/ ท้อปฮิต(Top Hits) / 12 วัดและศาลเจ้าเข้าฟรี ของเกียวโต

12 วัดและศาลเจ้าเข้าฟรี ของเกียวโต

Photo: sweet_redbird [CC BY-SA 2.0] from flickr.com/photos/[email protected]/4588880806/

ประเทศญี่ปุ่นนับว่าขึ้นชื่อเรื่องวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมและศาสนา โดยเฉพาะเมืองเกียวโต(Kyoto) อดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดว่าเป็นศูนย์กลางของเกาะฮอนชู มีสถานที่สำคัญทางศาสนากว่า 2,000 แห่ง เป็นวัดทางศาสนาพุทธ 1,600 แห่ง และทางลัทธิชินโต 400 แห่ง เรียกได้ว่าแทบทุกหมูบ้านจะมีวัดหรือศาลเจ้าแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งท้องถิ่น ซึ่งก็มีวัดที่มีชื่อเสียงในวงกว้างและอีกหลายแห่งยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก วัดและศาลเจ้าในญี่ปุ่นส่วนมากนั้นจะสามารถเข้าชมได้ฟรี ยกเว้นวัดทีมีชื่อเสียงมากๆหรือมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่อาจมีการเรียกเก็บค่าเข้าชม เวลาเปิดทำการมักจะเปิดตั้งแต่เวลา 04:00 น.หรือ 5:00 น. และปิดประมาณ 17:00 น. ส่วนศาลเจ้าจะเปิดแบบตลอด24 ชั่วโมง หลากหลายแห่งยังมีวิวทิวทัศที่งดงามที่เหมาะกับการชมวิวในฤดูต่างๆอีกด้วย หากคุณได้มีโอกาสมาเยือนยังเมืองมรดกโลกอย่างเกียวโตแล้วไม่มาเที่ยวชมตามวัดหรือศาลเจ้าก็ถือว่ามาไม่ถึงกันเลยทีเดียว

 

1. วัดบุคโคจิ (Bukkoji Temple)

วัดบุคโคจิ หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดแห่งแสงสว่าง (Temple of the Buddha Ligh)” เดิมชื่อ โคโชจิ  (Kosho-ji) ตั้งอยู่ในเขตกิออน (Gion) ของใจกลางเมืองเกียวโต  ก่อตั้งขึ้นโดยนักบวชเรียวเก็น (Ryogen) นิกายชินรัน (Shinran) ในปี ค.ศ. 1324 ช่วงศตวรรษที่ 15 ทั้งยังเป็นวัดขนาดใหญ่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและมีเครือข่ายของวัดที่กระจายอยู่ทั่วทั้งทางตะวันตกของญี่ปุ่น ที่นอกจากจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมโบราณแล้วนั้น ยังมีร้านกาแฟเก๋ๆและร้านขายศิลปะ&งานฝีมือที่ดีไซน์โดยมหาวิทยาลัยศิลปะและการออกแบบเกียวโต

Photo by PROAmy Jane Gustafson from flickr.com/photos/amy_jane/8649200585 [CC by 2.0]

 

2. วัดโฮะเนะนิน (Honenin Temple)

วัดโฮะเนะนิน ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเกียวโตก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1681 โดยนักบวชนิกายโจโดะ  (Jodo)คนรักงานศิลปะไม่ควรพลาดเนื่องจากวิหารโฮโจ (Hojo Hall) มักจะเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่นพร้อมมีการแสดงดนตรีให้ชม รวมทั้งยังมีการเปิดให้ชมภาพวาดจากศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศอย่าง คาโนะ มิสึโนบุ (Kano Mitsunobu)  ซึ่งจะทำการเปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนและในสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น

Photo by Wiiii from commons.wikimedia.org/wiki/File:Honen-in.jpg[CC by 1.0,2.0,2.5,3.0]

 

3. วัดคุกินุกิ จิโซะ (Kuginuki Jizo)

วัดคุกินุกิ จิโซะ หรืออีกชื่อหนึ่งคือ วัดชาคุโซจิ (Shakuzoji Temple) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิมาเดะกาวะ โดริ (Imadegawa Dori)ในเซ็นบง (Senbon) จากตำนานเล่าว่าในอดีตมีพ่อค้าที่เจ็บปวดที่มือทั้งสองข้าง จนต้องไปสวดอ้อนวอนกับเทพเจ้า Boddhisattva Jizo ที่ประดิษฐานยังวัดแห่งนี้ โดยเทพเจ้าได้มาเข้าฝันและบอกว่าเป็นกรรมเก่าที่เคยทำกับผู้อื่น ซึ่งคนผู้นั้นอาฆาตจึงต้องทำการถวายคีมและอุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บ แล้วหลังจากทำเช่นนั้นอาการที่เคยปวดก็หาย จนทำให้ผู้คนนิยมขอพระโดยการเอาคีมและอุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บติดกับกระดานไม้ติดไว้ที่บริเวณวัด ทั้งยังถือเป็นสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้

Photo by Fg2 from commons.wikimedia.org/wiki/File:Shakuzoji_Kuginuki_Jizo-3575.jpg[CC by -]

 

4. ศาลเจ้าคิตะโนะเท็นมังกุ (Kitano Tenmangu Shrine)

ศาลเจ้าคิตะโนะ เท็นมังกุ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างที่เรียกว่า “ยาสึมุเนะ-ซุกุริ (Yatsumune-zukuri)” ในช่วงปี ค.ศ.1607ได้ถูกยกย่องให้เป็นสมบัติของชาติ เชื่อกันว่าหากมาขอพรที่นี่จะช่วยเรื่องการเรียนหรือการงานให้ประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ ทั้งยังเป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีอันงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต และหากมาในวันที่ 25 ของทุกๆเดือนยังจะสามารถเพลิดเพลินไปกับตลาดนัดซึ่งจัดขึ้นภายในบริเวณศาลเจ้าและด้านนอก ที่เต็มไปด้วยเหล่าของกินของใช้มากมายอีกด้วย

Photo by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kitano-tenmangu_Kyoto_Japan23s3s4500.jpg[CC by 3.0]

 

5. วัดนิชิ & ฮิกะชิ ฮอนกันจิ (Nishi & Higashi Honganji Temples)

วัดนิชิ & ฮิกะชิ ฮอนกันจิ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสถานีรถไฟเกียวโต ทั้งสองวัดล้วนเป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายโจโดะ (Jodo) โดยมีตั้งอยู่คู่กัน วัดนิชิ ฮอนกันจิได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกของ UNESCO นับเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของกรุงเกียวโตโบราณที่ทรงคุณค่าอย่างมาก สถาปัตยกรรมมีความวิจิตรงดงามอ่อนช้อยโดยเฉพาะโครงสร้างไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเกียวโตและยังเป็นหนึ่งในอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Photo by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:170128_Nishi_Honganji_Kyoto_Japan04s3.jpg[CC by 2.5,3.0]

6. วัดเซะกิซาน เซนอิน (Sekizan Zen-in Temple)

วัดเซะกิซาน เซนอิน ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 888 นับเป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายเทนได (Tendai) โดยวิหารเซะกิซาน เมียวกิซาน (Sekizan Myojin) เป็นที่ประดิษฐานของเทพแห่งอายุขัยและความมั่งคั่งที่มีประวัติยาวนานเกือบ 1,100 ปี จึงเป็นที่นิยมในการมาขอพรเรื่องสุขภาพให้แข็งแรงและหายเจ็บป่วย อีกทั้งยังมีทัศนียภาพและวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่งดงาม จนกลายเป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเกียวโต

Photo by Chris Gladis from flickr.com/photos/mshades/128345785 [CC by 2.0]

 

7. ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushimi Inari Shrine)

ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ  หรือที่รู้จุกกันในนาม ศาลเจ้าหมื่นต้น ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเกียวโต นับเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะอุโมงค์เสาแดงนับหมื่นต้นที่ถือเป็นไฮไลท์ในการมาเยือนศาลเจ้าแห่งนี้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าอินาริ (Inari)ผู้ที่ดูแลด้านเกษตรกรรมและธุรกิจ จึงเป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมาขอสักระบูชาด้านการทำการเกษตรให้ได้ดอกผลที่ดีและการงานที่เจริญรุ่งเรือง

Photo by BriYYZ from commons.wikimedia.org/wiki/File:Torii_gates—Fushimi_Inari_Shrine_(9977683204).jpg [CC by 2.0]

 

8. ศาลเจ้าเฮอัน จินกุ (Heian Jingu Shrine) ค่าเข้าชมสวนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ศาลเจ้าเฮอัน จินกุ ตั้งอยู่ในบริเวณพิพิธภัณฑ์เกียวโต ถือเป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต สร้างขึ้นในปี ค.ศ.  1895 มีการทาสีส้มบนตัวอาหารหลักต่างๆและกระเบื้องหลังคามีสีเขียมอมฟ้าทำให้ดูแตกต่างจากที่อื่นๆ  และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นคือประตูโทะริอิของที่นี่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีสวนมีตกแต่งสไตล์จีนที่อยู่ด้านหลังอาคารหลัก ซึ่งเป็นการตกแต่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสมัย Heian แบ่งออกเป็นสี่ส่วนประกอบด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ “อาทิ พลัม ซากุระ ไอริส อะซาลี และลิลลี่”

Photo by Stephane D’Alu from commons.wikimedia.org/wiki/File:HeianShrine.jpg[CC by 3.0]

 

9. วัดเซ็นเนียว-จิ (Sennyuji Temple)

วัดเซ็นเนียว-จิ ในอดีตรู้จักกันในนามว่า มิเตะระ (Mitera) หรือ มิ-เดะระ (Mi-dera)   ตั้งอยู่ในเขตฮิกาชิยามะ (Higashiyama)ของเมืองเกียวโต  นับเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จากการเป็นสถานที่ฝังศพสำหรับขุนนางคนสำคัญและจักรพรรดิ รวมทั้งยังเป็นที่แสดงภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาที่สำคัญของญี่ปุ่นที่มีขนาด 8  x 16 เมตร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นภาพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น นอกจากนี้ภายในบริเวณเดียวกันยังมีวัดเล็กๆที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน

Photo by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:Sennyuji_Kyoto12n4500.jpg[CC by 2.5,3.0]

 

10. ศาลเจ้าโกะเรียว (Goryo Shrine)

ศาลเจ้าโกะเรียว อยู่ไม่ไกลจาก วัดโชโกคุจิ (Shokokuji Temple) ก่อตั้งขึ้นในสมัย ​​Heian โดยปัจจุบันมีรูปลักษณ์ของวัดทางพระพุทธศาสนามากกว่าลักษณะศาลเจ้าชินโต ในอดีตนั้นศาลเจ้าแห่งนี้นับว่ามีบทความความสำคัญสำหรับเมืองเกียวโตในการปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายที่อาจคุกคามเมือง ในทุกๆวันที่ 18 ของเดือนยังมีการจัดตลาดนัดขายของกินของและเครื่องใช้ท้องถิ่นขนาดเล็ก อีกทั้งในวันที่18 พฤษภาคมของทุกปียังมีการจัดเทศกาลที่ผู้คนจะแต่งกายแบบโบราณและยังมีขบวนพาเหรดแห่ไปตามถนน

Photo by Kyoto-Picture from flickr.com/photos/[email protected]/11130093793[CC by 2.0]

 

11. วัดรกคาคุโดะ (Rokkakudo Temple)

วัดรกคาคุโดะ หรือที่รู้จักกันในนาม โชโฮะ-จิ (Choho-ji) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเกียวโต มีเอกลักษณ์เป็นวิหารรูปทรงหกเหลี่ยม เชื่อกันว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงต้นของ Heian ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่เกียวโตจะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ด้วยความเก่าแก่และความเคารพที่ชาวบ้านมีต่อวัด จึงทำให้วัดมีผู้คนเข้ามาสักการบูชาและขอพรกันอย่างไม่ขาดสายตลอดปี  และยังโดดเด่นด้วยที่ตั้งที่ทำให้ดูเหมือนตัววิหารอยู่ท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัย ดูแตกต่างกันหากก็กลับแลดูเข้ากันกลายเป็นความแตกต่างที่ลงตัว

Photo by Kyōto Bōken from flickr.com/photos/kyotoboken/31182395011 [CC by 2.0]

 

12. ศาลเจ้าคาวาอิ (Kawai Shrine)

ศาลเจ้าคาวาอิ ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเดะมาชิยานะกิ (Demachiyanagi Station) ที่เป็นที่นิยมสำหรับสาวๆเป็นอย่างมาก เชื่อกันว่าที่นี่สามารถอธิษฐานเพื่อความงามให้สมดังต้องการได้ โดยจะทำการวาดรูปใบหน้าหญิงสาวเพื่อใช้อธิษฐานและแขวนบนชั้นวางเพื่อให้ความปรารถนาเป็นจริง อีกทั้งยังมี “น้ำแห่งความงาม” ทำจากต้นควินซ์ที่ปลูกภายในศาลเจ้าที่ว่ากันว่าดีต่อผิวพรรณมากๆจำหน่ายให้ได้ซื้อกลับไปเป็นที่ระลึก

Photo by KENPEI from commons.wikimedia.org/wiki/File:Kawai-jinja1.jpg [CC by 1.0,2.0,2.5,3.0]

เรื่องงต่างๆที่คุณอาจจะสนใจ

เรื่องท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่กำลังฮิต