/ Sponsored Article / 15 ลายแทงช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น สายช้อปไม่ควรพลาด

15 ลายแทงช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่น สายช้อปไม่ควรพลาด

“ญี่ปุ่น” ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝัน แหล่งเที่ยวชมธรรมชาติ ถ่ายรูปกับดอกซากุระสีชมพูหวาน หากแต่ยังเป็นแหล่งรวมแฟชั่น เป็นเหมือนแดนสวรรค์ของนักช้อปที่มีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ แต่จะเริ่มต้นตรงไหน อย่างไรดี อย่าเพิ่งกุมขมับ ลายแทงขุมทรัพย์ต่อไปนี้ จะปักหมุด 15 แหล่งช้อปให้รู้ชัดๆ กัน ว่าแล้วก็ไปดูกันเลย แหล่งไหน…ย่านช้อปปิ้งใดที่ขาช้อปไม่ควรพลาด

 

เอาใจขาช้อปกันสักหน่อย ด้วยเคล็ดลับเลือกสายการบินไปญี่ปุ่น ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบช้อปปิ้ง แนะนำให้บินแบบฟูลเซอร์วิสไปเลย เพราะมีน้ำหนักกระเป๋าให้ อย่างต่ำก็ 20 กิโลกรัมขึ้นไป แนะนำให้ลองเข้าไปเลือกตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นได้กับ Traveloka แต่ถ้าจะให้แนะนำสายการบิน Japan Airline ก็ดี เพราะมีอาหารให้บนเครื่อง กับบริการแบบฟูลเซอร์วิสทุกระดับประทับใจ

 

ทางไปจองสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ > https://www.traveloka.com/th-th/japan-airlines

ทางไปจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น > https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-japan

 

 

1. เจอาร์ ทาวเวอร์ (JR Tower)

“เจอาร์ ทาวเวอร์” เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟซัปโปโรทางประตูทิศใต้ เป็นแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่สุดของเกาะฮอกไกโด มีห้างไดมารู ที่มีสินค้าหลากหลายแบรนด์ดัง  รวมถึงร้านอาหารหลากหลายสไตล์  เช่น ร้านซูชิสายพาน “Nemuro Hanamaru” ร้านหมูทอดทงคัตสึ “Tadumura Tonkatsu” ส่วนห้างสเตลล่า เพลส์ เน้นขายเสื้อผ้าแฟชั่นของชาวญี่ปุ่นราคาเบาๆ  ห้างเอสต้านั้นมีทุกอย่าง ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า รองเท้าแบรนด์เนม เครื่องสำอาง  ไปจนถึงของเล่นเด็ก และมีศูนย์อาหารสไต์ธีมพาร์ค ‘ราเม็ง รีพับลิค ซัปโปโร’ ส่วน  “พาเซโอ”  เป็นศูนย์สรรพสินค้าใต้ทางยกระดับที่มี 2 ชั้นคือ ระหว่างชั้น 1 และชั้นใต้ดินที่ 1 ทางตะวันออกจรดตะวันตกของสถานี ส่วนชั้น 7 มีโรงภาพยนตร์ ซีเนม่า คอมเพล็กซ์ และที่ชั้น 9 ยังมีภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส “มิคุนิ ซัปโปโร” อีกด้วย ถูกใจสายช้อปยิ่งนัก เดินช้อปกระจายได้ทั้งวันเลยทีเดียว

 

 

 

2. กินซ่า (Ginza)

“กินซ่า” ย่านช้อปปิ้งสินค้าหรูและบันเทิงอันเปี่ยมเสน่ห์ของมหานครโตเกียว   บริเวณนี้จะมีห้างสรรพสินค้ามากมาย ร้านอาหาร ผับ บาร์ และคาเฟ่บรรยากาศน่ารักๆ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าแบรนด์เนมดังระดับโลก เครื่องสำอางระดับไฮเอนด์  มารวมอยู่ในย่านนี้ ไฮไลท์ห้ามพลาดของย่านนี้ คือ “Ginza Wako” ตึกที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านกินซ่า ตัวตึกเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปด้านบนของตึกมีหอนาฬิกาแบรนด์ Seiko ภายในอาคาร มีร้านค้าขายเครื่องประดับและสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ““Ginza Six” ศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของย่านนี้ นอกเหนือจากจะมีร้านเครื่องสำอางและแฟชั่นมากมายหลายแห่ง ยังมีชั้นสำหรับการทำอาหาร และการออกแบบตกแต่งภายใน ร้านหนังสือขนาดใหญ่ของ Tsutaya   สวนสวยบนดาดฟ้า และโรงละคร “โนห์” ในห้องใต้ดิน ร้านค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้เปิดทุกวัน ในช่วงบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ถนนชุโอโดริ จะปิดถนนให้กลายเป็นถนนคนเดิน ในช่วงเวลา 12.00 -17.00 น.

 

 

 

3. ตลาดอะเมโยโกะ (Ameyoko Market)

“ตลาดอะเมโยโกะ” ตั้งอยู่ในย่านอุเอโนะ ในเขตไทโตของกรุงโตเกียว เป็นตรอกอยู่เลียบไปกับทางรถไฟ JR ระหว่างสถานีอุเอโนะและสถานีโอคาชิมาชิ รวมระยะทางประมาณ 500 เมตร มีร้านค้าตั้งตลอดสองฝั่งทางมากกว่า 400 ร้าน  ชื่อเต็มๆ ของตลาดแห่งนี้ คือ “อะเมยะ โยโกโช” แปลได้ว่า “ตรอกร้านลูกกวาด” ซึ่งเป็นสินค้าดั้งเดิมที่วางขายในตลาดแห่งนี้ในอดีต เป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะเป็นแหล่งช้อปปิ้งของถูก มีสินค้าให้เลือกมากมายตั้งแต่สินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า น้ำหอม เครื่องสำอาง ของเล่น เครื่องไฟฟ้า มีของกินขายทั้งของคาวและของหวาน  ไม่ว่าจะเป็น อาหารสด ผลไม้ อาหารแห้ง ขนม  เช่น ทาโกะยากิยักษ์ โมจิ ขนมเค้ก ช็อคโกแลต ไอศครีม ชานมไข่มุก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชนิดตั้งแต่ ซูชิ ราเม็ง เทมปุระ และที่ขาดไม่ได้คือ ร้านปาจิงโกะ และร้านเกม ส่วนใหญ่จะเปิดร้านประมาณ 10 โมงเช้าไปจนถึงช่วงเย็นๆ และมักจะปิดทุกวันพุธ

 

 

 

4. ชิบูย่า (Shibuya)
 

“ชิบูย่า” ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งบันเทิงของกลุ่มวัยรุ่นญี่ปุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแฟชั่น เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านค้า รวมทั้งช็อปของแบรนด์ดังตั้งอยู่มากมาย  เช่น “shibuya 109”  ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณแยกชิบูย่า มีสินค้าแบรนด์เนมจำหน่ายมากมาย  ตึก don quijote ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าจำหน่ายสินค้าของฝากราคาถูกมาก แลนด์มาร์คของที่นี่คือ “ห้าแยกชิบูย่า” ซึ่งเป็นทางแยกขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสถานีชิบูย่า เนื่องจากเป็นย่านที่ผู้คนพลุกพล่านหนาแน่น และเป็นแยกข้ามถนนขนาดใหญ่เป็นการตัดกันของถนนหลายสายด้วยกัน เวลาเดินข้ามถนนพร้อมกันจึงมองดูว่าเป็นห้าแยกที่แสนวุ่นวายซะจริงๆ  ตรงทางออกของสถานีมีรูปหล่อที่ระลึกของ “ฮาจิโกะ” สุนัขยอดกตัญญู ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฮาจิโกะมารอเจ้านายกลับจากทำงาน แม้ว่าเจ้านายจะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ส่วนที่ถนน Cat street มีร้านขายของมือสองที่เป็นของแบรนด์เนมให้เลือกช้อป ทั้งยังมีร้านอาหารและแหล่งบันเทิงอย่างครบครัน มีผู้คนทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินขวักไขว่อยู่ตลอดทั้งวัน

 

 

 

5. ชินจูกุ (Shinjuku)

“ชินจุกุ” แหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของโตเกียว ศูนย์รวมความบันเทิงในยามราตรีของญี่ปุ่น เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่าง Isetan, Takashimaya และ Marui บริเวณทางออกฝั่งตะวันออกของสถานีชินจุกุยังมีห้างร้านให้ได้ช้อปปิ้งกันอย่างจุใจอีกมากมาย อย่างเช่น “Don Quijote” ร้านขายสินค้าลดราคา  “Yamada Denki”  ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า “Shinjuku Subnade” มีร้านสินค้าหลากหลายแบรนด์ และมีร้านร้อยเยนอยู่ภายใน รวมไปถึงร้านขายรองเท้าแบรนด์ดังอย่าง ABC-Mart มีตึกเก่าแก่ “LaForet Harajuku” ที่ครบครันด้านแฟชั่น “Shinjuku Keio” เน้นเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับคุณผู้หญิง ISETAN ศูนย์รวมของอร่อยทั่วสารทิศของญี่ปุ่น 0101 (Marui)  ห้างเก่าแก่ที่มีทั้งสตรีทแบรนด์ไปจนถึงแฟชั่นแนวผู้หญิงจ๋า มีสถานีรถไฟชินจูกุที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของของย่านนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่คึกคักที่สุดในญี่ปุ่น ทางด้านตะวันตกย่านนี้ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าหลายอาคาร มีทั้งโรงแรมชั้น ตึกแฝดที่เป็นสำนักงานรัฐบาลซึ่งด้านบนของตึกนี้เปิดให้ประชาชมเข้าชมฟรี

 

 

 

6. ฮาราจูกุ (Harajuku)

 

“ย่านฮาราจูกุ” เป็นย่านที่มีสีสันไม่แพ้ย่านใดในโตเกียว เป็นย่านวัยรุ่นผู้มีสไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้งและสตรีทอาร์ท มีการแสดงดนตรี โชว์ความสามารถพิเศษให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ชม ในสมัยเอโดะ ย่านนี้คือหมู่บ้านเล็กๆ ต่อมามีการสร้างสถานีรถไฟฮาราจูกุขึ้นมา เมื่อปี 1906 จากนั้นในปี 1919 ได้มีการสร้างศาลเจ้าเมจิ ล่วงมาถึงปี 1970 มีร้านเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆ เริ่มทยอยมาเปิดบริเวณถนนทาเคชิตะ ตามมาด้วยการเป็นศูนย์รวมของวงดนตรีต่างๆที่แวะเวียนกันมาจัดแสดงในพื้นที่แห่งนี้ เมื่อได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ย่านฮาราจูกุจึงมีการปิดถนนทุกวันอาทิตย์เพื่อให้บรรดาวัยรุ่นได้มาทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแต่งคอสเพลย์ การแสดงดนตรี รวมถึงการแต่งตัวตามแฟชั่นสไตล์ต่างๆ ที่ตนเองชื่นชอบ ย่านฮาราจูกุแห่งนี้ไม่ได้มีแฟชั่นสำหรับวัยรุ่น แต่ยังมีทั้งศูนย์การค้า ร้านเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นสำหรับทุกเพศทุกวัย รวมทั้งช็อปแบรนด์เนมหรูๆ ร้านขายสินค้าไอดอลและดาราที่แฟนๆ ต้องแวะมา ร้านอาหาร ร้านเครปญี่ปุ่นที่โด่งดัง และคาเฟ่น่ารักๆ ตลอดจนศาลเจ้าและสวนสาธารณะที่มีพื้นที่สีเขียวอันกว้างขวาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ไม่ควรพลาด

 

 

 

7. อากิฮาบาระ (Akihabara)

