/ ชูโกกุ(Chugoku) / 12 ที่เที่ยวห้ามพลาดของจังหวัดทตโตริ ศิลปะและธรรมชาติอันน่าทึ่ง

12 ที่เที่ยวห้ามพลาดของจังหวัดทตโตริ ศิลปะและธรรมชาติอันน่าทึ่ง

จังหวัดทตโตริ(Tottori) นับเป็นจังหวัดนอกสายตาที่น่าเที่ยวไม่เป็นสองใคร ด้วยความที่ครบเครื่องทั้งธรรมชาติที่มีทั้งภูเขาไดเซ็นอันเลื่องชื่อ มีเนินทรายชื่อดังระดับประเทศ การเป็นจังหวัดที่จับปูได้มากที่สุดของญี่ปุ่น รวมทั้งยังมีลูกแพร์สายพันธุ์ท้องถิ่นที่ใครได้ชิมต้องหลงรักไปตามๆกัน เรียกได้ว่าแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆไม่ดังมากแต่มีเสน่ห์มากอย่าบอกใครเชียวล่ะค่ะ โดยครั้งนี้เราจะพาไปปักหมุดกับ “12 ที่เที่ยวน่าไปของเมืองทตโตริ” ที่ถ้ามาแล้วพลาดไม่ได้เด็ดๆ จะมีที่ไหนบ้างนั้นตามให้ไวเลยครับ

 

 

1. เนินทรายทตโตริ (Tottori Sand Dunes)

เนินทรายทตโตริตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติซานินไคกัน เนินทรายที่ถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์การท่องเที่ยวของทตโตริที่ไม่มาไม่ได้แล้ว ทั้งความอลังการงานทรายที่สูงถึง 50 เมตร และความกว้างถึง 2 กิโลเมตร บวกกับความเก่าแก่ที่ว่ากันว่าเกิดขึ้นมานานมากกว่าพันปีเลยครับ มาแล้วไม่ได้มีแค่ให้เดินชมอย่างเดียว เพราะเขากิจกรรมทำให้สนุกๆทั้ง กระดานทราย หรือถ้าอยากอินกับความทรายก็สามารถขี่อูฐเดินบนเนินทรายชิลๆ เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กจุดสำคัญของทตโตริที่ไม่มานี่พลาดอย่างแรงเลยครับ

เวลาทำการของศูนย์บริการนักท่องเที่ยว :

เดือนมีนาคม-เดือนพฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 9:30-16:30 น.

และเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 10:00-16:00 น.

 

 

 

2. พิพิธภัณฑ์ทราย (Sand Museum)

พิพิธภัณฑ์ทรายที่ยืนหนึ่งด้านประติมากรรมทราย เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์ทรายแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก โดยตั้งอยู่ใกล้ๆกับเนินทรายทตโตริ บอกเลยว่าถ้าอยากชมความงดงามที่หาดูได้ยากมากๆที่รังสรรค์มาจากทรายด้วยฝีมือศิลปินแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก ความพีคคือมากี่ปีๆก็ไม่มีซ้ำเนื่องจากเขาจะมีการเปลี่ยนหัวข้อในการสร้างอยู่เรื่อยๆ ทำให้เราสามารถได้มาชมผลงานใหม่ๆได้ทุกปีไม่มีเบื่อเลยครับ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00-18:00 น. วันเสาร์ ปิด 20:00 น.(เปิดให้เข้าชมเฉพาะกลางเดือนเมษายน-ช่วงต้นเดือนมกราคม)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กมัธยมและประถม 300 เยน ต่ำกว่าประถมเข้าชมฟรี

 

 

 

3. วัดไดเซนจิ (Daisenji Temple)

วัดดังของทตโทริที่มีความเก่าแก่มากถึง 1,300 ปี โดยเมื่อก่อนนี้เคยมีความสำคัญมากๆจากการเป็นสถานที่ฝึกอบรมนักพรตชูเก็นโดะทั้งหลาย มาจนปัจจุบันแม้ไม่ได้รุ่งเรืองเช่นเมื่อก่อน หากก็ยังคงมีสิ่งต่างๆที่ได้อนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีให้คนรุ่นหลังได้มาดูหรือสัมผัสกัน สมกับที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น รวมไปถึงบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ระหว่างทางและบนเขาที่คุ้มค่าการมาเยือนอย่างแรงเลยครับ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 16:00 น.

