/ ข้อมูลวางแผนเที่ยว / แนะนำทริปเที่ยวโตเกียว ฟูจิ แบบครบทุกที่ฮิตใน 5 วัน 4 คืน

แนะนำทริปเที่ยวโตเกียว ฟูจิ แบบครบทุกที่ฮิตใน 5 วัน 4 คืน

Photo: JohnnyOneSpeed [CC BY-SA 3.0] from commons.wikimedia.org/wiki/File:TokyoTowerFuji-san.jpg

หากใจนึงอยากเที่ยวเมืองใหญ่สุดชิคอย่างโตเกียว แต่อีกใจก็ไม่อยากพลาดไฮไลท์อย่างการชมภูเขาไฟฟูจิ ไม่ต้องเลือกยากกันอีกต่อไปเพราะเราได้รวมเอาทั้งสองมาไว้รวมกันในโปรแกรมเที่ยว 5 วัน 4 คืน คัดมาแต่ที่เด็ดๆโดนๆที่มาทั้งทีต้องจัดไม่อย่างงั้นเสมือนมาไม่ถึงทั้งวัด ศาลเจ้า ย่านแฟชั่น ย่านท่องเที่ยวสุดฮิต และแหล่งช็อปปิ้งของกรุงโตเกียว อีกทั้งการไปทะเลสาบคาวากุจิโกะที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่สามารถชมภูเขาฟูจิได้งามที่สุดแล้ว พร้อมวิธีไปแบบง่ายๆที่มือใหม่ก็ทำตามได้ไม่มีคำว่าสะดุด หยุดกลัวการเที่ยวเองแล้วมาครื้นเครงกับทริปนี้กัน แล้วคุณจะรู้ว่าการแพลนเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด

 

▌วันที่ 1

ย่านอาซากุสะ

Photo: Danny Choo [CC BY-sa 2.0] from flickr.com/photos/dannychoo/4941376519

วักแรกทั้งทีต้องมาเจิมยังจุดหมายปลายยอดฮิตตลอดกาลอย่างวัดอาซากุสะ(Sensoji Temple) ที่มีกลิ่นแห่งความเก่าแก่ เพื่อทำการไหว้พระขอพรให้มีแต่สิ่งดีๆเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการเดินทาง พร้อมถ่ายรูปด้านหน้าประตูบริเวณโคมแดงขนาดใหญ่ยักษ์ที่ไม่ว่าใครมาก็ถ่ายซักแชะสองแชะเพื่อเป็นการยืนยันการมาเยือนอย่างเป็นทางการ พร้อมเดินเที่ยวบริเวณรอบๆตรง Nakamise Shopping Street ที่มีร้านอร่อยให้เดินชิมกันแบบไม่มีคำว่าเบื่อ หลายร้านนี่คิวยาวมากๆ สินค้าน่ารักๆน่าซื้อก็เยอะ การเดินทางามารถนั่งรถไฟใต้ดินสาย Asakusa Line หรือ Ginza Line ลงที่สถานี Asakusa ถ้ายังช็อปปิ้งไม่เติมอิ่มก็สามารถนั่งไฟสาย Ginza Line ลงที่สถานี Ueno แล้วเดินอีกอึดใจเดียวก็จะถึงยัง Ameyoko Market ที่ดังมากๆในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย เพราะไม่ว่าหาอะไรมีหมดทั้งสินค้าแฟชั่น ของกิน ของทั่วๆไป ที่สำคัญราคาค่อนข้างจะเบากว่าที่อื่น

ช่วงบ่ายมาต่อที่แลนด์มาร์กใหมล่าสุดของโตเกียวอย่าง Tokyo Skytree มีให้เดินเที่ยวกันหลากหลายสไตล์ถ้ามาเป็นครอบครัวอยากจะเดินชมเหล่าสัตว์น้ำก็สามารถไปที่ส่วนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้ โดยม่สัตว์น้ำและสัตว์อื่นๆโชว์ความน่ารักแบบเต็มพิกัด หรือถ้าเป็นขาช็อปอยากจะช็อปปิ้งของฝากที่มีขายเฉพาะที่เท่านั้นทั้งขนม Tokyo Sky Tree Collon , Tokyo Sky Pocky Giant และอื่นๆอีกมากมาย โดยช่วงฤดูหนาวจะมีสตรอบเบอรี่ลูกโตๆราคาไม่แรงมาขายด้วย สามารถไปช็อปปิ้งได้บริเวณ Tokyo Skytree Town ซึ่งจาก Ameyoko Market สามารถนั่งรสบัสมาลงที่สถานี Tokyo-Skytree แล้วเดินอีกประมาณ 4 นาที

 

