/ ชูโกกุ(Chugoku) / ยามากูจิ(Yamaguchi) / อิวาคูนิ(Iwakuni) / สะพานคินไตเคียว Kintai-Kyo Bridge

สะพานคินไตเคียว Kintai-Kyo Bridge

ที่เที่ยวแนะนำ

ที่เที่ยวแนะนำ เป็นจุดชมซากุระที่ขึ้นชื่อ
  สะพานคินไตเคียว ที่ตั้งอยู่ในเมืองอิวาคูนิ(Iwakuni) เป็นสะพานติดอันดับ 1 ใน 3 สุดยอดสะพานไม้โบราณในประเทศญี่ปุ่น(top 3 arch bridges) ควรค่าแก่การมาเยี่ยมเยือน  

สะพานคินไตเคียว(Kintai-kyo Bridge)ตั้งอยู่ภายในเมืองอิวาคูนิ(Iwakuni)ของจังหวัดยามากูจิ(Yamaguchi) สะพานคินไตเคียวนับเป็น1 ใน 3 สะพานที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ติดร่วมกับสะพานชินเคียว(Shinkyo Bridge)ที่เมืองนิกโก้ และสะพานซารุฮาชิ(Saru-hashi Bridge)ที่โอสึกิ โดยจะเป็นสะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำนิชิกิ(Nishiki River)และพุ่งตรงไปยังปราสาทอิวาคูนิ(Iwakuni Castle) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำนั่นเองค่ะ ซึ่งถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์มากๆและมีชื่อเสียงสุดๆของเมืองเชียวนะคะ และที่ทำให้ว้าวมากๆก็ตรงวิธีการก่อสร้างสะพานนี่แหล่ะค่ะ เพราะเป็นการใช้วิธีสร้างแบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว แม้ว่าภายหลังจะถูกทำลายไปหากก็มีการก่อสร้างใหม่โดยใช้วิธีการเดิมจึงกลับมาไฉไลยิ่งกว่าเก่า ที่สำคัญเรียกได้ว่าจะมาฤดูไหนก็ต้องประทับใจกันแน่ๆ เนื่องจากที่นี่ขึ้นชื่อว่าสวยงามตลอดทั้งปี จะช่วงซากุระนี่รอบๆก็บานสะพรั่งทั้งสองฝั่งทาง จะช่วงใบไม้แดงที่ก็แลดูรายล้อมสะพานเต็มไปหมด สวนช่วงหน้าร้อนก็รายล้อมด้วยป่าไม้เขียวชอุ่มงดงามดังภาพฟันเลยล่ะค่ะ

ก่อนหน้าที่จะเป็นสะพานที่สวยงามอย่างในปัจจุบันนั้นก็มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างยาวนานไม่ใช่น้อยๆเกี่ยวกับสะพานหลายๆอย่างเลยนะคะ ซึ่งสะพานแห่งนี้เนี่ยผ่านอะไรมาเยอะมากๆกว่าจะถูกบูรณะที่เห็นอย่างในปัจจุบันก็ถูกละเลยมานานถึง 400 ปีกันเลยทีเดียว แต่ผู้ที่บูรณะก็เป็นเหล่าชาวบ้านที่รวมตัวกันนั่นเอง เรื่องราวต่างๆของสะพานเริ่มจากการที่แผนการก่อสร้างสะพานแรกเริ่มเลยนั้นมีการล้มเลิกเมื่อครั้งที่ถูกกระแสน้ำในแม่น้ำนิชิกิทำลายลงในครั้งแรก หลังจากนั้นจึงได้มีแผนการสร้างสะพานที่แข็งแรงกว่าเดิมโดย Kikkawa Hiroyoshi ขุนนางศักดินาที่ 3 ของเมืองอิวาคุนิ โดยที่จะมีทั้งความแข็งแรงและใหญ่กว่าเดิมตัวสะพานมีความยาว 193 เมตร แต่ละโค้งกว้าง 5 เมตร และวงโค้งบนสุดสูงจากแม่น้ำประมาณ 12 เมตร หลังจากที่สะพานสร้างเสร็จในปี 1673 ยังคงสภาพเดิมจนมีอายุถึงปี 1950 จึงถูกพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงพัดถล่ม ในระหว่างนั้นญี่ปุ่นอยู่ในช่วงสงคราม การบำรุงรักษาสมบัติที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมก็ถูกละเลย เพียงแต่หลังจากผุพังไปตามกาลเวลาที่ไม่ได้รับการดูแลมากนานเป็นร้อยๆปีชาวบ้านก็เริ่มทำการฟื้นฟูสะพานที่เป็นหัวใจของเมืองขึ้น เสร็จสมบูรณ์ในปี 1953  เมื่อก่อนนี้การมาสะพานไม่ได้มีค่าใช้จ่ายอะไรหรอกนะคะ เพียงแต่ที่เร็วๆนี้สะพานคินไตเคียวได้รับการบูรณะเป็นครั้งแรกหลังจากที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม ปี 2004 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 2 ร้อยล้านเยน จึงทำให้ต้องมีการเก็บค่าเข้าเพื่อเป็นการบำรุงรักษาตัวสะพานและย้อนกลับไปสู่ภาครัฐไปในตัว แต่ก็ไม่แพงเลยค่ะเพียงแค่ ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 150 เยนเท่านั้น ราคาดีงามดีต่อกระเป๋าสตางค์เลยทีเดียว

 

 

การเข้าชม

ค่าเข้าชม: เดินผ่านสะพานไป-กลับ ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 150 เยน

ตั๋วรวม ค่าเดินผ่านสะพาน+เคเบิ้ลคาร์ขึ้นปราสาท+เข้าชมปราสาท ผู้ใหญ่ 940 เยน เด็ก 450 เยน
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
วันปิดทำการ: เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง

1. จากสถานีอิวาคูนิ (Iwakuni Station) ถึง สถานีคินไตเคียว (Kintai-kyo bus stop) ใช้เวลา 20 นาที ค่ารถบัส 250 เยน (บัสจะออกทุกๆ 5-15 นาที)


2. จากสถานีชินอิวาคูนิ (Shin-Iwakuni Station) ถึง สถานีคินไตเคียว (Kintai-kyo bus stop)
ใช้เวลา 15 นาที ค่ารถบัส 290 เยน (บัสจะออกชั่วโมงละ 2-3 คัน)

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก