/ คันไซ(Kansai) / แนะนำโปรแกรมเที่ยวคันไซ โอซาก้า เกียวโต 6 วัน 5 คืน ได้ครบจบทุกอารมณ์ญี่ปุ่น

แนะนำโปรแกรมเที่ยวคันไซ โอซาก้า เกียวโต 6 วัน 5 คืน ได้ครบจบทุกอารมณ์ญี่ปุ่น

Photo: Pedro Szekely [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/pedrosz/31891587072

ในแถบคันไซเมืองที่น่าไปมากที่สุดคงไม่พ้นโอซาก้าและเกียวโต ที่สองเมืองนี้มีจุดเด่นที่สูสีไม่แพ้กันอย่าง โอซาก้าเป็นเมืองที่แสนจะคึกคัก มากไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างหลากหลายแนว และอาหารท้องถิ่นทก็นับว่าเด็ดดวง ส่วนเกียวโตนับเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมหลายด้านของญี่ปุ่น เน้นสถานที่ท่องเที่ยวแนวโบราณสถาน วัด ศาลเจ้า จนเป็นที่รู้จุกในนามเมืองแห่งมรดกโลก โปรแกรมการเที่ยวจะน่าตามขนาดไหนตามมาด่วนๆ ถ้าได้ลองไปตามแพลนแล้วละก็คุณอาจจะติดใจการเที่ยวด้วยตัวเองจนถอนตัวไม่ขึ้น

 

▌วันที่ 1

ช่วงเช้า : วันแรกเปิดด้วยโอซาก้าเมืองใหญ่ หลังจากเดินทางมาถึงสถานบินแล้วเก็บข้าวเก็บของในโรงแรมเรียบร้อยก็เริ่มด้วยการไปเยือนสถานที่ทางศาสนาที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอย่าง วัดชิเทนโนจิ(Shitennoji Temple) บรรยากาศสบายๆมีให้ชมทั้งสถาปัตยกรรม สวนสวนทุกๆฤดูกาล รวมไปถึงร้านชาดีๆให้นั่งชิลๆมาพักให้หายเหนื่อย เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินสาย Subway Tanimachi Line ลงสถานี Shitennoji-mae Yuhigaoka

Photo by Casey Yee from flickr.com/photos/caseyyee/4278142733/ [CC by-sa 2.0]

ช่วงบ่าย : ชมวิวที่จุดยอดนิยมอย่างตึก Umeda Sky ที่สามารถขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์รอบเมืองแบบ 360 องศา เดินทางมาด้วยรถไฟสาย Hankyu-Kobe Line ลงที่สถานี Nakatsu

โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Osaka_Dotonbori_Ebisu_Bridge.jpg( cc by 3.0 )

ช่วงเย็น : มาโอซาก้าทั้งทีไม่มาลองอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่ออย่างทาโกยากิและปูคงเหมือนมาไม่ถึง ในย่านโดทงโบริ (Dotonbori) เรียกได้มาหาอะไรมีหมด มีร้านอาหารดีๆโดนๆให้เลือกแบบละลานตา ที่สำคัญแวะแชะรูปป้ายกลูลิโกะแมนที่เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองโอซาก้าไปแล้ว

 

▌วันที่ 2

Photo: facebook.com/nifrel.jp

ช่วงเช้า : ฮิตไม่มีใครเกินต้องที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสุดล้ำ Nifrel Interactive Aquazoo ไม่ธรรมดาด้วยการนำเอาเทคโนโลยี Interactive มาใช้ในการจัดแสดงและโชว์ต่างๆ ไม่ได้มีเฉพาะสัตว์น้ำเท่านั้นจะเสือขาว จระเข้ ฮิปโปแคระ และสัตว์บก สัตว์ปีก ก็ยังมีให้ชม ถ้ายังมีเวลาเหลือก็สามารถเดินอีกนิดไปยัง Pokemon expo gym กันได้เพราะอยู่ใกล้กันมากๆ การเดินทางจะต้อเปลี่ยนจาก subway เป็น Monorail ที่สถานี Senri-Chuo แล้วต่อมาลงที่สถานี Bampaku-kinen-koen หรืออีกทางเลือกหนึ่งที่ฮิตไม่แพ้กันคือ พิพิธภัณท์สัตว์น้ำโอซาก้าหรือ โอซาก้า ไคยูคัง ที่มีฉลามวาฬตัวใหญ่ให้ชม

Photo: Ari Helminen [CC BY 2.0] from flickr.com/photos/picsoflife/6468548225/

ช่วงบ่าย+เย็น : เช็กอินยังแลนด์มาร์กแห่งเมืองอย่างปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle) พร้อมนั่งพักชมนกชมไม้เพลินๆบริเวณสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) ซึ่งสวนนี้เป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยสุดๆแห่งหนึ่งของเมืองก็ว่าได้ อีกทั้งยังสามารถเดินซื้ออาหารและขอที่ระลึกตามร้านค้าที่ตั้งอยู่รอบๆได้ด้วย การเดินทางด้วยรถไฟมาลงที่สถานี Morinomiya หรือ Osakajokoen

 

 

▌วันที่ 3

Photo by L1NDUS from flickr.com/photos/l1ndus/32622229453/ [CC by 2.0]

ช่วงเช้า+บ่าย : เรียกว่าต้องยกเวลาเกือบทั้งวันให้ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ เจแปน(Universal Studio Osaka) ที่สุดจะยิ่งใหญ่อลังการ เดินกันจนขาลากก็แทบจะไม่ครบ หาคนที่มีแพลนอยากจะเน้นขึ้นเครื่องเล่นหรือเข้าจุดต่างๆในหนึ่งวันให้ได้มากที่สุด แนะนำให้ซื้อบัตร  Universal Express Pass เตรียมให้เลยจะดีมาก เพราะไม่ต้องเข้าคิวรอนานๆ ถ้าจะมาที่นี่มาให้เร็วยิ่งดีหรือไปลองดูการสรุปปริมาณนักท่องเที่ยวที่เว็บไซต์ เพื่อหลีกเลี่ยงวันคนเยอะมหาศาล ถ้าหิวก็ไม่ต้องห่วงมีร้านอาหารภายในให้เลือกกินกันตามอัธยาศัย การเดินทางมาสามารถมาโดยรถไฟสาย  Sakurajima Line ลงที่สถานี Universal City

Photo by Francisco Restivo from flickr.com/photos/frestivo/4793145349 [CC by-sa 2.0]

ช่วงเย็น : ถ้ายังเหลือแรงพร้อมลุยอยากหาอะไรทานให้สมกับที่มาโอซาก้าทั้งที มาเลยที่ย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi) มีร้านอาหาร ของกินเล่น ขนมให้แวะลองกันแบบเลือกแทบไม่ถูก การเดินทางจะสาย Subway Midosuji Line หรือ Nagahori Line ก็ได้ ลงที่สถานี Shinsaibashi

 

▌วันที่ 4

ช่วงเช้า : เดินทางมาเยือนยังดินแดนแห่งมรดกโดกอย่างเมืองเกียวโต เลือกใช้รถไฟ JR สาย Kyoto Line จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ซึ่งจะเป็นวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุดแล้ว

ช่วงสาย+บ่าย : ประเดิมสถานที่แรกด้วยวัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera) ที่โด่งดังไปทั่วทั้งญี่ปุ่น แล้วยังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงเพื่อชมทิวทัศน์เมืองที่อาคารไม้ที่สร้างด้วยไม้ตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยโบราณที่สูง 13 เมตรจากพื้นดิน เดินทางด้วยรถไฟสาย Keihan Railway Line ลงที่สถานี Kiyomizu-Gojo

