/ ชมซากุระ / 14 จุดชมซากุระสุดสวยของเกียวโต Kyoto Top 14 Hanami Spots

14 จุดชมซากุระสุดสวยของเกียวโต Kyoto Top 14 Hanami Spots

Photo: Junseop Seo [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/windsurfing23/17054077542

เมืองเกียวโต(Kyoto) ถูกขนานนามให้ว่าเป็น “เมืองมรดกโลกสุดยิ่งใหญ่” จากการที่ภายในเมืองมีสิ่งปลูกสร้างตามวัฒนธรรมที่เก่าแก่แสนล้ำค่าจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของยูเนสโก้มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยล่ะค่ะ ที่สำคัญเมืองนี้ในอดีตยังเคยเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นก่อนจะถูกย้ายไปยังเมืองโตเกียวอีกด้วยนะคะ สิ่งเหล่านี้นี้เองเลยทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากมาย รวมถึงจุดชมซากุระที่สวยงามมากด้วยเช่นกัน โดยเราได้รวบรวมเอาจุดชมซากุระยอดนิยมในเมืองเกียวโต(Kyoto)ที่ขึ้นชื่อว่าสวยทั้งหมด 14 จุดด้วยกัน ซึ่งแต่ละที่จะสวยงามตระการซักแค่ไหนตามมาชมกันด่วนๆทางนี้เลยจ้า

 

1. ถนนเทสึงาคุ โน มิจิ หรือ เส้นทางนักปราชญ์(Tetsugaku no michi/Philosopher’s Path)

ถนนเทสึงาคุ โน มิจิ หรือที่หลายๆคนจะคุ้นเคยกันในชื่อว่า “เส้นทางนักปราชญ์” นับเป็นเส้นทางริมคลองที่เชื่อมต่อระหว่างวัดกินคะคุจิกับวัดนันเซนจิ ซึ่งเรียงรายด้วยต้นซากุระกว่า 100 ต้น ตัวพื้นที่เป็นเส้นทางเดินถูกทำอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความคลาสสิก เวลาซากุระบานทีนี่มีความชมพูฟูฟ่องไปทั้งสวย จนกลายมาเป็นทัศนียภาพที่สวยจับจิตจับใจ

การเดินทาง: ตั้งอยู่ระหว่างวัดกินคะคุจิ(Ginkakuji) และ วัดนันเซนจิ(Nanzenji)
ค่าใช้จ่าย: ฟรีค่าเข้าชม

photos by pelican from flickr.com/photos/pelican/443517748/( cc by 2.0 )

 

 

2. สวนมารุยาม่า(Maruyama Park)

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้ายาซากะ ซึ่งเป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดประจำเกียวโต เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงจุดชมซากุระเมืองเกียวโตเมื่อไหร่จ้องมีที่ติดอันดับต้นๆเสมอๆเลยล่ะค่ะ โดยใจกลางสวนแห่งนี้มีต้นซากุระพันธุ์ Shidarezakura หรือ weeping cherry tree ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ กลางคืนจะมีไฟประดับประดาสวยงามมากเลยทีเดียว แบบว่าจะมากลางคืนก็ออกแนววิบวับๆส่วนกลางวันก็ออกจะหวานๆหน่อย

การเดินทาง: ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้ายาซากะ(Yasaka Shrine)
ค่าใช้จ่าย: ฟรีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด: แสงไฟประดับประดาประจำปี 2015 จะมีในวันที่ 6 มีนาคม – 12 เมษายน เปิดถึงเวลา 1:00 น.

photos by KimonBerlin from commons.wikimedia.org/wiki/File:Maruyama_Park_(3516080612).jpg( cc by 2.0 )

 

 

3. อาราชิยาม่า(Arashiyama)

อาราชิยาม่า ถือเป็นอำเภอหนึ่งในเขตชานเมืองเกียวโตที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากๆเชียวค่ะ นั่นก็เพราะว่ามีแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติสวยๆเพียบ ยิ่งช่วงฤดูใบไม้ผลินี่มีหลายจุดทีเดียวที่ชมซากุระได้ฟินจับใจ ไม่ว่าจะเป็นต้นซากุระถูกปลูกอยู่ทั่วสะพานโทเกสึเคียว(Togetsukyo Bridge) ที่ฐานภูเขาอาราชิยาม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสวนนาคาโนชิมะที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ นอกจากนี้ยังสามารถชมซากุระได้ในบริเวณวัดไดคาคุจิ(Daikakuji Temple) มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยต้นซากุระมากมาย หากอยากชมซากุระพร้อมวิวธรรมชาติเน้นๆมาแถบนี้ไม่ผิดหังค่ะ

การเดินทาง: ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเกียวโต
ค่าใช้จ่าย: ฟรีค่าเข้าชม

photos by KimonBerlin from commons.wikimedia.org/wiki/File:Katsura_river_bank,_Arashiyama,_Kyoto_(3667159764).jpg( cc by 2.0 )

 

4. ศาลเจ้าเฮอัน(Heian Shrine)

ศาลเจ้าเฮอัน เรียกได้ว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการชมซากุระแห่งหนึ่งในเกียวโตทีเดียว โดยภายในบริเวณสวนของศาลเจ้าเฮอันหลังอาคารหลัก ดอกซากุระจะบานเต็มที่หลังจากในเมืองเกียวโตประมาณ 2-3 วัน หากชื่นชอบชมซากุระท่ามกลางสถาปัตยกรรมโบราณๆแลดูมีกลิ่นอายความดั้งเดิมแล้วล่ะก็ที่ศาลแห่งนี้ตอบโจทย์อย่างแรง

การเดินทาง: บริเวณด้านหลังของอาคารหลักประจำศาลเจ้า
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชม 600 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 8:30-17:30 น.

photos by KimonBerlin from commons.wikimedia.org/wiki/File:Okazaki_canal,_with_the_great_Heian_shrine_torii_above_the_cherry_trees_(3476990053).jpg( cc by 2.0 )

 

 

5. สวนฮาราดานิเอน(Haradani-en Garden)

สวนฮาราดานิเอน ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือวัดคินคะคุจิ(Kinkakuji Temple) เป็นอีกจุดหนึ่งที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมซากุระในสวนอันรื่นรมย์ของเขตชานเมืองเกียวโต แบบที่เดินทางไม่ยากไม่ง่ายแต่ก็ไม่ถึงกับมีความเป็นเมืองจ๋าอะไรแบบนั้น เพียงแต่ติดอยู่ที่ระบบขนส่งสาธารณะมีน้อยไปซักนิด ปกติจะต้องโดยสารรถบัสหมายเลข M1 จาก Kitaoji Station, Kinkakuji-michi หรือ Ritsumeikan University เท่านั้น หรือโดยสารด้วยแท๊กซี่ก็จะสะดวกขึ้น แต่บอกเลยว่ามาแล้วคุ้มค่ากับการเดินทางแน่ๆค่ะ เพราะจะชมซากุระก็งามหรือจะชมวิวทิวทัศน์เมืองเกียวโตแบบพาโนราม่าก็ได้ทั้งนั้น

การเดินทาง: ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเกียวโต
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชมวันธรรมดา 1,200 เยน วันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ 1,500 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00 น.

photos by T.Kiya from flickr.com/photos/cq-biker/5064004093( cc by 2.0 )

 

 

6. คลองโอคาซากิ(Okazaki Canal)

คลองโอคาซากิ ตั้งอยู่นอกศาลเจ้าเฮอัน โดยจะเป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลสาบบิวะ(Lake Biwa)กับแม่น้ำคาโมะ(Kamo River) สองข้างทางเรียงรายไปด้วยต้นซากุระ ปกติแล้วการชมวิวของที่นี่เค้าจะนิยมล่องเรือกันนะคะ โดยเราสามารถล่องเรือในคลองในช่วงฤดูกาลชมซากุระมีค่าใช้จ่าย 1,000 เยน/คน เรือออกทุกๆ 15-30 นาที ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งในการชมซากุระที่ไม่ได้แค่นั่งหรือเดินชมเฉยๆ ซึ่งการล่องเรือนี่ก็ทำให้เราได้เห็นความงดงามไปอีกแง่มุมหนึ่งที่ต่างจากปกติทั่วไปและสวยไปอีกแบบด้วยล่ะค่ะ

การเดินทาง: นอกศาลเจ้าเฮอัน(Heian Shrine)
ค่าใช้จ่าย: การล่องเรือราคา 1,000 เยน/คน
เวลาเปิด-ปิด: ล่องเรือในคลอง เริ่มวันที่ 26 มีนาคม- 6 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 9:30-16:30 น.
เปิดไฟที่ประดับประดาริมคลอง วันที่ 27 มีนาคม- 12 เมษายน จนถึงเวลา 20:30 น.

photos by KimonBerlin from commons.wikimedia.org/wiki/File:Okazaki_canal_(3477790894).jpg( cc by 2.0 )

 

 

7. ทางลาดเคอาเกะ(Keage Incline)

ทางลาดเคอาเกะ เป็นส่วนหนึ่งของคลองที่เชื่อมต่อทะเลสาบบิวะ(Lake Biwa)ของเกียวโตกับภูเขาอีกด้านหนึ่ง อดีตเคยใช้เป็นเส้นทางขนส่งเรือระหว่างคลองโอซากากิและคลองที่ยกระดับสูงขึ้น จนถึงปี ค.ศ. 1950 ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมซากุระที่มีมากกว่า 100 ต้นเลยทีเดียว โดยจุดนี้จะให้บรรยากาศเงียบสงบอยู่บ้าง แม้ซากุระจะไม่ถึงกับแน่นมาก แต่ก็สวยไม่เบา

การเดินทาง: ติดกับคลองโอคาซากิ ใกล้วัดนันเซนจิ(Nanzenji Temple)
ค่าใช้จ่าย: ฟรีเข้าชม

photos by hiroaki from flickr.com/photos/hwat/113910427( cc by 2.0 )

 

 

8.วัดไดโกจิ(Daigoji Temple)

วัดไดโกจิ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต โดยที่จุดชมซากุระจะอยู่ที่บริเวณพิพิธภัณฑ์เรโฮคัง(Reihokan Museum) และด้านหน้าของซังโบอิน(Sanboin) ซึ่งบริเวณนั้นจะถือเป็นจุดชมซากุระที่สวยที่สุดของวัดเลยนะคะ เรียกว่าเป็นจุดเช็กอินอย่างไงอย่างนั้นถ้ามาต้องโดนซักรูปสองรูป

การเดินทาง: จากสถานีรถไฟไดโกจิ(Daigoji Station) เดินไป 15 นาที
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้า 600 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00 น.

photos by Kimon Berlin from flickr.com/photos/kimon/3471812421( cc by 2.0 )

 

 

9..ปราสาทนิโจ(Nijo Castle)

ปราสาทนิโจ นั้นขึ้นชื่อว่าสามารถชมซากุระได้สวยไม่แพ้ที่ไหนในเกียวโตเลยนะคะ ภายในพื่นที่ปราสาทนิโจเต็มไปด้วยต้นซากุระหลากหลายสายพันธุ์ที่ปลูกไว้เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ด้วยความที่มีหลกหลายสายพันธุ์นี่เองทำให้ซากุระจะมีความสวยหลากสไตล์ชมพูเข้มบ้างอ่อนบ้าง จนกลายเป็นพื้นที่สีชมพูที่ไล่เฉดเหมือนงานศิลปะเชียวค่ะ ถ้าชมกลางวันอย่างเดียวไม่เปรี้ยวพอก็สามารถมาเดินกันต่อได้ช่วงกลางคืนด้วยนะคะ โดยในช่วงกลางคืนจะเปิดไฟที่ประดับไว้อย่างสวยงาม ซึ่งมีความพิเศษตรงที่เค้าจะเปิดเฉพาะชวงนี้เท่านั้นเอง

การเดินทาง: โดยสารรถไฟใต้ดินสาย Tozai Line ไปลงที่สถานี Nijojo-mae Station เดินต่อไปเล็กต่อ
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชม 600 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 8:45-17:00 น. เปิดไฟในช่วงกลางคืนตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม-12 เมษายน เข้าชมได้ถึง 21:00 น.ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก 400 เยน

photos by Tatters ✾ from flickr.com/photos/tgerus/18860306745( cc by 2.0 )

 

 

10.สวนพฤษศาสตร์เกียวโต(Kyoto Botanical Garden)

สวนพฤษศาสตร์เกียวโตที่เต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ถ้ามุ่งมั่นจะมาชมซากุระบานนี้ให้ตรงมาที่พื้นที่ชมซากุระตั้งอยู่ถัดจากใจกลางสวนพฤกษศาสตร์เลยด่วนๆ นอกจากต้นซากุระแล้วยังจะมีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ และต้นไม้อื่นๆหลายชนิดให้ได้ชมอีกเพียบ ซึ่งช่วงฤดูใบไม้ผลินี่สวนแห่งนี้จะสวยมากเป็นพิเศษมองไปที่ไหนก็เห็นดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันชูช่อล่อตาล่อใจเต็มไปหมด

การเดินทาง: โดยสารรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Line ไปลงที่สถานี Kitayama Station เดินต่อไปเล็กน้อย
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชม 200 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00 น.(เข้าชมก่อน 16:00 น.)  เปิดไฟในช่วงกลางคืนตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม-12 เมษายน จนถึง 21:00 น.(เข้าชมก่อน 20:00 น.)

photos by Tatters ✾ from flickr.com/photos/tgerus/18337513180( cc by 2.0 )

 

 

11.วัดคิโยมิซุเดระหรือวัดน้ำใส(Kiyomizudera) 

วัดคิโยมิซุเดระ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “วัดน้ำใส” ปกติแล้วเค้าจะนิยมไปชมซากุระที่อาคารไม้หลัก ซึ่งจะมีต้นซากุระจำนวนหนึ่งถูกปลูกอยู่ด้านล่างของระเบียงอาคารไม้ชื่อดัง ส่วนบริเวณบ่อน้ำใกล้ทางออกวัดจะมีต้นซากุระหนาแน่นกว่า เรียกว่ามีหลายจุดให้เลือกชมกันเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้ที่ชานระเบียงอาคารก็ถือเป็นจุดชมวิวสุดอลังของที่นี่อีกด้วยนะคะ ถ้ามาช่วงฤดูใบไม้ผลิคนก็อาจะมากเป็นพิเศษ แนะนำให้มาเช้าๆจะดีสุดค่ะ

การเดินทาง: จากสถานีรถบัส Kiyomizu-michi เดินไปประมาณ 15 นาที
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชม 300 เยน
เวลาเปิด-ปิด: 6:00-18:00 น.  เปิดไฟในช่วงกลางคืนตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม-12 เมษายน 18:00-21:00 น.ค่าใช้จ่าย 400 เยน

photos by Tetsuji Sakakibara from flickr.com/photos/tetsuji0105/13948112844( cc by 2.0 )

 

 

12. วัดนินนาจิ(Ninnaji Temple) 

วัดนินนาจิ ขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดของแถบนี้ก็ว่าได้ โดยในพื้นที่นินนาจิซากุระจะบานช้ากว่าแห่งอื่นๆ ปกติซากุระจะบานประมาณต้น-กลางเดือนเมษายน ซากุระที่นี่มีชื่อเรียกว่าโอมูโระ(Omuro Cherry) ซึ่งซากุระสายพันธุ์นี้จะบานช้ากว่าสายพันธุ์อื่นๆ แบบว่าถ้ามาเกียวโตช้ากว่าปกติแล้วตรงมาที่นี่เลยค่ะ เพราะที่นี่เค้าเป็นจุดชมซากุระที่บานช้าที่สุดของเมืองเกียวโตแล้ว

การเดินทาง: โดยสารรถใต้ดินสาย Keifuku Kitano Line ไปลงสถานี Omuro Ninnaji Station เดินต่อไปเล็กน้อย
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้าชม 500 เยน (เฉพาะในช่วงชมซากุระ)
เวลาเปิด-ปิด: 9:00-17:00 น.

photos by Nullumayulife from flickr.com/photos/41265963/5636785645( cc by 2.0 )

 

 

13. คาโมงาวะ(Kamogawa)

คาโมงาวะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำใจกลางเมืองเกียวโต ใครอยากชมซากุระแบบชิลๆมาทางนี้ เพราะเค้าจะมีต้นซากุระเรียงรายไปตลอดทาง โดยจะมีเส้นทางให้เดินสบายๆ เหมาะแก่การนั่งปิกนิกหรือจะมานั่งริมทางมองซากุระก็เหมาะนะคะ ช่วงที่แนะนะมากที่นี่ก็ประมาณเย็นๆพระอาทิตย์ใกล้ตกริมน้ำ จะเดินชมแบบชิลๆริมทางที่เรียงรายด้วยซากุระและดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ก็ดี หรือจะไปชมวิวบนสะพานก็สวยไปอีกแบบล่ะค่ะ

การเดินทาง: โดยสารรถใต้ดินสาย Karasuma Line ไปลงที่สถานี Kitaoji Station
ค่าใช้จ่าย: ฟรีค่าเข้าชม

photos by lensonjapan from flickr.com/photos/lensonjapan/8674410394( cc by 2.0 )

 

 

14. ศาลเจ้าฮิราโนะ(Hirano Shrine)

ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งประจำเกียวโต เพราะที่ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและธรรมชาติได้ลงตัวพอดีเป๊ะ การชมซากุระที่มีสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นนี่ให้ความรู้สึกมีเอกลักษณ์ โดยเค้าจะมีจะปลูกต้นซากุระไว้หลากหลายสายพันธุ์ในบริเวณศาลเจ้า ในช่วงกลางคืนจะเปิดไฟส่องสว่างสวยงามไม่แพ้แห่งอื่นเลย

การเดินทาง: ตั้งอยู่ระหว่าง Kinkakuji และ Kitano Hakubaicho
ค่าใช้จ่าย: ฟรีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด: ไฟประดับประดาเริ่มวันที่ 25 มีนาคม-20 เมษายน จนถึงเวลา 21:00 น.

photos by Wei-Te Wong from flickr.com/photos/wongwt/13778123823( cc by 2.0 )

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