/ Talon Guide / [TOKYO TALON GUIDE] คู่มือโตเกียว เที่ยว * กิน * ช้อป ครบจบในหน้าเดียว

[TOKYO TALON GUIDE] คู่มือโตเกียว เที่ยว * กิน * ช้อป ครบจบในหน้าเดียว

Photo: Wei-Te Wong [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/wongwt/15580959954/

สำหรับคนที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกแล้ว โตเกียวนี่ถือได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆที่จะเลือกกันเลย ในหน้านี้เราได้รวมรวบข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นในการไปเที่ยวโตเกียวมาให้แล้ว มีให้ครบตั้งแต่ต้นจนจบทริป แบบหน้าเดียวครบ ไปเที่ยวได้เลย TOKYO TALON GUIDE

 

ทำไมต้องไปโตเกียว

ทำไมต้องไปโตเกียว

โตเกียวก็ถือได้ว่าเป็นเมืองแรกๆที่นิยมไปเที่ยวกันครับ นอกจากจะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นแล้วยังเป็นเมืองที่รวมสถานที่ท่องเทียวดังๆ ฮิตๆของญี่ปุ่นด้วย เรื่องความทันสมัยคงไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะระบบการขนส่งทางรางที่มีเครือข่ายกระจายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ทำให้การเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆนั้นง่าย และสะดวกมากๆ และยังเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สวนสนุกดังๆอย่างโตเกียวดิสนีย์แลนด์ และโตเกียวดิสนีย์ซี

นอกจากนี้ โตเกียวยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมด้วย มี พระราชวัง ศาลเจ้าและวัดตั้งอยู่มากมาย มีแม่น้ำ และภูเขาที่สวยงาม โตเกียวจึงมักจะเป็นเมืองแรกๆที่นักท่องเที่ยวนิยมมากัน

 

 

เที่ยวโตเกียวช่วงไหนดี แต่ละฤดูเป็นยังไง

เที่ยวโตเกียว ช่วงไหนดี

สภาพอากาศและอุณหภูมิโดยรวมของเมืองโตเกียวจะกึ่งๆร้อนชื้น มีความแตกต่างระหว่างฤดูกาลทั้ง 4 อย่างชัดเจน ในฤดูหนาวอาจจะมีหิมะตกบ้างแต่ไม่มาก ส่วนในฤดูร้อนจะชื้นและอบอุ่น ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจึงเป็นช่วงที่อากาศกำลังดีไม่หนาวไม่ร้อนไป เรียกว่าสบายที่สุด และยังเรียกได้ว่าเป็นช่วงไฮซีซันของการมาเที่ยวทั้งโตเกียวและทั่วประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เพราะมีทั้งดอกซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามให้ชมกันทั่วไปทั้งญี่ปุ่น ราคาตั๋วเครื่องบินและที่พักจึงมักจะสูงกว่าช่วงอื่นๆ แต่ไม่ว่ายังไงโตเกียวก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อาจจะมีพายุฝนบ้างในช่วงฤดูร้อน หรือพายุหิมะในช่วงฤดูหนาว ส่วนในฤดูอื่นๆ ฝนที่ตกมักจะเป็นแค่ละอองฝนเพียงเล็กน้อยระหว่างวันเท่านั้น

เดือนที่อากาศหนาวที่สุด คือ เดือนมกราคม

เดือนที่อากาศร้อนที่สุดคือ เดือนสิงหาคม

เดือนที่มีปริมาณฝนตกมากที่สุดของโตเกียว คือ เดือนมิถุนายน และเดือนกันยายน

 

 

ไปเที่ยวโตเกียวใช้งบประมาณเท่าไหร่

ไปเที่ยวโตเกียวใช้งบประมาณเท่าไหร่

Photo: hans-johnson [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/hansjohnson/30732859576

การเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองจริงๆแล้วไม่ได้ยากอย่างที่หลายๆคนคิด และมีข้อดีหลายๆอย่างที่ต่างกับการไปเที่ยวกับทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นเรื่องแผนการท่องเที่ยวที่จะไปไหนยังไงจะลดจะเพิ่มก็แล้วแต่เราสะดวก ไม่เหมือนทัวร์ที่ต้องทำตามแผนที่วางเป๊ะๆออกกี่โมง กลับกี่โมง ยิ่งเรื่องงบประมาณนี่ถ้าหาโปรโมชั่นเด็ดๆได้ทั้งตั๋ว ที่พัก ทั้งถูกทั้งดีมีให้เลือกเพียบ เพียงแต่ต้องไวกันนิดนึง แถมตอนนี้ญี่ปุ่นยังฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นเวลา 15 วัน ยิ่งสบายไม่ต้องไปดำเนินการยื่นขอให้ยุ่งยากเข้าไปอีก และที่สำคัญที่สุดคือราคาถูกกว่าไปกับทัวร์ค่อนข้างจะแน่นอน ไม่เว้นแม้กระทั่งเมืองหลวงที่เจริญที่สุดอย่าง กรุงโตเกียว

มาดูสรุปค่าใช้จ่ายคร่าวๆทั้งหมดที่เกียวข้องกับการไปเที่ยวโตเกียวกัน โดยจะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ สำหรับ สายประหยัดสุดชีวิต กับ สายทั่วๆไปประหยัดบ้างสบายบ้าง จะออกมาเป็นหน้าตาแบบนี้

ค่าตั๋วเครื่องบิน 7,000 บาท / 18,000 บาท – ราคาไปกลับ

ค่าช้อปปิ้ง 0 บาท / 10,000 บาท

ค่าที่พัก คืนละ 600 บาท / 1,500 บาท – ราคาต่อคนต่อคืน

ค่ากิน วันละ 500 บาท / 1,000 บาท

ค่าเดินทาง 200 บาท / 500 บาท

ค่าเที่ยว 500 บาท / 1,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายต่อวัน 1,200 บาท / 2,500 บาท

สรุปรวมค่าใช้จ่ายสำหรับทริปโตเกียว

ทริปโตเกียว 4 วัน 3 คืน แบบประหนัดสุด ประมาณ 13,600 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 32,500 บาท

ทริปโตเกียว 6 วัน 5 คืน แบบประหนัดสุด ประมาณ 17,200 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 40,500 บาท