ช่วงเย็น : แวะมาเดินเล่นและมองหาของกินเป็นมื้อเย็นที่ย่านเทรามาชิ (Teramachi-dori) ถนนสายช็อปปิ้งชื่อดังแห่งหนึ่งของเมือง มีร้านค้าเรียงรายตลอดสองฝั่งทางมากกกว่า 170 ร้าน การเดินทางรถไฟใต้ดินสาย Hankyu-Kyoto Line ลงที่สถานี Kawaramachi

 

 

▌วันที่ 5

photos by Luca Mascaro from flickr.com/photos/lucamascaro/5626988090(cc by 2.0)

ช่วงเช้า : พอ 9 โมงเช้าปุ๊บก็มาได้เลยที่ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) ตลาดอันเลื่องชื่อของเกียวโตทั้งยังได้รับสมญานามว่า “ครัวเกียวโต” ที่นี่รวมสารพัดของดีเกียวโตทั้งของสด อาหาร ผลไม้ และขนม ใครเบื่อๆอาหารเช้าของโรงแรมก็สามารถมาทานมื้อเช้าที่นี่ได้ พอกินอิ่มกันเรียบร้อยก็ออกเดินทางกันต่อ

ทางเดินใต้เสาโทริอิในศาลเจ้าแดง

ช่วงสายถึงบ่าย :  หลายๆคนอาจเห็นภาพเสาแดงๆเรียงรายกันเยอะๆตามโพสเตอร์ท่องเที่ยวเป็นอะไรที่สวยสุดๆ ซึ่งก็เป็นที่ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ หรือศาลเจ้าแดง (Fushimi Inari Shrine) โดยที่เสาแดงๆที่เรียงๆกันนับหลายหมื่นต้นที่เห็นกันก็คือ ประตูโทริอิ (Torii Gate) พร้อมขอพรเพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวง

Photo by E_Miyagawa from flickr.com/photos/[email protected]/33937913244/ [CC by-sa 2.0]

ช่วงบ่ายถึงเย็น: ไปเที่ยวอีกหนึ่งวัดฮิตที่สวยงามมากๆของเมืองเกียวโต วัดทองหรือวัดคินคะคุจิ(Kinkakuji Temple) ที่มีไฮไลท์คืออาคารสีทองตั้งอยู่โดดเด่นกลางสวนที่มีทะเลสาบอยู่ด้านหน้า มีความงามในแต่ละฤดูกาลที่แตกต่างกันไป ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมได้เป็นจำนวนมาก ใครมาเกียวโตแล้วไม่ควรพลาดวัดแห่งนี้ การเดินทางสามารถมาด้วยรถบัสสาย 12, 59, 101 และ 205 แล้วลงที่ป้าย Kinkakuji

 

 

▌วันที่ 6

Photo by Alvin Leong from flickr.com/photos/leonghongrui/14214271098/ [CC by 2.0]

Photo by Akuppa John Wigham from flickr.com/photos/[email protected]/10997981053/ [CC by 2.0]

ช่วงเช้า+เที่ยง : ปิดท้ายการท่องเที่ยววันสุดท้ายก่อนกลับด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเกียวโตนั่นก็คือ เมืองอาราชิยาม่า (Arashiyama) ซึ่งเป็นเมืองชนบทเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ห่างจากตัวเมืองเกียวโตไปเพียง 30 นาทีเท่านั้น มีชื่อเสียงคือ ทางเดินในป่าไผ่ รถไฟสายโรแมนติคชมวิวในหุบเขา สะพานไม้ ร่องเรือ รวมไปถึงวัดและศาลเจ้าดังอีกหลายแห่งที่ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้ๆเกือบทั้งหมด แนะนำให้รีบไปตั้งแต่เช้า จะได้ไม่แออัดคนเยอะเท่าไหร่นัก โดยสามารถนั่งรถไฟสาย Arashiyama Line มาลงยังสถานี Saga-Arashiyama

 

 

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก