/ Talon Guide / [OSAKA TALON GUIDE] คู่มือโอซาก้า เที่ยว * กิน * ช้อป ครบจบในหน้าเดียว

[OSAKA TALON GUIDE] คู่มือโอซาก้า เที่ยว * กิน * ช้อป ครบจบในหน้าเดียว

Photo: Reginald Pentinio [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/reggiepen/25705180204

โอซาก้าน่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีความเจริญทุกสิ่งอย่างไม่น้อยหน้าไปกว่ากรุงโตเกียวเมืองหลวงเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิต สถานที่ท่องเที่ยวอันครบครัน การเดินทางที่ง่าย ครอบคลุมและสะดวก ที่พักประเภทต่างๆก็มีให้เลือกมากมาย ในหน้านี้เราได้รวมรวบข้อมูลทุกอย่างที่จำเป็นในการไปเที่ยวโอซาก้ามาให้แล้ว มีให้ครบตั้งแต่ต้นจนจบทริป แบบหน้าเดียวครบ ไปเที่ยวได้เลยกับ OSAKA TALON GUIDE หน้านี้

 

ทำไมต้องไปโอซาก้า

เวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศเรามักจะเลือกเดินทางไปทีเดียวหลายเมืองที่อยู่ใกล้เคียงหรือในภูมิภาคเดียวกัน โดยเลือกเอาเมืองใหญ่ที่สำคัญที่สุดเป็นศูนย์กลางการไปเที่ยวของเรา ซึ่งมีโอซาก้าเป็นเมืองใหญ่และเจริญที่สุดของภูมิภาคคันไซ

ภูมิภาคคันไซเป็นภูมิภาคที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบารณ เคยเป็นสถานที่ตั้งของเมืองหลวงถึง 2 ยุคคือ เมืองเกียวโตและนารา ต่อเนื่องยาวนานเป็นพันปี ภูมิภาคนี้จึงเต็มไปด้วยขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรมของแบบญี่ปุ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัดวาอาราม ปราสาทพระราชวัง สวนสวย ย่านซามูไร เกอิชา และอื่นๆอีกมากมาย

โอซาก้า(Osaka)เป็นจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสาม อีกทั้งยังเป็นเมืองเศษฐกิจที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคคันไซ และมีประชากรกว่า 2.5 ล้านคนอาศัยอยู่ที่นี่

ในศตวรรษที่ 16, โอซาก้าถูกเลือกเป็นที่ตั้งของปราสาทของโชกุนโทคุกาว่า อิเอยาสึ ทำให้โอซาก้ามีความเจริญเป็นยุคที่เฟื่องฟู และมีแนวโน้มที่จะได้เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น แต่ภายหลังท่านฮิเดโยชิเสียชีวิตลง อำนาจต่างๆก็ลดลงไปด้วย ทำให้รัฐบาลเลือกโตเกียวเป็นเมืองหลวงแทน

เมืองโอซาก้าอาจจะไม่ใช่เมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมแบบโบราณของญี่ปุ่นเหมือนกับหลายเมืองฮิตๆอย่าง เกียวโต หรือ โตเกียว แต่โอซาก้าเป็นเมืองที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจึงมีความพิเศษในตัวเองที่ไม่เหมือนกับเมืองอื่นๆของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นสถานที่ตั้งของสวนสนุกชื่อดังระดับโลกอย่าง ยูนิเวอซัล สตูดิโอ เจแปน ด้วย ส่วนสถานที่ช้อปปิ้งก็มีย่านให้เลือกเดินมากมายกระจายทั่วเมืองไปหมด เรียกว่าเดินกันได้เป็นสัปดาห์ๆเลยทีเดียว จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองนี้จะเป็นจุดมุ่งหมายอันดับสองรองจากเมืองหลวงอย่างโตเกียว

 

 

เที่ยวโอซาก้าช่วงไหนดี แต่ละฤดูเป็นยังไง

สภาพอากาศของโอซาก้า จะคล้ายกับของเมืองโตเกียวคือมีความแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลค่อนข้างชัดเจน แต่จะมีอุณหภูมิโดยทั่วไปอุ่นกว่าที่โตเกียว 1-3 องศา รวมทั้งปริมาณน้ำฝนก็จะน้อยกว่าโตเกียวเล็กน้อยด้วย ทำให้มีสภาพอากาศโดยทั่วไปที่จะเย็นสบายอยู่ตลอดทั้งปียกเว้นหน้าร้อนเท่านั้น โดยจะมีฝนตกมากที่สุดในช่วงกลางปี รวมทั้งอุณหภูมิและช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานที่สุดด้วย ส่วนช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการเจอพายุฝนคือช่วงเดือนกันยายนเหมือนกันกับโตเกียว

เดือนที่ร้อนที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนสิงหาคม

เดือนที่หนาวที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนมกราคม

เดือนที่ฝนตกมากที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนมิถุนายน

เดือนที่กลางวันยาวนานมากที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนสิงหาคม

ส่วนจะเลือกเที่ยวช่วงไหนดีคงแล้วแต่คนชอบ ถ้าชอบอากาศเย็นสบายเดินเที่ยวเล่นชิวๆ มีดอกไม้ให้ดู แนะนำช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิจะมีดอกซากุระและอื่นๆให้ชอบ ถ้าชอบอากาศคล้ายๆกันแต่เปลี่ยนเป็นใบไม้แดงก็ให้มาช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ถ้าชอบหนาวๆเลยแต่ก็ไม่ค่อยมีหิมะตกนะก็ให้มาแต่จะเป็นช่วงที่ในตัวเมืองมีการประดับไฟเยอะแยะมากมายก็ดูสนุกสนานคึกครื้นดีให้มาหน้าหนาว หรือถ้าใครชอบช่วงเซลสารพัดแบบ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก สินค้าและอื่นๆ ก็ต้องมาหน้าโลซีซัน ก็คือฤดูร้อนนั่นเอง

 

 

ไปเที่ยวโอซาก้าใช้งบประมาณเท่าไหร่

ค่าครองชีพในเมืองโอซาก้านั้นพอๆกับการไปเที่ยวเมืองหลวงอย่างโตเกียวเลย ใครเคยไปแล้วก็จะไม่แตกต่างกันนัก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว ค่าตั๋วเครื่องบิน ที่กิน รวมถึงที่พักต่างๆด้วย

โดยเราจะมีตัวอย่างการคำนวนแบบคร่าวๆ ทั้งแบบประหยัดสุดๆและแบบธรรมดาทั่วๆไปให้ดูกันดังนี้

ค่าตั๋วเครื่องบิน 7,000 บาท / 18,000 บาท – ราคาไปกลับ

ค่าช้อปปิ้ง 0 บาท / 10,000 บาท

ค่าที่พัก คืนละ 700 บาท / 1,500 บาท – ราคาต่อคนต่อคืน

ค่ากิน วันละ 500 บาท / 1,000 บาท

ค่าเดินทาง 200 บาท / 500 บาท

ค่าเที่ยว 500 บาท / 1,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายต่อวัน 1,200 บาท / 2,500 บาท

▌สรุปรวมค่าใช้จ่ายสำหรับทริปโอซาก้าแบบต่างๆต่อคน

ทริปโตเกียว 4 วัน 3 คืน แบบประหนัดสุดๆ ต้องใช้เงิน ประมาณ 13,900 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 32,500 บาท

ทริปโตเกียว 6 วัน 5 คืน แบบประหนัดสุดๆ ต้องใช้เงิน ประมาณ 17,700 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 40,500 บาท

ทริปโตเกียว 10 วัน 9 คืน แบบประหนัดสุดๆ ต้องใช้เงิน ประมาณ 25,300 บาท หรือแบบทั่วๆไป ประมาณ 56,500 บาท

จะเห็นได้ว่างบประมาณที่ใช้ในการเที่ยวจริงๆแล้วเป็นสิ่งที่กำหนดเองตามสไตล์ของแต่ละคนได้ ถ้าเอาแบบประหยัดๆเลือกทุกอย่างถูกสุด รัดเข็มขัดทุกสิ่ง งบการเที่ยว 4 วัน 3 คืน อาจจะไม่ถึง 14,000 บาทก็ได้ หรือ 5 วัน 4 คืน น่าจะประมาณ 17,000 บาท (ในกรณีที่สามารถกดตั๋วโปรโมชั่นได้ ไม่รวมค่าช็อปปิ้งและของฝาก) แต่ถ้าเอาสบายๆบิน Full Service นอนหรูขึ้นนิดหน่อย 5 วัน 4 คืน น่าจะไม่เกิน 35,000 บาท (ไม่รวมค่าช็อปปิ้งและของฝาก) แต่ไม่ใช่ว่าคำนวณงบแล้วจะเตรียมไปแบบพอดีๆเป๊ะๆ เอาให้ดีต้องมีเผื่อเหตุฉุกเฉินไว้บ้างอย่างน้อยซัก 10,000 บาทและบัตรเครดิตซักใบกำลังดี เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ เกิดอะไรขึ้นปุ๊บปั๊บจะได้ใช้จ่ายได้ทันควันแถมอุ่นใจขึ้นเยอะ นอกจากนี้ถ้าไปเที่ยวนานๆแล้วไม่ได้เที่ยวอยู่แค่ในโตเกียว ค่าใช้จ่ายอาจจะมากกว่านี้ โดยเฉพาะค่าเดินทางและค่าที่พัก