ทริปโตเกียว 10 วัน 9 คืน แบบประหนัดสุด ประมาณ 24,400 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 56,500 บาท

จะเห็นได้ว่างบประมาณที่ใช้ในการเที่ยวจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่กำหนดเองตามสไตล์ของแต่ละคนได้ ถ้าเอาแบบประหยัดๆเลือกทุกอย่างถูกสุด รัดเข็มขัดทุกสิ่ง งบการเที่ยว 4 วัน 3 คืน อาจจะไม่ถึง 14,000 บาทก็ได้ หรือ 5 วัน 4 คืน น่าจะประมาณ 17,000 บาท (ในกรณีที่สามารถหาาตั๋วโปรโมชั่นได้ ไม่รวมค่าช็อปปิ้งและของฝาก) แต่ถ้าเอาสบายๆบิน Full Service นอนหรูขึ้น 5 วัน 4 คืน น่าจะไม่เกิน 35,000 บาท (ไม่รวมค่าช็อปปิ้งและของฝาก) ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าคำนวณงบแล้วจะเตรียมไปแบบพอดีๆเป๊ะๆ เอาให้ดีต้องมีเผื่อเหตุฉุกเฉินไว้บ้างอย่างน้อยซัก 10,000 บาทและบัตรเครดิตซักใบกำลังดี เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เกิดอะไรขึ้นปุ๊บปั๊บจะได้ใช้จ่ายได้ทันควันแถมอุ่นใจขึ้นเยอะ นอกจากนี้ถ้าไปเที่ยวนานๆแล้วไม่ได้เที่ยวอยู่แค่ในโตเกียว ค่าใช้จ่ายอาจจะมากกว่านี้ โดยเฉพาะค่าเดินทางและค่าที่พัก

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโตเกียว

ที่เที่ยวห้ามพลาดใน โตเกียว

Photo: Yoshikazu TAKADA [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/yoshikazut/31000739560/

โตเกียวเป็นเมืองที่มีเสน่ห์หลากหลายรอให้เราไปค้นหาอยู่ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราเลือกตามความชอบของเรา ทั้งแบบวัดวาอาราม, พระราชวัง, สวนแบบญี่ปุ่น, ศิลปะวัฒนธรรม, พิพิธภัณท์, สวนสัตว์, สวนสนุก, จุดชมวิว, จุดชมซากุระ, ชมใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติที่สวยงาม จนถึง แหล่งช้อปปิ้งระดับโลก

ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ ยาวประมาณ 200 เมตร เป็นเส้นหลักที่จะเดินไปยังวัดเซนโซจิ ตามทางจะมาของขายมากมายโดยจะเฉพาะของที่ระลึกต่างๆ เช่น ชุดยูกาตะ, ร่มพับ, ขนมขบเคี้ยวหลากหลายชนิด เป็นถนนเส้นที่คึกคักเกือบตลอดเวลา

 

ในปัจจุบันเป็นอยู่ประทับของราชวงศ์ญี่ปุ่น โดยรอบพระราชวังเป็นพื้นที่ของสวนขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยคูเมืองและกำแพงหิน สามารถเดินมายังปราสาทได้จากสถานนีโตเกียวใช้เวลาประมาณ 10 นาที

 

เป็นตลาดค้าส่งปลา,ผักและผลไม้ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงโตเกียว ในบรรดาตลาดค้าส่งที่กระจายอยู่ในโตเกียวนั้น ตลาดปลาแห่งนี้นับเป็นที่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ตลาดซึกิจินั้นเป็นเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือส่วนภายนอกซึ่งมีร้านค้าปลีกและร้านอาหารตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก และส่วนภายในซึ่งเป็นบริเวณที่ร้านค้าส่งใช้เจรจาธุรกิจและเป็นจุดที่มีการปรมูลปลาทูน่าที่มีชื่อเสียง

Tsukiji Fish Market)

Photo: tokyofoodcast [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/tokyofoodcast/152935755

เป็นสวนสนุกที่สร้างขึ้นโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์การ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ เปิดให้บริการในปี 1983 ซึ่งเป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกที่สร้างขึ้นนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยธีมหลัก 7 ธีม โดยตกแต่งตามฤดูกาล และมีการเดินขบวนพาเหรดที่สนุกสนาน

Tokyo Disneyland)

othree [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/othree/15643618553

Tokyo Disneyland

Photo: othree [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/othree/16077654697/

 

ได้ต้นแบบมาจากหอไอเฟลที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีความสูงใกล้เคียงกันมากซึ่งหอไอเฟลสูงกว่าแค่ 13 เมตรเท่านั้นเอง โตเกียวทาวเวอร์สร้างเสร็จเมือประมาณปี 1958 เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของโตเกียว ด้านบนของโตเกียวทาวเวอร์นั้นจะเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนอีกด้วย

 

 

 

ของกินสุดอร่อย ห้ามพลาดในโตเกียว

ของกินสุดอร่อย ห้ามพลาดในโตเกียว

Photo: rdnk [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/rdnk/37882284634

อาหารญี่ปุ่นเป็นอาหารยอดนิยมที่คนแทบทั้งโลกยอมรับ และชื่นชอบโดยเฉพาะพวกเราชาวไทย ดูได้จากปริมาณร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีอยู่ทุกห้างทุกเมือง ตั้งแต่ซูชิ 5 บาท หน้าโรงเรียน ยันโรงแรมหรู 5 ดาว ซึ่งก็แน่นอนว่ามหานครอย่างโตเกียวนั้น ต้องมีของกินอร่อยๆรอเราอยู่อย่างมากมายเหลือล้น เอาแค่เฉพาะร้านอาหารฮิตๆดังๆนี่ก็กินกันได้ทั้งปีไม่มีซ้ำแล้ว

▌ร้านราเมงข้อสอบอิชิรัน ราเมงชื่อดังย่านชิบูย่า (Ichiran Ramen)

ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครของทางร้านอิชิรันอย่างที่เรากล่าวไปแล้วคือ ร้านนี้โดดเด่นมากในการปรุง น้ำซุป โดยทางร้านนั้นจะจะปรุงน้ำซุปแบบทงคัตสึ พร้อมด้วยเมนูราเม็นแบบต่างๆที่เปิดให้ลูกค้าได้เลือกมากถึง 40 ชนิดเลยทีเดียว อยากได้แบบไหนก็เอาไปได้เลย ไม่ว่าจะชอบกินเส้นราเม็นแบบไหน น้ำซุปแบบปกติหรือแบบทงคัตสึก็สามารถสั่งได้ดั่งใจ และมีบริการท็อปปิ้ง ที่สามารถให้ทางร้าน ราดมาได้เลย และยังมีบริการที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงคล้ายๆร้านสะดวกซื้ออีกด้วย

ร้านราเมงอิชิรัน ราเมงชื่อดังย่านชิบูย่า

photos by Keegan Berry from flickr.com/photos/superdeathsquid/34250237965( cc by 2.0 )

ร้านราเมงอิชิรัน ราเมงชื่อดังย่านชิบูย่า

photos by Shinya Suzuki from flickr.com/photos/shinyasuzuki/31637050433( cc by 2.0 )

 

▌เกี๊ยวซ่า โนะ โอโช ร้านเกี๊ยวซ่าระดับ TOP ของญี่ปุ่น

เกี๊ยวซ่าทอดและเกี๊ยวนึ่ง ที่มีอยู่หลากหลายไส้ให้ได้เลือกกินกัน โดยหลักๆแล้วเกี๊ยวซ่าทอดกรอบไส้หมูหรือที่เรียกกันว่า “ยากิเกี๊ยวซ่า” นั้นคือเมนูขึ้นชื่อมากที่สุดของร้านนี้เลยก็ว่าได้

เกี๊ยวซ่า โนะ โอโช ร้านเกี๊ยวซ่าระดับ TOP ของญี่ปุ่น

photos by Chris Harber from flickr.com/photos/omeyamapyonta/4507504487( cc by 2.0 )

เกี๊ยวซ่า โนะ โอโช ร้านเกี๊ยวซ่าระดับ TOP ของญี่ปุ่น

photos by Guilhem Vellut from flickr.com/photos/o_0/11931020714( cc by 2.0 )

 

▌ร้านข้าวหน้าปลาไหลชื่อดัง โอบะนะ Obana Unagi

สำหรับคนที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่น อย่างเมนูข้าวหน้าปลาไหล(Unagi)แล้ว แน่นอนว่าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นที่เมืองโตเกียว ก็ไม่พลาดที่จะไปลิ้มลองรสชาติของข้าวหน้าปลาไหลสูตรต้นตำรับอย่างแน่นอน ร้านโอบะนะ(Obana) ซึ่งจะมีลักษณะเฉพาะคือ ปลาไหลย่างมีเนื้อหนาแน่นแต่นุ่มฟู มีการหมักซอสกับปลาไหลที่เข้าเนื้อกันเป็นอย่างดี และยังย่างปลาไหลแบบทั้งตัวอีกด้วย ที่นอกจากเมนูข้าวหน้าปลาไหลที่แสนอร่อยแล้ว ยังมีเมนูเกี่ยวกับปลาไหลหลากหลายเมนูเลยทีเดียว

photos by City Foodsters from flickr.com/photos/cityfoodsters/12274587554( cc by 2.0 )

ร้านข้าวหน้าปลาไหลชื่อดัง โอบะนะ

photos by City Foodsters from flickr.com/photos/cityfoodsters/12274156655( cc by 2.0 )

 

▌ร้านซูชิสายพานอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น: Mawashi-zushi Katsu

ร้านซูชิสายพานยอดนิยมของโตเกียวที่ทั้งถูกและดี ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่อยู่เสมอมาแล้วไม่มีคำว่าผิดหวัง อีกทั้งมีให้เลือกมากถึง 200 ชนิด ราคาเริ่มตั้งแต่ 100 – 500 เยน ปัญหาเรื่องเมนูก็จะหมดไปเพราะเค้ามีเมนูภาษาอังกฤษให้ดูกันเพียงแค่เปิดเข้าไปดูในเว็บไซต์ของร้าน แถมยังมีเมนูพิเศษๆปลาท้องถิ่นในช่วงเทศกาลต่างๆมาให้ได้ลองของใหม่กันทั้งปี

สถานที่ตั้ง : 8F Seibu Ikebukuro, 1-28-1 Minami-ikebukuro, Toshima-ku, Tokyo

Photo by トモ “Tomo Toroeater” T. from yelp.com

 

▌เนื้อวัว A5 ในราคาแค่ 300 เยน : Jiromaru

ร้านยากินิคุแบบยืนทาน ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Seibu Shinjuku เรียกได้เลยว่าเป็นสวรรค์ของคนรักเนื้อที่ใจไม่ถึงพอจะควักเงินลองชิมเนื้อระดับ A5 ที่ถือเป็นสุดยอดของเนื้อของญี่ปุ่น เพราะปกติแล้วราคาแพงเอามากๆ แต่ที่นี่เอาใจคนรักเนื้อที่งบน้อยให้ได้ลิ้มลองสุดยอดของเนื้อในราคาสบายกระเป๋า ด้วยเนื้อ A5 ราคาเพียง 300 เยนเท่านั้น ส่วนเนื้อคุณภาพดีอื่นๆจะเริ่มต้นที่ 150 เยน คุณภาพกับราคาดีงามมากๆ ไม่มาเสียใจแย่

สถานที่ตั้ง : 1-26-3 Kabukicho, Shinjuku-ku ,Tokyo

Photo by Debra L. from yelp.com

Photo by Nam L. from yelp.com

 

 

ซื้ออะไรดีที่โตเกียว

ซื้ออะไรดีที่โตเกียว

Photo: insho impression [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/insho/15786463334

โตเกียวมีของล้านแปดให้เลือกซื้อ ทุกสิ่งสารพัดแบบ ตั้งแต่ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยา ขนม ของฝาก ของที่ระลึก ของแฮนด์เมด มือสอง ของกระจุกระจิก มากมายขนตังกันไปเท่าไหร่ก็ไม่พอ ก็เลยต้องเอาไอเดียของฝากฮิตๆที่คนไทยนิยมซื้อกลับมาฝากกันซะหน่อย

▌เค้กสตรอเบอรี่กินซ่า (Ginza Strawberry Cake)

เค้กสตรอเบอรี่กินซ่า (Ginza Strawberry Cake) ที่มีรูปทรงคล้ายๆลูกสตรอเบอรี่โตๆกลมป้อมสุดมุ้งมิ้งจากผู้ผลิต Tokyo Banana เรียกได้ว่าเป็นของขึ้นชื่อของเมืองกินซ่า เนื้อเค้กนุ่มสอดไส้ครีมคัสตาร์สดชั้นบนและครีมรสสตรอเบอรี่ชั้นล่าง มีทั้งความหวานละมุนของคัสตาร์สตัดด้วยรสชาติอมเปรี้ยวนิดๆของสตรอเบอรี่

Ginza Strawberry Cake

takaski.com

 

▌เยลลี่ Gummytzel

เยลลี่รูปทรงเหมือนเพรทเซล จากแบรนด์เยลลี่ยอดนิยมอย่าง Kanro ด้านนอกเคลือบด้วยน้ำตาล เหนียวๆหนึบๆ มีทั้งหมด 6 รสชาติด้วยกัน แพ็คเก็จด้านนอกก็น่ารักน่าซื้อสุดๆ

เยลลี่ Gummytzel

omiyagate.jp

 

▌สินค้าที่ระลึกจากวัด Asakusa

วัด Asakusa นั้นได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้มีการผลิตของที่ระลึกมากมายจำหน่ายเกี่ยวกับวัดนี้ มีให้เลือกหลายอย่างตั้งแต่พวงกุญแจ โคมไฟ กระเป๋าตังค์ และอื่นๆอีกมากมาย

สินค้าที่ระลึกจากวัด Asakusa

crisseysi.com

 

▌PREMIUM MORNING TEA MILK

น้ำมหัศจรรย์ที่ดูจากภายนอกแล้ว น่าจะเป็นน้ำแร่หรือพวกโซดาแน่ๆ แต่พอเปิดชิมเท่านั้นแหล่ะ ทำไมน้ำใสๆนี่มันกลายเป็นชานมไปได้ หลังจากมีคนเอามารีวิวก็ฮิตระเบิดทันที เพราะนอกจากความแปลกแล้วรสชาติก็เข้าท่า ไม่ได้แย่เหมือนชานมขวดๆในเมืองไทย เอ้าใครไม่เชื่อต้องไปท้าพิสูจน์กันเอาเอง หาซื้อได้ง่ายราคาไม่แพง ตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มา์เก็ตทั่วไปได้เลย

Photo from Official Website www.suntory.com

 

▌ชีสเค้ก Shiseido Parlor

ชีสเค้กของ Shiseido Parlor นับเป็นสินค้าขายดีที่สุดของร้าน จากการที่มีความเป็นครีมชีสเน้นๆ หวานไม่มากและรูปทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆก็ดูกระจุ๋มกระจิ๋ม ช่วงฤดูกาลต่างๆก็อาจมีรสชาติใหม่ๆมาให้ลิ้มลองอีกต่างหาก แถมยังหาซื้อได้ง่ายที่สถานีรถไฟ Tokyo Station ก็มีจำหน่าย

ชีสเค้ก Shiseido Parlor

parlour.shiseido.co.jp

 

 

พักที่ไหนดีในโตเกียว
เที่ยวโตเกียวพักไหนดี

agoda.com

หนึ่งในคำถามยอดฮิตของคนจะมาเที่ยวโตเกียวคือ พักที่ไหนในโตเกียวดี ย่านไหนเป็นยังไง หรือโรงแรมไหนดี อันที่จริงแล้วการเลือกที่พักก็จะแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล บางคนชอบที่อยู่ติดรถไฟฟ้าเพราะเดินทางสะดวกและไม่ต้องลากกระเป๋าไปไกลๆ บางคนชอบอยู่ย่านช้อปปิ้งเพราะหลังจากกลับมาจากเที่ยวจะได้ช้อปได้ทุกวัน หรือบางคนอาจจะอยากไปเที่ยวอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ ก็สามารถเลือกที่พักตามที่ต้องการได้ เพราะโตเกียวนี้มีที่พักให้เลือกตั้งแต่โรงแรมแคปซูลหลักร้อยยันโรงแรมหรูสุดๆหลักหลายหมื่นเลยทีเดียว ลองมาดูย่านต่างๆที่คนไทยฮิตไปพักกันเลย

  • ย่านชินจูกุ
    เป็นย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมพักกันมากรวมทั้งคนไทยด้วย เพราะความสะดวกในการเดินทาง มีรถไฟใต้ดินหลายสายเชื่อมต่อกัน, ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองด้วย และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจใกล้ๆกันด้วย 7 โรงแรม ที่พัก แนะนำที่ย่านชินจูกุ
  • ย่านอุเอโนะ
    เป็นอีกหนึ่งย่านที่คนนิยมมาพักกัน เพราะเดินทางสะดวกมาก โดยเฉพาะจากสนามบินนาริตะ(Narita)ที่สามารถมาลงที่นี่ได้เลย แถมยังต่อชินคันเซนไปเที่ยวเมืองอื่นๆของญี่ปุ่นได้ด้วย รวมทั้งอยู่ใกล้แหล่งช้อปปิ้งอย่าง ตลาดอะเมโยโกะ และตึกม่วงทาเคย่า แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตของไทย 7 โรงแรม ที่พัก แนะนำย่านอูเอโนะ
  • ย่านอาซากุซะ
    เป็นย่านที่ยังคงกลิ่นอายของความโบราณของเมืองโตเกียวเอาไว้อยู่ ยังไม่ค่อยมีตึกสูงมากเท่าไหร่ จึงเป็นจุดรวมของที่พักราคาถูกเอาไว้มากมาย อย่างเช่นที่พักแบบ dorm, guesthouse ที่นอนรวมกันหลายๆคนแล้วแชร์ห้องน้ำกัน 7 โรงแรมแนะนำของย่าน อาซากุสะ
  • ย่านชิบูย่า
    เป็นย่านแห่งแฟชั่นและแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นชาวญี่ปุ่น ที่นี่จึงเป็นจุดศูนย์รวมร้านค้าที่เกียวกับแฟชั่นของโตเกียวและญี่ปุ่น รวมไปถึงผับบาร์แบบวัยรุ่นด้วย และชิบูย่ายังเป็นจุดเชื่อมต่อของรถไฟสายสำคัญหลายสาย จึงเป็นอีกย่านที่เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวไปรอบๆโตเกียวด้วย 7 ที่พักแนะนำใกล้ย่านชิบูย่า
  • อิเคบุคุโระอาจจะเป็นย่านที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักกันมากนักเพราะเป็นย่านเกิดใหม่ของโตเกียวเนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโตเกียวทำให้ย่านนี้ก็มีความสะดวกสบายในการเดินทางมากเหมือนกัน และอิเคบุคุโระยังมีโรงแรมราคาประหยัดกระจุกตัวอยู่มากกว่าย่านอื่นๆด้วย 7 โรงแรมแนะนำในย่านอิเคบุคุโระ

 

 

แผนที่ต่างๆสำหรับเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเอง

แผนที่ต่างๆจะช่วยให้การวางแผนเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเองนั้นง่ายขึ้นอีกเยอะทีเดียว เลือกโหลดกันได้เลยทั้ง สถานที่น่าสนใจ เส้นทางรถไฟ รถไฟใต้ดิน และอื่นๆที่เกี่ยวกับ โตเกียว

แจกฟรี แผนที่การเดินทางทั่วโตเกียว พร้อมบอกที่เที่ยวฮิต สถานีรถไฟและรถใต้ดิน

แจกฟรี แผนที่การเดินทางทั่วโตเกียว พร้อมบอกที่เที่ยวฮิต สถานีรถไฟและรถใต้ดิน

 

แผนที่รถไฟใต้ดินโตเกียว

แผนที่รถไฟใต้ดินโตเกียว

 

 

 

แพลนเที่ยวโตเกียวแนะนำ

แพลนเที่ยวโตเกียวแนะนำ

Photo: Yoshikazu TAKADA [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/photos/yoshikazut/10903553874

อย่างที่เกริ่นนำกันไปแล้วว่า โตเกียว(Tokyo)เป็นเมืองที่ติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวทั่วทั้งสารทิศ จากความที่มีทั้งความเจริญทันสมัยเต็มไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ หากก็เต็มเปี่ยมด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกินรวมไปถึงวิถีชีวิตที่อาจดูเร่งรีบต้องแข่งกับเวลา แต่ก็แฝงไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถสัมผัสได้จากที่อื่นนอกจากที่โตเกียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าระยะเวลาเพียง 4 วัน 3 คืนอาจจะดูน้อยเกินไปสำหรับหลายๆคน แต่ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเราได้คัดเอาสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์เด็ดๆสุดฮิตมารวมกัน เพื่อให้คุณได้ใช้เวลาท่องเที่ยวที่มีอยู่อย่างจำกัดคุ้มค่ามากที่สุด ได้สัมผัสกับความเป็นโตเกียว และความเป็นญี่ปุ่นไปพร้อมๆกันเลย ที่สำคัญแพลนเที่ยวอันนี้เราเน้นแบบชิลๆ ไม่อัดมาก เพราะคนที่มาครั้งแรกเราอยากแนะนำให้ค่อยๆเดิน ค่อยๆดู สิ่งต่างๆของญี่ปุ่นแล้วจะเห็นว่าในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของเค้าช่างมีความพิถีพิถันซ่อนอยู่ ให้เราได้กลับมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนอื่นๆได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

 

▌วันแรก

หน้าประตูทางเข้าวัดอาซากุซะ

หน้าประตูทางเข้าวัดอาซากุซะ

ประเดิมวันแรกด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่ต้องมาเช็กอินกันเมื่อมาเยือนยังโตเกียวอย่างวัดอาซากุสะ หรืออีกชื่อที่รู้จัดกันในนามวันเซนโซจิ จุดที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องถ่ายรูปนั่นก็คือโคมแดงไซส์ยักษ์ตรงทางเข้าวัดที่เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นวัดดังแห่งนี้แน่นอน นอกจากจะมาไหว้พระขอพระให้เป็นสิริมงคลกับชีวิตแล้ว ยังสามารถเดินทางของทานขนมพร้อมช็อปปิ้งเบาๆที่บริเวณถนนนากามิเสะได้อีกด้วย การเดินทางก็ง่ายมาก จากสถานีรถไฟอาซากุสะเดินเท้าต่ออีกไม่เกิน 5 นาที

ช่วงบ่ายๆมายังโตเกียวสกายทรีทาวน์ที่มีสุมิดะอควาเรียม ตั้งอยู่บนชั้นชั้น 5 และ 6 อลังการได้ด้วยการจัดแสดงโลกสัตว์น้ำที่เต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด อีกทั้งยังมีเพนกวินและแมวน้ำสุดน่ารักที่อยู่ในส่วนโซนอินดอร์ โอเพ่นพูลที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นให้ได้เห็นกันแบบใกล้ชิด  ไม่เพียงเท่านั้นยังมีโปเกมอนเซ็นเตอร์ สกายทรีทาวน์ ตรงโตเกียวโซระมาจิ ที่เอาใจเหล่าสาวกโปเกมอนด้วยสินค้าออริจินัลและลิมิเตตอีกมากมายที่หาซื้อได้ที่นี่เท่านั้น ยังไม่หมดหลังเดินชมนั่นนี่จนเพลินยังสามารถขึ้นไปชมวิวที่จะสวยที่สุดช่วงกลางคืน สามารถเห็นทั้งวิวทิวทัศน์ทั้งเมืองโตเกียว เผลอๆในช่วงกลางวันท้องฟ้าเปิดอาจได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอันเลื่องชื่อได้จากจุดนี้อีกต่างหาก การเดินทางมาก็ง่ายๆแค่ลงที่สถานีรถไฟโตเกียวสกายทรีเดิน 5 นาทีถึง เรียกว่า มาที่เดียวครบจบอยู่ได้จนดึกเลย

 

วันที่ 2

ถ้าใครอยากจะชิมอาหารทะเลแบบสดๆหิ้วท้องมาที่ ตลาดปลาสึกิจิ ที่ขึ้นชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและยังติดอันดับหนึ่งของโลก  ยิ่งมาเช้าๆก็จะได้เห็นบรรยากาศการค้าขายที่เต็มไปด้วยสีสัน ส่วนด้านนอกที่มีร้านอาหารทะเลแบบสดๆทั้งปลา ปู หอย ปลาหมึก และอื่นๆอีกเพียบ มีมาให้เลือกชิมกันหลากหลายร้าน แถมยังราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับที่ขายทั่วๆไป โดยส่วนนี้เริ่มเปิดตั้งแต่ตี 5 จนถึงช่วงบ่ายๆก็เริ่มปิดกันแล้ว ตลาดบริเวณนี้จะปิดทำการในวันที่ 8 ตุลาคม 2018 แล้วย้ายไปยังบริเวณ Toyosu ในวันที่  วันที่ 11 ตุลาคม 2018 ฉะนั้นใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศแบบดั้งเดิมที่ตลาดแห่งนี้ต้องรีบๆกันนิดนึงก่อนจะย้ายไปที่ใหม่ การเดินทางรถไฟใต้ดินจะสะดวกสุดลงที่สถานีซึกิจิเดินประมาณ 5 นาที

เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวแนวประวัติศาสตร์บ้างที่พระราชวังอิมพีเรียลหรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อ ปราสาทเอโดะ ซึ่งที่มีมีประวัติศาสตร์นานนับพันปีจากเป็นที่พำนักอาศัยของโชกุนและบุคคลสำคัญ โดยภาพในนอกจากตัวพระราชวังที่มีสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่ดึงดูดสายตาแล้ว บริเวณรอบๆยังมีสวนอันร่มรื่นให้เดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจกันได้อีกด้วย การเดินทางเดินจากสถานีโตเกียวประมาณ 15 นาที จากจุดนี้สามารถเดินไปย่านมารุโนะอุจิได้ภายในเวลา 15 นาที โดยนอกจากจะเป็นย่านการค้าทีมีร้านค้า คาเฟ่ที่น่าเดิน ยังสามารถขึ้นรถโตเกียวสกายบัสเที่ยวชมบริเวณรอบๆที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

 

วันที่ 3

Photo: Nick Gray [CC BY-sa 2.0] from flickr.com/photos/nickgray/4534715504

เริ่มต้นวันด้วยการเดินช็อปปิ้งชื่อดังอย่างฮาราจุกุที่มีร้านค้าทั้งสินค้าแฟชั่น ของกระจุกกระจิก รวมไปถึงร้านเครปที่เดินไปทางไหนก็เจอที่แต่ละร้านมีเด็ดแตกต่างกันไป ถ้าเดินจนเต็มอิ่มแล้วอยากหาสถานที่สงบๆพร้อมชมความงามที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายความศักด์สิทธิ์ก็เดินมาอีกนิด จะถึงศาลเจ้าเมจิ จิงงู เพราะทั้งสองที่อยู่ไม่ไกลกันมากจากสถานีรถไฟฮาราจุกุเดินเท้าซักไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงแล้ว ถ้ายังมีเวลาเหลือๆเดินมาอีก 20 นาทีจากย่านฮาราจุกุมายังโอโมเตะซันโดฮิลส์ GYRE และคิตตตี้แลนด์ ที่ตลอดสองฝั่งทางจะเรียงรายได้ด้วยต้นไม้ที่มีความงามต่างกันไปทุกฤดูกาล

 

Photo: ElHeineken [CC BY-sa 2.0] from commons.wikimedia.org/wiki/File:Akihabara_Night.jpg

บ่ายๆก็มาเดินช็อปปิ้งที่ย่านอากิฮาบาระที่ถือเป็นแหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่ละร้านมีทั้งเล็กใหญ่คละๆกันไปตั้งอยู่สองฝั่งถนนมากกว่า 100 ร้าน รวมทั้งยังมีสินค้าที่เหล่าโอตาคุต้องตาวาวอีกเพียบไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกี่ยวกับคาเรกเตอร์การ์ตูนดังๆ โมเดลฟิกเกอร์ ที่มีทั้งรุ่นธรรมดาๆไปจนถึงลิมิเต็ด เอดิชั่น อีกทั้งยังยังมีคาเฟ่แบบเมดคาเฟ่ที่มีสาวเสิร์ฟแต่งตัวคาวาอี้ๆมาให้ได้ชื่นตาชื่นใจอีกด้วย การเดินทางสามาถไปได้หลายสายทั้ง JR Yamanote Line, JR Keihin-Tohoku Line และ JR Sobu Line ลงที่สถานีรถไฟอากิฮาบาระเดินต่ออีกประมาณ 3 นาที

 

วันสุดท้าย

ปิดท้ายกันด้วยชมวิวโตเกียวยามเช้าที่แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งอย่างโตเกียวทาวเวอร์ โดยสามารถขึ้นไปดูวิวทิวทัศน์ของเมืองมุมสูงได้สวยมากที่สุดของโตเกียวเลยก็ว่าได้  การเดินทางสามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟอากิฮาบาระได้ในเวลา 10 นาที แล้วถ้ายังพอเวลาเหลืออยากช็อปปิ้งของนิดหน่อยก็แนะนำให้ได้ยังย่านชิบุย่า เพราะมีร้านขายของฝากเพียบ มีให้เลือกกันเยอะแยะในย่านนี้ ที่สำคัญอย่าพลาดมาเยือนยังห้าแยกชิบุย่าอันแสนโด่งดัง การเดินทางเพียงออกมาจากสถานีรถไฟชิบูย่าเดินออกมานิดเดียวก็ถึง พร้อมแวะแชะภาพกับรูปปั้นของเจ้าสุนัขฮาจิโกะด้วย

 

 

 

จากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียวยังไง

จากสนามบินนาริตะเข้าเมืองโตเกียวยังไง

Photo: Kentaro IEMOTO [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/kentaroiemoto/4327052595

ที่โตเกียวนั้นจะมีสนามบินหลักอยู่ 2 แห่งด้วยกัน นั่นก็คือ สนามบินฮาเนดะและสนามบินนาริตะ แต่ที่คนไทยนิยมบินไปลงกันมากก็คือสนามบินนาริตะนั่นเอง การเดินทางที่คนส่วนใหญ่เลือกกันก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ

  • JR Narita Express เป็นบริการที่สะดวกรวดเร็วที่สุด เพราะไม่มีปัญหาการจราจรและไปได้ถึงสถานีปลายทางทางในโตเกียวคือ สถานี Tokyo, Shinagawa, Shibuya, shinjuku และสถานี Ikebukuro อีกทั้งสถานี Yokohama ด้วย เหมาะที่สุดสำหรับผู้ใช้ JR Railpass และนักธุรกิจทีมีสัมภาระน้อยและต้องการทุ่นเวลาในการเดินทางให้น้อยที่สุด
  • บริการรถด่วนและรถเร็ว Keisei รวดเร็วและประหยัดค่าโดยสารสำหรับผู้ที่ไม่ใช้ JR Railpass โดยสารได้ที่สภานี Keisei Narita ชั้นใต้ดิน B 1 F ไปเชื่อมต่อกับสาย JR ได้ที่สถานี Nippori หรือลงสุดทางที่สถานี Keisei Ueno ในโตเกียว ซึ่งใกล้กับสถานี JR Ueno
  • บริการรถบัส Limousine ใครที่มีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่จะหารถแท็กซี่ได้ยากสำหรับการเดินทางช่วงสั้น ดังนั้นวิธีเดินทางด้วยลีมูซีนบัสเข้าโตเกียวที่สะดวกที่สุด ส่วนใหญ่รถลีมูซีนบัสจะไปลงที่ปลายทางตามนี้ครับ โตเกียว ซิตี้แอร์ เทอร์มินัล (TCAT), สถานีโตเกียว,สถานีชินจุกุ และโตเกียวดิสนีย์แลนด์

 

 

การเดินทางและตั๋วพาสต่างๆของโตเกียว

 

การเดินทางและพาสต่างๆของโตเกียว

Photo: Roger W [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/[email protected]/3429753993

กรุงโตเกียวมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีๆมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ มีทั้งรถไฟรัฐบาลบนดิน รถไฟเอกชน รถไฟใต้ดิน รถราง Tram รถบัสต่างๆ และแท๊กซี่ ทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆนั้นสะดวกรวดเร็วมากๆ รวมทั้งยังมีบัตรพาสต่างๆที่ช่วยให้การเดินทางนั้นสะดวกและประหยัดมากขึ้นไปอีกด้วย

ตั๋วรถไฟต่างๆในโตเกียว มีให้เลือกหลายแบบ แต่ไม่ได้มีการครอบคลุมเส้นทางเดินรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินทั้งหมด ดังนั้นการเลือกซื้อบัตรแบบเที่ยวเดียวหรือบัตรเติมเงินอาจจะถูกกว่าขึ้นอยู่กับการวางแผนเที่ยวชมเมืองของคุณ

บัตรเติมเงิน IC Card เป็นบัตรที่แนะนำให้ใช้สำหรับเที่ยวรอบโตเกียว แม้ว่าจะไม่มีส่วนลดใดใดแต่จะให้ความสะดวกในการใช้แก่นักท่องเที่ยว โดยใช้ได้ทั้งกับรถไฟ และรถบัสในโตเกียวและเมืองใหญ่อื่นๆในญี่ปุ่น รวมถึงใช้ซื้อสินค้าในร้านสะดวกซื้อต่างๆทั่วประเทศอีกด้วย

บัตร IC Card มี 2 ประเภทพร้อมจำหน่ายในโตเกียว ได้แก่ Suica Card สำหรับนั่งรถไฟของ JR และ Pasmo card ใช้สำหรับนั่งรถไฟเอกชน  นอกจากนี้ยังมี IC card อีก 8 ชนิดจากเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นที่สามารถใช้กับรถไฟและรถบัสในโตเกียวได้เช่นกัน ได้แก่ IcocaKitacaToicaManacaPitapaSugoca, Nimoca และ Hayakaken

อีกทางเลือกหนึ่งคือตั๋ว day pass เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนนั่งรถไฟภายใน 1 วัน ก็จะมีส่วนลดพิเศษ ที่มีจำหน่ายบริเวณสถานีรถไฟหรือเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติ สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวันจนถึงรถไฟขบวนสุดท้ายของคืนนั้นๆ

ว่าแล้วก็มารู้จักกับ 2 บัตรและพาสฮิตของคนเที่ยวโตเกียวกันดีกว่า

▌บัตร JR TOKYO Wide Pass

จุดเด่นของพาสนี้ก็คือสามารถใช้เดินทางได้รอบโตเกียวรวมถึงสามารถเดินทางไปยัง GALA Yuzawa ได้ด้วย ซึ่งเป็นสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังคลอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายที่ด้วยกัน เช่น ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji)อิสุ (Izu) และ คารุซาว่า (Karuizawa) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เดินทางจากสนามบินฮาเนดะและนาริตะเข้าไปยังตัวเมืองโตเกียวได้อีกด้วย

 

▌Suica Card บัตรซุยกะ ของโตเกียว

บัตรเติมเงินใช้แทนเงินสด สามารถใช้เดินทางขึ้นได้ทั้งรถไฟ รถบัส หรือซื้อของตามร้านต่างๆก็ได้ เรียกได้ว่าใบเดียวใช้ได้หลายอย่างเลย ไม่เพียงแต่ที่โตเกียวเท่านั้น บัตรนี้ยังสามารถใช้ได้เกือบทั่วประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น คิวชู, ฮอกไกโด, เกียวโต, โอซาก้า หรือที่อื่นๆที่มีสัญลักษณ์บัตร Suica

Suica Card

Suica Card

 

เมืองน่าไปใกล้โตเกียว เที่ยวได้ใน 1 วัน แบบเช้าไปเย็นกลับ

โตเกียวเป็นมหานครแห่งญี่ปุ่น มีทุกสิ่งทุกอย่างผสมปนเปกัน ทั้งด้านวัฒนธรรมอาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้งต่างๆ เป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในโลกที่สามารถใช้เวลาอยู่ได้หลายวันโดยเที่ยวไม่ซ้ำแบบกันเลย ยิ่งถ้าเป็นนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นครั้งแรกก็คงจะมีอะไรให้ทำไม่น้อย แต่การได้เดินทางออกไปเที่ยวส่วนต่างๆของญี่ปุ่นบ้างก็น่าสนใจมากเช่นกัน แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาพอจะเดินทางไปภูมิภาคอื่นไกลๆจากโตเกียวเช่น โอซาก้า, เกียวโต, ฟูกุโอกะ หรือฮอกไกโด ก็มีเมืองเล็กๆที่น่าสนใจอยู่รอบๆโตเกียวอยู่มากมาย เราจึงนำเอา 12 แหล่งท่องเที่ยวง่ายๆใกล้ๆโตเกียวที่สามารถไปเองแบบเช้าไปเย็นกลับได้ เหมาะกับการจัดทริป 1 วันจากโตเกียว มาให้ดูเป็นไอเดียในการวางแผนเที่ยวโตเกียวกัน

 

▌1. ทะเลสาบคาวากูชิโกะ(Kawaguchiko Lake)

photos by Moyan Brenn from commons.wikimedia.org/wiki/File:Lake_Kawaguchiko_and_Mount_Fuji_at_sunset_during_the_Momijigari_period.jpg( cc by 2.0 )

เป็นสถานที่ตากอากาศริมทะเลสาบยอดนิยมของชาวโตเกียวที่มีวิวของภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดเจน สวยงามมาก เป็นหนึ่งในทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิที่มีขนาดใหญ่และเดินทางมาได้ง่ายที่สุด และมีอะไรหลายอย่างที่น่าสนใจให้ทำ จึงสามารถใช้เวลาอยู่ได้มากกว่า 1 วัน อีกไฮไลท์สำคัญของที่นี่ในฤดูใบไม้ผลิของสวนริมทะเลสาบที่มีดอกซากุระบานตลอดเป็นทางยาวช่วงต้นปลายเดือนเมษายนและสวนดอกชิบะซากุระ(Shibazakura)ขนาดใหญ่สุดพร้อมวิวภูเขาไฟฟูจิในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมด้วย

ดูข้อมูลการเที่ยวทะเลสาบคาวากูชิโกะเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

▌2. ฮาโกเน่(Hakone)

Photo by Kentagon from commons.wikimedia.org/wiki/File:LakeAshi_and_MtFuji_Hakone.JPG [CC by-sa 2.0]

เป็นส่วนหนึ่งของเทือกภูเขาไฟในอุทยานแห่งชาติ Fuji-Azu-Hakone มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นการล่องเรือเที่ยวชมทะเลสาบ Ashino ซึ่งมีวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม, ชิมไข่ต้นสีดำที่ต้มด้วยน้ำแร่จากภูเขาไฟ และนั่งกระเช้าขึ้น Owakudani ที่เป็นแหล่งแช่ออนเซนชื่อดัง เรียกว่าเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของชาวโตเกียว เพราะอยู่ห่างไปประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น

ดูข้อมูลการเที่ยวฮาโกเน่เพิ่มเติมได้ที่นี่

 

▌3. เมืองเก่าคามาคูระ(Kamakura)

Photo by bryan… from flickr.com/photos/bryansjs/13762451774/ [CC by-sa 2.0]

คามาคูระเป็นเมืองที่อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถไฟ เดินทางได้ง่ายๆ เป็นเมืองที่เคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นมาก่อนเรียกว่า ยุคคามาคูระ ทำให้มีวัดและศาลเจ้าที่สวยงามอยู่หลายแห่งที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ เช่น พระใหญ่ ไดบุสสึ และวัดเจ้าแม่กวนอิม รวมทั้งมีหาดทรายน้ำใสสะอาดด้วย

ดูข้อมูลการเที่ยวคามาคูระเพิ่มเติมได้ที่นี่

 

▌4. โยโกฮาม่า(Yokohama)

สวนสนุกคอสโม่เวิล์ดที่โยโกฮาม่า

photos by aotaro from flickr.com/photos/aotaro/24053647886(cc by 2.0 )

น่าจะเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับจากเมืองโตเกียวที่ฮิตที่สุด เพราะอยู่ใกล้ๆ เดินทางได้ง่าย และมีอะไรที่น่าสนใจมากมาย เช่น ไชน่าทาวน์ ย่านริมทะเล และพิพิธภัณท์ราเมง เป็นต้น

ดูข้อมูลการเที่ยวโยโกฮาม่าเพิ่มเติมได้ที่นี

 

▌5. เมืองมรดกโลก นิกโก้(Nikko)

นิกโก้

นิกโก้

เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ก่อนถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาตินิกโก้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงอยู่มากมาย เช่น ศาลเจ้าโทโฮขุ ที่มีไม้แกะสลักเป็นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดตา และปิดปาก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เอาไว้ด้วย ด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติก็สวยงามเช่นกัน คือ ทะเลสาบชูเซนจิ(Chuzenji) และน้ำตกเคง่อน(Kegon Fall) โดยเฉพาะในฤดูใบไม้แดง

ดูข้อมูลการเที่ยวนิกโก้เพิ่มเติมได้ที่นี

 

▌6. เมืองโบราณ คาวาโกเอะ(Kawagoe)

เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดของจังหวัดไซตามะที่อยู่ติดกับเมืองโตเกียวทางทิศเหนือ ในอดีตเคยเป็นเมืองรอบปราสาทในสมัยเอโดะที่ปัจจุบันได้รับการรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ทำให้มีบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นในสมัยโบราณตั้งเรียงรายกันอยู่อย่างสวยงาม รวมทั้งวัดและศาลเจ้าอีกหลายแห่งที่น่าสนใจด้วย

ดูข้อมูลการเที่ยวคาวาโกเอะเพิ่มเติมได้ที่นี

 

 

 

เรื่องอื่นๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่น
เรื่องอื่นๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่น

Photo: Toomore Chiang [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/toomore/29049842532

  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท สามารถใช้บริการ SIM การ์ดที่มีเฉพาะเน็ทอย่างเดียว หรือจะใช้แบบ Pocket WIFI ใช้ได้ทีละหลายๆคนก็ได้ ตกวันละประมาณ 100-300 บาท
  • ประกันการเดินทาง มีให้เลือกมากมายหลายเจ้า ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่ราคา การคุ้มครอง การเบิกจ่าย ส่วนการซื้อมีทั้งซื้อออนไลน์ ซื้อผ่านเอเจ้น หรือซื้อตามสาขาของประกันภัยเจ้านั้นๆ ที่ฮิตๆกันก็มี MSIG, ไทยประกันชีวิต, AIG, ทิพภยประกันภัย และอื่นๆอีกมากมาย มีราคาให้เลือกตั้งแต่วันละไม่กี่สิบบาทขึ้นไป
  • เที่ยวญี่ปุ่นได้ สูงสุดกี่วัน คนไทยสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสุด 15 วัน

 

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ช่วยกันแชร์ให้คนอื่นๆบ้างนะคร้าบ

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