“อากิฮาบาระ” ชื่อย่อคือ “อากิบะ” เป็นย่านช้อปปิ้งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์แห่งหนึ่งของโตเกียว เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นแหล่งรวมร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฮเทค Gadgets  สุดล้ำ  นอกจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ย่านอากิฮาบาระยังมีสินค้าที่เอาใจชาวโอตาคุอยู่มากมาย ทั้งนี้ “โอตาคุ” คือกลุ่มคนที่ชอบในระดับคลั่งไคล์ในโลกแห่งการ์ตูนและอนิเมะ อย่างเช่นที่ “Tokyo Anime Center” ชั้น4 ของตึก UDX Building เป็นศูนย์ที่มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับวงการอนิเมะของญี่ปุ่น ส่วน “Mandarake” เป็นห้างที่ขายสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะและมังงะที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีร้านที่รับฝากของมาขาย ซึ่งจะให้บริการตู้กระจกให้โอตาคุที่อยากโละของสะสมเอามาตั้งขายให้เห็นด้วย ย่านนี้มีอีกอย่างที่สุดแปลกให้เห็นคือ “Maid Café” เป็นคาเฟ่ที่จะมีสาวๆ แต่งชุดเมดหรือชุดแม่บ้านสไตล์ยุโรปมาคอยเอาอกเอาใจโอตาคุหนุ่มๆ ที่แวะมาดื่มกาแฟนั่นเอง  และยังมีคอสเพลย์สตูดิโอให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปไปอวดเพื่อนฝูงอีกด้วย

 

 

 

8. โอโมเตะซันโด (Omotesando)

 

“โอโมเตะซันโด”  เป็นถนนช้อปปิ้งเกิดใหม่อยู่ใกล้กับย่านฮาราจูกุ ตั้งอยู่ในเขตชิบุย่าและมินะโตะ เป็นถนนที่ทอดยาวจากศาลเจ้าเมจิ และสิ้นสุดที่ถนนอาโอยามะ จุดเด่นของถนนสายนี้ คือต้นเซลโกวาที่เรียงรายอยู่ริมสองฝั่งถนน มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร มีร้านค้าและศูนย์การค้าดีไซน์สวยที่ดูหรูหรา ร้านอาหารบรรยากาศดีๆและคาเฟ่ตกแต่งเก๋ๆจนถูกกล่าวขานว่าเป็น “ชองเอลิเซ่แห่งกรุงโตเกียว”  อีกหนึ่งฉายาของโอโมเตะซันโดะคือ “ตู้โชว์ทางสถาปัตยกรรม” ด้วยความที่ถนนสายนี้เต็มไปด้วยอาคารสุดอลังการที่ออกแบบเป็นพิเศษ  เพื่อเป็นร้านสัญลักษณ์ของแบรนด์ระดับโลก เช่น Dior, Gucci และ Louis Vuitton Dior หรือ Apple  เป็นต้น ทั้งยังเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง Omotesando Hills และ Tokyo Plaza ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนต้นเซลโควาจะมีสีเขียวชอุ่ม และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและแดงในฤดูใบไม้ร่วง  ส่วนในฤดูหนาวจะมีการประดับไฟที่ต้นเซลโควา เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่ บรรยากาศสุดโรแมนติกปนครึ้กครื้นซะไม่มี

 

 

 

9. โอไดบะ (Odaiba)
 

“โอไดบะ” เป็นเกาะศูนย์กลางความบันเทิงของเมืองโตเกียว เป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นเองโดยการถมทะเลบริเวณอ่าวโตเกียว เมื่อปี 1853 เพื่อเป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานทางทะเลในสมัยเอโดะ เมื่อกาลเวลาผ่านไป จากป้อมปราการกลายเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แหล่งบันเทิง ตั้งแต่โรงภาพยนตร์ เกม ลานสเก็ต สวนดาดฟ้า คอนเสิร์ต ห้องประชุม งานอะนิเมะ  มีห้างสรรพสินค้าอควาซิตี้ที่อัดแน่นไปด้วยร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าต่างๆ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงภาพยนตร์ที่มีถึง 13 โรงด้วยกัน ที่ชั้น 5 ของห้างนี้เป็นศูนย์อาหารราเมน และมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นสะพานสายรุ้งได้อย่างชัดเจน  “DiverCity Tokyo Plaza” ห้างสรรพสินค้าที่มีเจ้าหุ่นยนต์กันดั้มขนาดใหญ่ยักษ์ ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า  มีส่วนนิทรรศการเล็กๆอยู่บนชั้น 7 ให้คนที่ชื่นชอบการ์ตูนกันดั้มเป็นพิเศษได้มาชื่นชมอีกด้วย และ ศูนย์การค้า DECKS Tokyo Beach ที่ภายในเต็มไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ทาโกยากิ ร้านแฟชั่น สวนสนุก เป็นศูนย์รวมความบันเทิงอย่างครบครันตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่

