/ Sponsored Article / 9 เสน่ห์สนามฟุตบอลของประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปยืนซักครั้ง

9 เสน่ห์สนามฟุตบอลของประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปยืนซักครั้ง

Photo: 利用者:健ちゃん [CC BY-sa 3.0] from commons.wikimedia.org/wiki/File:Shizuoka_Stadium_ECOPA.jpg

เชื่อว่าถ้าพูดถึงกีฬาฟุตบอลในญี่ปุ่นนั้น ทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าจะลีคญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับเอเชียและยังมีนักฟุตบอลขวัญไทยชาวไทยอีกหลายคนที่ได้มาค้าแข้งที่ลีคของญี่ปุ่นในขณะนี้ บอกเลยว่าด้วยความที่เป็นที่หนึ่งในเอเชียนี่เองค่ะ ทำให้เราจะเห็นมีสนามกีฬาใหญ่ๆทั้งแบบเฉพาะฟุตบอลและแบบเอนกประสงค์กระจายไปทั่วทั้งญี่ปุ่นเยอะมากๆเลยล่ะค่ะ ซึ่งเราก็ได้คัดเน้นๆเอาสนามแจ่มๆที่โดดเด่นเข้าตากรรมการมาทั้งหมด 9 แห่งด้วยกัน จะมีที่ไหนบ้างนั้นตามชมกันด่วนๆเลยจ้า ส่วนใครสนใจจะติดตามผลบอล(shotongoal.com/ผลบอล/)ก็ไปที่เว็บนี้ได้เลยจ้า www.shotongoal.com

 

1. ซัปโปโร โดม

Photo by Yumemi.K from commons.wikimedia.org/wiki/File:Sapporo_Dome_001.jpeg [CC by 2.0]

ซัปโปโร โดม สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร ด้วยความจุคนดูมากถึง 40,000 กว่าคน เรียกได้ว่าเป็นสนามที่นอกจากจะใช้สำหรับฟุตบอลแล้วนั้น ยังจะรองรับการใช้งานอีกหนึ่งกีฬายอดฮิตของญี่ปุ่นอย่างเบสบอลด้วยนะคะ ความพีคมันอยู่ที่ตัวสนามมีกลไกที่สามารถสับเปลี่ยนพื้นของสนามทั้งสองชนิดกีฬาได้อีกต่างหาก โดยเทคโนโลยีนี้ถือว่าที่นี่เป็นที่แรกที่ในโลกที่นำมาใช้เลยนะคะ ไม่เพียงเท่านั้นยังจะมีเทคโนโลยีอันทันสมัยที่ใส่มาเป็นออฟชั่นของที่นี่อีกหลายอย่าง คิดดูว่าขนาดการเก็บที่นั่งยังเป็นแบบอัตโนมัติและไม่ห่วงเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนเพราะเป็นโดมเอนกประสงค์ที่รองรับสภาพอากาศทุกฤดูกาลอีกด้วย

 

 

2. สนามกีฬาโออิตะ

Photo by Waka77 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Ooita_Stadium20090514.jpg [CC by-sa 3.0]

สนามกีฬาโออิตะ หรือที่มีอีกชื่อว่า “สนามกีฬาน้ำมันคีวชู ( Kyushu Oil Dome)” ตั้งอยู่ที่เมืองโออิตะ บนเกาะคีวชู ซึ่งที่นี่นั้นถือว่าเป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ที่ทันสมัยสุดๆของเมืองและอาจติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าทำไมถึงมีอีกชื่อว่าสนามกีฬาน้ำมันคีวชู นั่นก็เพราะซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัทน้ำมันคีวชูนั่นเองล่ะค่ะ โดยสนามแห่งนี้บอกเลยว่าแลดูทั้งล้ำทั้งเริ่ดแบบสุดๆจากการออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียง คิโช คูโรคาวา และสร้างโดยเคทีกรุ๊ป, ทาเคนากา คอร์โปเรชัน แม้ว่าตัวสนามจะรองกฃรับกิจกรรมได้ค่อนข้างหลากหลาย แต่เอาจริงๆแล้วหลักๆเลยก็จะเป็นสนามแข่งขันฟุตบอลนี่หล่ะค่ะ ที่สำคัญยังจะเป็นสนามหลักของสโมสรเจลีก ที่ชื่อโออิตะทรินิตาอีกด้วยนะคะ บอกเลยขนาดเห็นด้านนอกยังว้างขนาดนี้ด้านในจะเจ๋งขนาดไหน

