/ รวมแพลนเที่ยวญี่ปุ่น / แผนเที่ยวโตเกียว โอซาก้า 7 วัน 6 คืน ด้วยตัวเอง ควบ 2 เมืองใหญ่สุดฮิตของญี่ปุ่น

แผนเที่ยวโตเกียว โอซาก้า 7 วัน 6 คืน ด้วยตัวเอง ควบ 2 เมืองใหญ่สุดฮิตของญี่ปุ่น

เชื่อเลยว่าถ้าคิดถึงญี่ปุ่นแล้วละก็เมืองใหญ่ที่คนส่วนมากจะนึกถึงต้องไม่พ้น โตเกียว(Tokyo) และ โอซาก้า(Osaka) แน่นอน เพราะทั้งสองเมืองนี้ ทั้งที่เที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง อาหารการกินครบครันครบเครื่องแบบสุดๆ สำหรับคนมีเวลาน้อย แต่อยากเที่ยวให้ครบทั้งสองเมืองฮิตเลย ในเวลาอยู่แค่ 7 วัน 6 คืน จะได้มั้ย ก็ไม่ต้องห่วงไปกัน เพราะเราได้จัดโปรแกรม เที่ยว กิน ช้อป เน้นที่ฮิตควบทั้งสองเมืองดังของญี่ปุ่น เป็นแพลนเที่ยว โตเกียวกับ โอซาก้า ภายใน 7 วัน 6 คืน ที่รับรองว่าต้องเป็นหนึ่งในทริปที่ฟินเวอร์ไม่รู้ลืม

 

โดยปกติแล้ว สายการบินจากเมืองไทยมักจะไปลงที่สนามบินนาริตะของเมืองโตเกียวเราเลยจะแนะนำแผนเที่ยวเริ่มจากที่เมืองโตเกียกันก่อนแล้วค่อยนั่งรถไฟไปต่อที่เมืองโอซาก้า แต่ถ้าใครจะนั่งไปลงสนามบินคันไซของโอซาก้าแล้วค่อยไปเที่ยวโตเกียวก็ไม่ว่ากัน ก็แค่สลับโปรแกรมในแต่ละวันแค่นั้นเอง

 

▌วันที่ 1

ย่านอาซากุสะ

มาถึงเมืองโตเกียวกันตอนเช้า ก็เริ่มเที่ยวกันเลย วัดอะไรกันที่มาโตเกียวแล้วต้องมาปักหมุดไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง แน่นอนว่าต้องเป็น “วัดเซ็นโซจิ” หรือวัดโคมแดงอันแสนโด่งดังในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาโตเกียวทั้งทีไม่ได้มาถ่ายตรงโคมแดงยักษ์ด้านหน้าประตูนี่เหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง โดยวัดแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีความเก่าแก่มากที่สุดของโตเกียว ความงดงามนี่ไม่ต้องพูดถึงงานดีมีคุณภาพ อีกทั้งด้านหน้ายังมีแหล่งช็อปปิ้งให้ได้เดินช็อปกันแบบเพลินๆ การเดินทางนั่งรถไฟสาย Ginza Line หรือ Asakusa Line ลงสถานี Asakusa เดินประมาณ 8 นาที

หากต้องการชมวิวทิวทัศน์เมืองโตเกียวงามๆก็ต้องมายังโตเกียวสกายทรี แลนด์มาร์คแห่งใหม่ล่าสุดของเมือง ที่อยู่ท่ามกลางแหล่งช็อปปิ้งมากมายใจกลางเมือง ด้วยความสูงถึง  634 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ถ้าแค่ชมวิวยังไม่จุใจก็สามารถเดินไปชมสัตว์น้ำน้อยใหญ่แสนน่ารักได้ที่อควอเรียมหรือเดินเลือกซื้อของฝากเบาๆได้อีกต่างหาก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในโตเกียวสกายทรีทั้งหมดทั้งมวล การเดินทางนั่งรถไฟสาย Tobu Isesaki Line ลงที่สถานี Tokyo Skytree แล้วเดินประมาณ 5 นาที หรือถ้าใครอยากจะเดินชิลๆไม่เร่งรีบก็สามารถเดินจากวัดอาซากุซะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีได้

ย่านอุเอโนะ

ย่านอุเอโนะ

Photo: Danny Choo [CC BY-sa 2.0] from flickr.com/photos/dannychoo/4941376519

ถ้าใครชอบดูสัตว์น่ารักๆแนะนำว่าต้องต่อมาที่สวนอุเอโนะ สวนสัตว์แห่งนี้อาจไม่ได้ใหญ่โตอลังการจนเดินทั้งหมดไม่หมด แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าเดิน แถมยังมีเจ้าแพนด้าตัวอ้วนปุ๊กไว้เรียกแขกให้มาชมความน่าเอ็นดู พร้อมทัพความน่ารักของเหล่าสัตว์อีกมายไม่ว่า เสือโคร่ง หมีขาว และกอริลล่าเป็นต้น การเดินทางนั่งรถไฟสาย Ginza Line หรือ Hibiya Line ลงที่สถานี Ueno เดินประมาณ 10 นาที หรือถ้ามีเวลาเหลือๆก็สามารถมาเดินเล่นหรือนั่งพักได้ที่สวนสาธารณะอุเอโนะที่เดินมาจากสวนสัตว์ได้ในเวลา 4 นาที แล้วไปช็อปปิ้งของกิน ของใช้ต่อได้ที่ ตลาดอะเมโยโกะ ที่ตั้งอยู่ระหว่าง สถานี และสถานี Okachimachi

 

 

▌วันที่ 2

เปิดวันที่สองด้วยการไปหาอะไรอร่อยกินกันที่ตลาดปลาซึกิจิ ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ติดอันดับโลกรับรองว่าปลาสดๆ และร้านอาหารขายซาชิมิ ซูชิ หรือข้าวหน้าปลาดิบต่างๆนี่สดสุดๆแล้ว แต่ถ้าจะอยากเก็บบรรยากาศตลาดเก่าต้องรีบกันนิดนึงเพราะจะย้ายไปตลาดปลาแห่งใหม่ที่ใช้ชื่อว่า โทโยสุ ที่ตั้งอยู่บนเกาะโอไดบะของโตเกียวนี่แหล่ะวันที่ 11 ตุลาคม 2018 โดยตลาดเก่าดั้งเดิมจะขายจนถึงวันที่  6 ตุลาคมนี้เท่านั้น การเดินทางนั่งรถไฟสาย Hibiya Line ลงสถานี Tsukiji เดินประมาณ 5 นาที

ต่อด้วยมาสัมผัสกับความเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีและอนิเมะในย่านอากิฮาบาระ เครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอเล็กทรอนิกส์มาซื้อตรงแถวย่านนี้นี่มีให้เลือกเยอะสุดแล้วในโตเกียว ที่หากมองหาสินค้าอนิเมะน่ารักๆละก็มาย่านนี้ไม่มีคำว่าผิดหวังร้านค้านี่เรียงกันเป็นตับ แถมยังมีคาเฟ่เมดให้ได้สัมผัสความรู้สึกเป็นนายท่าน ที่มีสาวๆแต่งตัวแนวเมดมาให้เป็นอาหารตา พร้อมเติมกระเพราะด้วยอาหารและขนมที่มีให้เลือกแบบครบครัน การเดินทางนั่งรถไฟสาย Ginza Line ลงที่สถานี Suehirocho เดินประมาณ 5 นาที

Photo: IQRemix [CC BY-sa 2.0] from flickr.com/photos/iqremix/17806976882/

ชิบูย่า

ชิบูย่า

เย็นๆเป็นเวลาของการเดินทางของกินและแวะช็อปปิ้งที่ต้องมาจัดด่วนๆก็คงต้องย่านชิบุย่า  ที่จะได้มาดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นเมืองใหญ่ของโตเกียวที่ 5 แยกชิบุย่า พร้อมสาวๆจะได้เดินเลือกซ้อปเสื้อผ้า สินค้าแฟชั่นอีกนานาชนิด การเดินทางนั่งรถไฟ Hanzomon Line, Fukutoshin Line หรือ Ginza Line ลงสถานี Shibuya เดินออกมาปุ๊บก็จะเจอเลย หากยังอยากจะเดินต่ออีกซักนิดก็แนะนำให้แวะไปย่านชินจูกุ(Shinjuku) อีกหนึ่งย่านช้อปปิ้งชื่อดังของญี่ปุ่น ก็นั่งไปลงที่สถานีรถไฟชินจูกุกันได้เลย มีของกินของใช้ให้เลือกเดินกันเยอะแยะไม่หวาดไม่ไหว

 

 

▌วันที่ 3

โตเกียวดิสนีย์แลนด์

photos by fortherock from commons.wikimedia.org/wiki/File:Disneyland_Tokyo.jpg(cc by 2.0 )

โตเกียวดิสนีย์ซี

photos by Public Domain Photography from flickr.com/photos/publicdomainphotography/34861405203(cc by 2.0 )

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอทของโตเกียวที่หลายคนใฝ่ในถึงก็คือ “โตเกียว ดิสนีย์แลนด์(Tokyo Disneyland)” สนุกสนานกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะกว้างขวางมากๆ ใช้เวลาเดินวันนึงยังไม่รู้ว่าจะเก็บหมดรึเปล่า โดยจะแบ่งเป็น 7 โซนหลัก เครืองเล่นใหม่ๆน่าจัดก็มีเยอะแต่คิวจะยาวประมาณนึงเลย ซึ่งจะมีธีมพาร์ค “โตเกียวดิสนีย์ซี(Toyko Disneysea)” ที่แบ่งเป็น 7 โซนแยกออกมาอีกทีซึ่งแนะนำว่าควรจะเลือกก่อนว่าจะไปที่ไหน เพราะวันเดียว 2 ที่ไม่ได้แน่ๆ แนะนำว่าถ้ามีแพลนจะเก็บเครื่องเล่นให้ได้เยอะควรซื้อบัตร Fast Pass มาเป็นตัวช่วยย่นระยะเวลารอคิวได้มากเลยทีเดียว ที่สำคัญต้องรอชมโชว์และขบวนพาเรดที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างมากไม่ดูนี่พลาดแบบที่สุด อย่างพาเรดเนี่ยจะมี 2 รอบต่อวันประมาณบ่ายและเย็น ถ้ามาช่วงเทศกาลพิเศษๆก็อาจมีเพิ่มเติมอีก ที่นี่เรียกว่ามาควรมาตั้งแต่เช้าแบบเปิดปุ๊มาปั๊บเลยยิ่งดี เชื่อเลยว่าเพลินไปจนเย็นแน่ ถ้ากลัวจะหิวก็ไม่ต้องห่วงอาหารการกินร้านค้ามีให้เลือกเพียบไม่มีอด ขอแค่เตรียมร่างกายให้พร้อมและเตรียมตัวมาดีๆก็พอ การเดินทางง่ายสุดคือตั้งต้นที่สถานี Tokyo นั่งรถไฟสาย Keiyo line หรือ Musashino line มาลงที่สถานี Maihama เดินประมาณ 6 – 8 นาทีถึง

 

 

 

▌วันที่ 4

Photo: Ari Helminen [CC BY 2.0] from flickr.com/photos/picsoflife/6468548225/

เมื่อเต็มอิ่มกับโตเกียวแล้วก็ถึงเวลาไปลั้นลาต่อที่เมืองโอซาก้า(Osaka) ซึ่งวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุดที่อยากแนะนำก็คือ รถไฟชินคังเซ็น จากสถานี Tokyo ไปยัง สถานี Osaka ใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 3 ชั่วโมง ถ้ารถไฟแบบอื่นๆก็จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง หลังเดินทางไปเก็บของที่พักก็เที่ยวต่อกันเลยเริ่มที่ปราสาทโอซาก้า(Osaka Castle) แลนด์มาร์คห้ามพลาดของเมืองโอซาก้า ตัวปราสาทที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมตั้งตระหง่านท่ามกลางตึกสูงที่ดูแล้วให้ความรู้สึกแต่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากก็ดูกลมกลืนกันอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมทั้งสามารถพักเหนื่อยได้ที่สวนนิชิโนมารุที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของปราสาท การเดินทางลงสถานี Morinomiya เดินประมาณ 19 นาที

โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Osaka_Dotonbori_Ebisu_Bridge.jpg( cc by 3.0 )

โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Dotonbori,_Osaka.jpg( cc by 3.0 )

แน่นอนว่านึกถึงโอซาก้าแล้วไม่นึกถึงอาหารท้องถิ่นอร่อยๆได้ยังไง ดังนั้นไม่ควรพลาดมายัง ย่านโดทงโบริที่ตลอดทั้งสองฝั่งทางเรียงรายได้ด้วยอาหารเลิศรส ทั้งโอโคโนมิยากิและทาโกยากิรับรองว่าลองร้านไหนอร่อยร้านนั้น ที่สำคัญแวะมาเช็กอินที่ป้ายไฟกูลิโกะสัญลักษณ์สำคัญที่ต้องมาเก็บภาพซักนิด ช่วงกลางคืนย่านนี้ก็นับว่าคึกคับมากๆเดินเพลินเป็นที่สุด

 

 

▌วันที่ 5

Photo by L1NDUS from flickr.com/photos/l1ndus/32622229453/ [CC by 2.0]

Photo by David Woo from flickr.com/photos/mckln/3134811414/ [CC by-nd 2.0]

Photo by L1NDUS from flickr.com/photos/ankurp/34864615104/ [CC by 2.0]

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงรักแฮรี่ พอตเตอร์แล้วละก็ สวนสนุกยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน นี่จะพลาดได้ยังไง โดย The Wizarding World of Harry Potter ที่แทบจะจำลองโลกเวทมนตร์มาแบบถอดจากหนังสือเป๊ะๆ ยิ่งได้แต่งตัวเป็นพ่อมดหรือแม่มดเดินนี่ยิ่งอิน ร้านของที่ระลึกนี่ก็จัดเต็มของมีให้เลือกเยอะมากๆแต่ราคาก็แรงมากเช่นกัน ล่าสุดมีการเปิด Minions Park ที่ยกขบวนเหล่า Minions มาให้สวกได้ฟินกันเป็นแถบๆ ถ้ามีแพลนจะมาที่นี่แล้วละก็ต้องยกให้ทั้งวันให้เลย เพราะมีให้เดินกับแบบจุใจมากถึง 15 โซน เครื่องเล่นที่เรียกว่าฮอทที่สุดใหม่สุดต้องนี่เลย “The Flying Dinosaur” แนะนำสำหรับคนที่ไม่อยากเสียเวลารอคิวยาวๆให้ซื้อบัตร USJ Express Pass เสริม จะดีที่สุด กลางคืนนี่ก็ยังมี Magical Starlight Parade ขบวนพาเรดเหล่าคาเรกเตอร์การ์ตูนดังๆสุดยิ่งใหญ่ประดับไฟอย่างอลังมาให้ได้ชมกันอีก การเดินทางนั่งรถไฟสาย JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี  Universal City เดินต่ออีกประมาณ 5 นาที

 

 

 

▌วันที่ 6

Photo from Official cupnoodles-museum.jp

Photo from Official cupnoodles-museum.jp

จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถมีบะหมี่สำเร็จรูปของเราเอง ถ้าอยากมีซักถ้วยแล้วก็ไม่ยากเลยแค่มาที่ “พิพิธภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป” ก็สามารถเลือกน้ำซุปรสติที่ใช่ เครื่องที่ชอบ แถมยังสามารถเพ้นท์ถ้วยได้ตามแต่ใจอีกตั้งตาก โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นของผู้ก่อตั้งบะหมี่สำเร็จรูปแบรนด์นิชชิน ที่ได้สร้างที่นี่ขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วๆไปได้เรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมาของเจ้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทีฮิตตลอดกาลตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันก็ยังมีมนตร์ขลังไม่เสื่อมคลายไปตามกาลเวลา อีกทั้งยังมีเปิดให้ดูกรรมวิธีขั้นตอนการทำเส้นให้ได้เห็นกันแบบใกล้ชิด แนะนำว่าควรทำการจองคอร์สการทำบะหมี่ล่วงหน้าแล้วมุ่งมาทำก่อนเลยอันดับแล้ว เพราะต้อรอเป็นชั่วโมงกว่าทุกขั้นตอนจะเสร็จ ยิ่งคนเยอะนี่ยิ่งนานเข้าไปใหญ่ แล้วค่อยไปเดินชมโซนอื่นๆระหว่างรอเพลินๆ การเดินทางนั่งรถไฟสาย Hankyu-Takarazuka Line ลงสถานี Ikeda ทางออก Masumi-cho Homen เดินต่ออีกประมาณ 6-7 นาที

Photo by MIKI Yoshihito from flickr.com/photos/mujitra/8958812559/ [CC by 2.0]

Photo by Bong Grit from flickr.com/photos/bonguri/3738114285/ [CC by-nd 2.0]

ตกบ่ายนแนะนำให้ไปเที่ยวสวนสัตว์น้ำโอซาก้า หรือโอซาก้า ไคยูคัง(Osaka Aquarium Kaiyukan) ที่เป็นอความเรี่ยมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีสัตว์น้ำมากมายหลายชนิดให้ดูรวมทั้งปลาฉลามวาฬเจ้ายักษ์แห่งท้องทะเลที่แสนจะน่ารักด้วย การเดินทางง่ายๆเพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Osakako Station [Chuo subway line]

ตกเย็นแนะนำให้ไปเที่ยวชมวิวงามๆเมืองโอซาก้าที่หอคอยซึเทนคาคุที่มาช่วงเย็นใกล้ๆค่ำจะปังสุด โดยสามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่ชั้น 4-5  ซึ่งพิเศษตรงชั้น 4 ที่สามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศาพร้อมมาแวะช็อปปิ้งกลูลิโกะที่บางรุ่นก็มีขายเฉพาะที่เท่านั้น และยังสามารถเดินเที่ยวชมแสงสียามค่ำคืนหลากสีสันที่ย่านชินเซไกที่อยู่รอบๆหอคอยซึเทนคาคุ แถวนี้จะมีร้านแนวดื่มกันที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นให้ลอมานั่งกินดื่มกับแบบชิลล์ๆ การเดินทางนั่งรถไฟสาย Nankai Line ลงที่สถานี Shin-Imamiya เดินประมาณ 8 นาที

 

 

 

▌วันที่ 7

Photo by aya matsu from flickr.com/photos/[email protected]/25554657936/ [CC by-sa 2.0]

ปิดท้ายวันสุดท้ายด้วยการไปขอพรให้โชคดีที่ศาลเจ้าโอซาก้าเทมมังงุ ศาลเจ้าแห่งนี้นับว่ามีความเก่าแก่อย่างมากเพราะมีอายุเป็นพันปีแล้ว ที่นี่เด่นๆมากเรื่องการขอพรด้านการสอบต่างๆกับเทพเจ้าถ้ามีการสอบที่อยู่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วละก็ลองมาขอพรดูซักครั้ง ดูได้จากจำนวนนักเรียน-นักศึกษา รวมไปถึงคนที่มีเป้าหมายในการสอบเข้าที่ต่างๆที่ส่วนมากมาขอพรที่นี่มักจะสมหวัง ที่พลาดไม่ได้เลยถ้ามาในช่วงวันที่ 24 และ 25 กรกฎาคมของทุกปี ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้มีการจัดเทศกาลเทนจินที่ยิ่งใหญ่ติดหนึ่งในสามของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นการเที่ยวปิดท้ายทริปเบาๆก่อนที่จะเดินกลับในวันนี้ การเดินทางมาที่นี่สามารถนั่งรถไฟสาย Sakaisuji Subway Lines ลงที่สถานี Minamimorimachi Station เดินต่ออีกประมาณ 6-7 นาที

จากนั้นก็เตรียมตัวนั่งรถไฟกลับโตเกียวแล้วไปสนามบินเพื่อกลับเมืองไทยในช่วงเย็น

 

 

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