กรดคาร์บอนิก ในส่วนผสมที่ลงตัว และมีอุณหภูมิสูงถึง 100 องศาเซลเซียส จนมีที่มาของชื่อในภาษาญี่ปุ่นว่า “Ureshii” ที่แปลว่า “เยี่ยมไปเลย” ที่ราชนีจิงกุ(Empress Jingu) อุทานออกมา

 

 

3. กินซังออนเซน Ginzan Onsen

กินซังออนเซน

photos by Tomoaki INABA from flickr.com/photos/ist4u/15294296411( cc by 2.0)

กินซังออนเซน(Ginzan Onsen) เป็นเมืองน้ำพุร้อนที่เงียบสงบในภูเขาของจังหวัดยามากาตะ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่รอบเหมืองแร่เงินที่ได้ปรับปรุงและพัฒนาใหม่ มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่นว่าเป็นเมืองออนเซนที่สวยงามที่สุดด้วยห้องพักแบบเรียวกังที่เรียงรายตามสองข้างทางของแม่น้ำ

 

 

4. มัตสึคาว่าออนเซน Matsukawa Onsen

Photo by Soul of Japan from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kyounso_Matsukawa_Onsen_-_panoramio.jpg [CCSA3.0]

มัตสึคาว่าออนเซน(Matsukawa Onsen) เป็นเมืองน้ำพุร้อนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากภูเขาฮาจิมังไทไปทางด้านจังหวัดอิวาเตะในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมังไท น้ำพุร้อนที่นี่มีส่วนผสมของกำมะถันทำให้มีสีขุ่นเล็กน้อย ช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน โรคไขข้อ เส้นประสาท ความดันโลหิตสูง และโรคภูมิแพ้ต่างๆ

 

 

5. เบสโชออนเซน(Bessho Onsen) 

เบสโชออนเซน

photos by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Arima_Onsen_Gosho-bessho02s5s4272.jpg(cc by 3.0)

เบสโชออนเซน(Bessho Onsen) เป็นเมืองน้ำพุร้อนเล็กๆที่ตั้งอยู่นอกใจกลางเมืองอูเอดะ(Ueda) ของจังหวัดนากาโน่(Nagano) ในสมัยคามาคุระ(1192-1333) เคยเป็นสำนักงานว่าราชการประจำภูมิภาคชินชู(Shinshu Region; Nagano Prefecture) เนื่องจากภายในเมืองเต็มไปด้วยวัดและวัฒนธรรมคามาคุระ ทำให้เมืองเบสโชออนเซนกลายเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองทางการศึกษาและศาสนา

 

6. คิโนซากิอนเซ็น (Kinosaki Onsen)

Photo: Petr Meissner [CC BY 2.0] from flickr.com/photos/myneur/10796298533/

คิโนซากิอนเซ็น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) ถ้ามาแถบคันไซแล้วอยากแช่ออนเซ็นดีๆซักแห่งพุ่งตรงมาทางนี้เลยค่ะ บรรยากาศของเมืองมีความคลาสสิกมากๆแบบแต่งชุดยูกาตะแล้วเดินอย่างชิล ที่สำคัญตัวบ่อน้ำพุร้องเองก็มีความเก่าแก่มากนับพันกว่าปีเชียวนะคะ โดยภายในเมืองจะมีออนเซ็นที่มีชื่อเสียงกว่า 7 แห่ง เรียกได้ว่าถ้ามา 7 วันสามารถเลือกแช่กันแบบหลากสไตล์ไม่มีเบื่อเลยค่ะงานนี้

การเดินทาง : จากสถานี Shin-Osaka นั่งรถไฟ  Limited Express Konotori ลงที่สถานี JR Kinosaki Onsen

 

 

7. โดโกะอนเซ็น (Dogo Onsen)

photos by Wei-Te Wong from flickr.com/photos/wongwt/34325087542( cc by 2.0 )

โดโกะอนเซ็น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดเอะฮิเมะ(Ehime) ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งออนเซ็นที่ควรค่าแก่การมาซักครั้งจากการที่ตัวออนเซ็นเองมีอายุกว่า 3,000 ปี แบบว่าแค่ดูด้วยตานี่ก็ซึมซับความโบราณเข้าไปเต็มๆแล้ว จุดที่อยากให้ได้มาจริงๆจะเป็นโรงอาบน้ำโดโกะอนเซ็นฮงคัง (Dogo Onsen Honkan) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเชียวล่ะค่ะ ไม่เพียงแค่จะได้ดูแต่ที่นี่เค้ายังคงเปิดให้ได้ลงแช่กันอีกด้วย คุณภาพน้ำแร่นั้นหายห่วง แถมถ้าหลังแช่แล้วยังจะมีสถานที่ท่องเที่ยวแนวโบราณๆให้ได้ไปเช็กอินกันอีกต่างหาก

การเดินทาง : จากสถานี Shin-Osaka นั่งรถไฟ JR Sanyo Shinkansen ลงที่สถานี Okayama ต่อด้วย นั่งรถไฟ LTD. EXP SHIOKAZE ลงที่สถานี Matsuyama สุดท้ายให้เดินไปที่สถานี Matsuyama Ekimae แล้วขึ้นรถรางไปลงที่สถานี Dogo Onsen

 

 

8. อะชิซุริ ออนเซ็น (Ashizuri Onsen)

อะชิซุริ ออนเซ็น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดโคชิ (Kochi) บริเวณแหลมอะชิซุริ (Cape Ashizuri) ซึ่งเป็นจุดที่ดังมากๆเรื่องคุณภาพของน้ำพุร้อนที่ช่วยเรื่องทำให้สุขภาพดีหลายด้าน แถมยังได้แช่ออนเซ็นไปมองวิวทิวทัศน์ที่งดงามของตัวแหลมแห่งนี้ในเวลาเดียวกัน  ไม่ใช่แค่ได้รับการยกย่องการคนญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ ความงดงามของแหลมแห่งนี้ยังได้รับการยอมรับจากระดับโลกมาแล้ว คิดดูว่าได้ทั้งแช่น้ำพุร้อนชั้นเยี่ยมกับดูวิวชั้นยอดมันจะสุขกายสบายใจขนาดไหน

การเดินทาง : จากสถานี Shin-Osaka นั่งรถไฟ JR Sanyo Shinkansen ลงที่สถานี Okayama แล้วต่อด้วย รถไฟ JR Dosan Line ลงที่สถานี Nakamura จากนั้นขึ้นรถบัส Kochi Seinan Kotsu Bus มาลงที่ Ashizuri Misaki

 

 

9. นิวโตะ ออนเซ็น (Nyuto Onsen)

นิวโตะออนเซน

photos by Fumiaki Yoshimatsu from flickr.com/photos/luckypines/2167246957(cc by 2.0)

นิวโตะ ออนเซ็น ตั้งอยู่ภายในเมืองเซ็มโบคุ จังหวัดอาคิตะ โดยตัวออนเซ็นจะอยู่ในอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมันไต อังนั้นความสมบูรณ์เรื่องทัศนียภาพของธรรมชาตินี่แน่นมาก เรียกได้ว่าสูดโอโซนได้เต็มปอดไปเต็มๆ บ่อแช่เค้ามีสไตล์แบบดั้งเดิมเปิดโอเพ่นชมวิวสวยๆได้อย่างฟิน ที่นี่จะน้ำแร่จะมีสรรพคุณเด่นด้านช่วยรักษาโรคผิวหนังรวมไปถึงช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร จากการที่มีส่วนประกอบของแคลเซียมและแมกนีเซียมอยู่เป็นปริมาณมาก นั่นก็เป็นสาเหตุที่หลายๆคนขนานนามให้ว่า “ออนเซ็นน้ำนม” เพราะสีน้ำจะออกขาวๆขุ่นน้อยๆคล้ายกับน้ำนมนั่นเองค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Tazawako ต่อด้วยขึ้นรถบัส Ugo kotsu ลงป้าย  Nyuto Ganiba Onsen

 

 

10. โจซังเคออนเซ็น Jozankei Onsen

Photo by MIKI Yoshihito from flickr.com/photos/mujitra/8346369496 [CC by 2.0]

โจซังเคออนเซ็น(Jozankei Onsenม 定山渓温泉) ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติชิโกะซุ โทยะ(Shikotsu-Toya National Park) ภายในซัปโปโร(Sapporo) นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากเหล่านักท่องเที่ยวมากๆเลยนะคะ นั่นก็เพราะว่าสามารถเดินทางจากตัวเมืองซัปโปโรได้ในเวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้นเองค่ะ ถือว่าเป็นอะไรที่ทั้งใกล้และสะดวกมากๆกับการมาแช่ออนเซ็นเลยนะคะ โยออนเซ็นแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างหน้าผาสูงกับแม่น้ำโทโยฮิระ(Toyohira River) อีกทั้งนับเป็นออนเซ็นที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับออนเซ็นอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียงกัน

 

 

11. ยูกาวาระ ออนเซน(Yugawara Onsen)

Photo from Yugawara Ohnoya Ryokan @ agoda.com/yugawara-ohnoya-ryokan/hotel/hakone-jp.html

ยูกาวาระ(Yugawara) เป็นแหล่งออนเซนที่ตั้งอยู่ในมุมตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดคานากาว่า(Kanagawa)นับเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องออนเซ็นมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ด้วยการที่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ ชายทะเลที่สวยงามซึ่งอยู่ทางตะวันตก ป่าไม้ที่สมบูรณ์เขียวชอุ่ม และยังหันหน้าไปทางอ่าวซากามิ (Sagami) ทำให้มีรีสอร์ทน้ำพุร้อนออนเซ็นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนักและยังอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม Hakone ด้วย จึงกลายเป็นอีกจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวมี่หลงใหลในเสน่ห์ของน้ำพุร้อน

 

 

12. เกโระออนเซน Gero Onsen

Photo by Alpsdake from commons.wikimedia.org/wiki/File:Hida_River_and_Gero_Onsen_from_Mutsumi_Bridge.jpg [CCSA3.0]

เกโระออนเซน(Gero Onsen) ตั้งอยู่ที่เมืองกิฟุ(Gifu) บอกเลยว่าสายออนเซนตัวจริงนี่พลาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะที่นี่ได้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสามออนเซนที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะทีเดียวล่ะค่ะ ไม่ได้ฮิตเฉพาะเมื่อก่อนนะคะเพราะนี่ยังฮอตจนถึงทุกวันนี้ นั่นก็มาจากคุณภาพของน้ำพุร้อนที่ดีงามอย่างแรงแบบว่ายิ่งแช่ยิ่งดี และด้วยความดังของที่นี่นั่งเองทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสุดฮอตของเหล่านักท่องเที่ยวที่ต้องการมาสัมผัสกับน้ำพุร้อนคุณภาพสูง ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนจะฟิน การันตีความเริ่ดจากการที่เคยได้ถูกเขียนลงอยู่ในกลอนของกวีขงจื้อ Hayashi Razanด้วยล่ะค่ะ

 

 

13. แหล่งออนเซนอันเซน Unzen Onsen

ออนเซนอันเซน (雲仙温泉, Unzen Onsen) เป็นเมืองท่องเที่ยวน้ำพุร้อนที่อยู่ใกล้กับยอดเขาอันเซน(Mount Unzen) ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนางาซากิ(Nagasaki)มากนัก บอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งออนเซนที่คนรักออนเซนและธรรมชาติที่ต้องมากันให้ได้เลยล่ะค่ะ เพราะออนเซนอันเซนแห่งนี้จะถูกห้อมล้อมไปด้วยบ่อน้ำพุร้อน ทำให้หลายส่วนของเมืองจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ไอร้อน กลิ่นกำมะถัน มาจากบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งที่นี่เรียกว่านรก(Jigoku)ซึ่งในอดีตเป็นสถานที่ที่ใช้ประหารชีวิตกลุ่มกบฏศาสนาคริส แต่เดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเมืองแห่งวัด ที่เทียบเท่ากับเมืองวัดของภูเขาโคยะ(Koyasan) แต่เมืองเริ่มเปลี่ยนเป็นที่พักตากอากาศในยุคเมจิ(Meiji) จึงทำให้กลายมาเป็นเมืองตากอากาศสำหรับชาวตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่นนี่เอง สำหรับที่อยากแช่ออนเซนแบบฟินๆแล้วกลัวจะหาที่แช่ยากนี่หมดห่วงได้เลยนะคะ บอกเลยว่าเรียวกังที่เป็นโรงแรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆนี่มีให้เลือกเพียบ

 

 

14. โนโบริเบทสึ Noboribetsu Onsen

Source: Noboribetsu Onsen Dai-ichi Takimotokan from agoda.com/th-th/noboribetsu-onsen-dai-ichi-takimotokan/hotel/noboribetsu-jp.html

ย่านบ่อน้ำพุร้อนโนโบริเบทสึ(Noboribetsu Onsen)เรียกได้ว่าเป็นย่านบ่อน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของฮอกไกโด(Hokkaido)เลยนะคะ เรียกได้ว่าคิดถึงบ่อน้ำพุร้อนปุ๊บต้องนึกถึงที่นี่ก่อนเป็นอันดับแรกแน่ๆ จุดที่ทำที่โด่งดังก็มากจากการที่มีน้ำพุร้อนมากถึง 11 ชนิดด้วยกัน แถมยังได้รับการยอมรับว่าเป็นน้ำพุร้อนที่ดีและมีประสิทธิดีเยี่ยมมากที่สุดของญี่ปุ่นเชียวล่ะค่ะ จากความนิยมอย่างล้นหลามก็ทำให้ภายในย่านนี้มีที่พักเพียบ ทั้งแบบโรงแรมและเรียวกันเลยนะคะ รวมทั้งยังมีทั้งขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดย่อมที่สามารถเลือกให้เหมาะกับงบประมาณของแต่ละคนได้แบบสบายๆเลยล่ะค่ะ ส่วนมากห้องอาบน้ำออนเซ็นเปิดให้บริการกับทั้งผู้เข้าพัก และไม่ได้เข้าพัก ราคาอยู่ที่ประมาณ 700-2,000 เยน และถ้าอยากสัมผัสความเรียลๆของคนท้องถิ่นจริงๆแนะนำให้ลองไปยังมีห้องอาบน้ำสาธารณะ 1 แห่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองได้อีกด้วย

 

 

15. อะซาอิดาเกะออนเซ็น Asahidake Onsen

Photo by Asahidake Onsen Grand Hotel Daisetsu from agoda.com/th-th/asahidake-onsen-grand-hotel-daisetsu/hotel/asahikawa-jp.html

อะซาอิดาเกะออนเซ็น(Asahidake Onsen) นั้นถือเป็นรีสอร์ทน้ำพุร้อนเล็กๆของจังหวัดฮอกไกโด(Hokkaido) ที่ตั้งอยู่บริเวณฐานภูเขาอะซาฮิดาเกะ(Mount Asahidake) ซึ่งภูขาแห่งนี้นั้นขึ้นชื่อว่าสูงที่สุดในฮอกไกโดด้วยความสูงถึง 2,290 เมตร ซึ่งใกล้เคียงกับอุทยานแห่งชาติไดเซสึซัง(Daisetsuzan National Park) อีกด้วย ถ้าอยากดูใบไม้แดงแรกแล้วล่ะก็แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ เพราะอะซาฮิดาเกะ เป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นที่จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และหิมะในทุกๆปี ประมาณกลางเดือนกันยายน ถ้าอยากจะเล่นสกีก็สามารถมาได้ช่วงฤดูหนาวที่จะเริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนธันวาคม-ต้นเดือนพฤษภาคมนั่นเองค่ะ

 

 

16. ทาคาระกะว่า ออนเซ็น (Takaragawa Onsen)

ทาคาระกะว่า ออนเซ็น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดกุนมะ (Gunma) บอกเลยคนพักอยู่โตเกียวนี่ต้องจัดเพราะสามารถนั่งรถไฟจากโตเกียวมาแค่ชั่วโมงนิดๆเองค่ะ บ่อน้ำพุร้อนนี้อยู่ในเรียวกังOsenkaku เก่าแก่ที่ถือเป็นที่สุดของออนเซ็นกลางแจ้งอันดับต้นๆของญี่ปุ่นต้องที่นี่เลยค่ะ เพราะจะเป็นออนเซ็นแบบกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดแล้วของญี่ปุ่น มีลักษณะแบบเปิดโล่งติดริมแม่น้ำ ทำให้เวลาแช่ทีก็สามารถนั่งชมวิวแม่น้ำที่งดงามไปเพลินๆ เรียกได้ว่าฟินไปเลยสองต่อ คุณสมบัติการรักษานี่ก็ดังยาวนานแล้วนะคะจนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย ยิ่งช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีนี่มันจะแลดูสวยและเต็มไปด้วยสีสัน หรือจะเป็นฤดูหนาวที่ขาวโพลนไปด้วยสีขาวของหิมะนั่งแช่ออนเซ็นร้อนๆไปนี่สุขสุดๆแล้วค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Joetsu Shikansen ลงที่สถานี Jomokogen

 

 

17. ยูบาระออนเซ็น (Yubara Onsen)

ยูบาระออนเซ็น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดโอคายาม่า Okayama ) สาวๆแร่เข้ามาเลยค่ะใครอยากผิวสวยเหมือนสาวญี่ปุ่นต้องมาทางนี้ เพราะที่นี่นับเป็นหนึ่งในสามของออนเซ็นเสริมความงามของญี่ปุ่นเชียวนะเออ โดยที่นี่จะมีบ่อแบบโอเพ่นเปิดโล่งดังชื่อว่า ซูนะยู (Sunayu) ตัวบ่อจะล้อมด้วยโหดหินมีด้านหลังเป็นเขื่อนแลดูสวยแปลกไม่ซ้ำใครดีค่ะ จุดที่ทำให้ดีขึ้นไปอีกก็ตรงเปิด 24 ชั่วโมงและใช้ฟรีไม่มีค่าบริการนี่เองค่ะ ใครว่าของฟรีและดีไม่มีอยู่จริงลองมาพิสูจน์ดูค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Okayama ขึ้นรถบัสไปลงที่ Yuharaonsenguchi Bus Stop เดินต่ออีกประมาณ 15 นาที

 

 

 

18. ทากามะกะฮาระ ออนเซ็น (Takamagahara Onsen)

ทากามะกะฮาระ ออนเซ็น จังหวัดโทยามะ (Toyama) เรียกได้ว่าถ้าไม่รักจริงมีเหนื่อยอ่ะค่ะ เพราะเป็นออกเซ็นที่อยู่บนภูเขาฮิดะ (เทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ) ระดับความสูงอยู่ที่ 2,100 เมตร สูงมากๆและไปยากโคตร ด้วยความอยู่บนภูเขาทำให้ต้องเดินทางด้วยวิธีการเดินป่าเพื่อเข้าถึงเท่านั้น แต่ถ้าขึ้นไปรับรองหายเหนื่อยค่ะทั้งน้ำแร่คุณภาพเลิศจากธรรมชาติเน้นๆ รวมไปถึงวิวทัศน์หลักล้านที่หาจากที่อื่นไม่ได้ โดยช่วงที่ดีที่สุดในการไปจะเป็นเดือน กรกฎาคม – กันยายน ยากขนาดนี้ไม่แปลกใจเลยที่ได้รับการขนานนามว่า “ออนเซ็นที่เข้าถึงยากที่สุด” ใครรักธรรมชาติอยากไปในที่ลึกลับซับซ้อนแบบไม่ใช่ทุกคนจะไปได้ต้องจัดค่ะ

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Toyama แล้วขึ้นรถบัสมาลงที่ Oritate จากนั้นต้องเดินขึ้นเขา

 

 

 

19. จินาตะ ออนเซ็น (Jinata Onsen)

Photo by Douglaspperkins from commons.wikimedia.org/wiki/File:Jinata_Onsen.1.jpg [CC by 3.0]

จินาตะ ออนเซ็น  ตั้งอยู่บนเกาะชิกิเนะจิมะ (Shikine-jima Island) นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่มองหาออนเซ็นใกล้โตเกียว เนื่องจากที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของโตเกียวนะคะ เดินทางไม่นานมากก็ถึงแล้ว มาเป็นคู่มีฟินค่ะเพราะบรรยากาศมันโรแมนติกมากเว่อร์ ด้วยความติดทะเลริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคทำให้สามารถแช่ออนเซ็นไปชมวิวทัศน์ทะเลได้ชุ่มปอด อ่างก็เป็นสไตล์โขดหินธรรมชาติเข้าไปอีก

การเดินทาง : จากภายในเมืองโตเกียวสามารถนั่งเรือเฟอรี่ไปลงบนเกาะได้

 

 

 

20. ซาวาดะ โอเอ็น โรเท็นบุโระ ออนเซ็น (Sawada Koen Rotenburo Onsen)

ซาวาดะ โอเอ็น โรเท็นบุโระ ออนเซ็น ตั้งอยู่ภายในจังหวัดชิซูโอกะ (Shizuoka) ความพีคของที่ก็เป็นวิวนี่แหล่ะค่ะ เพราะความที่เป็นออนเซ็นกลางแจ้งที่ตั้งอยู่บนหน้าผาทางตะวันตกสุดของคาบสมุทรอิซุ ทำให้สามารถมองเห็นวิวมุมสูงของมหาสมุทรในมุมสูงแบบที่สวยจนแทบลืมหายใจ ยิ่งมาแช่ช่วงเย็นๆที่พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า แสงมาโรยๆนี่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

การเดินทาง : นั่งรถไฟ Tokaido-Sanyo Shinkansen ลงที่สถานี Shizuoka ต่อด้วยนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shuzenji แล้วนั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Norihama

 

 

ครบแล้วกับแหล่งออนเซนแนะนำ 20 แห่งทั่วญี่ปุ่น น่าจะพอจุใจกันบ้างไม่มากก็น้อย แต่อันที่จริงก็ยังมีเมืองหรือแหล่งออนเซนยอดนิยมอื่นๆทั่วญี่ปุ่นอยู่อีกมากมายหลายร้อยแห่ง หรืออาจจะถึงพัน เพราะนี่เป็นวัฒนธรรมสำคัญที่ชาวญี่ปุ่นยังคงนิยมกันอยู่ในปัจจุบัน ใครกำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ควรจะหาโอกาสไปลองด้วยตัวเองซักครั้งแล้วโดยเฉพาะในช่วงที่อากาศหนาว แล้วจะเข้าใจว่าทำไมชาวญี่ปุ่นถึงนิยมแก้ผ้าแช่น้ำร้อนกลางแจ้งกันนัก

 

 

 

เรื่องน่าสนใจ