 

 

3. สนามกีฬาไซตะมะ 2002

Photo by Spitfireap from commons.wikimedia.org/wiki/File:Saitama_Stadium_Panorama.jpg [CC by-sa 3.0]

สนามกีฬาไซตะมะ 2002 หรือที่ปกติแล้วจะเรียกกันสั้นๆแค่ว่า “สนามกีฬาไซตะมะ” (埼玉スタジアム, Saitama Sutajiamu) หรือ ไซสึตะ (埼スタ, Saisuta) สนามแห่งนี้เรียกว่ารวมความเป็นที่สุดไว้หลายอย่างทั้งเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น และถือว่าเป็นสนามเฉพาะฟุตบอลที่ใหญ่อลังที่สุดแล้วในเอเชียด้วยล่ะค่ะ สนามของที่นี่จะใช้หญ้าธรรมชาติล้วนๆกว้างหกสิบแปดเมตร และยาวหนึ่งร้อยห้าเมตร ความจุก็บอกเลยว่าได้มากถึง 63,700 ที่นั่ง สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบทั้งคนปกติรวมไปถึงคนพิการด้วยนะคะ แถมยังเป็นเพียงไม่กี่สนามในเอเชียที่ผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ จอที่ถ่ายทอดด้านในก็ขนาดใหญ่ยักษ์ ด้วยความที่เป็นสนามขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียนี่แหล่ะค่ะที่ทำให้ได้รับเลือกให้เป็นที่จัดแข่งฟุตบอลนัดเหย้าของทีมชาติญี่ปุ่นนัดสำคัญบ่อยมาก ตัวชื่อที่ห้อยท้ายด้วยปี 2002 ก็มาจากการที่วัตถุประสงค์การสร้างจริงๆแล้วเพื่อฟุตบอลโลก 2002 โดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้สนามแห่งนี้ได้กลายมาเป็นสนามที่จัดหลายๆนัดของเจลีคของทีมอุระวะเรดไดเมินส์ (Urawa Red Diamonds) และโอมิยะอาร์ดีจา (Omiya Ardija)

 

 

4. สนามกีฬาแห่งชาติโยโกฮามา

Photo by WAKA77 from commons.wikimedia.org/wiki/File:NISSANSTADIUM20080608.JPG [CC by-sa 3.0]

สนามกีฬานานาชาติโยะโกะฮะมะ (横浜国際総合競技場) หรือรู้จักกันอีกชื่อว่า “นิสสันสเตเดียม” (日産スタジアム) นับเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในโยะโกะฮะมะ จังหวัดคะนะงะวะ โดยที่นี่นั้นได้ชื่อว่าเป็นสนามที่มีความจุมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งสามารถจุคนได้มากถึง 72,327 ที่นั่งเลยนะคะ บอกเลยว่าเยอะมากๆ ที่สำคัญสนามแห่งนี้ยังเคยเป็นหนึ่งที่ใช้จัดแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 และเป็นสนามในรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างบราซิล กับเยอรมนีในปี 2002 อีกต่างหาก อีกทั้งยังจะเป็นหนึ่งในสนามที่จะใช้งานโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 2020 รวมทั้งบางทีอาจจะได้เป็นสถานที่แข่งรักบี้ลีกชิงแชมป์โลก 2019 อีกด้วย ทำให้คอลัมน์ฟุตบอล(shotongoal.com/columns/)หลายๆแห่งยกให้เป็นหนึ่งสนามที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เหล่าคุณผู้ชายที่รักฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจเลยล่ะค่ะ

 

 

5. สนามชิซึโอกะ

Photo by WAKA77 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Ecopa030304.jpg [CC by-sa 3.0]

สนามชิซึโอกะ หรือเรียกอีกชื่อว่า “Shizuoka ECOPA” ตั้งอยู่ภายในเมืองฟุกุโระอิ จังหวัดชิซุโอะกะ หลักๆแล้วที่นี่จะใช้สำหรับแข่งฟุตบอล รวมไปถึงกีฬาสำคัญๆของเมืองก็ต้องมาจัดที่นี่เลยล่ะค่ะ โดยจะมีความจุอยู่ที่ประมาณ 50,889 ที่นั่ง เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของกีฬาของเมืองเลยก็ว่าได้ นอกจากความสวยสะอาดตา รูปลักด้านนอกที่ดูคลาสสิกแล้ว ตัวสนามเองก็มีขนาดใหญ่เอาเรื่องอยู่ แม้ดูว่าเมืองนี้จะไม่ได้ใหญ่มากมาย แต่สนามนี่คุณภาพคับแก้วจริงๆค่ะ

 

 

6. สนามนีงาตะ

Photo by DAI-nk from commons.wikimedia.org/wiki/File:Niigata-Stadium_20130804-04.JPG [CC by-sa 3.0]

สนามนีงาตะ หรือที่หลายๆคนจะรู้จักกันในชื่อ “Denka Big Swan” เอาจริงๆแล้วคนท้องถิ่นจะติดปากเรียกกันสั้นๆว่า “Big Swan”มากกว่านั่นเองค่ะ ที่นี่นั้นนับได้ว่าเป็นสนามประจำเมืองนีงะตะเลยก็ว่าได้ แถมยังเคยเป็นสนามแข่งขันในช่วงที่มีการจัดฟุตบอลโลกในปี 2002 ด้วยนะคะ ด้วยความจุของสนามอยู่ที่ประมาณ 42,300 ที่นั่ง และความที่เป็นสนามใหญ่ที่สุดของเมืองเลยจะเป็นสนามของทีมเจลีคอย่าง Albirex Niigataอีกด้วย เรียกว่าถ้ามีแมตสำคัญๆนอนว่าต้องจัดที่นี่ชัวร์ๆ นับว่าเป็นสนามของเมืองเล็กๆที่มาตรฐานจัดว่าสูงระดับโลกเลยล่ะค่ะ

 

 

7. ไอเอไอ สเตเดี้ยม นิฮอนไดระ

Photo by Barry Valder from commons.wikimedia.org/wiki/File:Nihondaira_Stadium_Shimizu_Looking_Towards_Mt._Fuji.JPG [CC by-sa 3.0]

ไอเอไอ สเตเดี้ยม นิฮอนไดระ(IAI Stadium Nihondaira) ตั้งอยู่อยู่ใกล้ๆ กับภูเขานิฮอนไดระ และไม่ห่างจากตัวเมืองชิซูโอกะมากนัก แม้ว่าจะไม่ได้ในเมืองซะทีเดียวแต่ก็เดินทางมาไม่ยากเลยล่ะค่ะ ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นสนามที่มีความฟินสูงมากๆ เพราะเป็นแบบเปิดโล่งไปทั้งแถบ อัฒจันทร์ จำนวน 4 ด้าน โดยไม่เชื่อมต่อกัน  ด้วยความที่อัฒจันทร์หลายๆด้านนั้นเป็นแบบโอเพ่นเปิดโล่งๆไม่มีหลังคา ทำให้เราสามารถองเห็นวิวรอบๆที่เต็มไปด้วยธรรมชาติสวยๆได้อย่างเต็มๆตา ยิ่งถ้าได้นั่งด้านบนในวันอากาศฟ้าโปร่งๆนี่สามารถมองเห็นวิวของภูเขาไฟฟูจิได้ด้วยล่ะค่ะ ซึ่งในแวดวงข่าวสารฟุตบอล(shotongoal.com/news/)ก็เรียกว่าเป็นสนามที่วิวให้ร้อยเต็มร้อยเลยล่ะค่า

 

 

8. อายิโนะโมะโต๊ะ สเตเดียม

Photo by yoppy from commons.wikimedia.org/wiki/File:Ajinomoto_Stadium_-_Tokyo_derby.jpg [CC by-sa 3.0]

อายิโนะโมะโต๊ะ สเตเดียม ตั้งอยุ่ภายในเมืองโตเกียว บอกเลยว่าหลายๆคนคงจะคุ้นหูกับสนามนี้มากๆ เพราะนอกจากจะเป็นสนามสำหรับฟุตบอลแล้วนั้น ที่นี่ยังจะมีทั้งกิจกรรมต่างทั้งกีฬาและด้านอื่นๆอีกมากมาย ที่คุ้นๆหูสาวๆนักช็อปปิ้งก็ตรงช่วงสุดสัปดาห์จะมีการจัดตลาดนัดของมือสองอยู่รอบๆด้านนอกของสนามนี่แหล่ะค่ะ สิ่งหนึ่งที่ทำให้สนามแห่งนี้แตกต่างไปจากสนามอื่นๆก็ตรงที่เป็นการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็น สามารถผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ได้เอง และสถาปัตยกรรมกรีนวอล อีกทั้งที่สนามแห่งนี้ยังจะเป็นสนามหลักของทีมฟุตบอลทีมโปรดของหลายๆคนอย่างโตเกียวเวลดี้อีกด้วยค่ะ

 

 

9. อาดิดาส ฟุตซอล ปาร์ค

Photo from Official Facebook Page facebook.com/pages/Adidas-Futsal-Park-渋谷/1976752909248297

อาดิดาส ฟุตซอล ปาร์ค ตั้งอยู่ในเขตชิบูย่า กรุงโตเกียวนี่เองค่ะ ที่ทำให้ที่นี่ไม่ธรรมดาก็ตรงที่สนามนั้นตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าชื่อดังในเขตชิบูย่า บอกได้คำเดียวว่าทั้งสวยและชวนเสียวกับความสูงไปพร้อมๆกันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งจุดประสงค์หลักๆในการสร้างที่นี่นั้นก็เพื่อจะเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่บอกให้ชาวโลกได้รู้ว่าทางญี่ปุ่นจะได้เป็นเจ้าภาพร่วมของการแข่งขัน “เวิลด์ คัพ 2002″นั่นแหละค่ะ คิดดูว่าสวยจนได้เป็นฉากหนังดังอย่าง The Fast and the Furious: Tokyo Drift มาแล้วด้วยนะเออ จริงๆกลางวันก็ว่าสวยแล้วนะคะ แต่ตอนกลางคืนนี่บอกเลยว่าวิวดีงามแบบสุดๆ เหมือนได้มาสนามบอลพร้อมๆกับได้ชมวิวสวยๆไปในตัวอะไรประมาณนั้น

 

 

เพื่อนๆคงจะพอเห็นภาพกันบ้างแล้วว่า ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีสนามฟุตบอลที่น่าสนใจหลายแห่ง ที่แฟนบอลตัวจริงควรจะลองไปเยือนกันดูซักครั้ง ส่วนใครอยากจะติดตาม ตารางบอล (shotongoal.com/ตารางบอล/) หรือ ไฮไลท์ฟุตบอล (shotongoal.com/highlights/ )ต่างๆจากทั่วโลกก็สามารถติดตามกันได้ที่เว็บนี้ www.shotongoal.com เลยจ้า

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