 

 

 

10. ถนนนากามิเซะ (Nakamise)
 

“นากามิเซะ” คือถนนหน้าวัดเซนโซจิหรือวัดอาซะกุสะ ถนนสายชอปปิ้งที่คึกคักที่สุดในโตเกียว เป็นหนึ่งในย่านร้านค้าที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองโตเกียว  จุดแวะพักยอดนิยมที่ขนาบด้วยโคมแดงยักษ์ขึ้นชื่อของวัดอาซากุสะ สองข้างทางที่มีความยาว 250 เมตร มีร้านขายขนมหวาน อาหาร และของที่ระลึกเรียงรายอยู่ถึง 89 ร้าน สินค้าที่มีจำหน่ายบนถนนนากามิเซะนั้นมีหลากหลาย ตั้งแต่ขนมขบเคี้ยว ขนมหวานพื้นบ้านอย่าง วาราบิโมจิ (ขนมตระกูลโมจิ) เซ็มเบ้ (ข้าวเกรียบ) นินเกียวยากิ(ขนมอบเป็นรูปตุ๊กตาหรือหน้าตัวการ์ตูน) ไปจนถึงของฝากยอดฮิตอย่างโคมไฟจิ๋วที่ทำเลียนแบบโคมแดงวัดอาซากุสะ พวงกุญแจ ร่มพับ หรือแม้กระทั่งชุดยูกาตะ อีกทั้งการเดินทางมาที่นี่ก็ยังสะดวกสบายเนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินอาซากุสะ มาก ด้วยเหตุนี้ถนนนากามิเซะจึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดชอปปิ้งที่น่าสนใจกลางกรุงโตเกียว ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ทั้งมาขอพรจากวัดอาซากุสะ และได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับไปด้วยนั่นเองเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10:00 – 20:00 น. แล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลกันมาที่วัดอาซากุสะซึ่งเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงโตเกียว ทำให้สถานที่แห่งนี้คึกคักอยู่ตลอดเวลาทีเดียว เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10:00 – 20:00 น.

 

 

 

11. สถานีรถไฟโยโกฮาม่า (Yokohama Station)
 

“สถานีรถไฟโยโกฮาม่า” เป็นสถานีใหญ่ใจกลางเมืองที่รวมสายรถไฟหลายสายและรถบัสไว้ด้วยกัน ภายในตัวสถานีมีทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เช่น “Lumine” ที่มีสินค้าครบครันตั้งแต่แบรนด์ดังระดับโลกและแบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่นหลากหลายราคา และที่ชั้นบนยังมีร้านอาหารมากมาย  “Porta” เป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่มีร้านค้ามากกว่า 120 ร้าน ตั้งแต่ร้านขนม ร้านอาหาร เสื้อผ้า คาเฟ่ ที่ตั้งอยู่ตลอดสองฝั่งทางเดิน ห้าง “Sogo” ที่นี่มีร้านขายเค้กและร้านขนมหวานที่เป็นของที่ระลึกชื่อดังในญี่ปุ่น และยังมีร้าน Loft และ Muji อยู่ที่ชั้น 7 อีกด้วย ห้าง Marui (OIOI) มีสินค้าหลากหลายตั้งแต่ร้านขายขนม เครื่องปรุงจากต่างประเทศ รวมถึงแบรนด์แฟชั่นอย่าง Zara และที่ชั้น 8 มี Pokemon Center อยู่ด้วย  “Takashimaya” ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่สุดหรูของประเทศญี่ปุ่น ขายสินค้าแบรนด์เนมและแบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่นคุณภาพสูง  “Bay Quarter” โดดเด่นด้วยรูปทรงเรือสำราญ โดดเด่นในเรื่องของร้านอาหารและคาเฟ่ มีระเบียงใหญ่ ๆ ให้ออกมานั่งชมวิวสวยๆ ของฝั่งทะเล และภายในก็มีร้านค้าให้ได้ช้อปปิ้งเสื้อผ้าด้วยเช่นกัน

 

 

 

12. ถนนชิโจ (Shijo Street)

 

“ชิโจ” คือแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเมืองเกียวโต เป็นถนนเส้นยาวทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตกถึงบริเวณจุดตัดกันของถนนชิโจและคาวารามาชิ มีห้างสรรพสินค้าขึ้นชื่อดัง อาทิ Daimaru, Takashimaya และ Fujii Daimaru ที่รวมสินค้าไว้ครบครัน  นอกจากนี้ยังมีถนนคนเดินอยู่ 2 เส้นหลักๆ “ชินเคียวโกะกุ”และ “เทะระมะชิ” ที่อยู่ขนานกัน ภายในบริเวณนั้นมีสินค้าขายอยู่มากมายตั้งแต่ของที่ระลึก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ของกิน ขนม ร้านอาหาร คาเฟ่ เดินไปไม่ไกลนักยังมีตลาด “นิชิกิ” ตลาดนัดอาหารสดขนาดใหญ่ที่มีทั้งอาหารและขนมพื้นเมืองให้เลือกมากมาย เป็นตลาดเก่าอายุกว่า 400 ปี เจ้าของฉายา “ห้องครัวแห่งเกียวโต” นอกจากนี้ทางทิศตะวันออกของถนนยังมีศาลเจ้ายาซากะ หรือที่รู้จักกันในนาม “ศาลเจ้ากิอง” 1 ใน ศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี บนถนนสายนี้จะมีงาน “เทศกาลโคมไฟกิอง” มีขบวนรถแห่ยามะโบโกะที่ประดับด้วยศิลปะงานฝีมือไปรอบเมืองเกียวโต

 

 

 

13. ชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

“ชินไซบาชิ” แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมในโอซาก้า มีร้านรวงมากมายเกือบ 200 ร้าน ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น และร้านอาหาร ร้านขนมชื่อดัง ร้านกิ๊บช้อปสุดกิ๊บเก๋ สินค้าพื้นบ้านก็มีให้จับจ่าย อาทิ ชุดกิโมโนแบบดั้งเดิม, อัญมณีเครื่องประดับ  นอกจากนี้แล้วยังมีสินค้าจำพวกอาหารและเครื่องดื่ม หรือตุ๊กตาน่ารักๆ ก็มีให้เลือกซื้อเช่นกัน ทางทิศตะวันตกของชินไซบาชิ คือ “หมู่บ้านอเมริกา” ย่านแห่งแฟชั่นวัยรุ่นเป็นแหล่งรวมเด็กแนว จนได้รับฉายา Shibuya West มาครอง ส่วนทางทิศใต้ก็มีย่านนัมบะ และย่านโดทงโบริที่มีป้ายโฆษณาดังอย่าง “กูลิโกะ” เป็นแลนด์มาร์ก

ที่สำคัญแหล่งท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดแค่แนวช็อปปิ้ง ศิลปะวัฒนธรรมย่านนี้ก็มีให้ได้ชมกัน ไม่ว่าจะเป็น โรงละครแห่งชาติบุนราคุ โรงละครโชชิคูซะ ตรอกโฮเซนจิ โยโคโช และพิพิธภัณฑ์ภาพอุคิโยเอะคามิกาตะ เรียกได้ว่ามาย่านเดียวเที่ยวได้ครบทุกรูปแบบเลยทีเดียว

 

 

 

14. เด็นเด็น ทาวน์ (Denden Town)

 

