/ นารา(Nara) / รีวิว เที่ยว 1 วันที่นารา(Nara) เมืองแห่งพระใหญ่และสวนกวาง

รีวิว เที่ยว 1 วันที่นารา(Nara) เมืองแห่งพระใหญ่และสวนกวาง

ทริปแนะนำเที่ยวนาราใน 1 วัน

ทริปแนะนำเที่ยวนาราใน 1 วัน

รีวิวครั้งนี้ เราจะพาไปตะลอนเที่ยวกันที่เมืองนารา(Nara)หรือนะระ อีกหนึ่งเมืองฮิตที่คนนิยมไปเที่ยวกันอยู่ใกล้กับเมืองโอซาก้าและเกียวโต การเดินทางก็ง่ายๆ นั่งรถไฟไป ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว โดยเมืองนาราจะมีชื่อเสียงเพราะมีวัดโบราณอยู่มากมายและที่สำคัญบริเวณแหล่งท่องเที่ยวหลักของเมืองนี้ จะเชื่อมต่อกันด้วยสวนนารา ที่เป็นสวนขนาดใหญ่และมีกวางอาศัยอยู่มากมาย และส่วนใหญ่จะเป็นมิตรและคุ้นเคยกับคนดี ทำให้บริเวณแหล่งท่องเที่ยวหลักที่เราจะไปกันวันนี้นั้นเต็มไปด้วย เหล่าฝูงกวางน้อยใหญ่ เดินไป เดินมาให้เห็นตลอดทั้งวันเลยทีเดียว จนทำให้การให้อาหารกวางก็ถือเป็นอีกไฮไลท์หลักของเมืองนี้ด้วย

review-trip-nara-todaiji-deer-park

ทริปเที่ยวนาราใน 1 วัน

เราเริ่มเที่ยวที่แรกกันที่วัดที่ดังที่สุดของเมืองนาราก่อนเลย นั่นก็คือวัดโทไดจิ(Todai-ji)เพราะเช้าๆคนจะน้อยที่สุด ไปยังไม่ทันถึงวัดก็เจอเหล่าฝูงกวางเข้าโจมตีซะแล้ว ตอนแรกนึกว่ากวางจะรวมกันอยู่เฉพาะบริเวณสวนนาราที่อยู่ด้านข้างวัดอย่างเดียว เลยกะว่าจะมาแต่เช้ารีบเข้าไปถ่ายรูปวัดก่อนแล้วค่อยออกมาให้อาหารกวาง แต่ปรากฏว่ากวางเต็มไปหมดเลย อยู่ไปทุกที่เลย ก็เลยเพลินมัวแต่ให้อาหารกวางกับถ่ายรูป ไปเป็นชั่วโมงเลยที่หน้าวัดโทไดจินั่นแหละ กว่าจะได้เข้าไปในวัดก็คนเต็มวัดซะแล้ว

กวางน้อยบุกถึงหน้ากล้องกันเลย

กวางน้อยบุกถึงหน้ากล้องกันเลย

สภาพนักท่องเที่ยวให้อาหารกวางที่หน้าวัดโทไดจิแห่งเมืองนารา

สภาพนักท่องเที่ยวให้อาหารกวางที่หน้าวัดโทไดจิแห่งเมืองนารา

กวางน้อยหน้าวัดโทไดจิ

กวางน้อยหน้าวัดโทไดจิ

ร้านขายขนมเซมเป้สำหรับเลี้ยงกวางที่หน้าวัดโทไดจิ

 

วัดโทไดจิเป็นวัดใหญ่ของเมืองนารา และบริเวณรอบๆนี้ก็เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในเมืองนาราไปด้วย เดินเข้าไปในวัดคนแน่นเลย ด้านในวิหารหลักจะมีองค์พระประธานที่เป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลักเก่าแก่ขนาดใหญ่มากๆ รวมไปถึงเทพเฝ้าประตูทั้งหมดเลยด้วย มีจุดน่าสนใจในวิหารอีกจุดคือเสาไม้ขนาดใหญ่ด้านหลังพระพุทธรูปที่จะมีรูอยู่ที่พื้นขนาดเท่าคนรอดได้พอดีๆอยู่ต้นหนึ่ง โดยว่ากันว่าใครรอดผ่านได้จะได้รับพรให้โชคดี จริงๆตอนแรกก็ไม่รู้หรอกแต่บังเอิญเดินไปแล้วเห็นคนกำลังมุงดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่กำลังรอดเสากันอยู่ เราเลยไปต่อคิวขอลองกับเค้าบ้าง เท่าที่มองดูแล้วรูที่ให้รอดนั้นดูเล็กมากจนไม่น่าจะรอดผ่านไปได้ แต่พอลองจริงๆแบบไม่กลัวติดพุงก็ปรากฏว่ารอดออกมาได้จริงๆด้วย 5555

วัดโทไดจิ ที่มีวิหารขนาดใหญ่มาก-คนตัวเท่ามดเท่านั้นเอง

วัดโทไดจิ ที่มีวิหารขนาดใหญ่มาก-คนตัวเท่ามดเท่านั้นเอง

พระใหญ่ประจำวัดโทไดจิ

พระใหญ่ประจำวัดโทไดจิ

เสาไม้ภายในวิหารวัดโทไดจิ-ที่มีรูเล็กๆอยู่ที่ด้านหลังขององพระ

เสาไม้ภายในวิหารวัดโทไดจิ-ที่มีรูเล็กๆอยู่ที่ด้านหลังขององพระ

เด็กอนุบาลญี่ปุ่นมาทักศนะศึกษากันที่วัดโทไดจิ

เด็กอนุบาลญี่ปุ่นมาทักศนะศึกษากันที่วัดโทไดจิ

หลังออกจากวัดโทไดจิเราก็ออกเดินทางต่อ แต่เดินไปไม่เท่าไหร่ก็เจอน้องกวางอีกแล้ว

ลูกกวางตัวน้อยที่สวนกวาง

ลูกกวางตัวน้อยที่สวนกวาง

 

และแล้วเราก็มาถึงศาลเจ้าแห่งตะเกียงหรือศาลเจ้าคาสุกะ(Kasuka Shrine)นั่นเอง เที่ยวที่นารานี้เดินเอาแทบจะตลอดทริปเพราะแหล่งท่องเที่ยวจะรวมกันอยู่บริเวณสวนนารา(Nara Park)อยู่แล้ว ที่ศาลเจ้าคาสุกะนี้มีตะเกียงอยู่เยอะจริงๆ มีทั้งแบบตะเกียงเสาหินที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มศาลเจ้า กับตะเกียงแบบแขวน ที่มีทั้งแบบไม้เก่าๆและแบบสีทอง ห้อยอยู่ตามระเบียงด้านข้างของอาคารต่างๆในศาลเจ้านี้

ตะเกียงหินแบบโบราณตั้งเรียงรายอยู่-2-ข้างทางเข้าศาลเจ้าคาสุกะ

ตะเกียงหินแบบโบราณตั้งเรียงรายอยู่-2-ข้างทางเข้าศาลเจ้าคาสุกะ

ทางเดินตะเกียงหินที่ศาลเจ้าคาสุกะ

ทางเดินตะเกียงหินที่ศาลเจ้าคาสุกะ

อาคารไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมเขาของศาลเจ้าคาสุกะ

อาคารไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมเขาของศาลเจ้าคาสุกะ

ตะเกียงแขวนที่ระเบียงทางเดินของศาลเจ้าคาสุกะ

ตะเกียงแขวนที่ระเบียงทางเดินของศาลเจ้าคาสุกะ

ตะเกียงแขวนแบบโบราณที่ศาลเจ้าคาสุกะ

ตะเกียงแขวนแบบโบราณที่ศาลเจ้าคาสุกะ

เสาตะเกียงหินแบบโบราณเยอะแยะมากมาย

เสาตะเกียงหินแบบโบราณเยอะแยะมากมาย

ป้ายแขวนไม้รูปหัวใจสำหรับอธิฐานเรื่องความรักที่ศาลเจ้าคาสุกะ

ป้ายแขวนไม้รูปหัวใจสำหรับอธิฐานเรื่องความรักที่ศาลเจ้าคาสุกะ

ร้านขายขนมหลังคาแบบโบราณสุดคลาสสิคของญี่ปุ่น

ร้านขายขนมหลังคาแบบโบราณสุดคลาสสิคของญี่ปุ่น

มันหวานญี่ปุ่นเผาร้อนๆ-ของโปรดเลยต้องแวะจัดซะเลย

มันหวานญี่ปุ่นเผาร้อนๆ-ของโปรดเลยต้องแวะจัดซะเลย

บ้านญี่ปุ่นแบบเก่าๆที่เจอในเมืองนารา

บ้านญี่ปุ่นแบบเก่าๆที่เจอในเมืองนารา

 

หลังจากนั้นเราก็เดินไปที่วัดโคฟุคุจิ(Kofukoji Temple)ซึ่งมีวิหารกำลังซ่อมกันอยู่พอดี แล้วเราก็ไปขึ้นรถบัสเพื่อจะไปเที่ยวพระราชวังแห่งเมืองนาราหรือพระราชวังเฮโจกัน โดยพระราชวังเฮโจ(Heijo Palace)เป็นอาคารหลังใหญ่สีส้มสวยงาม ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ด้วย ตั้งอยู่ไกลออกมาจากเมืองนาราพอสมควร

บรรยากาศริมคลองร่มรื่นองเมืองนารา

บรรยากาศริมคลองร่มรื่นองเมืองนารา

คนญี่ปุ่นนั่งส่องกล้องถ่ยารูปนกกันอยู่-แถวๆปราสาทเฮโจ

คนญี่ปุ่นนั่งส่องกล้องถ่ยารูปนกกันอยู่-แถวๆปราสาทเฮโจ

มุมสวยๆจากทางด้านหลังของปราสาทเฮโจแห่งเมืองนารา

มุมสวยๆจากทางด้านหลังของปราสาทเฮโจแห่งเมืองนารา

มุมใกล้ๆของปราสาทเฮโจ Heijo Palace(Nara Imperial Palace)

มุมใกล้ๆของปราสาทเฮโจ Heijo Palace(Nara Imperial Palace)

 

เที่ยวพระราชวังเฮโจแห่งเมืองนาราเสร็จก็เย็นแล้ว แต่เรายังเหลืออีก 1 ที่สุดท้ายของเมืองนาราให้ไป ซึ่งจะอยู่ทางด้านทิศใต้ของพระราชวังนี้ไปประมาณ 4 กิโลเมตร เราคิดแล้วว่าน่าจะไปไม่ทัน ก็เลยคิดว่าจะไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดินกับวัดที่อ่างเก็บน้ำด้านหลังของวัดแทน แต่ทว่าฝนดันตก ฟ้าปิดก็เลยไม่เห็นแม้แต่แสงพระอาทิตย์ แถมเจดีย์ที่ควรจะมี 2 เจดีย์ ก็ถูกปิดซ่อมไป 1 เจดีย์ด้วย แต่ก็ถือว่าได้เดินเล่นชมเมืองนาราในส่วนที่คงค่อยไม่มีนักท่องเที่ยวไปกันเท่าไหร่ก็แล้วกัน

มุมไกลๆสะท้อนน้ำที่ด้านหลังของวัดยาคุชิจิ Yakushiji Temple

มุมไกลๆสะท้อนน้ำที่ด้านหลังของวัดยาคุชิจิ Yakushiji Temple

 

ลืมบอกชื่อวัดไปซะได้ วัดที่ว่าก็คือ วัดยาคุชิจิ(Yakushiji Temple)นั่นเอง แล้ววันนี้ก็จบลง นั่งรถบัสกลับไปที่สถานีนาราเหมือนเดิมแล้วก็ต่อรถไฟกลับที่พักเราที่โอซาก้า มาเที่ยวนาราเมืองแห่งกวางสนุกจริงๆ

 

ขอบคุณที่ติดตามครับ ดู รีวิวเที่ยวญี่ปุ่นอื่นๆได้ที่นี่

 

ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองนารา

เรื่องน่าสนใจ

รวมวิธีการเดินทางเที่ยวเมืองคาวาโกเอะ
การเดินทางต่างๆของคาวากูชิโกะ และทะเลสาบอื่นๆรอบภูเขาไฟฟูจิ