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโอซาก้า

โอซาก้ามีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่แตกต่างหลากหลายมากมาย ครบทุกรสชาติไม่ว่าจะเป็น วัดวาอาราม ปราสาท สวนสนุก ตลาดท้องถิ่นและแหล่งช้อปปิ้งอีกหลากหลายแบบให้เลือก มาดูกันเลยดีกว่าจะมีที่ไหนบ้าง

 

▌1. ตลาดคุโรมง(Kuromon Ichiba Market)

ตลาดคุโรมง โอซาก้า

photo by Richard, enjoy my life! From flickr.com/photos/ladyous/28609912050( cc by 2.0 )

ตลาดคุโรมง โอซาก้า

photo by bnhsu From flickr.com/photos/bnhsu/4716238994 ( cc by 2.0 )

ตลาดคุโรมง โอซาก้า เป็นตลาดที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า จนได้รับสมญานามว่าเป็น ครัวของโอซาก้า(Osaka’s Kitchen) กันเลยทีเดียว มีบรรยากาศภายในเป็นทางเดิน Arcade เล็กๆทอดยาวประมาณ 600 เมตร 2 ข้างทางจะเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆกว่า 160 ร้านค้า ขายทั้งของสด และแบบพร้อมทาน มีของกินเล่นและอาหารพื้นเมืองมากมายหลายชนิดให้ได้ชิมกัน

การเดินทาง

อยู่เกือบติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน Nippombashi Station สาย Sakaisuji Line ออกที่ทางออก No.5 หรือ10

 

 

▌2. จุดชมวิวอาเบะโนะ ฮารุกัส(Abeno Harukas) 

Photo by cotaro70s from flickr.com/photos/cotaro70s/24851133792/ [CC by-nd 2.0]

Photo by cotaro70s from flickr.com/photos/cotaro70s/24601508779/ [CC by-nd 2.0]

อยู่บนตึกสูง 300 เมตร ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ Jr Tennoji Station นอกจากเป็นจุดชมวิวแล้ว ยังมีห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และโรงแรมอีกด้วย ดาดฟ้าชมวิวมีชื่อว่า Harukasu 300 อยู่บนชั้น58-60 (รวมสามชั้น) ซึ่งเข้าชมโดยขึ้นลิฟท์ที่ชั้น 16 บนชั้นที่ 58 จะมีลานระเบียงไม้ ร้านคาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก บนชั้นที่ 60 สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา

การเดินทาง

เดินได้จากสถานีรถไฟ Tennoji Station

 

 

▌3. ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (Universal Studio Osaka)

Photo by L1NDUS from flickr.com/photos/l1ndus/32622229453/ [CC by 2.0]

Photo by David Woo from flickr.com/photos/mckln/3134811414/ [CC by-nd 2.0]

สวนสนุกนี่เป็นอะไรที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยเลยจริงๆไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อก็มาได้หมด สวนสนุกแห่งนี้นี่เรียกได้ว่ายิ่งใหม่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเลยกว่าได้ แนะนำให้ใช้เวลาแบบเต็มวันนั้นมาแต่เช้า ที่สำคัญซื้อพาสมาจะดีที่สุดไม่งั้นรอคิวจนอาจหมดสนุกง่ายๆ แน่นอนว่าโซน  The Wizarding World of Harry Potter ต้องถูกใจเหล่าสกวกพ่อมดน้อยแน่ๆ ที่ประหนึ่งจองลองโลกเวทมนตร์มาลงที่นี่ก็ไม่ปาน  อีกจุดหนึ่งที่หลายๆคนชอบก็น่าจะเป็น Minions Park ที่จะถูกใจเหล่าสกวกเจ้า MINIONS ตัวเหลือจอมซนอย่างแรง นอกจากจะมีโซนต่างๆมากถึง 15 โซน พร้อมเครื่องเล่นสนุกๆสุดมันส์แล้ว ยังมีขบวนพาเรดสุดอลังมาให้ดูกันแบบจุใจอีกกต่างหาก

การเดินทาง

นั่งรถไฟสาย JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี  Universal City เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

 

 

▌4. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

Photo: Ari Helminen [CC BY 2.0] from flickr.com/photos/picsoflife/6468548225/

วิวปราสาทโอซาก้า จากชั้นบนของพิพิธภัณฑ์

ปราสาทโอซาก้าเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวยอดฮิตที่สุดของเมือง และยังเป็นสัญญลักษณ์ประจำเมืองนี้ด้วย สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1583 มีสวนรอบปราสาทขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยต้นซากุระ ซึ่งจะสวยงามมากเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิช่วงปลายเดือนมีนาคม

การเดินทาง

รถไฟใต้ดิน สถานี Osaka Business Park Station หรือ รถไฟ JR สถานี Osakajokoen Station

 

 

▌5. ย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi)และมินามินัมบะ(Minami Namba)

 

Photo by Francisco Restivo from flickr.com/photos/frestivo/4793145349 [CC by-sa 2.0]

ย่านชินไซบาชิเป็นถนนสายช้อปปิ้งกึ่งอินดอร์ที่มีความยาวมากถึง 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้าปลีก ร้านเฟรนไชส์ ร้านเสื้อผ้าราคาแพงและ เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นนำ รวมถึงร้านอาหารและร้านขนมด้วย

การเดินทาง

รถไฟ Subway Midosuji Line/Nagahori Line สถานี Shinsaibashi Station

 

 

▌6. ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Osaka_Dotonbori_Ebisu_Bridge.jpg( cc by 3.0 )

โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Dotonbori,_Osaka.jpg( cc by 3.0 )

ย่านที่รวมทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนไว้ในที่เดียวกัน เรียกได้ว่าไม่ว่าใครถ้ามาโอซาก้าแล้วไม่มาโดทงโบรินี่เหมือนมาไม่ถึง กลางคืนนี่เต็มไปด้วยสีสันของบรรดาร้านค้าต่างๆคึกคักมากๆ ของกินต่างๆก็เยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะต้องถ่ายถ่ายรูปที่ป้ายไฟกูลิโกะ (Glico Running Man sign) ที่ชื่อเสียงโด่งดังเสมือนเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของโอซาก้าเลยทีเดียว

การเดินทาง

สามารถนั่งรถไฟได้หลายสายทั้ง Subway Midosuji ,Sennichimae  และYotsubashi Line ลงที่สถานี Namba แล้วเดินอีกประมาณ 10 นาที

 

 

 

ของกินสุดอร่อย ห้ามพลาดในโอซาก้า

โอซาก้า(Osaka) เป็นอีกเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีของกินอร่อยมากมายอีกเมืองหนึ่งในญี่ปุ่น นอกจากจะมีร้านที่เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นทั่วๆไปแล้วยังเป็นแหล่งขึ้นชื่อหรือแหล่งกำเนิดของอาหารญี่ปุ่นอีกหลายชนิด จะเป็นอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย

 

▌1. ทาโกยากิ Takoyaki

พูดถึงโอซาก้า สิ่งแรกที่คนนึกถึงก็ต้องเป็น ทาโกะยากิ แน่นอน ทาโกะยากินั้น ทำจากแป้งที่ผสมแล้วนำมาย่างแล้วสอดไส้ปลาหมึกไว้ตรงกลาง ราดด้วยซอสทาโกะยากิ และมายองเนส แล้วโรยหน้าด้วย Katsuobushi หรือปลาแห้ง หนึ่งลูกมีขนาดประมาณ 3 – 5 เซนติเมตร แค่คิดถึงท้องก็ร้องจ้อกเลยค่ะ ร้านทาโกะยากิชื่อดังของ โอซาก้ามีชื่อว่า Kougaryu มีอายุกว่า 40 ปี ตั้งอยู่ใน Amerikamura แถวๆ Shinsaibashi แหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมของคนไทยนั่นเอง การันตีความอร่อยจากนิตยสารและรายการโทรทัศน์มากมาย และแน่นอนกับเว็บรีวิวอาหารชื่อดังของญี่ปุ่น Tabelog ที่ให้คะแนนร้านนี้ถึง 3.51 เลยทีเดียว

เวลาเปิดให้บริการ 10:00~20:30

การเดินทาง: จากสถานี Subway Yotsubashi ออกทางออก 5 เดินต่อมาอีก 2 นาที หรือจาก สถานี Shinsaibashi ออกทางออก 7 เดินต่อมาอีก 5 นาที

photos by Charles Haynes from flickr.com/photos/haynes/8664264817( cc by 2.0 )

 

 

▌2. Okonomiyaki

หากมีทาโกะยากิแล้ว อีกสิ่งที่ต้องมีคู่กันก็คือ โอโคโนมิยากิ หรือพิซซ่าญี่ปุ่น ส่วนผสมก็มีแป้ง ไข่กะหล่ำปลีและต้นหอม มาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วนำไปทอดบนเตา หรือกระทะร้อนๆ โปะด้วยเนื้อสัตว์ต่างๆ แล้วราดด้วยซอสโอโคโนมิยากิ มายองเนส ปลาโอแห้งและสาหร่ายง่ายแค่นี้แต่รสชาติไม่ธรรมดาจริงๆค่ะ ร้านโอโนมิยากื่อดังของโอซาก้าชื่อว่า Mitsuno อยู่ใกล้ๆกับสะพาน Ebisu ตรง Dotonbori เป็นร้านที่เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยว เรียกว่าคิวยาวออกมาด้านนอกร้านกันเลยทีเดียว

เวลาเปิดให้บริการ 11:00~22:00

การเดินทาง: จากสถานี Subway Namba ออกทางออก 14 เดินต่ออีก 5 นาที

photos by MIKI Yoshihito from flickr.com/photos/mujitra/8978242442( cc by 2.0 )

 

 

▌3. Kinryu Ramen Dotonbori

รือบะหมี่มังกรแดง สุดยอดราเมงหมูชาชูน้ำซุปเข้มข้น มีข้าว และ กิมจิ ตักเติมได้เอง เป็นที่นิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นเอง ราคา 900 เยน พิเศษ เพิ่มหมู 1,100 เยน วิธีการสั่งก็ง่ายมาก กดคูปองจากตู้แล้วนำไปให้พนักงาน จากนั้นก็เดินไปหาที่นั่งแล้วรอเรียก จะตักข้าวหรือผักไปนั่งรอด้วยก็ได้ค่ะ ตอนนี้มีทั้งหมด 4 สาขาด้วยกัน อยู่ในย่าน Namba ทั้ง 4 สาขาที่สำคัญเค้าเปิดให้บริการตลอด24ชั่วโมงเลยนะคะ

การเดินทางมาที่ร้านจากสถานี Namba ออกทางออก 14 แล้วเดินต่ออีก 5 นาที แต่ละร้านอยู่ไม่ไกลกันมากเลือกร้านที่ชอบได้เลยจ้า

photos by Guilhem Vellut from flickr.com/photos/o_0/13382214844( cc by 2.0 )

 

 

▌4. Kani Doraku

ร้านปูยักษ์ชื่อดังริมคลอง Dotonbori ตั้งอยู่บริเวณสะพานป้ายกูลิโกะจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และถนนช้อปปิ้งชื่อดังอย่าง Shinsaibashi รับรองว่าหาไม่ยากแน่นอน เจ้าปูตัวใหญ่ที่ขยับก้ามเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านก็เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของย่านนี้ด้วย เมนูปูนั้นก็มีทั้งแบบย่าง แบบสด หรือ เป็นชาบูก็อร่อยไปอีกแบบ เมนูที่ร้านมีหลายภาษาหากต้องการภาษาไทยบอกกับพนักงานได้เลยค่ะ อาหารมีทั้งแบบเซ็ตและสั่งแยกมีหลายราคาให้เลือก

สามารถเช็คดูเมนูได้ที่ http://douraku.co.jp.e.at.hp.transer.com/kansai/honten/menu/

*แนะนำให้จองล่วงหน้าก่อน เนื่องจากคิวค่อนข้างยาว

เวลาเปิดให้บริการ 11:00~23:00

photos by Makoto SATSUKAWA from flickr.com/photos/masatsu/11290812165( cc by 2.0 )

photos by Andrew Eland from flickr.com/photos/andreweland/4087929946( cc by 2.0 )

 

 

▌5. Pablo

ชีสทาร์ตเจ้าดังจากโอซาก้าที่เพิ่งจะบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเปิดสาขาที่เมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้ จุดเด่นของชีสทาร์ตเจ้านี้ตัวชีสเยิ้มๆที่ให้กันมาแบบไม่มีกั๊ก กับกรอบนอกนุ่มในของแป้งทาร์ตเข้ากันได้ดีทีเดียวค่ะ ในหน้าเทศกาลต่างๆทางร้านก็จะมีออกเมนูพิเศษมายั่วยวนเงินในกระเป๋าเราไปอีก นอกจากรสชาติอร่อยแล้วหน้าตายังน่าทานมากๆด้วย หากมีโอกาสไปโอซาก้าต้องลองไปชิมจากเมืองต้นตำรับดูนะคะ ร้านหาไม่ยากจากร้านปูเดินข้ามสะพานป๊อกกี้มา ร้านอยู่ขวามือ

เวลาเปิดให้บริการ 10:00~23:00

photos by bryan… from flickr.com/photos/bryansjs/25192551235( cc by 2.0 )

 

 

 

 

ซื้ออะไรดีที่โอซาก้า

โอซาก้าก็มีสินค้าประเภทของฝากแบบที่คนไทยนิยมซื้อจากญี่ปุ่นให้เลือกทุกชนิด แต่นอกจากของทั่วๆไปแล้วก็ยังมีของดีของเด็ดเฉพาะภูมิภาคหรือเมืองนี้ ที่อาจจะหาจากที่อื่นๆของญี่ปุ่นยากอยู่ด้วย

 

 

▌1. ป็อกกี้พรีเมี่ยม Glico Baton D’or

Photo from www.glico.co.jp

Glico Baton D’or เรียกได้ว่าเป็นที่สุดของป็อกกี้ของกลูลิโกะก็ว่าได้ เคยคิดว่าทั่วๆไปอร่อยแล้วละก็ชิดซ้ายไปเลยเมื่อเจอตัวนี้เข้าไป ที่สำคัญมีขายเฉพาะแถบคันไซแค่ 3 สาขา โดยโอซาก้าจะมีขายที่ Takashimaya Osaka ราคาอาจจะแพงกว่าปกติแต่ก็เพราะเค้าผลิตแบบคุณภาพจริงๆทั้งความกรุบกรอบ หรือวัตถุดิบทานปุ๊บรู้เลยว่าแตกต่าง มีความเข้มข้นในทุกๆรสชาติ โดยจะมีรสชาติหลักๆ ได้แก่ Milk, cafe, white chocolate, sugar butter Uji Matcha และstrawberry อีกทั้งยังมีรสชาติที่ออกเฉาพะฤดูกาลที่จำกัดเวลาการซื้ออย่าง เทศกาลวาเลนไทน์ รส V.S.O.P ที่มีส่วนผสมเข้มๆอย่างบรั่นดีมาตัดความหวาน รสซากุระจะวางขายเริ่มช่วงเดือนมีนาคม และรสมันม่วงญี่ปุ่นมีวางขายเฉพาะเดือน ตุลาคม – ธันวาคม

 

 

▌2. พุดดิ้Kuidaore Taro

Photo from www.tarofoods.com

ของดีของดังประจำเมืองโอซาก้าที่ทั้งรสชาติอร่อยล้ำ แถมยังแพ็คเก็จสะดุดตาด้วยเจ้าตัวการ์ตูนรัวกลองที่จะมีกล่องพุดดิ้งสามกล่องอยู่ในกล่องเดียวกัน เวลาทานหากราดซอสคาราเมลกับคาราเมลบดลงไปเป็นท็อปปิ้งของพุดดิ้ง จะให้อารมณ์เหมือนทาน creme brulee ก็ไม่ปาน เรียกได้ว่าได้สองรสชาติในชิ้นเดียว จากความฮอตฮิตนี่เองพุดดิ้งนี้จึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของโอซาก้า

 

 

▌3. เค้กครีมคัสตาร์ดกล้วยหอม Osaka Petit Banana

Photo from Facebook Official Page facebook.com/osakapuchibanana

ถ้าที่โตเกียวมี Tokyo Banana โอซาก้าต้องนี่เลย Osaka Petit Banana ด้วยเนื้อเค้กแบบสปันจ์ทำให้นุ่มมากๆ บวกกับไส้ครีมคัสตาร์ดหวานละมุนผสมกับกล้วยหอมที่แค่กลิ่นก็กินขาดแล้ว ไส้นี่ให้แบบไม่มีหวงมันเต็มปากเต็มคำและเข้ากันแบบสุดๆ เป็นของฝากที่ไม่ว่าใครก็ต้องถูกใจ

 

 

▌4. อมยิ้มรูป Glico Man

Photo from www.glico.com

ใครที่กำลังมองหาของฝากไปแจกเพื่อนที่ทำงานหลายๆคน แบบที่ทั้งมีเอกลักษณ์แถมราคาเบาๆเจ้าอมยิ้มรูปกลูลิโกะแมน (Bekkoame of Glico Man) น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าถ้าไปโอซาก้าแล้วไม่ได้มีรูปป้ายไฟกลูลิโกะนี่เหมือนมาไม่ถึง รสชาติอาจไม่โดดเด่นมากนักแต่ก็อร่อยได้มาตรฐาน หากแต่ความที่มีรูปหน้ากลูลิโกะแมนเด่นเป็นสง่านี่ละถึงได้ถูกใจใครหลายๆคนจนนิยมหอบไปเป็นของฝาก

 

 

▌5. มันฝรั่งแท่ง Jagariko รสชาติทาโกะยากิ

Photo from calbee.co.jp/jagarico/

มันฝรั่งแท่งกรอบยี่ห้อ Jagariko จาก Calbee อันแสนโด่งดังได้คิดค้นรสชาติที่มีขายเฉพาะเมืองโอซาก้าอย่างทาโกะยากิขึ้นมา ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามันฝรั่งแท่งกรุบๆนี่เข้ากันแบบสุดๆกับทาโกยากิที่เป็นหนึ่งในอาหารชื่อดังเสมือนตัวแทนของโอซาก้า แม้แต่กล่องยังออกแบบให้คล้ายกับถาดที่เอาไว้ใส่ทาโกะยากิจริงๆ หาซื้อก็ง่ายเพราะมีตามซุปเปอร์มาร์เก็ตของโอซาก้า

 

 

▌6. Omoshiroi Koibito

Photo from santa.ne.jp/omoshiroikoibito

เป็นหนึ่งในขนมของฝากชื่อดังของเมืองโอซาก้า จากการที่ทำเลียนแบบขนมคุกกี้สอดไส้ชื่อดังของฮอกไกโดที่ ชื่อ “Shiroi Koibito” ที่เป็นคุ้กกี้สีขาวสอดไส้ต่างๆซึ่งชื่อมีความหมายว่า “คนรักสีขาว” แต่ของโอซาก้านั้นแปลว่า “คนรักเรื่องตลก” เป็นขนมที่ทำขึ้นมาล้อเลียนไปยัน packaging จนขึ้นโรงขึ้นศาลกันมาแล้ว ดังไปทั่วญี่ปุ่นจนหลายๆคนต้องมาซื้อไปลองกัน กลายเป็นกระแสทำให้หลายๆจังหวัดก็มีทำตามบ้างออกขนมคล้ายๆ ชื่อคล้ายๆกัน แพคเกจคล้ายๆมาเป็นของจังหวัดตัวเองกันสนุกสนาน ส่วนเรื่องรสชาติหลายๆคนก็บอกว่าไม่แพ้ต้นตำรับกันซะด้วย ใครได้ไปเที่ยวโอซาก้าอย่าลืมลองซื้อมาชิมกันได้นะ

 

 

 

 

 

พักที่ไหนดีในโอซาก้า

เมืองโอซาก้าก็มีโรงแรมให้เลือกมากมาย ครบทุกรูปแบบเหมือนกับเมืองใหญ่ๆของญี่ปุ่น ตั้งแต่ราคาถูกจนถึงโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ส่วนวิธีการเดินทางของโอซาก้า ก็มีตั้งแต่รถไฟใต้ดิน รถบัส รถไฟสายท้องถิ่น ชินคันเซน และสนามบินคันไซ โดยมีย่านฮิตอยู่หลักๆ 2-3 ย่านดังนี้

▌สถานีรถไฟชินโอซาก้า(Shin Osaka Station)

สถานีรถไฟชินโอซาก้า (คำว่า ชิน แปลว่าใหม่ มาจากชินคันเซนนั่นเอง) เรียกง่ายๆว่าที่นี่เป็นสถานีรถไฟที่ชินคันเซนสายต่างๆจะมาบรรจบกันที่นี่ ทำให้บริเวณนี้จะเหมาะกับคนที่ใช้บริการรถไฟชินคันเซนเพื่อไปเที่ยวเมืองอื่นๆ เช่น เกียวโต(Kyoto) 15 นาที, นารา(Nara) 30 นาที, โกเบ(Kobe) 15 นาที ,โตเกียว(Tokyo) 2 ชั่วโมงครึ่ง หรือแม้แต่ฟุกุโอกะ(Fukuoka) ที่เกาะคิวชู เนื่องจากชินคันเซนนั้นเร็วกว่ารถไฟธรรมดามากและยังใช้งานกับ JR PASS ได้ด้วย ที่นี่จึงเหมาะกับคนที่เน้นเดินทางไปเที่ยวที่เมืองอื่นๆมากกว่าโดยไม่เน้นเที่ยวในเมืองโอซาก้านัก เพราะบริเวณนี้จะไม่คึกคักเท่าย่านใจกลางเมืองโอซาก้า

โรงแรมที่พักฮิตของคนไทยใกล้สถานีรถไฟชินโอซาก้า จาก Pantip.com: โรงแรมนิว โอซาก้า (New Osaka Hotel)ชิน โอซาก้า สเตชั่น โฮเต็ล แอนเน็กซ์ (Shin Osaka Station Hotel Annex) และ โทโยโกะ อินน์ ชิน-โอซาก้า-เอกิ ฮางาชิ-กูชิ (Toyoko Inn Shin-Osaka-eki Higashi-guchi)
ดูโรงแรมบริเวณรอบๆสถานีรถไฟชินโอซาก้าที่ Agoda.com

 

▌ย่านนัมบะ(Namba) และย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi)

ย่านนัมบะเป็นย่านที่อาจจะเรียกได้ว่าคึกคักที่สุดของเมืองโอซาก้า มีร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แหล่งบันเทิง ผับบาร์ต่างๆมากมาย มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจเช่น ย่านช้อปปิ้งชินไซบาชิ(Shinsaibashi) และย่านโดทงโบริ(Dotonbori)ที่เป็นสีสันของเมืองโอซาก้า เรียกว่าพักแถวนี้ ช้อปเสร็จเอาของมาเก็บแล้วออกไปช้อปต่อได้เลย

ย่านนัมบะมีรถไฟสายท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่างๆทั้งในเมืองโอซาก้าและนอกเมือง แต่ที่นี่อาจจะไม่ค่อยสะดวกสำหรับคนที่ใช้บัตร JR PASS ซักเท่าไหร่ ย่านนัมบะจึงอาจจะเหมาะกับคนที่คิดว่าจะเที่ยวโอซาก้าหลายวันหน่อยเพราะจะสามารถเดินเล่นย่านนี้ใกล้ๆที่พักช่วงค่ำได้ทุกวันเลย

โรงแรมยอดนิยมของคนไทยใกล้ย่านนัมบะและชินไซบาชิจาก Pantip.com: โอซาก้า ฮานะ โฮสเทล (Osaka Hana Hostel)โฮเต็ล ชูโอ ซีลีน (Hotel Chuo Selene) และ โรงแรมอิล คูโอเร่ นัมบะ (Hotel IL Cuore Namba)

7 โรงแรมแนะนำของย่านนัมบะ

7 โรงแรมแนะนำติดสถานีรถไฟชินไซบาชิ

 

▌สถานีรถไฟโอซาก้า(Osaka Station)และย่านอูเมดะ(Umeda)

ย่านสถานีรถไฟโอซาก้าเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของระบบรางที่สามารถเดินทางไปได้ทั่วโอซาก้ารวมไปถึงการเดินทางไปเที่ยวเมืองข้างเคียงอย่างเกียวโต(Kyoto), นารา(Nara) และโกเบ(Kobe)ด้วย รวมทั้งสนามบินคันไซด้วย โดยเฉพาะพื้นที่รอบๆสถานีรถไฟ JR Osaka หรือย่าน Umeda ที่ถือว่าเป็นย่านหรูใจกลางของเมืองโอซาก้า มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย บริเวณนี้จะมีโรงแรมให้เลือกหลากหลายแบบ ตั้งแต่ราคาประหยัดจนถึงแบบหรูๆ บริเวณนี้จะไม่มีก็แต่รถไฟความเร็วสูงชินคันเซน จึงเหมาะกับคนที่จะไปเที่ยวเมืองอื่นๆบ้างและเที่ยวโอซาก้าด้วย และไม่ได้ใช้ JR PASS

โรงแรมยอดนิยมของคนไทยใกล้สถานีรถไฟโอซาก้าและอูเมดะ จาก Pantip.com: โรงแรมคินกิ (Hotel Kinki) และ ฮาร์ทตัน โฮเต็ล นิชิ อุเมดะ (Hearton Hotel Nishi Umeda)
7 โรงแรมแนะนำย่านสถานีรถไฟโอซาก้า และย่านอูเมะดะ
ดูโรงแรมบริเวณสถานีรถไฟ โอซาก้า ที่ Agoda.com

 

 

 

 

แผนที่ต่างๆสำหรับเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเอง

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟของโอซาก้า Metro

FREE DOWNLOAD: แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟของโอซาก้า

รถไฟจะเป็นเส้นสีขาวสลับเทา และสีเทาล้วน หากใครมีบัตร JR PASS ก็สามารถใช้ขึ้นรถไฟได้เลย
ส่วนเส้นสีอื่นๆจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินของโอซาก้า ซื้งมีหลายสายด้วยกัน รายละเอียดของรถไฟใต้ดินแต่ละสายจะอยู่ทางด้านขวาบนของแผนที่

FREE DOWNLOAD: แผนที่รวมสถานที่น่าสนใจเมืองโอซาก้า
คลิกเพื่อขยายดู แผนที่ปราสาทโอซาก้า

คลิกเพื่อขยายดู แผนที่ปราสาทโอซาก้า

 

 

ตัวอย่างโปรแกรมเที่ยวโอซาก้า

แพลนเที่ยวโอซาก้าแบบเก็บครบทุกสถานที่ฮอตฮิตได้ภายใน 4 วัน 3 คืน

 

▌โปรแกรมเที่ยวโอซาก้า วันที่ 1

Photo: Ari Helminen [CC BY 2.0] from flickr.com/photos/picsoflife/6468548225/

ช่วงเช้า : ถ้ามาโอซาก้าแล้วไม่มาเยือนยังปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle)แลนด์มาร์กที่สำคัญของเมือง เป็นปราสาทที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโบราณดั้งเดิมตั้งอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตให้อารมณ์ที่เหมือนหลุดเข้าไปในยุคซามุไรอย่างไรอย่างนั้น แถมบริเวณรอบๆยังรายล้อมด้วยสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) ที่จะงดงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จากการที่มีต้นซากุระมากกว่า 600 ต้น แต่จริงๆก็มีเสน่ห์ในทุกๆฤดูกาลเพียงแต่จะแตกต่างกันไปอย่างหน้าร้อนจะดูเขียวชอุ่มล้อมปราสาท การเดินทางมาก็ง่ายมากๆสามารถขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี Morinomiya หรือ Osakajokoen จะใช้เวลาเดินเท้ามาประมาณ 10-20 นาที

Photo: facebook.com/nifrel.jp

ช่วงบ่าย : ลืมพิพิธภัณฑ์แบบเดิมๆไปได้เลย Nifrel Interactive Aquazoo เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่เจ๋งสุดๆ ทำให้เป็นมากกว่าแค่การเดิมชมสัตว์น้ำทั่วๆไป เพราะมีการนำเทคโนโลยีล้ำๆแบบ Interactive มาเพิ่มสีสัน แถมตัวการจัดพื้นที่ก็ทำได้อย่างน่าสนใจใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ต่างๆได้มากกว่าที่เคย มีการแบ่งเป็นโซนหลักๆ 7 โซน มีโชว์แสงสีเสียงให้ดูกันในส่วน wonder moments และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีสัตว์อื่นๆให้ดูกันอย่าง จระเข้ เสือขาว ฮิปโปแคระ ลีเมอร์ และนากให้ชมกันอีกด้วย ที่สำคัญข้างๆมี Pokemon expo gym ให้สาวกโปเกมอนได้ตื่นตาตื่นใจอีกต่างหาก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในตึก Expo City การเดินทางจะต้องเปลี่ยนจาก subway เป็น Monorail ที่สถานี Senri-Chuo แล้วจึงต่อมาลงที่สถานี Bampaku-kinen-koen

โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Osaka_Dotonbori_Ebisu_Bridge.jpg( cc by 3.0 )

ช่วงเย็น : เดินเล่นเพลินๆย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ย่านฮิต สุดคึกคักทางตอนใต้ของเมืองโอซาก้า มีทั้ง ร้านอาหาร ของกิน ขนมให้เลือกเยอะมาก พร้อมแชะรูปกับสัญลักษณ์โอซาก้าอย่างป้ายไฟกลูลิโกะเบาๆ การเดินทางสามารถนั่ง subway มาได้หลายสายทั้ง  Midosuji/Sennichimae/Yotsubashi Line แล้วลงที่สถานี Namba

 

 

▌โปรแกรมเที่ยวโอซาก้า วันที่ 2

Photo by L1NDUS from flickr.com/photos/l1ndus/32622229453/ [CC by 2.0]

ช่วงเช้า+บ่าย : ตะลุยสวนสนุกยูนิเวอร์แซลสตูดิโอโอซาก้า(Universal Studio Osaka) ที่แค่ช่วงเช้าอย่างเดียวเก็บไม่หมดแน่ๆ เพราะมีหลายส่วนมากๆแบ่งออกเป็น 15 โซน ที่แนะนำๆตามความชอบส่วนตัวก็จะมี  Harry Potter,  Jurassic Park,   Hollywood, Waterworld และ Amity Village พื้นที่ก็กว้าง เดินทั้งวันยังไม่แน่ใจว่าจะหมดรึเปล่า ถ้ามาช่วงไฮซีซั่นนี่มีต่อคิวจนเมื่อยกว่าจะได้เล่นแต่ละอย่าง เอาแบบชัวร์จะซื้อบัตร Universal Express Pass เผื่อไว้กันเหนียวจะได้ลดเวลารอลงไปได้พอสมควร ภายในยังมีร้านอาหารต่างๆให้แวะกินของว่างหรืออาหารกลางวันได้สบายๆ ถ้าจะรอชมโชว์อาจต้องศึกษาดูช่วงเวลากันนิดนึง การเดินทางมาทางรถไฟสาย Sakurajima Line ลงที่สถานี Universal City

Photo by Francisco Restivo from flickr.com/photos/frestivo/4793145349 [CC by-sa 2.0]

ช่วงเย็น : อาจจะให้เลือกระหว่างรอดูโชว์และผลุช่วงค่ำต่อที่ USJ หรือจะไปเดินเล่น ช้อปปิ้งหาอะไรทาน ที่ย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi)เป็นอีกจุดเดินเล่นคึกคักของเมือง เดินสบายเพราะอยู่ในร่ม ไม่ว่าจะอาหารอะไรมีหมด การเดินทางมาได้ 2 สาย ได้แก่ Subway Midosuji Line หรือ Nagahori Line ลงสถานี Shinsaibashi

 

 

▌โปรแกรมเที่ยวโอซาก้า วันที่ 3

ตลาดคุโรมง โอซาก้า

photo by Richard, enjoy my life! From flickr.com/photos/ladyous/28609912050( cc by 2.0 )

ช่วงเช้า : เริ่มต้นตอนเช้าด้วยการกิน ไปเดินเล่นชมตลาดคุโรมง(Kuromon) ที่ได้ชื่อว่าเป็นครัวแห่งโอซาก้ากัน ภายในตลาดมีของกินสารพัดสิ่งอย่างให้เราเลือกชิม ทั้งมื้อหนัก มื้อเบา จนถึงของสารพัดสิ่งอย่าง ใครมาเที่ยวโอซาก้าไม่ควรพลาดตลาดแห่งนี้

Photo by DVMG from commons.wikimedia.org/wiki/File:Sankaku_Park(Mitsu_Park),_Amemura_-_panoramio_(1).jpg [CC by-sa 2.0]

ช่วงบ่าย : สัมผัสความชิคที่หมู่บ้านอเมริกา America Mura จริงๆที่นี่ก็เป็นเหมือนแหล่งช็อปปิ้งที่ถือเป็นศูนย์รวมวัยรุ่นคล้ายๆกับชินจูกุในโตเกียว มีร้านขายสินค้าทุกแนว ร้านอาหาร คาเฟ่คาวาอิๆ และร้านขายของกระจุกกระจิกให้เลือกหมด  ร้านที่แนะนำ “อาทิ Alice on Wednesday ร้านเก๋มาก แต่งแนวๆอลิสในแดนมหัศจรรย์ และแวะทานทาโกยากิของดีเมืองโอซาก้าที่ร้าน Kougaryu มีชื่อเสียงมานานกว่า 40 ปี ชิ้นโตเครื่องแน่น รสชาติแบบดั้งเดิมแท้ๆก็ว่าอร่อยแล้ว ที่นี่ยังมีหลายเมนูแบบประยุกต์ให้ได้ลองชิมกันด้วย การเดินทางทางรถไฟลงที่สถานี Shinsaibashi เดินแป๊บเดียวถึง

Photo by Casey Yee from flickr.com/photos/caseyyee/4278142733/ [CC by-sa 2.0]

ช่วงเย็น : ชมวิวยามเย็นที่ตึก Umeda Sky มีความสูงถึง 173 เมตรที่นอกจากจะมีสวยลอยด้านบนให้ได้ชมวิวโอซาก้ากันแบบ 360 องศาจนกลายเป็นจุดชมวิวยอดนิยมของเมืองแล้วนั้น สถาปัตยกรรมก็นับว่าโดดเด่นมากที่สุดในโอซาก้า การเดินทางด้วยรถไฟสาย Hankyu-Kobe Line ลงที่สถานี Nakatsu เดินเท้าต่ออีกไม่เกิน 10 นาที

ช่วงค่ำ : แวะเดินหาอาหารมื้อเย็นที่ย่านชินเซไค(Shinsekai) ที่ช่วงตั้งแต่เย็นๆถึงค่ำๆเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคัก การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินสาย Subway Sakaisuji Line ลงสถานี Ebisucho

 

 

▌โปรแกรมเที่ยวโอซาก้า วันที่ 4

ช่วงเช้า+เที่ยง : ปิดท้ายวันเที่ยววันสุดท้ายด้วยการไปชมความงดงามและบรรยากาศดีๆที่วัดชิเทนโนจิ(Shitennoji Temple) วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่าแก่มากที่สุดของญี่ปุ่น ชมเจดีย์ 5 ชั้นอันงดงาม พร้อมแวะนั่งจิบชาแกล้มขนมมันจูในร้านน้ำชาภายในวัด อีกส่วนที่น่าสนใจนั่นคือบริเวณสวนญี่ปุ่นที่ยิ่งมาช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้ชมซากุระผลิบาน และถ้ามาช่วงใบไม้ร่วงก็ยังมีต้นเมเปิ้ลผลัดใบเปลี่ยนสีให้ชม เรียกได้ว่าเป็นการปิดท้ายการท่องเที่ยวโอซาก้าแบบบริบูรณ์ก่อนจะกลับไทยในช่วงบ่ายๆ การเดินทางมาที่นี่ก็สามารถมาด้วยรถไฟใต้ดินสาย Subway Tanimachi Line ลงสถานี Shitennoji-mae Yuhigaoka

 

 

จากสนามบินคันไซเข้าเมืองโอซาก้ายังไง

สนามบินคันไซ(Kansai Airport)เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าว Osaka ห่างจากฝั่งทะเล 5 กิโลเมตร และห่างจากสภานีรถไฟเจอาร์ Shin-Osaka ราว 60 กม สำหรับผู้โดยสารขาเข้า ในห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 ของอาคารมีศูนย์ข่าวสารการท่องเที่ยวคันไซตั้งอยู่ เปิดทำการ ทุกวัน เวลา 09.00-12.00 น และมีธนาคาร 9 ธนาคารให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา ซึ่งในจำนวนนี้มากกว่า 1 ธนาคาร เปิดทำการ เวลา 05.30-23.00 น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเหมือนๆกับสนามบินใหญ่ๆ และมีวิธีการเดินทางไปเมืองต่างๆที่สะดวก รวดเร็วให้เลือกมากมาย สามารถเชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่ๆในภูมิภาคคันไซได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น โอซาก้า เกียวโต นารา หรือ โกเบ

▌การเดินทางรถไฟ

สนามบินคันไซจะมีรถไฟให้บริการอยู่ 2 เจ้าหลักคือของรัฐบาล JR และเอกชน Nankai ซึ่งอยู่ในอาคารเดียวกัน ติดกัน โดยจะแยกทางเข้าออกกันอย่างชัดเจน เป็นคนละสีคือ สีน้ำเงินเป็น JR และ สีส้มเป็น Nankai

สำหรับบริการของสาย JR จะวิ่งให้บริการตั้งแต่เวลาประมาณ เกือบๆ 6 โมงเช้า จนถึง ประมาณ 5 ทุ่ม มีให้บริการอยู่ ทั้งหมด 2 สายด้วยกัน ผู้ที่ต้องการเริ่มใช้ Japan Rail Pass จะแลกเป็นบัตรได้ที่ศูนย์ข้อมูล JR ในห้องโถง ผู้โดยสารขาเข้าจากต่างประเทศ ชั้น 1 ซึ่งเปิดทำการทุกวัน เวลา 09.30-19.00 น หรือแลกเป็นบัตรและจองที่นั่งรถไฟ ได้ที่สถานี JR Kansai Airport

▌รถไฟด่วนพิเศษ JR Haruka Limited Express
 เป็นรถไฟด่วนขบวนพิเศษ มีที่นั่งกว้าง มีที่เก็บกระเป๋า โดยจะจอดแค่ 2 สถานีสำหรับโอซาก้าเท่านั้น คือ สถานี Tenoji และ Shin-Osaka และสถานีถัดไปคือ สถานีเกียวโต เลย จากสนามบินคันไซ

ไปที่สถานีรถไฟ Shin-osaka หรือตัวเมืองโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ราคาประมาณ 2,800 เยน

ไปที่สถานีรถไฟ Kyoto  หรือตัวเมืองเกียวโต ใช้เวลาประมาณ 75 นาที ราคาประมาณ 3,500 เยน

▌รถไฟด่วนธรรมดา JR Kansai Rapid Train
 จะเป็นรถไฟธรรมดาที่วิ่งรับส่งเกือบทุกสถานีระหว่างทาง

ไปที่สถานีรถไฟ Shin-osaka ใช้เวลาประมาณ 75 นาที ราคาประมาณ 1,400 เยน จากสนามบินคันไซ

ไปที่สถานีรถไฟ Osaka หรือตัวเมืองโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 70 นาที ราคาประมาณ 1,200 เยน

ไปที่สถานีรถไฟ Kyoto หรือตัวเมืองเกียวโต ใช้เวลาประมาณ 110 นาที ราคาประมาณ 1,800 เยน

▌รถไฟด่วนพิเศษ หัวอัศวิน Nankai Rapit
หรืออีกชื่อว่า “ราปิโตะ” เป็นรถไฟด่วนพิเศษ คล้ายกับขบวน Haruka ของ JR โดดเด่นด้วยหัวขบวนรถสีน้ำเงินเข้มเป็นรูปคล้ายหมวกอัศวิน ทุกที่นั่งจะเป็นแบบ Reserved มีที่ขายอาหารเครื่องดื่ม มีห้องน้ำ และมีที่ว่างกระเป่า จากสนามบินคันไซ ไปที่สถานีรถไฟ Namba ในตัวเมืองโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ราคาประมาณ 1,430 เยน

▌รถไฟด่วนพิเศษ Nankai Airport Express
จะเป็นรถไฟแบบด่วนธรรมดา จะคล้ายกับกับรถไฟด่วนธรรมดาของ JR  คือจะจอดหลายสถานีที่ผ่าน จึงใช้เวลานานกว่า แต่ราคาถูกกว่าด้วยเช่นกัน  มีที่ขายอาหารเครื่องดื่ม มีห้องน้ำ และมีที่ว่างกระเป่า จากสนามบินคันไซ ไปที่สถานีรถไฟ Namba หรือตัวเมืองโอซาก้า ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ราคาประมาณ 920 เยน

โดยสรุป ถ้าคุณต้องการความสะดวกสบายและความรวดเร็ว ควรเลือกแบบ รถไฟด่วนพิเศษ เช่น Haruka ของ JR หรือ Rapito ของ Nankai แต่ถ้าคุณต้องการประหยัดนั่งๆยืนๆ และดูแลกระเป๋าตลอดทาง โดยจะใช้เวลามากกว่าหน่อย ก็ให้เลือกรถไฟธรรมดาของแต่ละเจ้าไป คำถามสำคัญต่อมาคือแล้วจะเลือกของเจ้าไหนดี จะขึ้นอยู่กับสถานีปลายทางที่คุณจะไปเป็นหลัก โดยจะแนะนำดังนี้

