/ โทโฮคุ(Tohoku) / มิยางิ(Miyagi) / เซนได(Sendai) / สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park)

สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park)

Photo by Kimon Berlin from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tsutsujigaoka_Park_in_the_cherry_blossom_season.jpg [CC by 2.0]

เป็นจุดชมซากุระที่ขึ้นชื่อ
  ช่วงกลางเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม  

สวนทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Park) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเซ็นได เดินทางสะดวกเนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Station) และสถานีรถไฟเซ็นได (Sendai Station) นับเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดของเมืองเซ็นได จากการที่มีต้นซากุระสายพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ(Somei Yoshino)มากกว่า 1,000 ต้น ซึ่งเวลาถึงฤดูใบไม้ผลิทีก็จะเต็มไปด้วยสีน้ำพูอ่อนบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ อีกจุดไฮล์หนึ่งที่ห้ามพลาดคือ”ดอกทสึทสึจิ (Tsutsuji)” ที่จะมีสีชมพูเข้มนับหมื่นต้นที่จะบานช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นกัน จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หากมาเยือนยังเมืองเซ็นไดแล้วไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

Photo by Sendai Blog from commons.wikimedia.org/wiki/File:Cherry_blossoms_in_the_Tsutsujigaoka_Park.jpg [CC by 2.0]

พื้นที่ของสวนแห่งนี้มีมากถึง 110,000 ตารางเมตร ทำให้สามารถชมความงามของซากุระและดอกทสึทสึจิได้อย่างละลานตา ว่ากันว่าต้นทสึทสึจิที่เก่าแก่มีอายุ  800 – 1,000 ปีเลยทีเดียว บางต้นก็สูงกว่า 5 เมตร อีกทั้งยังมีอุโมงค์ต้นทสึทสึจิที่สวยงามและเป็นอีกจุดยอดนิยมสำหรับถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ช่วงปีที่ก่อตั้งของสวนสวนทสึทสึจิงะโอคะไม่มีระบุไว้อย่างแน่ชัดมีตำนานเล่าว่า เจ้าเมืองเซนไดรุ่นที่ 4 ดาเตะ ซึนะมุระ นำซากุระสายพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ(Somei Yoshino)จากกรุงโตเกียวมาปลูกยังสวนแห่งนี้ หากช่วงสงครามและอายุขัยของต้นไม้ก็ทำให้ต้นซากุระลดจำนวนลงเรื่อยๆ ภายหลังจึงมีความพยายามที่จะพื้นฟูและทำให้กลายเป็นจุดชมซากุระของเมืองเซ็นได จึงทำการปลูกเพิ่มขึ้นจนมีจำนวนมากอย่างทีเห็นในปัจจุบัน และกลายเป็นสถานที่ชมซากุระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น

Photo by Tomoyuki Kawashima from flickr.com/photos/tomo908us/5626038144 [CC by 2.0]

นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องซากุระแล้วนั้น ที่นี่ก็ยังมีชื่อเสียงเรื่องจุดชมดอกทสึทสึจิเช่นเดียวกัน โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่กลางเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม จะมีการจัด “เทศกาลทสึทสึจิ” จะมีการเก็บค่าเข้าชมเฉพาะช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเพราะยังเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ไปพร้อมๆกับดอกทสึทสึจิ ทำให้เห็นเป็นสีชมพูอ่อนสลับเข้มเต็มพื้นที่ไปหมด ซึ่งนอกจากจะมานั่งชมดอกทสึทสึจิและซากุระแล้วนั้น ยังมีร้านอาหารที่จะจำหน่ายอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ รวมทั้งขนมที่จะมีเฉพาะช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็น ซอฟครีมซากุระเนื้อนุ่มสีชมพูอ่อน หรือ ไทยากิซากุที่พิเศษตรงแป้งจะเป็นสีชมพู ให้ได้ลิ้มลองรสชาติแห่งใบไม้ผลิที่แท้จริงอีกด้วย

Photo by TANAKA Juuyoh (田中十洋) from flickr.com/photos/tanaka_juuyoh/3492017747 [CC by 2.0]

Photo by Kimon Berlin from flickr.com/photos/kimon/2457725665 [CC by 2.0]

การเข้าชม

ค่าเข้าชม: เสียค่าเข้าชมเฉพาะช่วงจัดงานเทศกาลทสึทสึจิ (กลางเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม) เท่านั้น
- ช่วงพีคของฤดูกาล ราคา 600 เยนต่อคน
- ช่วงต้น-ปลายของฤดูกาล ราคา 300 เยนต่อคน
- เด็กอายุน้อยกว่า 12 ปีเข้าชมฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
วันปิดทำการ: ไม่มีวันหยุด

วิธีการเดินทาง

- จากสถานีรถไฟทสึทสึจิงะโอคะ (Tsutsujigaoka Station) สาย Senseki เดินเท้าต่อไปในทางทิศตะวันออกอีกประมาณ 450 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที

- จากสถานีรถไฟเซ็นได (Sendai Station) สาย Senseki นั่งรถบัสใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 นาที หรือเดินเท้าต่อไปในทางทิศตะวันออกอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก