/ ท้อปฮิต(Top Hits) / 8 ที่เที่ยวห้ามพลาดของเมืองโอตารุ

8 ที่เที่ยวห้ามพลาดของเมืองโอตารุ

Photo: ncburton [CC BY-nd 2.0] from flickr.com/photos/ncburton/4726504202/

โอตารุ(Otaru)เมืองท่าสำคัญของเกาะฮอกไกโด อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโรสามารถเดินทางไปได้ภายในเวลาเพียง 25 นาที จึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอีกเมืองหนึ่ง ดูได้จากการมีนักท่องเที่ยวมาเยือนกว่า 7 ล้านคนต่อปี ด้วยจุดที่ตั้งของตัวเมืองสามารถมองเห็นอ่าวอิชิกะริที่อยู่ด้านหน้า ทัศนียภาพเทือกเขาที่ล้อมรอบงดงามราวกับเป็นเมืองแห่งความฝัน ตัวอาคารบ้านเรือนที่ยังคงอนุรักษ์ตามลักษณะดั้งเดิม รวมไปถึงการที่มีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆโดนๆที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างตบเท้ากันมาเมืองนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่นับเป็นช่วงที่คึกคักมากที่สุดของปี ไม่ว่าจะมาเพื่อเล่นสกีบนภูเขาเทนงุ ชมวิวมุมสูงบนกระเช้าลอยฟ้าโอตารุเทนงุยะมะ เดินเพลินๆตามชายหาด ไปจนถึงมาเดินชมความงดงามที่คลองโอตารุ พร้อมจิบเบียร์โอตารุที่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเมืองแห่งนี้

 

1. คลองโอตารุ (Otaru Canal)

Photo by sodai gomi from flickr.com/photos/sodaigomi/28894185131/ [CC by 2.0]

คลองโอตารุถือเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ในอดีตถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าทางเรือ หากปัจจุบันกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กหลักของเมืองที่ไม่ว่าใครที่มาเยือนเมืองนี้ก็ต้องมาเที่ยวชมยังคลองแห่งนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกถึงความเก่าแก่และวิถีชีวิตชาวเมืองที่ยังคงอนุรักษ์ตึกอาคารรอบๆให้คงเดิม คลองแห่งนี้มีความยาวถึง 1,140 เมตรประดับตกแต่งด้วยโคมไฟสไตล์วิคตอเรียนอยู่ทั้งสองฝั่งของถนน จุดที่เคยเป็นคลังสินค้าที่สร้างแนวอิฐดูดิบๆอาร์ตๆของอดีตก็กลายมาเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ชิคๆ ช่วงเวลากลางวันเป็นเสมือนศูนย์รวมชาวเมืองจากการมีกิจกรรมต่างๆที่เด่นๆก็มีการล่องเรืองชมวิวคลองโอตารุ ตอนเย็นๆของบางวันยังมีศิลปินมาแสดงดนตรีให้ดู แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเดือนกุมภาพันธ์มีการจัดงาน “เทศกาลแสงไฟริมคลองโอตารุ(Otaru Snow Light Path Festival)” ที่แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 500,000 คนที่มาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีการจุดเทียนและเปิดไฟสว่างไสวไปทั่วทั้งบริเวณ แลดูสวยงามประหนึ่งออกมาจากเทพนิยายเลยก็ว่าได้

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟโอตารุ (Otaru Station) เดินเท้าต่ออีกประมาณ 10 นาที

 

 

2. พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นโอตารุ (Bank of Japan Otaru Museum)

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นโอตารุที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมการสร้างสไตล์ตกวันตก สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคต้นโชวะปี ค.ศ.  1912  แต่เดิมเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่ถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูจำสามารถเรียกได้ว่า “ถนนวอลล์สตรีทแถบภาคเหนือ” ปัจจุบันตัวอาคารที่ยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดียังคงดูงดงามดังเช่นอดีต และกลายเป็นสถานที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการเงินและธนาคารที่เข้าชมกันแบบฟรีๆ “อาทิ รูปแบบเงินตราของญี่ปุ่นของสมัยโชวะ จุดเริ่มต้นของธนบัตร วิวัฒนาการทางการเงินตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทั้งความงดงามของตัวอาคารและยังสามารถเก็บเกี่ยวความรู้ได้ในเวลาพร้อมๆกัน

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:30 – 17:00 น. (ปิดทุกวันจันทร์และวันที่ 31 ธันวาคม – 5 มกราคม)

การเดินทาง

นั่งรถไฟสาย JR Hakodate Main Line ลงที่สถานีรถไฟโอตารุ (Otaru Station) เดินเท้าต่ออีกประมาณ 10 นาที

 

 

3. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum)

Photo by SteFou! from flickr.com/photos/stephen-oung/6081672432/ [CC by 2.0]

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุได้รับการยกย่องให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองโอตารุจากการที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1912 ด้วยตัวอาคารมีขนาดใหญ่เป็นอิฐแดงดูเปลือยๆหากดูงดงามแปลกตา สิ่งสะดุดตาที่เป็นจุดสังเกตของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั่นก็คือ นาฬิกาไอน้ำโบราณสไตล์อังกฤษที่ยังคงใช้งานได้มาถึงปัจจุบันและเหลือเพียง 2 เรือนในโลกเท่านั้น มาที่นี่นี่เดียวก็อาจจะจอดเพราะมีให้เดินถึง 3 ชั้น ภายในตกแต่งแบบผสมผสานทั้งความหรูหรา หากก็แฝงไปด้วยบรรยากาศความอบอุ่น มีการจัดแสดงกล่องดนตรีโบราณและหลากสไตล์กว่า 25,000 ชิ้น อีกทั้งยังมีส่วนจัดแสดงตุ๊กตาคาระกุริ (Karakuri dolls)อันเป็นตุ๊กตาแบบดั้งเดิมของยุคศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่ 19 ที่หาดูได้ยากมากๆให้ได้ชมอีกด้วย ส่วนใครที่ติดใจอยากได้กล่องดนตรีกลับบ้านแล้วละก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะที่นี่ยังมีส่วนที่เป็นร้านจำหน่ายกล่องดนตรีแบบสั่งทำตามใจจะเอาตุ๊กตาตัวไหน สีอะไร เพลงอะไรสั่งได้ ไว้เป็นของที่ระลึกแบบไม่เหมือนใครกันอีกด้วย

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น. (เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และวันก่อนวันนักขัตฤกษ์ในช่วงฤดูร้อนปิด 19:00 น. และวันศุกร์ เสาร์ และวันก่อนวันนักขัตฤกษ์ในเดือนกันยายนปิด 18:30 น.)

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟมินามิ โอตารุ (Minami Otaru Station) เดินเท้าต่อใช้เวลาประมาณ 20 นาที

 

 

4. ภูเขาเทนงุ (Mount Tengu)

Photo by wellincline from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tenguyama,_Otaru,_Hokkaido_Prefecture_047-0012,_Japan_-_panoramio.jpg [CC by-sa 3.0]

ภูเขาเทนงุหนึ่งในภูเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในฮอกไกโด นับเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมตลอดทั้งปี ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับเหล่าผู้รักการท้าทายและกีฬาบนหิมะอย่างสกี ช่วงฤดูหนาวหิมะฟูๆจึงเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนยังที่นี่มากที่สุด ไม่ว่าจะมาเพื่อเล่นสกี หรือขึ้นกระเช้าภูเขาเทนงุเพื่อชื่นชมวิวทัศน์เทือกเขาในฤดูหนาวแลดูขาวโพลน ไปจนถึงวิวเมืองมุมสูงที่งดงาม ยิ่งเวลากลางคืนที่ดูสว่างไสววิบวับๆหลากสีเป็นอะไรที่โรแมนติกมากๆ

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:30 – 21:00 น.

การเดินทาง

นั่งรถไฟสาย JR Hakodate Main Line ลงที่สถานีรถไฟโอตารุ (Otaru Station) ต่อด้วยนั่งรถบัส Hokkaido Chuo Bus ลงป้าย Tenguyama

 

 

5. โรงบ่มเหล้าสาเกทานากะ คิคโคกุระ (Tanaka Shuzo Kikkogura)

Photo from Tanaka Shuzo Kikkogura Facebook Page

โรงบ่มเหล้าสาเกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยเมจิในศตวรรษที่ 18 นับเป็นแหล่งผลิตเหล้าสาเกพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงอย่างมากของเมืองโอตารุ ตัวอาคารยังคงรูปแบบดั้งเดิมทำให้ได้บรรยากาศและกลิ่นอายโบราณ ภายในมีการโชว์กรรมวิธีการผลิตเหล้าสาเกแบบดั้งเดิมให้ได้ชม พร้อมลองชิมเหล้าสาเกรสเลิศที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์สไตล์ฮอกไกโดได้ฟรีๆถึง10 ชนิด  เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นทางตอนเหนือได้อย่างใกล้ชิด พร้อมซื้อเหล้าสาเกแบบพื้นบ้านคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเป็นของฝากคนรู้ใจ

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น.

การเดินทาง

นั่งรถไฟสาย JR Hakodate Main Line ลงที่สถานีรถไฟมินามิ โอตารุ (Minami Otaru Station) เดินเท้าต่อใช้เวลาประมาณ 5 นาที

 

 

6. คฤหาสน์โบราณตระกูลอาโอยาม่า (Otaru Kihinkan)

Photo from Otaru Kihinkan Facebook Page

คฤหาสน์โบราณแห่งนี้เป็นของตระกูลอาโอยาม่าที่มีความรำรวยมากที่สุดของเมืองโอตารุและติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่น สร้างแบบโบราณด้วยไม้ทั้งหลังบนพื้นที่กว้างใหญ่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร ในส่วนวิลล่าที่สร้างไว้เพื่อรองรับแขกมีห้องมากถึง 18 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งด้วยผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังของญี่ปุ่นอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังมีห้องอาหารญี่ปุ่นเลิศรสที่จะเสริฟอาหารทะเลสดๆ พร้อมเพลิดเพลินไปวิวสวนดอกไม้ รวมไปถึงชมวิวทิวทัศน์เมืองได้จากจุดนี้อีกด้วย

เวลาเปิดทำการ

เดือนเมษายน – ธันวาคม เปิดตั้งแต่เวลา 9:00 -17:00 น. และเดือนมกราคม – มีนาคม เปิดตั้งแต่เวลา 9:00 – 16:00 น.

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟโอตารุ (Otaru Station) ต่อด้วยรสบัส Chuo Bus ขึ้นบริเวณหน้าสถานี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที หรือเลือกใช้รถแท็กซี่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที

 

 

7. ตลาดนาตารุ (Nataru Market)

ตลาดที่รวบรวมตัวของดีของเด็ดของเมืองโอตารุและอาหารทะเลสดๆไว้ในที่นี่ที่เดียว ซึ่งอาหารทะเลของที่นี่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดเพราะทั้งสดใหม่ มีให้เลือกมากมาย แถมราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารปรุงสำเร็จหลากเมนู รวมไปถึงของบรรดาสินค้าขึ้นชื่อของเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นเมล่อนยูบาริของฮอกไกโดที่ทั้งหวานทั้งหอม มันหวานที่สดใหม่ และที่พลาดไม่ได้สุดๆอย่างเหล้าสาเกโอตารุ

เวลาเปิดทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น.

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟมินามิ โอตารุ (Minami Otaru Station) เดินเท้าต่อใช้เวลาประมาณ 8 นาที

 

 

8. โรงงานเครื่องแก้วคิตะอิจิ (Kitaichi Glass)

เครื่องแก้วต่างๆนับเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ขึ้นชื่อของเมืองโอตารุ โดยโรงงานเครื่องแก้วคิตะอิจินั้นถือเป็นแหล่งผลิตเครื่องแก้วคุณภาพสูงที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน โรงงานแห่งนี้มีประวัติความเป็นมานานมากเป็นร้อยๆปี ภายในอาคารมีการตกแต่งด้วยโคมไฟแก้วจำนวนมากอย่างหรูหรา ประกอบด้วยส่วนต่างๆอย่าง คาเฟ่ที่มีบริการทั้งขนมหวานและอาหารญี่ปุ่นตกแต่งด้วยเครื่องแก้วนานาชนิดดูงดงาม ส่วนจัดแสดงเครื่องแก้วชนิดต่างๆตั้งแต่ในยุคอดีต ชมการสาธิตการเป่าแก้วด้วยกรรมวิธรโบราณ และหากใครชื่นชอบการประดิษฐ์หรือต้องการของที่ไม่เหมือนใครก็สามารถเข้าร่วมเวิร์คช็อปทำเครื่องแก้วแบบ DIY เพื่อสร้างเครื่องแก้วที่มีชิ้นเดียวในโลก

เวลาทำการ

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 8:45 – 18:00 น.

การเดินทาง

จากสถานีรถไฟมินามิ โอตารุ (Minami Otaru Station) เดินเท้าต่อใช้เวลาประมาณ 7 นาที

 

รวมข้อมูลเที่ยวเมืองโอตารุ(Otaru)

เรื่องงต่างๆที่คุณอาจจะสนใจ

เรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กำลังฮิต