คุณควรเลือกรถไฟขบวนของ JR ถ้าคุณคิดจะใช้ JR Pass หรือคุณจะนั่งไปลงยังสถานีต่อไปนี้ Osaka Station, Umeda Station, Shin-Osaka, Tennoji Station, Shin-Immamiya station และ Kyoto

คุณควรเลือกรถไฟขบวนของ Nankai ถ้าคุณมี Kansai Thru Pass (จ่ายเพิ่มค่าจองอีกแค่ 500 เยน) หรือ คุณจะนั่งไปลงยังสถานีต่อไปนี้ Namba Station และ Shin-Immamiya station

 

 

 

 

การเดินทางและตั๋วพาสต่างๆของโอซาก้า

ตัวเมืองโอซาก้าประกอบด้วยย่านหลักๆ 2 ย่าน คือ คิตะ Kita(ทิศเหนือ)รอบๆ สถานี Osaka Station และ Umeda Station ย่านช้อปปิ้งและแหล่งธุรกิจขนาดใหญ่ กับ มินามิ Minami(ทิศใต้) รอบๆ สถานีนัมบะ(Namba) ย่านบันเทิงประจำโอซาก้า และมีสถานีรถไฟหลัก 4 แห่ง คือ

  • JR Osaka Station ตั้งอยู่ใจกลางย่านคิตะ มีรถไฟ 2 บริษัทและรถไฟฟ้า 3 สายเชื่อมต่อกับสถานีนี้ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ Umeda Station
  • Shin-Osaka Station เป็นสถานีจอดของรถไฟชินคันเซนตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ Osaka Station,
  • ในย่านนัมบะ มีบริษัทรถไฟ 3 บริษัท(JR, Nankai และ Kintetsu) และรถไฟใต้ดิน 3 สายมาเชื่อมต่อกันที่ Namba Station
  • สถานีหลักแห่งที่ 4 คือ Tennoji Station ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของใจกลางเมืองโอซาก้า ประกอบด้วยรถไฟ JR, Kintetsu Railways, Hankai Tramway และรถไฟใต้ดิน 2 สาย

ตัวเมืองโอซาก้าให้บริการรถไฟและรถไฟใต้ดินทั้งหมด 7 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะใช้รถไฟใต้ดิน และรถไฟสาย JR West ค่อนข้างมาก ส่วนเส้นทางรถไฟอื่นๆมีไว้สำหรับเดินทางไปยังพื้นที่รอบนอกและภูมิภาคใกล้เคียง

1. รถไฟ JR West
ให้บริการเครื่อข่ายรถไฟที่หนาแน่นในตัวเมืองโอซาก้า รถไฟสายหลักคือ Osaka Loop Line(เทียบเหมือน Yamanote Line ในโตเกียว) และยังให้บริการเส้นทางรถไฟไปยัง Kansai Airport, Kobe, Kyoto, Nara และ Universal Studios อีกด้วย (หมายเหตุ: รถไฟชินคันเซนจะจอดที่สถานี Shin-Osaka Station)

2. รถไฟใต้ดิน Subway
ในโอซาก้าให้บริการรถไฟใต้ดินทั้งหมด 8 สาย ครอบคลุมพื้นที่ด้านในของเส้นทางรถไฟ osaks loop line เชื่อมต่อย่านคิตะ และย่านมินามิของตัวเมืองโอซาก้าให้นักท่องเที่ยวมีความสะดวกในการเดินทางมากยิ่งขึ้น

  • Midosuji Line
  • Tanimachi Line
  • Yotsubashi Line
  • Chuo Line
  • Sennichimae Line
  • Sakaisuji Line
  • Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line
  • Nanko Port  Town Line
แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินในโอซาก้า

แผนที่รถไฟฟ้าใต้ดินในโอซาก้า

3.Nankai Railways
เชื่อมต่อระหว่าง Namba และ Kansai Airport, Wakayama และ Mount Koya

4.Hankyu Railways
เชื่อมต่อระหว่าง Umeda Station กับทิศเหนือของโอซาก้า, Kobe กับ Kyoto

5.Kintetsu Railways
เชื่อมต่อโอซาก้ากับสถานที่อื่นๆทางทิศใต้ของภูมิภาคคันไซ เช่น Nara, Kyoto, Asuka, Yoshino, Ise และ Nagoya เริ่มต้นที่ Namba Station, Tennoji Station และ Nagata Station

6.Hanshin Railways
เชื่อมต่อโอซาก้า กับโกเบ โดยเริ่มต้นที่ Umeda Station และ Namba Station

7.Keihan Railways
เชื่อมต่อใจกลางเมืองโอซาก้า กับใจกลางเมืองเกียวโต เริ่มต้นที่ Yodoyabashi Station และ Nakanoshima Station

 

 

ตั๋วและบัตรโดยสารประเภทต่างๆของโอซาก้า

▌ตั๋วรถไฟพิเศษในเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นตั๋ว 1 วันใช้เดินทางท่องเที่ยวในโอซาก้า ได้แก่

1. Osaka Amazing Pass (1 day: 2,300 เยน, 2 days: 3,000 เยน)

หรือ Osaka Unlimited Pass สำหรับใช้โดยสารรถไฟฟ้า และ city buses ในเมืองโอซาก้า ในระยะเวลา 1-2 วันติดต่อกัน ได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมค่าใช้จ่ายในการเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโอซาก้า เช่น ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle) และอาคารชมวิวอูเมดะสกาย(Umeda Sky Building) เป็นต้น

ตั๋ว 1 day รวมกับการครอบคลุมการใช้งานโดยสารรถไฟ non-JR train ในตัวเมืองอีกด้วย ซึ่งจำหน่ายให้กับทุกคน ส่วนตั๋ว 2 days จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น สามารถหาซื้อได้จากศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยว และเอเจนซี่ท่องเที่ยว ตั๋วชนิดนี้คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการแวะชมแหล่งท่องเที่ยวภายในเมือง

2. Osaka One-Day Pass (วันธรรมดาราคา 800 เยน, วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดทั่วไปราคา 600 เยน)

สามารถใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน, city buses และรถราง New Tram(ยกเว้น OTS Line) ได้โดยไม่จำกัดภายใน 1 วัน หาซื้อได้ที่สถานีรถไฟใต้ดินทุกสถานี ตั๋วชนิดนี้คุ้มค่า โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์และมีส่วนลดตั๋วเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

3. Osaka Kaiyu Ticket ราคา 2,550 เยน

เป็นตั๋วแพ็คเกจเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอซาก้า(Osaka Aquarium) รวมกับตั๋วโดยสารรถไฟและรถบัสในเมืองโอซาก้าได้โดยไม่จำกัดภายใน 1 วัน และมีส่วนลดสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆอ่าวโอซาก้าถึง 50% เลยทีเดียว เช่น ชิงช้าสวรรค์เทมโปซาน(Tempozan Ferris Wheel), ล่องเรือซานต้ามาเรีย(Santa Maria), เรือกัปตันไลน์(Captain Line) และเรือข้ามระหว่างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกับท่าเรือ Universal City

*หมายเหตุ: บัตรชนิดนี้ไม่จำหน่ายหน้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

 

▌บัตรเดินทางประเภท เติมเงิน

1. บัตรเติมเงินแบบทั่วๆไป IC Cards
บัตรเติมเงิน IC ของโอซาก้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Icoca สามารถซื้อได้จากตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่สถานีรถไฟ JR ทุกสถานีในโอซาก้า และอีกประเภทหนึ่ง คือ Pitapa เป็นตั๋วของท้องถิ่น บริษัทที่ไม่ใช่ของ JR แต่อย่างไรก็ตาม บัตร Pitapa ค่อนข้างคล้ายบัตรเครดิตที่เหมาะแก่ผู้อาศัยอยู่ในโอซาก้ามากกว่านักท่องเที่ยว

บัตร Icoca และ Pitapa สามารถใช้โดยสารรถไฟ และรถบัสในพื้นที่ตัวเมืองโอซาก้า(และเมืองหลักๆในประเทศญี่ปุ่น) ยกเว้นรถบัสในเกียวโต นอกจากนี้บัตร IC อีก 8 ชนิดก็ยังสามารถนำมาใช้ได้ที่โอซาก้าได้อีกด้วย เช่น  Suica, Pasmo, Kitaca, Toica, Manaca, Sugoca, Nimoca และ Hayakaken

2.Surutto Kansai Rainbow Card(1,000 2,000และ 3,000 เยน)

เป็นบัตรเหมาจ่ายรุ่นเก่าที่ไม่สามารถเติมเงินได้ และวิธีการใช้จะต้องเสียบบัตรแทนการแสกนที่ประตู แต่บัตรชนิดนี้ยังสามารถใช้กับรถไฟ และรถบัสในตัวเมืองโอซาก้าได้ **ยกเว้นรถไฟ JR
ข้อดีข้อเดียวของตั๋วชนิดนี้ที่ดีกว่า Icoca คือสามารถนำไปใช้กับรถบัสในเกียวโตได้

หมายเหตุ: บัตร Surutto Kansai Card มีชื่อเรียกขึ้นอยู่กับบริษัทที่ออกบัตร เช่น ใน Hankyu เรียกว่า Lagare Card, บัตรรถไฟใต้ดินในโอซาก้า เรียกว่า Rainbow Card และบัตรรถไฟใต้ดินในเกียวโต เรียกว่า Miyako Card

 

นอกจากนี้ก็ยังมีบัตรการใช้บริการ รถไฟด่วนจากสนามบิน พร้อมกับ บัตร IC Icoca ด้วย เรียกว่า บัตร Icoca&Haruka ซึ่งจะได้รับส่วนลดการซื้อตั๋วรถไฟแบบด่วน ไปกลับ จากสนามบินคันไซ(Kansai International Airport)กับเมืองตัวเมืองโอซาก้า

 

 

เมืองน่าเที่ยวใกล้โอซาก้า

แม้โอซาก้าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายภายเขตตัวเมือง แต่หลายคนที่วางแผนมาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็อาจจะอยากออกนอกเมืองใหญ่ไปลองเที่ยวเมืองเล็กๆที่เงียบสงบกว่าของญี่ปุ่นกันบ้าง เราจึงจะมาแนะนำเมืองน่าเที่ยวรอบๆโอซาก้ากัน และที่สำคัญยังเดินทางสะดวกแบบไปเช้าเย็นกลับได้อย่างสบายๆ

 

▌1. เกียวโต (Kyoto)

Photo: Pedro Szekely [CC BY-sa 2.0] from flickr.com/photos/pedrosz/32062408092/

สถานที่ท่องเที่ยวจากโอซาก้าอันดับหนึ่งคงต้องยกให้กับเมืองเกียวโต(Kyoto) อดีตเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองถึงขึดสุดมาอย่างยาวนานของประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เลื่องชื่อด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ถนนหนทาง ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นญี่ปุ่นยุคโบราณไว้อย่างครบถ้วน วัดที่มีมากว่า 17 แห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก พิธีชงชาแบบโบราณที่ยังมีคงมีให้เห็น แม้กระทั่งย่านกิออนที่ถือได้ว่าเป็นย่านเกอิชาที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น สถานที่ท่องเที่ยวทีน่าสนใจมีมากมาย “อาทิ  อาราชิยาม่าตั้งอยู่ทางชานเมืองตะวันตกของเกียวโต มีพื้นที่บริเวณนี้เป็นทิวเขาขนานไปกับแม่น้ำโออิ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์ของชาติญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของป่าไผ่ซะงะโนะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น รวมทั้งสวนลิงอิวะตะยะมะที่มีลิงกว่า 170 ที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว”

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟโอซาก้า (Osaka Station) ไปต่อด้วยรถไฟ Shinkansen ลงที่สถานีรถไฟเกียวโต (Kyoto Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง

15 ที่เที่ยวห้ามพลาดของเกียวโต

 

 

▌2. นาระ (Nara)

Photo: Emmanuel Eragne [CC BY 2.0] from flickr.com/photos/emmanueleragne/27884952103/

นาระ(Nara) เมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 1,300 ปีก่อน และยังมีวัดที่เก่าแก่มากที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย “อาทิ พระพุทธรูปไดบุตสึแห่งวัดโทไดจิ ที่มีอายุกว่า 1,200 ปี ได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธหล่อองค์ใหญ่ที่สุดในโลก วัดโฮริวจิหรือที่รู้จักกันอีกนามว่า วัดปราดเปรื่องธรรม โดยมีอาคารไม้หลายหลังที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก ทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกและได้รับการยกย่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้เป็นสมบัติของชาติ และหากต้องการสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจก็มี สวนสาธารณะนาระที่มีบรรดากวางน้อยใหญ่ให้ได้ดูได้ชมกัน ทั้งยังสามารถให้อาหารกวางเหล่านั้นได้อีกด้วย”

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟโอซาก้า(Osaka Station) ลงที่สถานีรถไฟนาระ(Nara Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 51 นาที หรือลงที่สถานีรถไฟคินเตสึ นาระ (Kintetsu-Nara Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 55 นาที

5 ที่เที่ยวห้าพลาดเมืองนารา ที่เที่ยวได้จบครบในวันเดียว

 

 

▌3. โอกายามะ (Okayama)

Photo: htomari [CC BY 0.0] from flickr.com/photos/htomari/16576930571/

เมืองโอกายามะ(Okayama) ตั้งอยู่ในภาคจูโงะกุ(Chukoku) เป็นจังหวัดที่มีเสียงด้านผลไม้รสชาติดีแถมมีตลอดทั้งปี อากาศปลอดโปร่งไม่หนาวหรือร้อนไป รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่งดงามเลื่องชื่อ ไม่ว่าจะเป็นปราสาทโอกายามะ หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ปราสาทอีกา ที่ด้านนอกมีการบูรณะหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองและสิ่งของเครื่องใช้ในยุคเก่าก่อน สวนโคราคุเอนที่ได้รับการยอมรับว่ามีความงามติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น มีจุดชมวิวที่สามารถเห็นทิวทัศน์แบบ 360 องศาภายใต้ฉากหลังเป็นปราสาทโอกายามะได้ รวมทั้งสวนมะกอกอุชิมะโดะที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมๆไปกับการชมวิวชายฝั่งทะเลเซะโตะที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟโอซาก้า (Osaka Station) ด้วยรถไฟ Shinkansen สาย Tokaido-Sanyo ลงที่สถานีรถไฟโอกายามะ (Okayama Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ข้อมูลเที่ยวโอคายาม่า

 

 

▌4. คิโน่ซากิ(Kinosaki Onsen)

Photo: John Weiss [CC BY-nd 2.0] from flickr.com/photos/jweiss3/346966505/

คิโนะซะกิ ออนเซ็น ตั้งอยู่ทางเหนือของจังหวัดเฮียวโงะ ถือเป็นเมืองน้ำพุร้อนที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ อีกทั้งมีความงามที่แตกต่างจากที่อื่นๆ จึงทำให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับเหล่านักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการแช่ออนเซ็นมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ถึงใครไม่ได้จะไปแช่ออนเซนก็สามารถไปเดินเที่ยวชมบรรยากาศของเมืองญี่ปุ่นแบบชนบทสวยๆให้ชมกันด้วย

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟโอซาก้า (Osaka Station) ด้วยรถไฟ Shinkansen สาย Tokaido-Sanyo ลงที่สถานีรถไฟคิโนซากิ ออนเซน(Kinosaki Onsen Station) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

ข้อมูลเที่ยวคิโนซากิออนเซน

 

 

 

เรื่องอื่นๆที่ควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่น
  • การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท สามารถใช้บริการ SIM การ์ดที่มีเฉพาะเน็ทอย่างเดียว หรือจะใช้แบบ Pocket WIFI ใช้ได้ทีละหลายๆคนก็ได้ ตกวันละประมาณ 100-300 บาท
  • ประกันการเดินทาง มีให้เลือกมากมายหลายเจ้า ส่วนใหญ่จะแตกต่างกันที่ราคา การคุ้มครอง การเบิกจ่าย ส่วนการซื้อมีทั้งซื้อออนไลน์ ซื้อผ่านเอเจ้น หรือซื้อตามสาขาของประกันภัยเจ้านั้นๆ ที่ฮิตๆกันก็มี MSIG, ไทยประกันชีวิต, AIG, ทิพภยประกันภัย และอื่นๆอีกมากมาย มีราคาให้เลือกตั้งแต่วันละไม่กี่สิบบาทขึ้นไป
  • เที่ยวญี่ปุ่นได้ สูงสุดกี่วัน คนไทยสามารถไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ต้องขอวีซ่าได้นานสุด 15 วัน

 

ถ้าบทความนี้มีประโยชน์ ช่วยกันแชร์ให้คนอื่นๆบ้างนะคร้าบ

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