/ ที่พักในญี่ปุ่น / 12 โรงแรมน่าพักมีทุกระดับ อยู่สบาย เดินทางสะดวก แห่งย่านชินจูกุ

12 โรงแรมน่าพักมีทุกระดับ อยู่สบาย เดินทางสะดวก แห่งย่านชินจูกุ

Photo by Marco Verch from flickr.com/photos/[email protected]/33207543690 [CCSA2.0]

ชินจูกุ (Shinjuku) ถือว่าเป็นย่านใจกลางเมืองของกรุงโตเกียวที่ฮอตฮิตติดชาร์จในใจนักท่องเที่ยวตลอดกาล จากความที่ครบเครื่องไปซะทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะอาหารการกินที่ร้านรวงมีให้ได้ชิมกันทุกมุมถนนมีทั้งแบบพรีเมี่ยมๆยันราคาชาวบ้านกระเป๋าตังค์เบิกบานใจ ด้านแหล่งช็อปปิ้งยิ่งละลานตาด้วยความที่มอลล์เยอะแยะมากมายแบบว่าเดินๆเจอหมดไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เนม เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะรองเท้าที่รุ่นหายากๆมักจะมาอยู่สายาแถวนี้ แล้วไม่ได้มีให้เที่ยวเฉพาะกลางวันนะคะกลางคืนเค้าก็คึกคักไม่แพ้ใครร้านดื่มกินสไตล์โตเกียวๆอย่างเยอะ ที่สำคัญย่านนี้เดินทางสะดวกสบายมีรถไฟเข้าถึงทุกแหล่งท่องเที่ยว นับว่าเป็นอีกย่านน่าสายช็อป สายกิน น่าปักหมุดเชียวค่ะรับรองว่าเพลินตลอดระยะเวลามาเที่ยวอย่างแน่นอน

 

1. ซันรูท ฮิงาชิ ชินจูกุ (Sunroute Higashi Shinjuku)

โรงแรมที่ตกแต่งสไตล์บูธิคที่มีความชิคแฝงไว้ในความเรียบง่ายอย่างลงตัว การเดินทางสะดวกมากมายเพราะติดกับสถานี Higashi-shinjuku แบบที่แทบจะอยู่หน้าโรงแรมเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเรื่องการเดินทางง่ายสุดๆไม่ต้องลำบากเดินไกลแน่นอน รวมทั้งยังจะมี Airport limousine ส่งตรงจากสนามบินถึงโรงแรมอีกต่างหา แม้จะอยู่แถบใจกลางเมืองแต่ก็ชานๆนิดนิดนะคะ จึงทำให้ไม่ได้อยู่ในบริเวณที่ผู้คนพลุกพล่านมากนัก เรียกได้ว่าคึกคักแบบพอดีๆเลยค่ะ แต่เรื่องร้านอาหารหรือร้านสะดวกซื้อนี้ล้อมๆเลยค่ะ แบบว่าดึกหิวลงมาหาของกินสบายในราคาเบาๆ ซึ่งร้านค้าใกล้ๆบางแห่งนี่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงก็มีนะคะ แถมใครเมื่อยๆเดินมาทั้งวันเค้าก็มีบริการนวดผ่อนคลายด้วยนะคะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • รถรับส่งจากสนามบิน

ราคา

เริ่มตั้งแต่ 2,500 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงสถานี Higashi-shinjuku เดินเท้าประมาณ 2 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Sunroute Higashi Shinjuku

 

 

 

2. ชินจุกุ พริ้นซ์ โฮเทล (Shinjuku Prince Hotel)

โรงแรมที่ฮิตเป็นอันดับต้นๆของคนไทยแล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ โดยจะมีการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นๆแลดูเรียง่ายหากก็ครบครันทุกสิ่ง ที่สำคัญคนที่กลัวเรื่องห้องจะเหม็นบุหรี่อันนี้สามารถเลือกห้องแบบปลอดบุหรี่ได้นะคะ แถมเรื่องอาหารไว้ใจที่นี่ได้เลยค่ะ เพราะมีทั้งห้องอาหาร คอฟฟี่ช็อป บาร์ และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หากเหนื่อยอยากจัดบุฟเฟ่ต์แต่ไม่อยากไปไหนไกลของโรงแรมนี่ก็ยืนหนึ่งค่ะ ทั้งอร่อยคุ้มราคาของเยอะ แล้วยังจะมีบุฟเฟ่ต์ทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยนะคะ ด้านการบริการเค้าดีงามมากจริงๆ ที่สำคัญพนักงานเค้าจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวชาวไทยมากๆและยังมีพนักงานคนไทยด้วยนะคะทำให้อุ่นใจเรื่องการสื่อสารได้เยอะเลยค่ะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • พนักงานบริการมากถึง 6 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย
  • บริการทัวร์
  • ห้องอบไอน้ำ

ราคา

เริ่มต้นที่ 3,600 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟ Seibu Shinjuku เดินประมาณ 2 นาที หรือลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Shinjuku Nishiguchi เดินประมาณ 6 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Shinjuku Prince Hotel

 

 

3. ไนน์ อาวเวอร์ ชินจูกุ-นอร์ท (Nine hours Shinjuku-North)

โรงแรมสไตล์แคปซูลที่ดีไซน์มาได้โมเดิร์นสุดๆ เหมาะมากสำหรับคนที่มาเดี่ยวๆหรือโอเคกับแนวนี้ ไม่ต้องกลัวว่าจะเกร็งๆกับการนอนรวมกับเพศอื่น เพราะเค้ามีการแบ่งชั้นชายหญิงชัดเจน ถึงจะมาเป็นแคปซูนแค่เตียงเค้าไม่ไก่กานะคะนอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้ชิลๆ แม้ว่าจะต้องใช้ห้องน้ำรวมแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันนะเออ แล้วที่เลิฟเลยก็ต้องไม่ต้องมากลัวกลิ่นบุหรี่อึนที่หลงมาเนื่องจากทุกห้องเป็นห้องปลอดบุหรี่จ้าสบายใจหายห่วง รวมทั้งยังจะมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้นั่งทำนั่นนี่โน้นกันได้อีกด้วย

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • บริการเช็คอิน/เช็คเอาต์แบบด่วนพิเศษ
  • บริการล็อคเกอร์

ราคา

เริ่มต้นที่ 1,000 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shin Okubo เดินประมาณ 2 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Nine hours Shinjuku-North

 

 

 

4. เซ็นจูรี เซาเทิร์น ทาวเวอร์ (Odakyu Hotel Century Southern Tower)

โรงแรมสไตล์พรีเมี่ยม business hotel ที่ตกแต่งได้เรียบหรูดูดีมีสไตล์ ใครโหยหาวิวทิวทัศน์กลางเมืองสวยๆแบบไม่ต้องไปเบียดกับผู้คนให้เหนื่อยมาทางนี้เลยค่ะ เพราะที่นี่นั้นจะอยู่บนตึกสูงชั้นที่เปิดเป็นโรงแรมจะเริ่มต้นที่ชั้น 19 – 35 โดยมีล็อบบี้หลักและแผนกต้อนรับอยู่บนชั้นที่ 20 ในส่วนห้องพักจะเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 22-35 ที่สำคัญห้องจะค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับมาตรฐานของขนาดห้องพักใจกลางเมืองอื่นๆ ยิ่งทำเลคือดีมากถ้ามีแพลนเที่ยวในเมืองรับรองว่าง่ายมากๆ เนื่องจากทั้งใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวและบริการขนส่งสาธารณะทั้งรถบัส รวมไปถึงรถไฟ อีกทั้งของกินอย่างเพียบอ่ะค่ะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • บริการเบิกถอนเงินสด
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • คอฟฟี่ช็อป
  • บาร์
  • ร้านอาหาร
  • เช็คอิน/เช็คเอาต์แบบด่วนพิเศษ
  • บริการรับส่งสนามบินและรถรับส่ง

ราคา

เริ่มต้นที่ 8,000 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shinjuku แล้วเดินต่อประมาณ 6 นาที หรือลงที่สถานี Shinjuku Nishiguchi  เดินต่อประมาณ 12 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Odakyu Hotel Century Southern Tower

 

 

5. โฮเทล วิง อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมี่ยม โตเกียว โยซึยะ (Hotel Wing International Premium Tokyo Yotsuya)

โรงแรมสไตล์โมเดิร์นที่มีห้องพักทั้งแบบเตียงนอนทันสมัยทั่วๆไปจนถึงห้องที่ผสมความเป็นญี่ปุ่นแบบแนวฟูกๆ เนื่องจากเค้ามีทั้งห้องที่ปลอดบุหรี่และสูบบุหรี่ได้ดังนั้นเวลาจองนี่เลือกดีๆนะคะอย่าให้พลาด เรื่องอุปกรณ์ห้องน้ำนี่เค้าก็เด็ดค่ะครบเครื่องมากขนาดออยเช็ดเครื่องสำอางหรือโฟมล้างหน้าก็ยังมีให้ แบบว่าใส่ใจทุกรายละเอียดสุดๆ แถมยังใกล้ๆทุกสิ่งทั้งสถานีรถไฟใต้ดินเอย มอลล์เอย ซุปเปอร์เอย ไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ เรียกได้ว่าจะกินจะช็อปปิ้งจัดได้ตลอดๆ โดยเฉพาะบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่เต็มอิ่มของมีเยอะ ขนมปังอบสดใม่วันต่อวัน รวมทั้งผักก็ยังเลือกมาเฉพาะแบบปลอดสารพิษ เช้าสายบ่ายเย็นอยากจัดกาแฟเวลาไหนก็จัดได้ทุกเมื่อ เพราะเค้ามีเครื่องทำกาแฟ ชา น้ำ และน้ำแข็งที่บริการฟรีแบบ 24 ชั่วโมงกันไปเลยค่ะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • บริการชา กาแฟ น้ำดื่ม ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • คอฟฟี่ช็อป
  • บาร์
  • ร้านอาหาร
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • บริการนวด
  • กิจกรรมเดินเขา

ราคา

เริ่มต้นที่ 2,400 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Yotsuya 3 Chome เดินต่ออีกประมาณ 3 นาที หรือลงสถานีรถไฟใต้ดิน Akebonobashi เดินต่ออีกประมาณ 9 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Hotel Wing International Premium Tokyo Yotsuya

 

 

 

6. บุ๊ค ที เบด ชินจูกุ-โกเอ็ง (Book Tea Bed SHINJUKU-GYOEN)

โรงแรมขนาดเล็กที่รวมความเก๋ไก๋ไว้ในหนึ่งเดียว คุมโทนการออกแบบตกแต่งแบบเงียบๆขรึมๆ แม้เรียบง่ายหากก็สบายตา มีความลงตัวในการออกแบบที่แม้พื้นที่ใช้สอยมากหาก็ครบทุกสิ่ง ใครที่ชอบอาหารเช้าสไตล์อเมริกันนี่ต้องตกหลุมรัก เนื่องจากที่นี่เค้าจะเสิร์ฟอาหารเช้าสไตล์อเมริกันทุกวัน บอกเลยว่ารสชาติไม่เบาเลยล่ะค่ะ  ยิ่งมาถึงแล้วอยากหาสูดบรรยากาศธรรมชาติก็สามารถไปเดินเล่นที่สวนชินจูกุ เกียวเอ็งที่อยู่ใกล้ๆได้อีกด้วย

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • คอฟฟี่ช็อป
  • บาร์
  • ห้องอาหาร

ราคา

เริ่มต้นที่ 2,800 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Shinjuku Gyoemmae เดินต่ออีกประมาณ 2 นาที หรือลงสถานีรถไฟใต้ดิน Shinjuku-sanchome เดินประมาณ 5 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Book Tea Bed SHINJUKU-GYOEN

 

 

7. บุ๊ก แอนด์ เบด โตเกียว ชินจุกุ (Book And Bed Tokyo Shinjuku)

โฮสเทลที่มีเอกลักษณ์ในทางด้านการดีไซน์ที่โดดเด่นมากๆ เหมือนเราได้นอนในห้องสมุดอย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะค่ะ มีความอินในความไม้ที่เอามาให้ให้บรรยากาศดูโปร่งๆสบายๆ ยิ่งพื้นที่ส่วนกลางนี่มีหนังสือให้เลือกอ่านเพียบ มีความชิลและความเก๋ไว้ในที่เดียวกัน แบบว่านอนอ่านหนังสือกันได้ทั้งวันไม่มีเบื่ออ่ะค่ะ สายหนังสือ อยากอินความเก๋ เดินทางสะดวก ในราคาสบายกระเป๋าอันนี้น่าโดนเลยค่ะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • ตู้นิรภัย
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • เช็คอิน/เช็คเอาต์แบบด่วนพิเศษ
  • บาร์

ราคา

เริ่มต้นที่ 1,300 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Seibu Shinjuku เดินอีกประมาณ 1 นาที หรือ สถานีรถไฟใต้ดิน Shinjuku Nishiguchi เดินประมาณ 5 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Book And Bed Tokyo Shinjuku

 

 

8. โฮเทลเกรเซอรี่ ชินจูกุ (Hotel Gracery Shinjuku)

อีกหนึ่งโรงแรมที่คนไทยนิยมมาพักกันมากๆ เพราะทั้งอยู่ใจกลางเมืองหากก็คนไม่พลุกพล่าน เดินทางง่ายสบาย โอบล้อมของกินอย่างเยอะ ยิ่งดึกยิ่งคึกคัก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายดึกๆยิ่งคึกอยากลองเที่ยวญี่ปุ่นแบบกลางคืนดูบ้าง ตัวห้องพักเองก็มีการแบ่งชัดมีทั้งห้องปลอดบุหรี่และสูบบุหรี่ได้ ส่วนคุณสาวๆมาคนเดียวก็มีห้องสำหรับผู้หญิงแบบปลอดบุหรี่โดยเฉพาะด้วยนะคะ ไฮไลท์ของที่นี่ที่หลายๆคนติดใจนั่นก็คือสามารถไปถ่ายรูปกับหัวGodzilla บนชั้น 8 ได้ด้วยล่ะค่ะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ห้องอาหาร
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • มีพนักงานบริการภาษาไทย
  • บริการนวด
  • เครื่องฟอกอากาศ
  • ห้องอบไอน้ำ
  • ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • คอฟฟี่ช็อป
  • บริการเบิกถอนเงินสด
  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • บริการรับส่งสนามบิน

ราคา

เริ่มต้นที่ 3,800 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานี  Seibu Shinjuku เดินประมาณ 5 นาที หรือ ลงสถานีรถไฟใต้ดิน Shinjuku Nishiguchi เดินประมาณ 4 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Hotel Gracery Shinjuku

 

 

9. อิมาโนะ โตเกียว โฮสเทล (Imano Tokyo Hostel)

โฮสเทลสไตล์ลอฟ์ทๆที่ผสมความญี่ปุ่นอยู่หน่อยๆ โดยห้องพักจะมีทั้งแบบรวมและแบบห้องแยก แบบห้องรวมนี่เค้ามีการแบ่งชั้นแบ่งโซนสำหรับผู้หญิงเลยนะคะสบายใจได้ ส่วนแบบห้องอันนี้ก็จะเล็กๆตามสไตล์โฮเทล ซึ่งจะเป็นที่นอนแบบฟูกบนเสื่อทาทามิญี่ปุ่นได้อีก ใครอยากลองทำอาหารกินเองเค้าก็มีห้องครัวไว้ให้ซื้อวัตถุดิบมาทำกันแบบอุปกรณ์อย่างครบ แล้วที่แจ่มสุดก็คงจะเป็นมีบาร์แบบยืนเก๋ๆเรียกว่า สไตล์คาคุอุจิบริเวณชั้น 1 ให้ได้ลองสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแบบเรียลๆกัน อันนี้เค้ามีการจัดที่นั่งให้คนไม่ชินด้วยนะคะ ไม่ต้องกลัวเมื่อยกันจ้า

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ครัวส่วนกลาง
  • บาร์ (สไตล์คาคุอุจิ)
  • คอฟฟี่ช็อป
  • เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
  • ตู้นิรภัย
  • ห้องสำหรับครอบครัว

ราคา

เริ่มต้นที่ 1,000 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Shinjuku-sanchome เดินประมาณ 4 นาที หรือ  สถานีรถไฟใต้ดิน Higashi Shinjuku เดินประมาณ 8 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Imano Tokyo Hostel

 

 

10. ไฮแอท รีเจนซี่ โตเกียว (Hyatt Regency Tokyo)

โรงแรมระดับพรีเมี่ยมที่ตกแต่งได้เรียบและคงความหรูหราไว้อย่างเต็มเปี่ยม แบบว่าแค่เดินเข้ามาในบริเวณล๊อบบี้ก็สัมผัสได้ถึงความมีระดับแล้วล่ะค่ะ ตัวห้องพักเองก็ถือว่ากว้างกว่ามาตรฐานโรงแรมย่านใจกลางเมืองอยู่ประมาณนึงเลย ทำให้ค่อนข้างมีพื้นที่ใช้สอยแบบพอดีๆ ยิ่งห้องชั้นสูงๆวันไหนอากาศดีๆไม่มีเมฆมากก็อาจเห็นภูเขาไฟฟูจิระยะไกลๆได้ด้วยนะคะ อีกอย่างหนึ่งก็คือมาตรฐานการบริการที่บริการทุกระดับประทับใจสมกับความเป็นไฮแอทที่มีชื่อเสียงโด่งดังจริงๆค่ะ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • สระว่ายน้ำในร่ม
  • สปา
  • ซาวน่า
  • ห้องฟิตเนส
  • บริการนวด
  • บริการทัวร์
  • ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
  • รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง
  • บริการคอนเซียร์จ
  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • ห้องสวดมนต์
  • บริการรับส่งสนามบินและบริการรับส่ง

ราคา

เริ่มต้นที่ 7,800 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟมาลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tocho Mae เดินประมาณ 2 นาที หรือ  สถานีรถไฟใต้ดิน Nishi Shinjuku เดินประมาณ 6 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Hyatt Regency Tokyo

 

 

 

11. เคโอะ พลาซา โฮเต็ล โตเกียว (Keio Plaza Hotel Tokyo)

โรงแรมที่ออกแบบตกแต่งได้อย่างคลาสสิก ด้างห้องพักก็สมกับราคาที่ค่อนข้างพรีเมี่ยมที่จะมีควากว้างระดับนึงไม่อึดดัดคับแคบ มีพื้นที่ใช้สอยพอดิบพอดี ห้องพักมีหลายประเภทหลายสไตล์ให้ได้เลือกกัน ซึ่งห้องยิ่งอยู่ชั้นสูงวิวทิวทัศน์เมืองใหญ่ยามค่ำคืนยิ่งสวย โดยเฉพาะถ้าเลือกห้องพักที่ราคาสูงหน่อยก็จะได้รับสิทธ์เข้ารับบริการเลาจน์ฟรีอีกด้วย เรื่องอาหารเช้านี่ก็ไม่น้อยหน้าใครมีให้เลือกมากถึง 4 แบบ 4 สไตล์ เลือกได้ตามใจชอบ รวมทั้งยังจะมีห้องที่ออกแบบเพื่อให้ผู้พิการใช้งานอย่างสะดวกด้วยนะคะ เรียกได้ว่าเป็นโรงแรมที่จัดหนักจัดเต็มจริงๆ

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • บริการแลกเปลี่ยนเงินตรา
  • บริการคอนเซียร์จ
  • บริการเบิกถอนเงินสด
  • ห้องสมุด
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • เช็คอิน/เช็คเอาต์ส่วนตัว
  • บริการจองตั๋ว
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • บริการพี่เลี้ยงเด็ก
  • คิดส์คลับ

ราคา

เริ่มต้น 6,500 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟลงสถานีรถไฟใต้ดิน Tocho Mae เดินประมาณ 7 นาทีหรือ ลงสถานีรถไฟใต้ดิน Nishi Shinjuku เดินประมาณ 8 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Keio Plaza Hotel Tokyo

 

 

 

12. บลู เอมไพร์ อิน ชินจูกุ (Blue Empire in Shinjuku)

โรงแรมที่มีความเป็นสไตล์แมนชั่น มีความเป็นกันเองไม่ใช่แนวโรงแรมจัดๆ แต่ก็มีการออกแบบตกแต่งได้น่ารักน่าอยู่เลยล่ะค่ะ อีกทั้งยังมีห้องที่สำหรับพักสามคนสบายๆก็มี ห้องแม้ขนาดจะกะทัดรัดหากก็มีพร้อมทุกสิ่งนะคะ ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ และบางห้องก็ยังมีครัวขนาดให้เล็กให้ได้ซื้อของจากซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆเอามาทำเมนูแบบโฮมเมดกันได้อีกด้วย

บริการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม

  • ห้องครัว
  • ห้องสำหรับครอบครัว
  • ฟรี Wi-Fi ทุกห้องและพื้นที่สาธารณะ
  • เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ
  • บริการรับฝากสัมภาระ
  • เช็คอิน/เช็คเอาต์แบบด่วนพิเศษ
  • บริการแท็กซี่

ราคา

เริ่มต้นที่ 2,000 บาท

การเดินทาง

นั่งรถไฟลงที่สถานี Shin Okubo เดินประมาณ 4 นาที หรือ สถานี Seibu Shinjuku เดินประมาณ 7 นาที

▌ดูรีวิวและราคาโปรโมชั่น โรงแรม Blue Empire in Shinjuku

เรื่องน่าสนใจ

ไปไซตามะต้องไม่พลาด 15 ที่เที่ยวมากเสน่ห์ ของจังหวัดน่ารัก ติดโตเกียว
เทศกาลเบียร์โอเอโดะฤดูใบไม้ผลิ Spring Oedo Beer Festival 2019