/ ท้อปฮิต(Top Hits) / 50 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ทำให้ต้องไปแล้วไปอีก
แนะนำ โรงแรมที่พัก โตเกียว ญี่ปุ่น อัพเดตล่าสุด

50 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่ทำให้ต้องไปแล้วไปอีก 2567

top-place-japan

Photo from https://www.flickr.com/photos/byond-travel/49616765178/


อัพเดตล่าสุดเมื่อ 3 มกราคม 2567

 

ประเทศญี่ปุ่นนอกจากความน่าสนใจด้านความเจริญก้าวหน้าแล้ว ก็ยังเป็นประเทศที่มีลักษณะทางภูมิประเทศที่ค่อนข้างพิเศษแตกต่างจากประเทศอื่นๆของโลก คือมีลักษณะเป็นเกาะที่มีเทือกเขาสูงมากกว่า 75% ของพื้นที่ มีอุณภูมิและสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาลที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งหมด 4 ฤดู ผนวกกับศิลปะและวัฒนธรรมที่โดดเด่นของประเทศนี้ ทำให้มีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของญี่ปุ่นที่น่าสนใจมากมาย กระจายตัวกันอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งแม้จะเป็นสถานที่เดียวกัน แต่ก็ยังมีมนเสน่ห์และความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาลด้วย

ในบทความนี้เราจะรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่นมาให้ชมกันทั้งหมด 50 แห่ง ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายประเภท แตกต่างกันไปทั้งศิลปะวัฒนธรรม ธรรมชาติ และแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าที่เที่ยวเจ๋งๆในประเทศญี่ปุ่นจะมีอะไรบ้าง กับ 50 สุดยอดที่เที่ยวยอดฮิตทั่วญี่ปุ่น

 

 

1. ภูเขาไฟฟูจิ Mt. Fuji (Shizuoka/Yamanashi)

photos by Travelbusy.com from flickr.com/photos/travelbusy/35441629001( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: จังหวัดชิซุโอกะ(Shizuoka) และจังหวัดยามานาชิ(Yamanashi)

ภูเขาไฟฟูจิเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กหลักของประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นภูเขาที่สูงที่สุดด้วย มีขนาดใหญ่ มองเห็นได้จากระยะทางไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้การเที่ยวภูเขาไฟฟูจิแบบที่ต้องการวิวฟูจิ จึงกินอาณาบริเวณกว้างมาก แต่แหล่งท่องเที่ยวหลักๆจะอยู่ที่ทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ(Fuji Kawagushiko) และทะเลสาบเมืองฮาโกเน่(Hakone Lake) หรือไม่งั้นก็จะเป็นกิจกรรมการปีนภูเขาไฟฟูจิที่เป็นที่นิยมมากเช่นกัน

 

 

2. ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง(Fushimi Inari Shrine)

photos by ajari from flickr.com/photos/ajari/3277595789 ( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงโด่งดังมาจากประตูโทริอิ (Torii Gate) หรือเสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันข้างหลังศาลเจ้าจำนวนหลายหมื่นต้นจนเป็นทางเดินได้ทั่วทั้งภูเขาอินาริทำให้เป็นภาพที่แปลกตาจึงไม่แปลกที่จะได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นตามเว็บไซต์ท่องเที่ยวต่างๆอยู่ตลอดเวลา

 

 

 

3. หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวะโกะ (Shirakawa-go)

photos by Rocky T from flickr.com/photos/mashipooh/8537276644( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองโทยาม่า(Toyama) ภูมิภาคชุบุ(Chubu)

หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวะโกะเป็นหมู่บ้านมรดกโลก(UNESCO) ที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามแปลกตาของหลังคาบ้าน แบบญี่ปุ่นโบราณ ซึ่งจะมีบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทั้ง 4 เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะมีงานเทศกาลเปิดไฟส่องที่บ้านแต่ละหลังทำให้ยิ่งสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

4. สวิสเซอร์แลนด์ญี่ปุ่น คามิโคจิ(Kamikochi)

Photo by skyseeker from flickr.com/photos/skyseeker/1767679600/ [CC by 2.0]

ที่ตั้ง: จังหวัดนากาโน่(Nagano) ภูมิภาคชุบุ(Chubu)

คามิโคจิ(Kamikochi) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น(Japan Alps) ภายในจังหวัดนากาโน่(Nagano) ถ้าคนที่รักการท่องเที่ยวแนวสายลม ป่าเขาและสองเราที่นี่บอกเลยว่าสุโค่ยมากๆเชียวค่ะ เนื่องจากได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ คามิโคจิเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักเดินทางสายธรรมชาติและสายผจญภัยรักกาท้าทายเลยล่ะค่ะ

 

 

 

 

5. ห้าแยกชิบูย่า และย่านชินจูกุ(Shinjuku)

photos by Kakidai from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kabukicho-Shinjuku-Tokyo_2015.jpg( cc by 4.0 )

ที่ตั้ง: จังหวัดโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

บริเวณใจกลางเมืองโตเกียวเป็นแลนมาร์คของความเป็นมหานครยุคใหม่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง โดยเฉพาะบริเวณห้าแยกชิบูย่าที่กลายเป็นสัญญลักษณ์สำคัญจุดหนึ่งของเมืองโตเกียว รวมไปถึงย่านช้อปปิ้งกลางเมืองอย่างชินจูกุที่เป็นหนึ่งในย่านชื่อดังของเมืองโตเกียว ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาหลักหลายล้านคนในแต่ละปี

 

 

 

6. โตเกียว ดิสนีย์แลนด์(Tokyo Disneyland) และโตเกียวดิสนีย์ซี(Tokyo Disney Sea)

photos by fortherock from flickr.com/photos/fortherock/6966000532( cc by 2.0 )

photos by Wing1990hk from commons.wikimedia.org/wiki/File:Tokyo_DisneySea_Mermaid_Lagoon_Exterior_20130607.jpg( cc by 3.0 )