“เด็นเด็น ทาวน์” เปรียบเสมือนสวรรค์ของคนรักการ์ตูนแห่งย่านนัมบะ เมืองโอซาก้า  เดิมชื่อ “นิปปอนบาชิ” เป็นย่านการค้าที่อยู่ติดกับย่านช้อปปิ้งสุดฮิตอย่างโดทงโบริ สมัยก่อนเป็นย่านขายสินค้ามือสอง ของเก่า และเครื่องใช้ไฟฟ้า เรียงรายตลอดสองฝั่งถนนซาไกซูจิ  แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้น มีร้านขายเกม ร้านจำหน่ายโมเดล จนกลายเป็นร้านค้าเกี่ยวกับการ์ตูนและอนิเมะที่มีมากมายในย่านการค้าแห่งนี้ มีสินค้าคอสเพลย์ ร้านมังงะ อนิเมะ ของสะสมที่ระลึกประเภทหายาก ที่นักสะสมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ราคาถูกและหาได้ง่ายกว่าโตเกียวมากมาย จนได้รับสมญานามว่าเป็น “โอตะโร้ด” หรือถนนของโอตาคุ นั่นเอง  ร้านดังห้ามพลาดมีทั้ง “Sofmap Namba SAURUS” ร้านที่จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและวิดิโอเกมส์ต่าง ๆ  “Jungle Entertainment Hobby Shop” จำหน่ายฟิกเกอร์หลากหลายประเภท “Game Taito Station” เกมเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่เป็นแลนด์มาร์กของย่านนี้ “A-Too” ร้านสินค้ามือสองและสินค้าหายาก อย่าลืมแวะชมตึก Yes-Namba   เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของ  NMB48 Theater ที่นับเป็นโรงละคร 48 Group แห่งแรกที่อยู่ชั้นใต้ดิน

 

 

 

15. ฮากาตะ (Hakata)

 

“ฮากาตะ” ไม่เพียงแค่เป็นสถานีรถไฟ แต่เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในฮานาตะ ย่านธุรกิจที่เฟื่องฟูที่สุดของฟุคุโอกะ ภายในมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อยู่หลายห้าง เช่น Canal City ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ติดอันดับโลก  ด้านในมีคลองไหลผ่านใจกลางห้าง เป็นที่มาของคำว่า Canal ในชื่อห้างนั่นเอง ที่ชั้น 5 เป็น “ราเมนสเตเดี้ยม” ศูนย์รวมราเมนร้านดังจากทั่วภูมิภาคของญี่ปุ่นมาให้ชิม รวมทั้งราเมนสไตล์ฟูกุโอกะแท้ๆ ที่เรียกว่า “ฮากาตะราเมน” นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารหลากหลายสไตล์ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ใช้เฉพาะวัตถุดิบสดใหม่จากทะเลของคิวชูอย่างร้าน Uoking อาหารตะวันตกอย่างร้าน Whole Square  Fukuoka ที่ชั้นล่างยังมีคาเฟ่มูมินสุดน่ารัก  นอกจากร้านค้ามีทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นแท้และแบรนด์ดังจากฝั่งตะวันตกรวมกว่า 250 ร้าน  ภายในยังแน่นไปด้วยสิ่งบันเทิงไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ โรงละคร ร้านตู้เกมส์ แถมด้วยโรงแรมอีก 2 แห่ง   ให้เลือกใช้บริการ ที่ตึก Deito ซึ่งเชื่อมต่ออยู่กับตัวสถานี บริเวณชั้น 1 ที่เรียกว่า Hakata Souvenir Street คือโซนร้านขนม ร้านของฝากนานาชนิด ทั้งช็อกโกแล็ต คิทแคทรสต่าง ๆ ชาเขียวและอื่น ๆ อีกมากมาย

 

 

เห็นญี่ปุ่นมีย่านให้ช้อปปิ้งมากมายแบบนี้ แต่ถ้าหากไม่วางแผนให้ดี อาจจะไปได้ไม่กี่ย่าน เพราะในแต่ละย่านนั้นก็จะมีร้านค้าให้เลือกมากมายละลานตาเต็มไปหมด แนะนำให้ลองวางแผน และลิสต์ที่เที่ยวให้ดี แนะนำหากอยากเหลือเงินช้อปปิ้งเยอะๆ ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka รับรองถูกกว่า ประหยัดกว่า เหลือเงินไปช้อปอีกเพียบ!

 

เรื่องน่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก