/ Sponsored Article / แจกแพลนเที่ยวญี่ปุ่นเหนือจรดใต้ด้วย 7 days JR Pass พร้อมวิธีการสั่งซื้อพาสง่ายๆแบบออนไลน์จาก Klook

แจกแพลนเที่ยวญี่ปุ่นเหนือจรดใต้ด้วย 7 days JR Pass พร้อมวิธีการสั่งซื้อพาสง่ายๆแบบออนไลน์จาก Klook

Photo: Midori [CC3.0] from commons.wikimedia.org/wiki/File:Lake_Kawaguchiko_Sakura_Mount_Fuji_3.JPG

ประเทศญี่ปุ่นมีแหล่งท่องเที่ยวและเมืองน่าสนมากมายกระจายตัวอยู่ทั่ว ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทั้งยังมีความหลากหลายทางสภาพภูมิอากาศและวัฒนธรรมต่างๆด้วย แต่การจะไปเที่ยวให้ครบหมดอาจจะต้องใช้เวลานานและค่าใช้จ่ายสูง หลายๆคนจึงเลือกที่จะเดินทางแยกไปหลายๆครั้ง เก็บไปทีละเมืองสองเมืองหรือทีละภูมิภาคไปเรื่อยๆ

สำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือชอบแบบไปครั้งเดียวคุ้มเลย ทางญี่ปุ่นเค้าก็มีบัตรโดยสารที่สามารถใช้บริการรถไฟเกือบทุกประเภทที่บริหารจัดการโดยรัฐบาลญี่ปุ่น ตั้งแต่ใต้สุดไปเหนือสุด ตั้งแต่รถไฟหวานเย็นไปจนถึงรถไฟความเร็วสูงชินคันเซนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ เรียกกันว่า JR Pass ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบ 7 วัน และ 14 วัน เหมาะมากๆสำหรับคนที่ชอบแบบทริปเดียวคุ้ม

ในแพลนเที่ยวนี้เราเลยจึงออกแบบมาสำหรับคนชอบไปทีเดียวครบจบเก็บได้หมดเกือบทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น ทริปเดียว 7 เมืองใต้จรดเหนือโดยใช้ JR Pass ขึ้นลง ชินคันเซนแบบเป็นว่าเล่นแถมยังประหยัดค่าโดยสารรวมกันได้มากถึง 3 หมื่นกว่าเยน หรือเกือบหมื่นบาทเลยด้วย ว่าแล้วตามไปดูโปรแกรมเที่ยวแบบคุ้มๆ 7 วันทั่วญี่ปุ่นกันเลย

 

วันที่ 1 – เที่ยวเมืองฟูกุโอกะ(Fukuoka)

ฟูกุโอกะ

Photo: moon angel [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/angelune/2883906598

สำหรับเมืองแรกที่เราจะไปกัน คือเมืองหลวงของเกาะคิวชูทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เมืองฟูกุโอกะ(Fukuoka) นั่นเอง เมืองนี้จะอยู่ทางตอนบนของเกาะคิวชู มีสถานที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมือง ย่านช้อปปิ้งหลายจุดในเมือง สวนซากปราสาทเก่า ย่านติดทะเล งานเทศกาลและศาลเจ้าสำคัญอีกหลายๆแห่ง พอมาถึงที่เมืองนี้แล้ว เราแนะนำให้ค้างคืนที่เมืองนี้ซักหนึ่งคืน

คืนที่ 1 ค้างกันที่เมืองฟูกุโอกะ

 

 

วันที่ 2 – เที่ยวเมืองฮิโรชิม่า(Hiroshima)

▌ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟชินคันเซนเที่ยวแรกจาก สถานีฮากาตะ Hakata Station ที่กลางเมืองฟูกุโอกะ ไปลงที่สถานี ฮิโรชิมะ Hiroshima Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาประมาณ 9,000 เยน

เมืองฮิโรชิม่า(Hiroshima) จะเป็นเมืองที่ 2 ที่เราจะแวะกัน หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับชื่อนี้ดี เพราะเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์โลก หนึ่งในสองเมืองที่โดนทิ้งระเบิดปรมาณูในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ถ้าไม่บอกก็คงจะจำกันไม่ได้ เพราะปัจจุบันเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นและแทบจะไม่หลงเหลือให้เห็นแล้ว มีเพียงแค่สวน และพิพิธภัณท์สันติภาพ และซากอาคารให้ชมเท่านั้น นอกจากนี้ก็ยังมีปราสาทฮิโรชิม่าที่สวยงาม และย่านช้อปปิ้งที่คึกคักให้เดินจนค่ำ และพักค้างคืนกันซักคืน

คืนที่ 2 ค้างกันที่เมืองฮิโรชิม่า

 

 

วันที่ 3 – เที่ยวโอซาก้า(Osaka)
โดทมโบริ แหล่งช้อปปิ้งสุดโรแมนติกในจังหวัดโอซาก้า

photo by Type specimen From commons.wikimedia.org/wiki/File:Osaka_Dotonbori_Ebisu_Bridge.jpg( cc by 3.0 )

▌ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟชินคันเซนเที่ยวแรกจาก สถานีฮิโรชิมะ Hiroshima Station ที่กลางเมืองฟูกุโอกะ ไปลงที่สถานีชิน-โอซาก้า Shin-Osaka Station ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ราคาประมาณ 10,000 เยน

โอซาก้า(Osaka)เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และน่าจะเป็นเมืองฮิตอันดับ 2 ของประเทศนี้ด้วยเช่นกัน เป็นเมืองใหญ่ที่มีย่านน่าสนใจมากมายหลายย่าน มีอาหารหลากหลายแบบให้เลือกชิม มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายแบบ ตั้งแต่ ปราสาทโอซาก้า สวนสนุกยูนิเวอร์ซัลเจแปน ย่านช้อปปิ้งเยอะแยะมาก และอาคารชมวิวสูงๆอีกหลายแห่ง อีกทั้งยังอยู่ห่างจากเมืองหลวงเก่ากว่าพันปีของญี่ปุ่น เมืองเกียวโต ที่สวยงามมากๆเพียงแค่ 15-20 นาทีเท่านั้นเอง เราจึงจะมาตั้งหลักกันที่เมืองโอซาก้ากันซัก 2 คืน เพื่อที่วันแรกที่เรามาถึงจะเที่ยวกันในเมืองโอซาก้าก่อน แล้วจึงค่อยไปเที่ยวเมืองเกียวโตในวันรุ่งขึ้น

คืนที่ 3 และ 4 ค้างที่เมืองโอซาก้า แนะนำย่านชินโอซาก้า(Shin-Osaka) เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยวและเดินทาง

 

 

วันที่ 4 – เที่ยวเกียวโต(Kyoto)

▌ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟชินคันเซนเที่ยวแรกจาก สถานี ชิน-โอซาก้า Shin-Osaka Station ไปลงที่สถานีเกียวโต Kyoto Stationใช้เวลาประมาณ15 นาที ราคาประมาณ 3,000 เยน (2 เที่ยวไปกลับเป็น 6,000 เยน)

วันนี้เราจะไปเที่ยวเมืองเกียวโต(Kyoto) เมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่นในยุคเอโดะกัน เมืองเกียวโต เป็นเมืองที่รุ่มรวยไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น มีวัดวาอารามและศาลเจ้าที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับประเทศมากมาย หลายๆคนถึงขนาดว่าวางแผนมาเที่ยวเมืองนี้ เมืองเดียวเป็นสัปดาห์ๆเลย แต่สำหรับคนมีเวลาน้อย วันเดียวก็คงจะพอให้เห็นภาพได้บ้าง

คืนที่ 4 แนะนำค้างที่เดิมกับคืนที่ 3 คือที่ชินโอซาก้า

 

 

วันที่ 5 – เที่ยวโตเกียว(Tokyo)

▌ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟชินคันเซนเที่ยวแรกจาก สถานี ชิน-โอซาก้า Shin-Osaka Station ไปลงที่สถานีโตเกียว Tokyo Station ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ราคาประมาณ 14,000 เยน

โตเกียว(Tokyo)เป็นมหานคร เมืองหลวงของญี่ปุ่น ที่รวมเอาความเจริญและย่านการค้าต่างๆชื่อดังเอาไว้มากมาย เช่น ชินจูกุ ชิบูย่า กินซ่า ฮาราจูกุ จนถึง วัดชื่อดังอย่างวัดโคมแดง พระราชวังอิมพีเรียล และสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ มีความสนุกครบทุกรสชาติให้ทำในเมืองนี้

คืนที่ 5 ค้างที่เมืองโตเกียว

 

 

วันที่ 6 – เที่ยวฮาโกดาเตะ(Hakodate)

Photo by Jow from flickr.com/photos/[email protected]/15711794480/ [CC by-nd 2.0]

▌ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟชินคันเซนเที่ยวแรกจากสถานีโตเกียว Tokyo Station ไปลงที่สถานีฮาโกดาเตะ Hakodate Station ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ราคาประมาณ 23000 เยน

ฮาโกดาเตะ(Hakodate) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่ ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก มีย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศ และป้อมสไตล์ตะวันตก

คืนที่ 6 ค้างที่เมืองฮาโกดาเตะ

 

 

วันที่ 7 – เที่ยวเมือง ซัปโปโร

Photo by 利用者:Haseyu- from commons.wikimedia.org/wiki/File:View_of_Sapporo_TV_Tower_from_Odori_Park(2011).JPG [CC by 0.0]

▌ตื่นแต่เช้านั่งรถไฟเที่ยวแรกจากสถานีฮาโกดาเตะ Hakodate Station ไปลงที่สถานีซัปโปโร Sapporo Station ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ราคาประมาณ 8,800 เยน

ซัปโปโร(Sapporo) เป็นเมืองหลวงของภูมิภาคฮอกไกโด และมีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น ในช่วงสมัยเริ่มต้นยุคเมจิมีการพัฒนาฮอกไกโด ทำให้ซัปโปโรได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางการบริหารภูมิภาค เป็นไปตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ดังนั้นซัปโปโรจึงสร้างขึ้นบนพื้นฐานของระบบแบบอเมริกาเหนือ ซัปโปโรมีชื่อเสียงระดับโลกในปี 1972 คือช่วงจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาวที่นี่ และเป็นเมืองที่รู้จักกันดีในการจัดเทศกาลหิมะ ราเมน และเบียร์

 

หลังจากนี้ใครจะเผื่อเวลาเที่ยวเมืองซัปโปโรหรือเกาะฮอกไกโดต่ออีกซัก วัน สองวันก็นะ แล้วค่อยนั่งเครื่องกลับไทย

 

จบแล้วกับตัวอย่างโปรแกรมเที่ยวที่เราแสดงให้เห็นว่า เราสามารถวางแผนเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้แบบทั่วถึง 5 ภูมิภาค 7 เมือง ด้วยบัตร JR Pass 7 วัน ได้อย่างไร ทริปนี้เพื่อนๆจะได้เห็นความแตกต่างหลากหลายของแต่ละเมือง ตั้งแต่เกาะทางใต้ไปจนเหนือสุด ผ่านเมืองใหญ่ๆตลอดทางและได้นั่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซนที่บ้านเรายังไม่รู้จะได้มีเมื่อไหร่ แทบทุกวันให้เบื่อกันไปเลย แต่ทว่าแพลนเที่ยวนี้คงไม่เหมาะกับสายชิล หรือสายเจาะลึก ที่เน้นเที่ยวเมืองหนึ่งนานๆ เพราะเราแวะกันให้พอได้อารมณ์แค่เมืองละ 1 วันเท่านั้น

สรุปรวมเฉพาะค่าตั๋วรถไฟระหว่างเมืองทั้งหมดของทริปนี้ ประมาณ 7 หมื่นเยน แต่ราคาตั๋ว JR Pass แบบ 7 วัน แบบธรรมดาสำหรับผู้ใหญ่ ราคาประมาณ 40,000 เยน เท่านั้น เท่ากับประหยัดค่ารถไฟไปได้ถึง 3 หมื่นเยนหรือเกือบหมื่นบาทเลยทีเดียว คุ้มฝุดๆ ไปเลย

สำหรับวิธีการสั่งซื้อก็ง่ายมากๆแค่ ไปที่หน้าตั๋วที่ต้องการ ใส่ข้อมูลการเดินทางของเรา แล้วก็ใส่ “ใช้รหัสโปรโมชั่น” โดยใช้รหัส TH500TPT  แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการ JR Pass แบบ 7 วัน ตามทริปนี้ ก็ไปที่หน้านี้เลย

https://www.klook.com/th/activity/1420-7-day-whole-japan-rail-pass-jr-pass/

จากนั้นก็เลือก “บริการจัดส่งไปรษณีย์ไปยังประเทศไทย” เลือกวันเดินทางและจำนวนคน แล้วกดปุ่มสีส้ม “จองตอนนี้”

จากนั้นก็ให้เรากรอกข้อมูลที่อยู่จัดส่ง ผู้เดินทางต่างๆ แล้วที่ด้านล่างสุดจะมีปุ่ม “ใช้รหัสโปรโมชั่น” ก็ให้เรากดแล้วใส่รหัส “TH500TPT” แล้วกดปุ่ม “แลกใช้” แค่นี้ราคา JR Pass แบบ 7 วันก็จะถูกลงอีก 400 บาท เหลือแค่ใบละ 7900 บาทเท่านั้นเอง!!

 

 

 

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