 

 

 

4. ตามรอยโคนัน ที่ Gosho Aoyama Manga Factory

ทตโตริเป็นจังหวัดบ้านเกิดของผู้เขียนยอดนักสืบจิ๋วโคนัน จึงมีการเปลี่ยนเมืองบ้านเกิดให้กลายเป็นธีมโคนัน มีพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวมความเป็นมาของการ์ตูนเรื่องนี้ ตั้งแต่ผู้เขียนก็คือ อาจารย์อาโอยาม่า, กว่าจะเป็นโคนันต้องผ่านอะไรมาบ้าง, สิ่งของเกี่ยวข้องเจ๋งๆจากในการ์ตูน, ห้องทำงานจำลองของผู้เขียน และของสะสมหายากต่างๆอีกเพียบ ที่สำคัญเค้ายังมีกิจกรรมสนุกให้ได้ลองเล่นอีกหลายอย่าง ระหว่างการเข้าชมกันด้วย รวมทั้งยังมีของฝากที่นักสะสมต้องตาลุกวาวอีกมากมาย

นอกพิพิธภัณท์แล้ว สถานีรถไฟ ทางเดิน ป้ายรถบัส และอีกหลายอย่างก็ยังทำออกมาในธีมโคนันด้วยครับ

เวลาทำการ :  เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9.30-17.30 น. (สามารถเข้าได้จนถึงเวลา 17:00 น.)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็กมัธยม 500 เยน เด็กประถม 300 เยน

 

 

 

5. ตามรอยภูตน้อย คิตาโร่ ที่ Mizuki Shigeru Road

นอกจากทตโตริจะเป็นจังหวัดบ้านเกิดของโคนันแล้วก็ยังเป็นบ้านเกิดของนักเขียนชื่อดังระดับตำนานอีกท่าน เจ้าของผลงานมังงะ อสูรน้อยคิตาโร่(Kitaro) จึงมีพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมเอาผลงานต่างๆของนักเขียนชื่อดังอย่าง ชิเกรุ มิซึกิ มาจัดรวบรวมให้ได้ดูกัน โดยเฉพาะเรื่องอสูรน้อยคิทาโร่ และยังมีการจำลองโต๊ะทำงานของนักเขียนแบบเป๊ะๆ พร้อมทั้งมุมถ่ายภาพมากมายให้ได้รัวภาพกันไม่ยั้ง

อีกไฮไลท์ของเมืองคิตาโร่ คือ ถนนอสูรน้อย หรือชื่อจริงๆคือ Mizuki Shigeru Road ที่มีการสร้างรูปปั้น ฝาท่อ และอื่นๆมากกว่าร้อยตัวให้เดินเล่นชมและถ่ายรูปตลอดทางจนถึงสถานีรถไฟ JR Sakaiminato อีกด้วย และถ้าใครได้มาค้างคืนที่เมืองนี้ ในตอนกลางคืนถนนเส้นนี้ยังมีการสร้างบรรยากาศ ทั้ง แสงสีเสียง ระหว่างทางเดินด้วยนะครับ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:30 – 17:00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กมัธยม 500 เยน เด็กประถม 300 เยน

 

 

 

6. พิพิธภัณฑ์ลูกแพร์ (Nijisseiki Pear Museum)

พิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้เราได้รู้จักลูกแพร์มากกว่าที่เคย เพราะมีลูกแพร์หลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ชมกันแบบไม่ต้องไปที่อื่นให้เหนื่อย ซึ่งทำออกมาได้น่าสนใจมาก ไฮไลท์ที่เจ๋งสุดต้องยกให้ห้องชิมลูกแพรตามฤดูกาลอันนี้เด็ดมากๆ อีกทั้งบริเวณด้านนอกเค้ายังจะมีต้นแพร์จริงๆให้เราได้สัมผัสกับของจริงอย่างใกล้ชิดด้วย และถ้าใครชอบก็สามารถเลือกช้อปได้ที่โซนขายสินค้าท้องถิ่นทั้งลูกแพร์พันธุ์นิจิเซกิสดๆซึ่งเป็นลูกแพร์สายพันธ์เฉพาะของเมืองนี้ หรือจะเป็น ซอฟครีมลูกแพร์รสชาติหวานหอม และขนมของฝากที่เป็นการแปรรูปจากลูกแพร์อีกเพียบ พร้อมกิจกรรมสนุกๆภายในพิพิธภัณฑ์ที่มีให้ทำได้สนุกกันได้เป็นชั่วโมงๆเลยทีเดียว ยิ่งใครพาเด็กๆมาด้วยน่าจะสนุกกันสุดๆเลยครับ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00-17:00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็กมัธยม 150 เยน อายุต่ำกว่า 12 ปี  เข้าชมฟรี

 

 

 

7. ประมูลปู (Crab auction @ Sakai Minato Seafood Direct)

เป็นกิจกรรมที่หาชมได้ค่อนข้างจะยาก เพราะต้องเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่พอและมีการบริหารจัดการอย่างดี ทำให้ ตลาดค้าส่งปลาของเมืองซาคาอิมินาโตะ ในจังหวัดทตโตริ เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของญี่ปุ่นที่สามารถชมการประมูลซื้อสัตว์ทะเลได้ ซึ่งไฮไลท์ก็คือ การประมูลปู เพราะที่นี่เค้าสามารถจับปูได้มากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดูเมื่อไหร่ก็ได้นะครับ เพราะช่วงที่เขาอนุญาติให้จับปูจะมีแค่ปีละไม่กี่เดือนเท่านั้นเองครับ คือประมาณช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงจนจบฤดูหนาว ใครมาเที่ยวทตโตริช่วงเวลานี้ นอกจากจะได้เพลินไปกับเมนูปูสดๆแล้ว ก็สามารถลองตื่นเช้าๆมาดูเขาประมูลปูกันได้ที่ตลาดขายส่งอาหารทะเลชื่อว่า “Sakai Minato Seafood Direct” บอกเลยว่าอลังการงานปูที่เห็นแล้วต้องร้องว้าวไปกับกองทัพปูหลากหลายสายพันธุ์ แล้วไม่ต้องกลัวจะมึนงงๆเพราะทางตลาดเค้ามีบริการพานักท่องเที่ยวไปชมการประมูลปูถึงที่ แถมด้วยความรู้ในการเลือกปูดีๆไม่พลาด แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นนะครับ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:00 – 16:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)

 

 

 

8. งานประดับไฟ สวนดอกไม้ฮานะไคโร (Hanakairo Illumination)

งานประดับไฟสุดยิ่งใหญ่ของทตโตริที่จัดบนสวนดอกไม้ที่มีพื้นที่กว้างมากถึง 310 ไร่ มีการประดับประดาไฟมากกว่า 1.4 ล้านดวง เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงติดอันดับท๊อปๆของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ครับ ไม่ต้องห่วงว่าพื้นที่กว้างขนาดนี้จะเดินลำบากครับ เพราะเค้ามีการแบ่งออกเป็นโซนๆมากถึง 20 โซน ให้เราได้เดินชมกันอย่างจุใจ หรือจะนั่งรถไฟรับส่งที่วิ่งรอบๆสวนก็ได้ แถมด้วยความที่เป็นสวนดอกไม้ยังมีการครีเอทให้ดวงไฟสามารถอยู่คู่กับดอกไม้ได้เนียนๆมากๆ

เวลาทำการ : ถึงวันที่ 13 มกราคม 2020 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 17:30-21:00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 700 เยน  เด็ก 350 เยน

 

 

 

9. ย่านเมืองเก่า ชิราคาเบะ (Kurayoshi Shirakabe)

นอกจากธรรมชาติสวยๆแล้ว จังหวัดทตโตริก็ยังมีย่านเมืองเก่าที่เคยรุ่งเรืองในสมัยเอโดะ เช่น ย่านเมืองเก่าของเมืองคุราโยชิ ที่เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยเสน่ห์ความโบราณอย่างแท้จริง เพราะอาคารต่างๆได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ยังคงเอกลักษณ์ในรูปแบบโบราณไว้ครบถ้วน พร้อมทั้งยังจะมีร้านค้าเก่าแก่บางร้านอายุเป็น 100 ปีให้ ได้ชิม ได้ชอปปิ้งกันตลอดทาง แบบเดินไปหามุมถ่ายรูปไป เหนื่อยก็พัก ชิลสุดๆไปเลยครับ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น. (บางร้านปิดทุกวันพุธ)

 

 

 

10. ศาลเจ้าฮาคุโตะ (Hakuto Shrine)

ศาลเจ้าฮาคุโตะ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “ศาลเจ้ากระต่ายแห่งความรักและครอบครัว” เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าที่คนอยากสมหวังด้านความรักต้องปักหมุดมาให้ได้ครับ เพราะเขาดังเรื่องความรักและขอลูกมากๆ โดยมีไฮไลท์หรืออาจจะเรียกว่าเป็นมาสคอตสุดมุ้งมิ้งของศาลเจ้านั่นก็คือเจ้ากระต่ายน้อยนั่นเอง ซึ่งก็มาจากตำนานเล่าขานที่มีชื่อเสียงของเมืองนี้เลยครับ ทำให้เจ้ากระต่ายน้อยได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความสมหวังของที่นี่ไป จึงทำให้มีทั้งรูปปั้น ป้ายขอพร และเครื่องรางมีรูปหรือลวดลายเป็นกระต่าย เรียกได้ว่าทั้งสวยทั้งขลังในเวลาเดียวกันเชียวค่ะ

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 16:00 น.

 

 

 

11. กระเช้าลอยฟ้า ชมวิวภูเขาไดเซน

ถ้าใครอยากชมวิวมุมสูงสวยๆพร้อมชมธรรมชาติงามๆแบบ 360 องศา ต้องลองมาขึ้นกระเช้าที่ ที่ราบสูง มาสึมิซุโคเก็ง (Masumizu Kogen) เพื่อขึ้นด้านบนของภูเขาไดเซ็นอันเลื่องชื่อของที่นี่กันเลยครับ รับรองว่าวิวนี่สวยมากๆแบบพาโนราม่าของชายหาดยูมิกาฮามะที่เด็ดสุดๆ ยิ่งมาช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเข้าขั้นสวยพีคสุดๆ สมกับที่ได้รับการยกย่องให้ภูเขาไดเซ็นเป็นฟูจิซังแห่งทตโตริจริงๆครับ หรือใครมาหน้าหนาวที่ราบสูงแห่งนี้ก็เปลี่ยนเป็นสกีรีสอร์ทด้วยครับ

เวลาทำการ : วันธรรมดา ตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น. วันหยุด ตั้งแต่เวลา 9:30 – 20:30 น. (ปิดช่วงฤดูหนาว)

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่  เที่ยวเดียว 500 เยน ไป-กลับ 700 เยน , เด็ก (อายุ 4 ปี – ระดับประถมศึกษา) เที่ยวเดียว 400 เยน ไป-กลับ 600 เยน

 

 

 

12. พิพิภัณฑ์ภาพถ่ายโชจิ อุเอดะ (Shoji Ueda Museum of Photography)

สายอาร์ตชอบถ่ายรูปพลาดไม่ได้กับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ที่รวบรวมเอาผลงานภาพถ่ายมากมายของ ช่างภาพชื่อดังระดับโลกชาวญี่ปุ่นอย่าง โชจิ อุเอดะ มาจัดแสดงภายในคอนเซ็ปต์เก๋ๆที่แตกต่างกันในแต่ละห้อง สิ่งที่ทำให้เจ๋งขึ้นไปอีกก็คงการที่ธีมของจะเปลี่ยนไปทุกปีไม่มีซ้ำ เรียกได้ว่ามาปีไหนเก๋ปีนั้นรูปไม่มีซ้ำ และที่เป็นไฮไลท์ไม่แพ้ผลงานที่จัดแสดงก็คือความติสของอาคารจัดแสดงสุดคูลที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง ทากามาทสึ ชิน ที่มีการแฝงอะไรไว้มากกว่าแค่รูปแบบอาคารทั่วๆไปให้คุณได้ลองเข้ามาชม

เวลาทำการ : เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 17:00 น. (ปิดทุกวันอังคาร)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 900 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย 500 เยน และนักเรียนมัธยมต้นและนักเรียนประถม 300 เยน

 

ถ้าแค่นี้ยังไม่จุใจ เพื่อนๆสามารถตามไปชมสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจทั้งหมดของจังหวัดทตโตริต่อได้เลยครับ

และถ้าใครเป็นสายกิน ต้องอ่าน 8 เมนูเด็ดห้ามพลาดของจังหวัดทตโตริ ต่อเลยครับ

เรื่องน่าสนใจ