ที่ตั้ง: เมืองชิบะ(Chiba)ที่อยู่ติดกับโตเกียว ภูมิภาคคันโต(Kanto)

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ เป็นสวนสนุกชื่อดังที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ในปี 2013 มีจำนวนมากถึง 17.3 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 ของโลก จึงเป็นตัวการันตีถึงความเจ๋งของที่นี่ได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

7. ป้อมดาวห้าแฉก โงเรียวกาคุ (Fort Goryokaku)

photos by MIKI Yoshihito from flickr.com/photos/mujitra/4714241991( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองฮาโกดาเตะ(Hakodate) ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)

ป้อมโงเรียวกาคุ หรือ “ป้อมดาว 5 แฉก” เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่รูปดาวเนื่องจากต้องการเพิ่มพื้นที่ในการวางปืนใหญ่นั่นเอง ซึ่งจะมองเห็นได้จากมุมสูง เป็นป้อมสร้างตามสไตล์ตะวันตก สร้างขึ้นในปีสุดท้ายของสมัยเอโดะ ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไปทั้ง 4 ฤดู มีทั้งดอกซากุระบาน ความเขียวชอุ่มของใบไม้ สีเหลืองแดงของช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และความขาวโพลนของหิมะในฤดูหนาว

 

 

 

 

8. สวนกวางนารา(Nara Park)

ที่ตั้ง: เมืองนารา(Nara) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

สวนนารา เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของในตัวเมืองนาราที่รวมเอาแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของเมืองมาอยู่ในบริเวณเดียวกันนี้หลายแห่งด้วยกัน แต่หนึ่งในไฮไลท์สำคัฐของที่นี่ก็คือเหล่ากวางน้อยที่เดินกันอยู่เต็มสวนเลยทีเดียว ซึ่งในบริเวณนี้จะมีร้านขนมเซมเบ่ สำหรับเลี้ยงกวางที่จะเดินตามมากินอาหารของเราด้วย

 

 

 

 

9. เทศกาลแสงสี Nabana no Sato Winter Illumination

Photo by cyber0515 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Winter_Illumination_at_Nabana-no-Sato.jpg [CC by-sa 3.0]

ที่ตั้ง: เมืองมิเอะ(Mie) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

เทศกาล Nabana no Sato Winter Illumination เป็นหนึ่งในเทศกาลแสงสีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีไฟประดับมากกว่า 8.5 ล้านดวงภายในสวนดอกไม้ ภายในสวนจะมีการประดับตกแต่งไฟอย่างสวยงาม มีทั้งทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่นำไฟสีฟ้ามาตกแต่งให้ดูเหมือนทะเล นอกจากนี้ยังมีอุโมงค์ดวงไฟและจุดชมวิวที่สามารถขึ้นลิฟท์ไปด้านบน เมื่อมองลงมาจะเห็นสวนที่ประดับไฟเป็นมุมกว้าง เป็นอีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้เลย

 

 

 

10. ย่านเมืองเก่า Takayama Old Town

Photo by Andrea Schaffer from flickr.com/photos/aschaf/3810379608 [CCSA2.0]

ที่ตั้ง: จังหวัดกิฟุ(Gifu) ภูมิภาคชุบุ(Chubu)

ย่านเมืองเก่าทาคายาม่า(Takayama Old town)เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดกิฟุ(Gifu) เป็นย่านค้าขายที่เคยเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในอดีตซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้โดยรัฐบาลญี่ปุ่น ยังมีบ้านและอาคารต่างๆหลายหลักที่มีอายุหลายร้อยปีให้ชม ให้บรรยากาศบ้านเมืองสมัยเอโดะอย่างแท้จริง ซึ่งหลายๆแห่งยังเปิดเป็นพิพิธภัณท์ให้เข้าไปชมได้บรรยากาศและข้าวของต่างๆภายในบ้านได้ด้วย ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณถนน Sanmachi ทางฝั่งตะวันตกของสถานีรถไฟ Takayama นั่นเอง

 

 

 

11. วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใส(Kiyomizu-dera)

photos by Wenjie, Zhang | A Certain Slant of Light from flickr.com/photos/z_wenjie/5501712218( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

วัดคิโยะมิซุ หรือวัดน้ำใสเป็นหนึ่งในวัดที่ดังที่สุดของเมืองเกียวโต ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก(UNESCO) มีอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างอยู่ริมภูเขาสูงจากพื้นถึง 13 เมตรโดยไม่ใช้ตะปูในการสร้างเลย โดยจะมีระเบียงที่ยื่นออกไปสำหรับชมวิวเมืองเกียวโตได้ด้วย นอกจากนี้ที่บริเวณทางเข้าของวัดยังมีถนนคนเดินที่มีบรรยากาศเมืองเก่าของเกียวโตให้เดินเล่นกันด้วย

 

 

 

12. ปราสาทฮิเมจิ(Himeji Castle)

photos by Wei-Te Wong from flickr.com/photos/wongwt/34554536520( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองฮิเมจิ(Himeji) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

ปราสาทฮิเมจิเป็นหนึ่งในปราสาทที่ยิ่งใหญ่และสวยงามมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เป็น 1 ใน 4 ปราสาทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้(UNESCO) มีอาณาบริเวณกว้างขวางรวมทั้งสวนที่มีต้นซากุระที่สวยงามมากจนติดหนึ่งในสถานที่ชมดอกซากุระบานที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเลยทีเดียว

 

 

13. วัดคินคะคุจิหรือวัดทอง(Kinkakuji)

photos by Floyd Manzano from flickr.com/photos/88533186@N07/13547766763( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

วัดคินคะคุจิหรือวัดทองเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองเกียวโต เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น มีอาคารไม้ที่ทาสีทองอยู่ริมบึงน้ำ ที่โดดเด่นและสวยงามกว่าที่ไหนๆในญี่ปุ่น ซึ่งจะมีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ทั้งสวนดอกซากุระ หิมะขาวโพลน ใบไม้แดง และสีเขียวชอุ่มในฤดูร้อน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่สวยงามให้เดินชมกันด้วย

 

 

 

 

 

14. สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park)

photos by Reginald Pentinio from flickr.com/photos/reggiepen/15097400044( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: จังหวัดอิบารากิ(Ibaraki) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

สวนฮิตาชิ(Hitachi Park) เป็นสวนริมทะเลขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงด้านทุ่งดอกไม้ที่สวยงามอลังการมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะทุ่งต้นโคเชีย(Kochia)ที่โดยปกติจะมีสีเขียวก็สวยงามแปลกตาอยู่แล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ยิ่งสวยงามอลังการมากขึ้นไปใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังมีทุ่งดอกไม้อย่างอื่นที่สวยงามอลังการไม้แพ้กันอีกหลายชนิดตามแต่ละช่วงเวลา ตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 130 กิโลเมตร

 

 

 

15. ศาลเจ้ากลางทะเล อิสึกุชิมะ แห่งเกาะมิยาจิมะ(Miyajima Itsukushima Shrine)

Photo by José María Mateos from flickr.com/photos/rinzewind/2718717776/ [CC by 2.0]

ที่ตั้ง: เมืองฮิโรชิม่า(Hiroshima) ภูมิภาค ชูโกกุ(Chugoku)

ศาลเจ้าอิสึกุชิมะ แห่งเกาะมิยาจิมะ หรือบางทีก็เรียกว่า ศาลเจ้ามิยาจิมะ เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงโด่งดังจาก อาคารศาลเจ้าและประตูโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางทะเล จนดูเหมือนลอยอยู่ในน้ำในช่วงที่น้ำขึ้น ในส่วนของศาลเจ้าจะประกอบไปด้วยหลายอาคาร เช่น อาคารภาวนา อาคารหลัก และโรงละครโนะ ซึ่งจะเชื่อมต่อกันด้วยทางระเบียงทางเดินที่มีเสาด้านล่างอยู่ในทะเลเพื่อรับน้ำหนัก จึงเหมือนเป็นศาลเจ้าลอยน้ำ ที่มีสีแดงตัดกับสีน้ำเงินของน้ำทะเลอย่างโดดเด่น

 

 

16. ปราสาทมัตสึโมโตะ(Matsumoto Castle)

photos by Karl Baron from flickr.com/photos/kalleboo/14390574698( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองมัตซุโมโต้(Matsumoto) จังหวัดนากาโน่(Nagano) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)

ปราสาทมัตสึโมโตะเป็นปราสาทที่โดดเด่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุุ่น เพราะเป็นปราสาทหลังดั้งเดิมที่ยังไม่เคยถูกทำลายมาก่อน แต่กลับคงความสมบูรณ์และสวยงามของปราสาทเอาไว้ได้ ทั้งๆที่มีอายุมากกว่า 400 ปีแล้ว มีการใช้สีดำเพื่อให้ดูขลัง มีอาคารหอคอย 2 อาคารที่สร้างเชื่อมต่อกัน มีความสูง 6 ชั้น รอบๆปราสาทจะมีสวนต้นซากุระที่จะออกดอกสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

 

 

 

17. ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

photos by Type specimen from commons.wikimedia.org/wiki/File:Osaka_Dotonbori_Ebisu_Bridge.jpg( cc by 3.0 )

ที่ตั้ง: เมืองโอซาก้า(Osaka) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

โดทงบูริ หรือ ดงโทบุริ เป็นย่านกลางคืนที่คึกคักมากที่สุดของเมืองโอซาก้า ที่มีสัญญลักษณ์ของเมืองนี้อยู่ นั่นก็คือป้ายปูยักษ์ และป้ายนักวิ่งกูลิโกะ โดยจะมีแม่น้ำอยู่ตรงกลาง ซึ่งรอบๆก็จะมีแหล่งช้อปปิ้งมากมายเรียงรายกันไปแทบทุกทิศทุกทางเลย เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้มาแถวนี้ก็เหมือนยังมาไม่ถึงโอซาก้านั่นเอง

 

 

 

18. วัดเซนโซจิ หรือ วัดอาสากุซะ หรือวัดโคมแดง

ที่ตั้ง: เมืองโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

วัดเซนโซจิเป็นวัดชื่อดังที่สุดของเมืองโตเกียว อยู่ที่ย่านอาสากุซะ มีสัญญลักษณ์เป็นโคมสีแดงขนาดใหญ่ที่ประตูทางเข้า มีถนนด้านหน้าวัดที่เต็มไปด้วยร้านรวงขายขนมและของที่ระลึก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคึกคักมากตลอดทั้งวันของเมืองโตเกียว

 

 

 

 

19. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ ฟาร์มโทมิตะ (Tomita Farm)

photos by James.Kirk from flickr.com/photos/skuldly/880492815( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองฟูราโน่(Furano) ภูมิภาคฮอกไกโด(Hokkaido)

ที่ภูมิภาคฮอกไกโด จะนิยมปลูกดอกไม้กันในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะดอกลาเวนเดอร์ ที่ปลูกกันมานานเกือบ 100 ปีแล้ว และจุดชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ดีที่สุดของฮอกไกโดคือที่ ฟาร์มโทมิตะ(Farm Tomita) ซึ่งมีวิวทิวทัศที่สวยงามจากฉากหลังเป็นภูเขาโทกะชิ(Tokachi mountain) ที่เปิดให้เข้าชมฟรีอย่างอิสระ ใกล้ๆกับทุ่งดอกไม้ยังมีร้านกาแฟ ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์อีกด้วย

 

 

 

20. กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ(Tateyama Kurobe Alpine)

photos by Uryah from commons.wikimedia.org/wiki/File:20090503yukinoohtani02.JPG( cc by 3.0 )

ที่ตั้ง: เมืองโทยาม่า(Toyama) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)

กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ หรือ Snow Wall จะเกิดจากการทับถมของหิมะที่สูงมากถึง 20 เมตรเลยทีเดียว โดยจะเกิดปรากฏการณ์นี้เฉพาะในฤดูใบไม้ผลิช่วงประมาณกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนมิถุนายนของทุกปี ซึ่งในพื้นที่ส่วนอื่นๆของญี่ปุ่นถือว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้ต่างจะบานสะพรั่งกันอย่างสวยงาม นอกจากนี้บริเวณนี้ยังสามารถเข้าชมในฤดูอื่นๆที่จะมีความสวยงามแตกต่างกันไปด้วย เช่นการชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และการชมทุ่งดอกไม้ในฤดูร้อน

 

 

 

21.  พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิ(Churaumi Aquarium)

photos by 祐樹 from flickr.com/photos/ynverse/9964627113( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองนาฮา, เกาะโอกินาว่า

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอูมิได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณท์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีแท้งค์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ภายในนอกจากจะมีปลาทะเลหายากมากมายแล้ว ยังมีปลาฉลามวาฬอยู่ถึง 3 ตัวด้วยกัน

 

 

 

 

22. Snow monster และสกีรีสอร์ที่ Mount Zao

Photo from pixabay.com/en/zao-onsen-zao-ski-resort-japan-1560606/ [CC by 0.0]

ที่ตั้ง: จังหวัดยามากะตะ(Yamakata) ภูมิภาค โทโฮขุ(Tohoku)

ซาโอะออนเซนสกีรีสอร์ท(Zao Onsen Ski Resort) เป็นที่ที่จะพบต้นไม้แช่แข็ง เพียงไม่กี่ที่ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปริมาณหิมะที่ตกหนักและลมเย็นแช่แข็ง โดยจะพบได้ในบริเวณรอบๆยอดเขาซาโอะ สวยงามที่สุดในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงบริเวณนั้นได้โดยนั่งกระเช้า และเรือกอนโดล่า และในช่วงเย็นต้นไม้แช่แข็งเหล่านี้จะถูกประดับประดาด้วยไฟสว่างไสว อาจจะชมจากด้านนอกหรือในร้านกาแฟอุ่นๆ ก็สวยงามไม่แพ้กัน

 

 

 

 

23. เทือกภูเขาไฟอะโซะ(Aso Mountain)

วิวบริเวณเทือกเขาของภูเขาไฟอาโซะ Aso Moutain

วิวบริเวณเทือกเขาของภูเขาไฟอาโซะ Aso Moutain

ที่ตั้ง: จังหวัดคุมาโมโต้(Kumamoto) และจังหวัดโออิตะ(Oita) ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)

ภูเขาไฟอะโซะ(Aso Mountain)เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าตื่นตามากอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ที่มีสภาพเป็นเนินเขา ทุ่งหญ้า กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทำให้มีจุดชมวิวที่สวยงามอยู่มากมาย ที่บริเวณตอนกลางของภูเขาอะโซะจะมีปากปล่องที่ยังไม่ดับ จะมีน้ำอยู่ภายในที่มีไอเดือดอยู่ตลอดเวลา สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปชมได้

 

 

 

 

24. เมืองชนบท อาราชิยาม่า(Arashiyama)

photos by Akuppa John Wigham from flickr.com/photos/90664717@N00/10997981053( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

เมืองชนบทอาราชิยาม่าเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองเกียวโต ที่มีเสน่ห์อยู่ที่ความลงตัวระหว่างความสวยงามทางธรรมชาติและบ้านเมืองตามชนบทของญี่ปุ่น มีแหล่งท่องเที่ยวฮิตๆคือ วัด ศาลเจ้า ป่าไผ่ สวนลิง และการนั่งรถไฟชมวิวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่เรียกกันว่า Sagano Romantic Train

 

 

 

25. เกาะภูเขาไฟซากุระจิมะ(Sakurajima)

เกาะภูเขาไฟซากุระจิมะ(Sakurajima)

ที่ตั้ง: จังหวัดคาโกชิม่า(Kagoshima) และภูมิภาคคิวชู(Kyushu)

ภูเขาไฟซากุระจิมะ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่มากที่สุดลูกหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นเกาะที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเล และจากการระเบิดครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อปี 1914 ทำให้เกาะเชื่อมต่อกับแผ่นดินอีกฝั่งของคาบสมุทรโอซุมิ แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงมีการปะทุให้เห็นเป็นกลุ่มควันและขี้เถ้าอยู่เรื่อยๆตลอดเวลา บางครั้งถึงกับปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองคาโกชิมะเลยทีเดียว

 

 

 

26. สวนลิงจิโกคุดานิ(Jigokudani Yaen Park)

photos by Brian Jeffery Beggerly from flickr.com/photos/beggs/14517134691( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองนากาโน่(Nagano) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)

สถานที่สำหรับดูลิงแช่ออนเซนท่ามกลางหิมะที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแปลกของญี่ปุ่น ตั้งอยู่กลางหุบเขาจิโกคุดานิ มีบ่อน้ำที่สร้างขึ้นสำหรับเจ้าลิงทั้งหลาย ซึ่งจากประตูทางเข้าสวนเดินเข้าไปเพียง 5 นาที นักท่องเที่ยวจะพบเห็นลิงตลอดเส้นทางที่ไปยังสระน้ำ โดยพวกมันจะจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ มีความคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามห้ามเข้าไปจับหรือให้อาหารโดยเด็ดขาด

 

 

 

27. สวนเค็นโรคุเอ็น(Kenrokuen Garden)

photos by Andrew Smith from flickr.com/photos/andrew_annemarie/14666045471( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองคานาซาวะ(Kanazawa) จังหวัดอิชิคาว่า(Ishikawa) ภูมิภาคชูบุ(Chubu)

สวนเค็นโรคุเอ็นเป็นสวนที่มีความสวยงามติดหนึ่งใน 3 สวนสวยของประเทศญี่ปุ่น เป็นสวนขนาดใหญ่ที่ภายในมีการจัดแต่งสวนแบ่งออกเป็น 6 แบบด้วยกัน มีการใช้เทคนิคขั้นสูงหลายอย่างตามสวนสไตล์เซน รวมทั้งสวนนี้จะสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จะเห็นต้นไม้สีแดงภายในสวนที่ถูกเลือกในตำแหน่งที่ลงตัวมากด้วย

 

 

 

28. สวนสนุกยูนิเวอแซล สตูดิโอ Universal Studio Japan

Photo by L1NDUS from flickr.com/photos/l1ndus/32622229453/ [CC by 2.0]

ที่ตั้ง: จังหวัดโอซาก้า(Osaka) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

สวนสนุก USJ เป็นสวนสนุกแห่งแรกของยูนิเวอร์ซัล สตูดิโอส์ ที่เปิดในเอเชีย และเป็นสวนสนุกที่มีคนมาเที่ยวมากเป็นอันดับสองของญี่ปุ่น รองจาก Tokyo Disney Resort และยังมีโซนเครื่องต่างๆมากมายที่อัพเดตต่อเนื่องตลอดเวลา ล่าสุดก็คือโซนแฮร์รี่ พอตเตอร์

 

 

 

29. ย่านมินาโตะ มิเรอิ (Minato Mirai)

photos by Reginald Pentinio from flickr.com/photos/reggiepen/15445639164( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองโยโกฮาม่า(ํYogohama) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

ย่านมินาโตะ มิเรอิ เป็นย่านริมทะเลของเมืองโยโกฮาม่าซึ่งเป็นเมืองท่าหลักที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงโตเกียว ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็น landmark หลักของเมืองโยโกฮาม่าไปแล้ว ด้วยตึกสูงรูปทรงสวย ที่ตั้งตระหง่านริมทะเลอยู่มากมาย ที่ให้บรรยากาศระหว่างความเก่าและใหม่ผสมกันอย่างลงตัว

 

 

 

30. ลานสกียูซาวะ Yuzawa

ลานสกียูซาวะ

photos by Daderot from commons.wikimedia.org/wiki/File:Yuzawa,_Niigata_-_DSC09458.JPG(cc by 1.0)

ที่ตั้ง: จังหวัดนิอิกาตะ(Niigata) ภูมิภาคชุบุ(Chubu)

ลานสกียูซาวะ(Yuzawa) ตั้งอยู่ภายในจังหวัดนีงาตะ(Niigata) เรียกได้ว่าเป็นที่เล่นสกีสุดฮอตสำหรับนักเล่นสกีจำนวนมากเลยล่ะค่ะ โดยที่ลานสกียูซาวะนั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในลานสกีที่ใหญ่ที่สุด  แถมถ้าจะเดินทางเช้าไปเย็นกลับจากโตเกียวนี่ก็สบายมากเลยนะคะ เพราะสามารถเดินทางจากโตเกียวมายังลานสกีแห่งนี้ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าจะมาก็สามารถมากันได้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนจนถึงปลายเดือนพฤษภาคมของทกปีค่ะ ลานสกีแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่นี้นะคะ เพราะยูซาวะยังมีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องการเป็นแหล่งออนเซนธรรมชาติชั้นยอดอีกอย่าง การใช้บริการถ้าไม่ได้พักที่ไหนในแถวๆนี้จะไปที่ห้องอาบน้ำสาธารณะเพื่อสัมผัสกับการแช่แบบคนท้องถิ่นแท้ๆก็ได้

 

 

 

31. ย่านฮาราจูกุ(Harajuku)

ย่านฮาราจูกุ(Harajuku)

ที่ตั้ง: จังหวัดโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

ย่านฮาราจูกุ(Harajuku) เป็นย่านแฟชั่นแปลกหลากสไตล์ของบรรดาเหล่าวัยรุ่น ชิคๆ เก๋ๆ ที่มีให้ดูกันเพียบ ย่านนี้อยู่ระหว่างชินจูกุและชิบูย่า เป็นเหมือนศูนย์รวมของวันรุ่นญี่ปุ่นที่มีสไตล์การแต่งตัวและแฟชั่นที่จัดจ้านไม่ซ้ำใคร ถนน Takeshita Dori เส้นนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ขนมเครปและร้านอาหาร ซึ่งเป็นเหมือนจุดนัดพบและเดินเล่นของบรรดาเหล่าวัยทีน ที่แต่งตัวแบบคอสเพลย์, แต่งตามตัวการ์ตูนแอนนิเมะ หรือเป็นแนวพังค์ก็พบได้ที่ย่านนี้

 

 

 

32. สวนและพิพิธภัณท์สันติภาพฮิโรชิม่า Hiroshima Peace Park

photos by John Gillespie from flickr.com/photos/johnji/24126461530( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองฮิโรชิม่า(Hiroshima) ภูมิภาคชูโกกุ(Chugoku)

สวนสันติภาพฮิโรชิม่าเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่กินพื้นที่ประมาณ 120,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองฮิโรชิม่า(Hiroshima)ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศเป็นอนุสรณ์สถานให้กับการทิ้งระเบิดปรมาณูเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และพิพิธภัณฑ์ซึ่งประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆคือส่วนที่จะจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรชิม่า และอีกส่วนจะเกี่ยวกับการถูกทิ้งระเบิด ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์โดยละเอียด และเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศเดียวในประวัติศาสตร์มนุษย์ที่เคยถูกทิ้งระเบิดนิวเคลีย จึงเป็นที่สนใจคนผู้คนทั่วโลกที่เดินทางมาที่นี่

 

 

 

 

33. วัดโทไดจิ(Todaiji)

photos by David Offf from flickr.com/photos/67162482@N07/6122118393( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองนารา(Nara) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

วัดโทไดจิหรือวัดพระใหญ่แห่งเมืองนารา เป็นวัดพุทธที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนารา มีอายุมากกว่า 1,300 ปี อีกทั้งอาคารวิหารหลักยังเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกด้วย โดยที่ภายในก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นอีกต่างหาก นอกจากนี้ที่ด้านหน้าประตูทางเข้าวัดจะมีกวางน้อยมารอกินอาหารอีกฝูงใหญ่เลยทีเดียว

 

 

 

34. คิบูเนะ(Kibune)

photos by Norio NAKAYAMA from flickr.com/photos/norio-nakayama/6390119297(cc by 2.0)

ที่ตั้ง: จังหวัดเกียวโต(Kyoto), ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

คิบูเนะเป็นเมืองชนบทเล็กๆที่อยู่ในภูเขาทางตอนเหนือของเกียวโต มีชื่อเสียงด้านความงามตามธรรมชาติที่ผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โดยมีศาลเจ้าคิบูเนะที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ด้วย มีชื่อมาจากตำนานที่ว่าเทพเจ้าได้เดินทางจากเมืองโอซาก้าโดยใช้เรือสีเหลือง ล่องตามแม่น้ำขึ้นมาที่ภูเขาทางเหนือของเกียวโต และมาถึงปลายทางที่เมืองแห่งนี้ จึงเรียกตั้งชื่อเมืองตามตำนานว่า คิบูเนะ หรือ เรือสีเหลือง

 

 

 

35. ปราสาทนิโจ(Nijo Castle)

ปราสาทนิโจ

ปราสาทนิโจ

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

ปราสาทนิโจเป็นปราสาทที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก(UNESCO) ที่จริงน่าจะเรียกว่าพระราชวังมากกว่า เพราะไม่ได้เป็นหอคอยแบบปราสาทอื่นๆของประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใกล้กับใจกลางของเมืองเกียวโต ภายในมีการจัดแสดงห้องต่างๆของจักรพรรดิญี่ปุ่น รวมทั้งสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยงามให้ชมกันด้วย

 

 

 

36. พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ(Nagasaki Atomic Bomb Museum)

photos by D. Miller from flickr.com/photos/fun_flying/1538642554( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: จังหวัดนางาซากิ(Nagasaki) ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)

พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิเป็นอีกหนึ่งแหล่งศึกษาเกี่ยวกับผลของสงครามและระเบิดนิวเคลีย มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ และรูปถ่ายของสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการถูกทิ้งระเบิดปรมาณู และด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่เคยถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ทำให้เป็นที่สนใจของคนทั่วโลกไปด้วย

 

 

37. วัดซันจูซันเก็นโด หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมพันมือ (Sanjusangendo Temple)

photos by Guilhem Vellut from flickr.com/photos/o_0/13310498635( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

วัดซันจูซันเก็นโดเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่าพันปี อยู่ทางตะวันออกของเมืองเกียวโต ภายในวัดมีพระพุทธรูปของเจ้าแม่กวนอิมพันมือ ขนาดเท่าคนจริง จำนวนมากถึง 1001 องค์ตั้งวางเรียงรายอยู่ภายในวิหารที่เป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

 

 

 

 

38. ศาลเจ้าเมจิ จิงกู (Meiji-jingu Shrine)

ศาลเจ้าเมจิ ฮาราจูกุ Meiji Shrine

ที่ตั้ง: ย่านฮาราจูกุ(Harajuku) เมืองโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

ศาลเจ้าเมจิ จิงกูเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ และมีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองโตเกียว อยู่ติดกับสถานีรถไฟฮาราจูกุ มีพื้นที่สวนล้อมรอบขนาดใหญ่เหมือนกับเป็นป่าใจกลางเมือง ว่ากันว่าภายในมีต้นไม้อยู่มากกว่า 1 แสนต้น ชาวเมืองโตเกียวจะนิยมมาไหว้พระขอพรกันที่ศาลเจ้าแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆเช่น วันปีใหม่

 

 

 

 

39. งาน snow and ice festival sapporo

preview sapporo snow festival 2017

ที่ตั้ง: เมืองซัปโปโร เกาะฮอกไกโด

งานเทศกาลน้ำแข็งและหิมะที่เมืองซัปโปโร(Sapporo Yuki Matsuri) หรือ Supporo Snow Festival นับเป็นเทศกาลฤดูหนาวสุดปังประจำปีของเมืองซัปโปโรที่ดังมากๆ เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงเทศกาลฤดูหนาวของญี่ปุ่นต้องนึกถึงงานนี้เป็นอันดับแรกๆเลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังเป็นเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วยนะคะ ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติรวมกันกว่า 2 ล้านคนเชียวค่ะ โดยเทศกาลนี้ จะจัดขึ้นทุกๆปีในช่วงต้นของเดือนกุมภาพันธ์ กินระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ละปีเค้าจัดใหญ่จัดเต็มมากๆการมีธีมแตกต่างกันไปในทุกๆปียิ่งทำให้มีความน่าสนใจเข้าไปอีกค่ะ

 

 

40. เนินทรายต็อตโตริ Tottori Sand Dunes

ที่ตั้ง: เมืองต็อตโตริ ภูมิภาคชูโกกุ(Chukoku)

เนินทรายต็อตโตริ (Tottori Sand Dunes)ตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองต็อตโตริ (Tottori) ประมาณ 16 กิโลเมตร แถบๆเลียบชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น(Sea of Japan) อยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติซานินไคกัน(Sanin Kaigan National Park) นับว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองต็อตโตริที่ไม่ว่าใครก็ห้ามเลยล่ะค่ะ ด้วยความที่เป็นเนินทรายที่มีขนาดใหญ่ มีความสูง50 เมตร และมีความกว้างถึง 2 กิโลเมตร ที่สำคัญชื่อเสียงของที่นี่นั้นโด่งดังระดับประเทศเลยนะคะ ด้วยความที่เนินทรายแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมานับพันปี การก่อเกิดของเนินทรายแห่งนั้นเกิดจากการที่ทรายที่ใกล้แม่น้ำเซนไดกาวะ(Sendaigawa River) ถูกชะล้างออกไปสู่ทะเล แล้วกระแสน้ำในมหาสมุทรก็พัดพาไปอยู่ตามแนวชายฝั่ง แต่ตัวเนินทรายนี้จะไม่ได้มีภูมิทัศน์เหมือนเดิมทุกๆครั้งนะคะ เพราะกระแสน้ำและลมก็ยังพัดเข้าชายฝั่งอย่างต่อเนื่องทำให้เนินทรายมีภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ซึ่งก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นไม่น้อยเพราะว่าคาดเดาไม่ได้นี่เองค่ะว่ามาแล้วจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง เรียกว่ามากี่ครั้งก็ไม่มีคำว่าน่าเบื่อแน่ๆ

 

 

41. ลานสกี Niseki

เมืองสกีรีสอร์ท นิเซโกะ

photo by wakimasa From commons.wikimedia.org/wiki/File:Niseko_Mt.Resort_Grand_Hirafu.JPG ( cc by public domain )

ที่ตั้ง: เมืองนิเซโกะ(Niseko) เกาะฮอกไกโด

ในเมืองนิเซโกะ(Niseko)มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่และมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวออสเตรเลีย ร้านเช่าและขายอุปกรณ์สกีกว่า 80% ดำเนินการโดยชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนนานาชาติ อพาร์ตเมนท์และซูเปอร์มาร์เก็ตที่วางขายสินค้านำเข้าสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติ บ่อน้ำแร่บางแห่งในเมืองนิเซโกะจึงอนุญาตให้ผู้มีรอยสักและผู้ที่ใส่ชุดว่ายน้ำลงแช่ได้ ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกในเมืองอื่นของประเทศญี่ปุ่น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองก็ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ 3 คนประจำการตลอดเวลา เพื่อรองรับผู้มาติดต่อชาวต่างชาติ ที่คิดเป็น 80% ของจำนวนผู้มาติดต่อทั้งหมด เรียกได้ว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ การสื่อสารง่ายที่สุดเมืองหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

 

 

 

42. พิพิธภัณท์สัตว์น้ำ โอซาก้า(Kaiyukan Osaka Aquarium)

โอซาก้า photos by MIKI Yoshihito from flickr.com/photos/mujitra/8960034664( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองโอซาก้า(Osaka) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

พิพิธภัณท์สัตว์น้ำ โอซาก้าเป็นหนึ่งในสวนสัตว์น้ำที่ดีที่สุดของประเทศญี่ปุ่นเหมาะกับการใช้เวลาดูสัตว์น้ำที่นี่ซักครึ่งวัน หรือถ้ามีความสนใจอยู่แล้ว อาจจะอยู่ได้เกือบทั้งวันเลยทีเดียว ภายในมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะแท้งค์ยักษ์ที่มีฉลามวาฬอาศัยอยู่

 

 

 

43. เกาะร้างฮาชิมะ (Hashima Island, 軍艦島)

Hashima Gunkanjima

ที่ตั้ง: จังหวัด นางาซากิ(Nagasaki), ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)

ถึงจะเป็นเกาะร้างแต่ก็มีชื่อเสียงและมีหนังดังๆหลายเรื่องมาถ่ายทำหรือใช้เป็นแรงบันดาลใจในหนัง เช่น 007 Skyfall
(2013) และ หนังผีไทย ฮาชิมะโปรเจค โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ด้วย สร้างขึ้นเพื่อเป็นเหมืองแร่ถ่านหินที่มีคนงานอยู่หลายหมื่นคนจนสร้างเมืองขึ้นมาบนเกาะแต่ถูกทิ้งร้างเอาไว้เมื่อเหมืองปิดตัวลงตั้งแต่ปี 1974

 

 

 

44. สวนชินจูกุเงียวเอน(Shinjuku Gyoen)

photos by Atibordee Kongprepan from flickr.com/photos/atibordee/11301182756( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: เมืองโตเกียว(Tokyo) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

สวนชินจูกุเงียวเอนเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่ของเมืองโตเกียวตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านชินจูกุ มีชื่อเสียงที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่จะมีดอกซากุระบานสะพรั่งเต็มสวน กลายเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยมของชาวโตเกียว

 

 

 

45. ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market)

photos by John Weiss from flickr.com/photos/jweiss3/168465413( cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: ตัวเมืองเกียวโต(Kyoto) ภูมิภาคคันไซ(Kansai)

ตลาดนิชิกิเป็นตลาดที่รวมเอาอาหารหลากหลายประเภท ทั้งของสด และของหมักดองจนได้ชื่อว่าเป็นครัวหลักของเมืองเกียวโต เป็นตลาดที่คนท้องถิ่นจะมาแวะจับจ่ายใช้สอยกัน จึงอาจจะไม่มีร้านค้าเช่นของฝากของที่ระลึกมากนักแต่จะได้บรรยากาศของตลาดญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

 

 

 

46. 8 บ่อนรก จิโกกุ Jigoku Meguri Beppu

บรรยากาศที่บ่อนรก Chinoike Jigogu

บรรยากาศที่บ่อนรก Chinoike Jigogu

ที่ตั้ง: เมืองเบปปุ(Beppu) ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)

บ่อนรกหรือจิโกกุ (地獄, jigoku) ที่เบปปุ(Beppu)แหล่งออนเซนที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆของญี่ปุ่น เรียกได้ว่าถ้ามาเบปปุแล้วไม่มาล่ะก็เหมือนมาไม่ถึงเลยล่ะค่ะ เนื่องจากนับเป็นหนึ่งในจุดท่องเที่ยวหลักของเมืองเบบปุโดยหลักๆแล้วนั้นบ่อนรก จิโกกุมีอยู่ด้วยกันถึง 8 บ่อแต่ละบ่อล้วนแต่มีเอกลักษณ์ความพิเศษแตกต่างกันไปแนะนำว่ามาทั้งทีควรเดินชมให้ครบจะฟินสุดค่ะ

 

 

47. โซนมรดกโลก เมืองนิกโก้

บรรยากาศภายในศาลเจ้าโทโชกุด้านซ้าย

บรรยากาศภายในศาลเจ้าโทโชกุด้านซ้าย

ที่ตั้ง: จังหวัดโทชิกิ(Tochigi) ภูมิภาคคันโต(Kanto)

นิกโก้(Nikko)มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความสวยงามของวัดและศาลเจ้าต่างๆที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เช่น ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu) และวัดรินโนจิ(Rinnoji) เพราะในอดีตนิกโก้เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายชินโต ทำให้มีศาลเจ้าและวัดที่สวยงามหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีธรรมชาติที่สวยงามที่อุทยานแห่งชาติโอคุนิกโก้(Okuniko) ที่มีทั้งภูเขาและทะเลสาบ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะมีใบไม้เปลี่ยนสีมากมายตามหุบเขากลายเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมของคนญี่ปุ่นด้วย

 

 

48. โอเอะโดะออนเซ็น Ooedo Onsen Monogatari

โอเอะโดะออนเซ็น

photos by Sergey Vladimirov from flickr.com/photos/vlsergey/3954269358(cc by 2.0 )

ที่ตั้ง: จังหวัดโตเกียว ภูมิภาคคันโต(Kanto)

โอเอะโดะออนเซ็น(Ooedo Onsen Monogatari) ตั้งอยู่ในย่านโอไดบะ(Odaiba)ของเมืองโตเกียว(Tokyo) เรียกได้ว่าเป็นออนเซ็นรูปแบบที่น่าสนใจมากๆเลยนะคะ เพราะมีการผสมผสานระหว่างบ่อออนเซ็นรวมกับสวนสนุกอย่างลงตัว ทำให้ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็มาเพลิดเพลินกับที่นี่ได้ไม่มีคำว่าน่าเบื่อเลยล่ะค่ะ สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ก็ตรงมีการออกแบบตกแต่งให้มีบรรยากาศประหนึ่งหลุดเข้ามายังยุคสมัยเอโดะอย่างไรอย่างนั้น

 

 

49. ช่องเขาทาคาชิโฮ – Takachiho-kyo

น้ำตกมินาอิโนทาคิ(Minainotaki)ที่ช่องเขาทาคาชิโฮะ Takachiho-kyo

น้ำตกมินาอิโนทาคิ(Minainotaki)ที่ช่องเขาทาคาชิโฮะ Takachiho-kyo

ที่ตั้ง: เมืองมิยาซากิ(Miyazaki) ภูมิภาคคิวชู(Kyushu)

ช่องเขาทาคาชิโฮ (高千穂峡, Takachiho-kyō)ตั้งอยู่ไม่ไกลกับภูเขาไฟอะโซะ(Aso)ของเมืองทาคาชิโฮในจังหวัดมิยาซากิ โฮะ นับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของจังหวัดมิยาซากิ(Miyazaki)เลยล่ะค่ะ ที่นี่มีอีกชื่อเรียกสั้นๆว่า “ทาคาชิโฮะ” โดยหุบเขาแห่งนี้ถือกำเนิดมาจากรอยแตกของภูเขาที่มีแม่น้ำโกคาเซะ(Gokase)ตัดผ่าน 2 ข้างจะเป็นหินสูงชันเหมือนหน้าผาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟจนมีรูปร่างคดเคี้ยวคล้ายๆกับมังกรอย่างไงอย่างั้น ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะด้านในยังมีน้ำตกสูงไหลผ่านอีกต่างหาก น้ำตกที่ว่านี้ชื่อว่า น้ำตกมินาอิโนทาคิ(Minainotaki) มีความสูงถึง 17 เมตร เมื่อไหลผ่านตัดหุบเขาช่วงน้ำไม่มากนักก็ยังไหลเอื่อยๆลงมาที่ธารน้ำสีน้ำเงินอมเขียว กับความเขียวขจีของแมกไม้และหินสีเทา

 

 

50. หาด Sunayama beach เกาะ Miyakojima, Okinawa

Photo by Nao Iizuka from flickr.com/photos/iizukanao/6879573813 [CC2.0]

ที่ตั้ง: เกาะมิยาโกะ โอกินาว่า(Okinawa)

เกาะมิยาโกะ(Miyako Island) ห่างจากหมู่เกาะโอกินาว่าไปทางทิศใต้ประมาณ 300 กิโลเมตร และห่งจากหมู่เกาะยาเอยาม่าไปทางทิศเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร แหล่งท่องเที่ยวที่รู้จักกันดีคือชายหาดที่งดงาม จุดหมายของนักดำน้ำดูปะการัง เนื่องจากคลื่นลมสงบตลอดทั้งปี

ชายหาดซูนายามะ(Sunayama Beach) มีทรายสีขาวละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าสดใส สามารถเดินจากลานจอดรถไปยังชายหาดได้ในระยะใกล้ๆ นับเป็นชายหาดอีกแห่งหนึ่งที่สวยงามของเกาะมิยาโกะ สิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ ได้แก่ ห้องอาบน้ำ และสุขา

 

 

 

 

 

ครบแล้วกับ 50 สถานที่ท่องเที่ยวสุดเจ๋งในประเทศญี่ปุ่น หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นไอเดียให้กับหลายๆคนที่กำลังหาที่เที่ยวใหม่ๆกันอยู่ หรือถ้าใครเคยไปที่ไหนแล้ว อยากเพิ่มเข้าไปในลิสน์นี้ คอมเม้นมาแชร์กันได้เลยนะ


10 เรียวกังและโรงแรม มีรอยสักก็ลงแช่ออนเซ็นได้
Top 25 แหล่งท่องเที่ยวเมืองหลวงญี่ปุ่น มหานครโตเกียว