/ ท้อปฮิต(Top Hits) / รวมที่เที่ยวน่าไปของนางาซากิ จังหวัดเมืองท่า น่าเที่ยว แห่งคิวชู

รวมที่เที่ยวน่าไปของนางาซากิ จังหวัดเมืองท่า น่าเที่ยว แห่งคิวชู

จังหวัดนางาซากิ(Nagasaki)ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคคิวชู(Kyushu)ติดกับจังหวัดซากะ(Saga) มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรม เพราะเนื่องจากเคยเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่นตั้งแต่อดีต จึงรับเอาวัฒนธรรมจากยุโรปและจีนมาผสมผสานเอาไว้ จนเกิดเป็นชุมชนชาวต่างชาติต่างๆเช่น ไชน่าทาวน์ขึ้น หรือทะเล แหล่งออนเซน และภูเขาไฟ รวมทั้งการเป็นอีกเมืองที่เคยถูกทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

นอกจากนี้จังหวัดนางาซากิยังมีกิมมิคในเรื่องของความรักทำให้หลายๆแห่งจะมีรูปหัวใจหรือเรื่องราวของความรักสอดแทกอยู่ตามสถานที่สำคัญต่างๆด้วย

ใครกำลังเก็บข้อมูลจะไปเที่ยวหลังช่วงโควิดก็ลิสต์เอาได้เลย

 

 

1. บุฟเฟ่สตรอเบอรี่ที่ สวนสตอเบอรี่ โอมุระ ดรีมฟาร์ม chu chu

ที่สวนสตอเบอรี่ โอมุระ ดรีมฟาร์ม chu chu เราสามารถกินสตอเบอรี่แบบบุฟเฟ่ต์ได้ในราคา 1,200 เยน ในเวลา 50 นาที และความพิเศษของที่นี่ก็อยู่ที่การทำกิจกรรมจากผลไม้ที่เราเก็บมา เพราะมีห้องเรียนทำอาหารที่จะให้เราทำไดฟุกุสตอเบอรี่ได้อีกด้วย และเนื่องจากสวนสตอเบอรี่นี้อยู่ใกล้กับสนามบินนางาซากิ จึงเป็นสถานที่แนะนำสำหรับคนที่กำลังรอเครื่องบินกลับและต้องการของฝาก แวะมาที่นี่ไม่ผิดหวังครับ

 

 

 

2. สะพานแว่น หรือ เมกาเนะบาชิ

เมกาเนะบาชิ หรือคนไทยรู้จักกันดีในชื่อว่า สะพานแว่น เพราะว่าเมื่อมองไปที่สะพานเราจะเห็นสะพานรูปทรงโค้งสะท้อนน้ำจนเป็นรูปคล้ายแว่นตา และนี่คือที่มาของคำว่าสะพานแว่นครับ ใครได้ไปหากลองสังเกตดูดีๆจะมีหินรูปหัวใจ แอบซ่อนอยู่ตามขอบสะพานและกำแพงซึ่งว่ากันว่ามีทั้งหมด 3 ก้อนด้วยกันครับ

 

 

 

2. เกาะเดจิมะ

จากการที่ญี่ปุ่นในสมัยโบราณเคยปิดประเทศ ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาภายในประเทศ แต่ก็ได้มีการตั้งเกาะเดจิมะขึ้นมา เพื่อให้ชาวต่างชาติที่สามารถจะค้าขายในญี่ปุ่นขึ้นและลงได้ที่เกาะนี้เท่านั้น โดยเมื่อก่อนเกาะเดจิมะเนี่ยเป็นเกาะที่อยู่นอกสุดของนางาซากิ แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มการถมทะเล เพื่อเพิ่มพื้นที่ที่อยู่อาศัยของประชากรเลยทำให้เกาะเดจิมะถูกกลืนเข้าไปในแผ่นดินใหญ่แบบในปัจจุบัน และภายในเกาะนี้นะครับก็จะมีแบบบ้านของชาวต่างชาติที่เคยอาศัยอยู่ในกรณีเพื่อการค้าขายเป็นการอนุรักษ์ไว้แล้วก็มีพนักงานที่แต่งตัวเป็นซามูไรยุคเอโดะให้เราได้ถ่ายรูปกันนะครับ

โดยเวลาเปิดของเกาะเดจิมะนะครับจะเปิดตั้งแต่ 08:00 น ถึง 18:00 น ค่าเข้าชม 500 เยนต่อท่านครับ

 

 

 

3. จุดชมวิวของเมืองนางาซากิ บนภูเขาอินะซายามะ

อีกจุดที่พลาดไม่ได้เลยก็คือจุดชมวิวของเมืองนางาซากิ บนภูเขาอินะซายามะ โดยวิธีการขึ้นไปบนจุดชมวิวข้างบนนั้นนะครับก็จะเป็นกระเช้าลอยฟ้าโดยจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 5 นาทีจนกว่าจะถึงยอดเขา แต่ระหว่างทางเราสามารถมองวิวจากกระเช้าได้เลย เพราะว่ากระเช้านั้นทำด้วยกระจก 180 องศานะครับ ค่าธรรมเนียมที่ขึ้นไปก็คือคนละ1,250 เยน ไปกลับครับ ถ้ามาในช่วงหน้าหนาวก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความโรแมนติก และแน่นอนอย่าลืมว่าเมืองนี้มีกิมมิคเป็นความรักเราก็จะมีหัวใจซ่อนอยู่บนจุดชมวิวด้วยนะครับ จากจุดชมวิวเมื่อมองไปทางซ้ายมือเราจะเห็นเสาสัญญาณโทรทัศน์ซึ่งไฟประดับเสาสัญญาณนี้ก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วย รวมไปถึงถ้ามีโอกาสพิเศษต่างๆด้วยครับ

 

 

 

4. ออนเซ็น เมืองโอบามา Obama

ที่เมืองโอบามาใช่ครับคุณฟังไม่ผิด เมืองนี้ชื่อว่าเมืองโอบามาจริงๆเป็นอีกเมืองออนเซ็นที่อยู่ในจังหวัดนางาซากิ ซึ่งที่นี่มีไฮไลท์คือ มีที่ออนเซ็นแช่เท้าที่ยาวที่สุดในประเทศญี่ปุ่นครับ ออนเซ็นแช่เท้านี้มีชื่อตรงๆตัวว่า Hot Foot 105 เพราะว่ามีความยาวถึง 105 เมตรเลยทีเดียว เป็นออนเซ็นฟรีที่ใครๆจะมาแช่เท้าก็ได้นะครับ และยังมีร้านค้าขายผ้าขนหนู และอาหาร เช่นไข่และมันหวานให้นึ่งให้ความร้อนของออนเซ็นโอบามาเองได้ด้วย

 

 

 

5. บ่อนรก หุบเขาอุนเซ็น Unzen jikoku

ภูเขา Unzen เป็นหนึ่งในภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดนางาซากิ ด้านบนมีจุดท่องเที่ยวน้ำพุร้อนที่เรียกว่า Unzen Jikoku หรือแปลเป็นไทยว่า นรกบนเขาอุนเซ็น ซึ่งนอกจากจะมีลักษณะน้ำร้อนพ่วงพุงเปรียบเหมือนกับนรกแล้ว ก็ยังมีประวัติความเป็นมาที่ค่อนข้างจะสยองเล็กน้อย เนื่องจากสมัยก่อนที่มีชาวยุโรปซึ่งมาพร้อมกับศาสนาคริสต์ได้เผยแพร่เข้ามาในนางาซากิเยอะๆ ทำให้ชนพื้นเมืองที่เขาไม่นับถือศาสนาคริสต์ มองคนต่างศาสนานี้ว่าเป็นพวกภัยสังคมจนมีการเอานักโทษที่นับถือศาสนาคริสต์มาทรมานแล้วก็มาฆ่าทิ้งที่นี่แหละครับ

แต่ปัจจุบันสืบเนื่องจากความสวยงามของมัน ก็เลยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเมื่อคุณผ่านมาที่แถบโอบามาออนเซ็น นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังเป็นอุทยานแห่งชาติด้วยนะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีความน่ารักของเจ้าแมวด้วยนะครับถ้าใครที่เป็นทาสแมวก็มาเล่นกับน้องได้แต่อย่าให้อาหารน้องนะครับ

 

 

 

6. เมืองปราสาทชิมาบาระ

เมืองชิมาบาระเป็นเมืองปราสาทโบราณ ที่มีชื่อเสียงเรื่องปลาคาร์ฟสวย น้ำใส และโมจิอร่อย โดยนั่งรถขึ้นเขาประมาณ 45 นาที ที่เมืองแห่งนี้เคยเกิดเหตุการณ์ซามูไรผู้นับถือคริสต์ก่อกบฏยึดปราสาทชิมาบะระได้สำเร็จแต่ก็เป็นสงครามยืดเยื้อจนอาหารขาดแคลน ทำให้ ผู้นำฝั่งกบฎที่ชื่อว่า อามาคุสะ ชิโร่ คิดค้นอาหารที่มีชื่อว่า กูโซนิ ขึ้นมาจนเป็นอาหารชื่อดังของเมืองนี้

กูโซนิเป็นอาหารประเภทต้มหม้อดินโดยส่วนผสมหลักที่จะใช้ก็คือ โมจิ ปลาไหล รากบัว ไข่ เห็ดเป็นหลัก แทบจะเรียกได้ว่าจับฉ่ายแห่งชิมาบาระได้เลยทีเดียวนะเพราะว่าในยุคนั้นไม่มีอะไรกินมีอะไรก็ต้องโยนลงหม้อเพื่อให้มีชีวิตต่อไปได้ เพราะผลกระทบจากสงครามนั่นเอง โดยร้านที่เรามากินในวันนี้คือร้านชื่อดังอยู่ข้างปราสาทชื่อร้านว่าฮิเมะมัทสึยะ ราคา 1 เซตไม่แพงครับ สนนราคาที่ 1200 เยน ขอกระซิบบอกว่าน้ำซุปอร่อยมาก

เมืองชิมาบาระนี้เป็นเมืองที่ได้รับสมญานามว่า เป็นเมืองแห่งน้ำใส เพราะน้ำของเมืองชิมาบาระนั้นมีความพิเศษตรงที่ว่าเป็นน้ำที่สะอาดมากๆ สืบเนื่องจากมันผุดขึ้นมาจากดินที่หนามากหลายชั้น และแต่ละชั้นก็มีความหนาแน่นไม่เท่ากันทำให้น้ำถูกกรองขึ้นมาโดยธรรมชาติ ใสมากขนาดที่ว่าผุดขึ้นมาแล้วเราสามารถตักมาดื่มได้เลย เนื่องด้วยความสะอาดในระดับนี้ทำให้ท่อระบายน้ำในเมืองเต็มไปด้วยปลาคาร์ฟ ที่ชาวเมืองช่วยกันเลี้ยง ดูแลเอาใจใส่ ให้สมชื่อเมือง

นอกจากนั้นแล้วในเมืองนี้ก็ยังมีบ้านทรงญี่ปุ่นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้วยนะครับ โดยเป็นบ้านพักตากอากาศของคุณหมอท่านหนึ่งที่ทำเอาไว้ ถ้าเขาอยู่ที่ผู้ใหญ่ 310 เย็นเด็ก 150 เย็นเด็กเล็กฟรีครับ เป็นอีกจุดถ่ายรูปที่เรียกว่าสวยมากให้บรรยากาศญี่ปุ่นมากๆ

 

 

แถมท้ายสำหรับคนที่อยากลองเมนูเด็ดท้องถิ่นของจังหวัดนางาซากิ ขอแนะนำเมนูที่มีชื่อว่า โทรุโกะไรสุ หรือมันก็คือข้าวคลุกซอสกินพร้อมกับซุปและสปาเก็ตตี้ ครับ สืบเนื่องจากในยุคสมัยเอโดะ ที่จังหวัดนางาซากินี้เป็นจังหวัดเดียวที่ติดต่อค้าขายกับคนต่างชาติเลยทำให้มีวัฒนธรรมที่ได้รับมาจากคนต่างชาติเยอะ ทำให้รับเอาวัฒนธรรมต่างๆเข้ามามากด้วย ตั้งแต่ เส้นสปาเก็ตตี้ การกินอาหารที่มีน้ำตาลใส่เยอะ บ้านเรือนและการก่อสร้างตึกที่ดูมีความยุโรปผสมอยู่ ก็บอกเลยว่าเป็นเมืองที่มีส่วนผสมที่ลงตัวและน้ำซุปที่กลมกล่อมเลยทีเดียวครับ

 

 

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคิวชูได้ที่

การท่องเที่ยวคิวชู (Kyushu Tourism Promotion Organization)

เว็บไซด์ภาษาไทย https://th.welcomekyushu.com/journey-through-kyushu/

เฟสบุ๊คภาษาไทย https://www.facebook.com/onsenislandkyushuth

เรื่องน่าสนใจ