/ กิน / 12 สุดยอดร้านอาหาร 3 ดาวมิชลินในโตเกียว ที่มื้อนึงเหยียบหมื่นบาท

12 สุดยอดร้านอาหาร 3 ดาวมิชลินในโตเกียว ที่มื้อนึงเหยียบหมื่นบาท

photos by City Foodsters from flickr.com/photos/cityfoodsters/16947200584 ( cc by 2.0 )

ญี่ปุ่นนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีร้านอาหารระดับ Michelin Stars 3 ดาวมากที่สุดในโลก ซึ่งระดับ 3 ดาวนั้นถือได้ว่าเป็นสุดยอดของมาตรฐานร้านอาหารคุณภาพยอดเยี่ยม ที่ถึงแม้จะไปยากซักแค่ไหนก็ควรไปลิ้มลองซักครั้งในชีวิตเลยทีเดียว ครั้งนี้เราจึงได้รวบรวมร้านอาหารระดับ Michelin Stars 3 ดาวทั้งหมดของเมืองหลวง มหานครโตเกียว ที่แต่ละร้านจะมีทีเด็ดมัดใจขนาดไหนนั้น ไม่อยากให้พลาดเลยซักร้าน แต่ก็ต้องยอมกระเป๋าฉีกกันด้วยนะงานนี้ ใครเป็นสายประหยัด เน้นทริปถูก อาจจะต้องผ่านไปเพราะกินแค่ 2 ร้านก็อาจจะเท่ากับค่าเที่ยวทั้งทริปก็เป็นได้!!!

สำหรับใครที่คิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ได้ลิ้มรสชาติอาหารและบรรยากาศภายในร้านที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในทุกๆด้าน ซึ่งมีเพียงไม่กี่ร้านในโลกเท่านั้นที่อยู่ในระดับนี้ ก็ตามดูกันต่อได้เลย กับ 12 สุดยอดร้านอาหาร ระดับ 3 ดาวมิชลินในโตเกียว

 

1. ร้าน Ishikawa

ร้านอาหารญี่ปุ่น Ishikawa ที่ผสมผสานอาหารกับจินตนาการของเชฟ Hideki Ishikawa’s กลายเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ มีความแตกต่างกันไปในทุกๆฤดู และแตกต่างกันไปทุกๆปี  “อาทิ ฤดูใบไม้ผลิเมนูจากผักป่าท้องถิ่นและวากิวี่ ฤดูร้อนเมนูจากปลาอายุย่างแบบกรรมวิธีแบบโบราณ และฤดูใบไม้ร่วงเมนูจากเห็ดมัตสึตาเกะหรือที่รู้จักกันว่าเป็นราชาแห่งเห็ด ที่เอามาย่างไฟอ่อนๆเพื่อได้รสชาติที่ดีที่สุด” โดยที่นั่งจะอยู่ด้านหน้าของเคาน์เตอร์เพื่อจะได้เห็นถึงความพิถีพิถันของแต่ละเมนูอย่างเต็มที่

ราคาอาหาร : อาหารเย็น 20,520 – 32,400 เยน ต่อเซ็ต (มีค่า Service charge =10%)

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.kagurazaka-ishikawa.co.jp

 

2. ร้าน Kanda

ร้านอาหารญี่ปุ่นของเชฟ Hiroyuki Kanda ที่แต่ละเมนูล้วนเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนหลายๆอย่างเพื่อให้ตรงตามความชอบและสร้างความพึงพอใจต่ออาหารสูงสุด ดังนั้นทางร้านจึงไม่มีเมนูที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่จะออกแบบเมนูมาเพื่อทำให้ลูกค้าตามความชอบและงบประมาณของลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ มีการจับคู่สาเกและไวน์กับเมนูอาหารต่างๆที่เข้ากันได้อย่างดี “อาทิ แก้มเนื้อวัวญี่ปุ่นชั้นดีที่เคี่ยวในไวน์แดงจนรสชาติซึมเข้าไป ทำให้ทั้งรสชาติและสัมผัสทั้งนุ่มละมุนลิ้น สุกี้ยากี้ที่เลือกใช้ผักและน้ำซุปตามฤดูกาล อย่างในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะเป็นถั่ว ฤดูร้อนจะเป็นข้าวโพด และฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นแปะก๊วย ซึ่งทำให้สามารถอร่อยแตกต่างกันในทุกๆฤดูกาล

เวลาเปิดทำการ :  ตั้งแต่เวลา 17:30 – 22:00 น.

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม
  • วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : ตั้งแต่ 20,000 – 35,000 เยน ต่อเซ็ต  (มีค่า Service charge =10%) ต้องสำรองที่นั่งอย่างน้อย 7 วัน

สถานที่ตั้ง : 3-6-34 Motoazabu, Minato-ku, Tokyo

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.nihonryori-kanda.com

photos by Opponent from commons.wikimedia.org/wiki/File:Rafute_by_ayustety_in_Kanda-Jinbocho,_Tokyo.jpg ( cc by 2.0 )

3. ร้าน Quintessence

ร้านอาหารฝรั่งเศสจากเชฟ Shuzo Kishida ผู้มากประสบการณ์จากภัตตาคารชั้นนำอย่าง Astrance Michelin ระดับ 3 ดาวในกรุงปารีส ร้านอาหารแห่งนี้จะมีการอาหารที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับแต่ละโต๊ะโดยเฉพาะ สามารถเลือกจากส่วนผสมและความชอบตามรสนิยมส่วนบุคคลของลูกค้าได้ ทำให้รายการอาหารไม่ซ้ำซากจำเจและถูกปากลูกค้ามากที่สุด และที่สำคัญการทำอาหารแต่ละเมนูด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบที่เป็นผลิตภัณฑ์และส่วนผสมระดับพรีเมี่ยมจากแหล่งต่างๆของโลกไปจนถึงศิลปะของไฟที่ละเอียดทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติอาหารที่ดีที่สุดเสมอ

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 12:00 – 15:00 น.
  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18:30 – 23:00 น.
  • สามารถสำรองที่นั่งระหว่างเวลา 09:30-11:00 และ 15:30-17:00. น.

วันปิดทำการ :

  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม
  • วันอาทิตย์

ราคาอาหาร : อาหารกลางวัน ราคา 9,500 เยนต่อคน (มี 7 เมนู รวมขนมหวาน)และ อาหารเย็น ราคา 20,000 เยนต่อคน (13 เมนูรวมขนมหวาน) (มีค่า Service charge =10%) กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน

สถานที่ตั้ง : 1F, Garden City Shinagawa Gotenyama, 6-7-29 Kitashinagawa, Shinagawa-ku, Tokyo

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.quintessence.jp

 

4. ร้าน Kohaku

ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยเชฟ Koji Koizumi ที่สามารถดึงเอารสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างเต็มที่ “อาทิ เมนูเนื้อวัวญี่ปุ่นชาบู น้ำซุปปลาโอตากแห้งปรุงด้วยทรัฟเฟิลและโรยสาหร่ายคอมบุ ที่แม้ไม่ได้ใช้เครื่องปรุงมาก แต่กลับได้รสชาติที่กลมกล่อมและหอมละมุน ปลาไหลย่างเกลือโรยผงซันเซียว ที่ทำให้ดึงความอร่อยของปลาไหลออกมาอย่างมากและรสชาติไม่เลี่ยน” ในทุกขั้นตอนการทำเต็มไปด้วยความใส่ในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มรสชาติและบริการที่ดีที่สุด

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 17:30 – 24:00 น.
  • วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 00 น. – 24.00 น

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม
  • วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : 20,520 เยนต่อเซ็ต (มีค่า Service charge = 5 %)

สถานที่ตั้ง : 3-4 Kagurazaka, Shinjuku-ku, Tokyo

 

5. ร้าน Saito

ร้านซูชิระดับพรีเมี่ยม โดยเชฟ Takashi Saito ที่ให้ความสำคัญกับปริมาณข้าวและเนื้อสัตว์ต่างๆ ให้มีความสมดุลและรสชาติที่ดีที่สุด รวมทั้งการเลือกสรรวัตถุที่มีคุณภาพสูง “อาทิ ข้าวญี่ปุ่นเพื่อให้ได้รสสัมผัสของข้าวที่คงที่ และเลือกใช้น้ำส้มสายชูแดงเป็นส่วนผสมลงในข้าวสำหรับทำซูชิหน้าปลามากุโร่ เพื่อให้ได้ออกมาเป็นรสชาติที่เข้ากันมากที่สุด หรือแม้กระทั่งขนาดของเนื้อปลามากุโร่และอุณหภูมิระหว่างทำก็จะมีการเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้รสชาติออกมาอร่อยมากที่สุด”

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารกลางวัน ตั้งแต่เวลา 12:00 – 14:00 น.
  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 17:00 – 22:00 น.

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม

ราคาอาหาร : อาหารกลางวัน 5,400-16,200 เยน ต่อเซ็ต และอาหารเย็น 21,600 เยน ต่อเซ็ต (มีค่า Service charge = 10 %)

สถานที่ตั้ง : 1F, Ark Hills South Tower, 1-4-5 Roppongi, Minato-ku, Tokyo

 

6. ร้าน Joël Robuchon

ร้านอาหารฝรั่งเศสตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของYebisu Garden Place การตกแต่งด้วยสีดำเรียบหรูสไตล์ฝรั่งเศสและยังมีแชนเดอเลียร์เพิ่มความหรูหราอย่างลงตัว บรรยากาศของร้านทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในปราสาทประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียว เมนูที่นี่จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมทั้งคัดเลือกวัตถุดิบมีคุณภาพนำเข้าจากฝรั่งเศสโดยตรง แต่ละเมนูนอกจะจะให้ความสำคัญเรื่องรสชาติที่อร่อยแล้วนั้น การจัดวางหรือรูปลักษณ์ของอาหารก็ถือว่าสวยงามไม่แพ้ความรสชาติ เมนูแนะนำ คือ cream of cauliflower with Osetra caviar and crustacean gelée , millefeuille-style tomato and horsehair crab และ slow-cooked lamb with truffle-flavoured potato purée นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการที่ดีและใส่ใจลูกค้าอย่างมาก เรียกว่าได้ทั้งลิ้มรสชาติอาหารฝรั่งเศสแสนอร่อย ดื่มด่ำไปกับความโรแมนติกของบรรยากาศ และยังประทับใจไปกับการบริการที่เป็นเสลิศอีกด้วย

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11:30 – 14:00 น. และเฉพาะวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12:00 – 14:00 น.
  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18:00 – 21:00 น.

วันปิดทำการ :   –

ราคาอาหาร : อาหารกลางวัน 10,000-42,000 เยน ต่อเซ็ต และอาหารเย็น 24,000-42,000เยน ต่อเซ็ต (มีค่า Service charge = 12 %Private room = 15%)

สถานที่ตั้ง : Yebisu Garden Place, 1-13-1 Mita, Meguro-ku, Tokyo

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.robuchon.jp/joelrobuchon

photos by Kakidai from commons.wikimedia.org/wiki/File:Joël_Robuchon%27s_restaurant_-_Tokyo_at_night_2.jpg ( cc by 4.0 )

7. ร้าน Yamadaya

ร้านอาหารฟุกุ หรือ อาหารที่ทำจากปลาปักเป้า ซึ่งนับเป็นปลาที่อันตรายและหาทานยากที่สุดในญี่ปุ่น เนื่องจากเชฟที่ทำการปรุงปลาปักเป้าต้องผ่านการฝึก การสอบ และยังต้องมีประกาศนียบัตร เพื่อให้อาหารความปลอดภัย เมนูแนะนำ คือ ซาซีมิกับซอสพอนซึ ความพิเศษของที่นี่คือเนื้อปลาปักเป้าจะชิ้นหนามีความหยุ่นๆไม่มัน เพิ่มความกลมกล่อมด้วยซอสพอนซึสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ทำมาจากซอสถั่วเหลือง และ Kabosu ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดโออิตะที่มีกลิ่นหอมรสชาติเปรี้ยว ตัวซอสจะดึงเอารสชาติความหวานและสดของเนื้อปลาออกมา และหม้อไฟปลาปักเป้า ที่เชฟจะทำการลวกเนื้อปลาทีละชิ้นด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รสชาติและรสสัมผัสที่ดีที่สุด ใส่ผักสดๆและเต้าหู้เนื้อนุ่ม ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมยังมีเมนูพิเศษจากปลาซีกเดียวสายพันธุ์ Shiroshita และปลาหิน สายพันธุ์ kaiseki ให้ลิ้มลองอีกด้วย

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18:00 – 24:00 น.

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม
  • วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : แบบเซ็ต 24,840 – 35,640 เยน และแบบ a la carte 18,000 – 28,000 เยน (มีค่า Service charge = 10 %)

สถานที่ตั้ง : B1F, Fleg Nishi Azabu Vierge, 4-11-14 Nishiazabu, Minato-ku, Tokyo

 

8. ร้าน Sukiyabashi Jiro Honten

ร้านซูชิสไตล์เอโดะอร่อยขั้นเทพที่มีเพียง 10 ที่นั่ง โดยเชฟซูชิระดับตำนานของญี่ปุ่น “Jiro Ono” ถึงขนาดที่มีสารคดีที่ชื่อว่า “Jiro Dream of sushi” ซูชิของที่นี่จะไม่เน้นการตกแต่งที่หรูหรา แต่จะเน้นที่คุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติจริงๆ กรรมวิธีการทำเต็มไปด้วยความประณีตหากรวดเร็วและทำสดใหม่ให้ลูกค้าได้เห็น ความใส่ใจในลูกค้าที่อาจจะทำชิ้นขนาดเล็กลงเพื่อให้เหมาะสมกับลูกค้าหญิงวัยสูงอายุ เมนูที่นี่จะเปลี่ยนไปในทุกๆวันและจะเน้นวัตถุพิเศษของแต่ละฤดูกาล เพื่อให้ได้ซูชิคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยมที่สุด เมนูที่นี่จะขึ้นอยู่กับเชฟที่จะจัดสรรเมนูเป็นลำดับทั้งสิ้น 20 ชิ้น ซึ่งการปั้นข้าวจะมีขนาดพอดีคำไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป เนื้อปลาสดนุ่มที่อร่อยสุดๆแม้ไม่ได้จิ้มอะไรเลย เมนูทีเด็ดของที่นี่ คือ โอโทโร่ เนื้อปลาทูน่าที่เป็นส่วนที่อร่อยที่สุด มีมันแทรก เข้าปากทีแทบละลาย และไข่หอยเม่น ที่ไม่มีความคาว สดและหวานมากๆ นอกจากซูชิที่อร่อยสุดๆแล้วนั้น ร้านนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการจองยากมากๆ และต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน โดยผ่านคนญี่ปุ่นหรือโรงแรมตามมาตรฐานที่ร้านวางไว้เท่านั้น

เวลาเปิดทำการ : 

ช่วงอาหารกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11:30 – 14:00 น.

ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 17:30 – 20:30 น.

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม
  • วันอาทิตย์ ช่วงเย็นวันเสาร์ และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : แบบเซ็ต 32,400 เยน(มีค่า Service charge = 10 %)

สถานที่ตั้ง : B1F, Tsukamoto Sozan Bldg, 4-2-15 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.sushi-jiro.jp

 

photos by City Foodsters from flickr.com/photos/cityfoodsters/11557102206 ( cc by 2.0 )

9. ร้าน Makimura

ร้านอาหารญี่ปุ่นโดยเชฟAkio Makimura ที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการจัดแต่งจานที่สวยงามมีความสร้างสรรค์ เมนูอาหารมักจะจับคู่ส่วนผสมหลัก 2 ชนิดและยังคงรักษากรรมวิธีขั้นตอนการทำแบบดั้งเดิม เมนูที่ถือเป็นทีเด็ดของทางร้านที่ไม่ควรพลาด คือ Daichatsuke ที่จะถูกเสิร์ฟในสองวิธี อย่างแรกจะได้ลิ้มรสเนื้อปลาดิบที่เสิร์ฟพร้อมวาซาบิสด ซอสงา และข้าว จากนั้นจึงเต็มชาร้อนลงในชามทำให้สามารถซดซุปได้อย่างคล่องคอ แล้วตบท้ายด้วยของหวานตามฤดูกาล

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:00 น.

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม
  • วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : แบบเซ็ต 16,200 – 19,440 เยน (มีค่า Service charge = 10 %)

 

10. ร้าน Yukimura

ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เกียวโตขนาดเล็กๆ บรรยากาศเรียบง่าย โดยเชฟ Yukimura Jun จากประสบการณ์กว่า 25 ปี ด้วยการคิดสร้างสรรค์เมนูต่างๆให้แตกต่างกันไปในทุกๆฤดูกาลด้วยวัตถุดิบชั้นยอด ผ่านกรรมวิธีการทำแบบโบราณเพื่อรักษามาตรฐานรสชาติให้คงที่และเป็นดั้งเดิมมากที่สุด เมนูที่น่าสนใจในช่วงฤดูต่างๆมีหลากหลายอย่าง“อาทิ ชาบู ชาบู ใส่พริกไทยญี่ปุ่น (hanasansho) ในฤดูใบไม้ผลิ ปลาอายุย่างเกลือธรรมชาติในฤดูร้อน เห็ดมัทซึตาเกะห่อปลาฮาโมะ(เป็นปลาสายพันธุ์ปลาไหล ถือเป็นปลาชั้นเลิศ และราคาแพงของญี่ปุ่น)ในฤดูใบไม้ร่วง และปูหิมะหลากหลายเมนูในฤดูหนาว”

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 17:30 – 19:30 น.

วันปิดทำการ :

  • กลางเดือนสิงหาคม
  • ปลายเดือนธันวาคม – ต้นเดือนมกราคม

ราคาอาหาร : แบบเซ็ต 27,000 – 37,800 เยน (มีค่า Service charge = 10 %)

สถานที่ตั้ง : 3F, Yuken Azabu.10 Bldg, 1-5-5 Azabujuban, Minato-ku, Tokyo

 

11. ร้าน Yoshitake

ร้านซูชิสไตล์เอโดะโดยสุดยอดเชฟ Yoshitake ผู้มากประการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย เป็นกันเอง และบริการที่ใส่ใจทุกๆด้านของทั้งเชฟและพนักงาน  มีการเลือกใช้ปลาที่สดใหม่จากท่าเรือทุกวัน ที่นี่จะมีการเสิร์ฟอาหารแบบ Omakase โดยเชฟจะเป็นผู้นำเสนอเมนูต่างๆด้วยวัตถุดิบที่ดีที่สุดของฤดูกาล ซึ่งจะเป็นวิธีการทานอาหารที่ทำให้ลุ้นไปกับทุกจาน แถมยังจะได้ทานเมนูที่ผ่านการคิดจัดเรียงมาเป็นอย่างดี เพื่อมื้ออาหารนั้นๆน่าประทับใจมากที่สุด ระหว่างรอยังมีเมนูเรียกน้ำย่อยให้ได้รองท้องกันเบาๆ วัตถุดิบตามฤดูต่างๆ “อาทิ ไข่หอยเม่นสดๆหวานช่วงฤดูร้อน และช่วงฤดูหนาวจะมีปลามังค์ฟิชจากทะเลน้ำลึก ที่แม้จะหน้าตาประหลาดแต่รสชาติอร่อยอย่าบอกใคร แถมหายากมากๆ”

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18:00 – 22:30 น.

วันปิดทำการ :

  • วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : แบบเซ็ต 28,000 เยน (มีค่า Service charge = 10 %)

สถานที่ตั้ง : 3F, Suzuryu Bldg, 8-7-19 Ginza, Chuo-ku, Tokyo

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.sushi-yoshitake.com

photos by City Foodsters from flickr.com/photos/[email protected]/17567467282 ( cc by 2.0 )

12. ร้าน Ryugin

ร้านอาหารญี่ปุ่นขนาดเล็ก โดยเชฟ Seiji Yamamoto คัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาลและส่วนส่วนผสมที่ดีที่สุดทั่วญี่ปุ่น มารังสรรค์เป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่ที่ทั้งรสชาติอร่อยและศิลปะการจัดแต่งจานที่สวยงาม และไม่มีการใช้สารเติมแต่งหรือปรุงรสชาติใดๆ เน้นการปรุงอาหารที่ยังคงรสชาติอร่อยของวัตถุดิบมากที่สุด ที่สำคัญทุกๆวันจะมีเมนูพิเศษที่แตกต่างกันของ Seiji Yamamoto ไว้ให้ได้ลิ้มลองอีกด้วย

เวลาเปิดทำการ : 

  • ช่วงอาหารเย็น ตั้งแต่เวลา 18:00 – 21:30 น.

วันปิดทำการ :

  • วันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

ราคาอาหาร : แบบเซ็ต 27,000 เยน (มีค่า Service charge = 10 %และ Private room = 15% )

สถานที่ตั้ง : 7-17-24 Roppongi, Minato-ku, Tokyo

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.nihonryori-ryugin.com

photos by Tokyo Times from flickr.com/photos/localjapantimes/5014842528 ( cc by 2.0 )

เกล็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับการให้ Michelin Stars จาก Michelin Guide

การให้คะแนนร้านอาหารโดย Michelin Stars จากประเทศฝรั่งเศสเป็นการจัดระดับให้คะแนนร้านอาหารต่างๆตามเงื่อนไขที่มีอยู่มากมายของร้าน ตั้งแต่รสชาติ วัตถุดิบ บริการ ความสะอาด และอีกหลายอย่าง จนกลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดคุณภาพร้านอาหารที่เป็นที่นิยมกันไปทั่วโลก จนหลายๆร้านกลายเป็นร้านดังยอดนิยมที่มีผู้คนมารอต่อคิวกินกันมากมายซึ่งระดับที่มีตั้งแต่ 0 – 3 ดาว

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