▌วันที่ 2

ตลาดปลาซึกิจิ Tsukij Fish Market

วันแรกว่าเต็มแล้ววันที่สองก็ไม่แพ้กันเปิดตอนเช้าด้วยการหาของอร่อยๆลงท้องที่ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) ตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียวแถมยังติดระดับโลกด้วย ที่เน้นๆก็แน่นอนว่าต้องเป็นพวกอาหารทะเลที่เรียกว่าสดแบบสุดๆ โดยโซนร้านอาหารนั้นจะเปิดตั้งแต่เวลา 9:00 – 14:00 น. มาที่นี่ต้องจัดซูชิ ซาชิมิดูซักที ไม่ว่าจะร้านคิวทองหรือร้านทั่วๆไปนี่เรียกว่าสด อร่อย ที่สำคัญราคาเบาสบายกระเป๋ามากๆ อิ่มของคาวแล้วต่อด้วยผลไม้สดๆภายในตลาดก็มีให้แวะชิมกันมากมาย ซึ่งบริเวณนี้จะเปิดให้บริการถึงแค่วันที่ 4 ตุลาคม 2018 แล้วจึงจะย้ายไปที่ใหม่เปิดการวันที่ 11 ตุลาคม 2018 เอาเป็นว่าถ้าใครอยากมายลตลาดแบบดั้งเดิมก็ต้องรีบมากันหน่อย สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย Hibiya Line ลงสถานี Tsukiji เดินต่ออีกประมาณ 6 นาที

ช่วงบ่ายมาสัมผัสย่านแห่งความหรูหราที่สุดในโตเกียวอย่างกินซ่า ที่มีร้านแบรนด์เนมระดับโลกอยู่มากมายเรียงรายเต็มสองข้างทาง ถึงจะไม่ได้ช็อปปิ้งแค่มาซึมซับบรรยากาศที่ตึกอาคารส่วนหนึ่งที่ส่วนมากจะเป็นห้างสรรพสินค้าจะยังคงสถาปัตยกรรมแบบโบราณที่แลดูกลมกลืนกับความทันสมัยอย่างลงตัว จุดที่เป็นไฮไลท์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือ ห้างกิซ่าวาโกะ (Ginza Wako) ที่ด้านบนสุดจะมีหอนาฬิกาโบราณสไตล์ตะวันตกตั้งอยู่ ยิ่งถ้ามาช่วงเสาร์หรืออาทิตย์ช่วงตั้งแต่ 12:00 – 17:00 น. ก็จะได้เดินช็อปปิ้งชิลๆบริเวณถนน Chuo Dori อีกด้วย การเดินทางรถไฟจะสะดวกสุด นั่งมาสาย Ginza Line , Hibiya Line หรือ Marunouchi Line แล้วลงที่สถานี Ginza เดินออกจากสถานีก็ถึงที่หมายเลย หากยังมีเวลาเหลือๆอยากไปชมสิ่งปลูกสร้างที่งามๆแนววัฒนธรรมที่อยู่ไม่ไกลแนะนำให้ไปที่สถานี Tokyo ซึ่งที่นี่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากๆ แถมยังสามารถช็อปปิ้งต่อได้อีกเพียงลงไปที่ ชั้น B1F จะมีร้านค้ามากมายที่นอกจากของกินอร่อยๆแล้วยังเป็นแหล่งขายสินค้าอนิเมะทั้งโมเดล ฟิกเกอร์ ตุ๊กตามีหมด

 

▌วันที่ 3

ทะเลสาบคาวากุจิ

ทะเลสาบคาวากุจิ

เมื่อเต็มอิ่มกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองโตเกียวแล้วก็มาถึงแลนด์มากระดับชาติอย่างภูเขาฟูจิกัน โดยจะมาที่จุดที่ว่าเรียกว่าสามารถยลโฉมภูเขาฟูจิได้งดงามที่สุดแล้วที่ทะเลสาบคาวากุจิโกะ สามารถเดินทางแบบมาเช้าเย็นกลับได้สบายๆ ซึ่งการไปก็ไม่ยากอย่างที่คิดสามารถตั้งต้นได้ที่สถานี Shinjuku มีวิธีการเดินทางให้เลือก 2 แบบนั่นคือ นั่งรถไฟสาย Chuo Line ลงที่สถานี Takao เพื่อเปลี่ยนขบวน แล้วลงปลายสายที่สถานี Otsuki จึงเปลี่ยนเป็นสาย Fujikyu Railway ลงที่สถานีปลายทางอย่าง Kawaguchiko เดินจากสถานีไปยังทะเลสาบคาวากุจิโกะประมาณ 15 นาที ระยะเวลาเดินทางประมาณจากโตเกียวสองชั่วโมงนิดๆ หรือถ้าอยากนั่งยาวๆไม่ต้องเปลี่ยนสายก็สามารถเดินทางด้วยรถบัสขึ้นที่ สถานี Shinjuku ปลายทาง Kawaguchiko ใช้เวลาเดินทางเกือบๆ 2 ชั่วโมง นอกจากจะมาเพื่อชมวิวิทิวทัศน์ภูเขาฟูจิแล้วนั้น แถวๆนี้ทะเลสาบคาวากุจิโกะ ยังมีกิจกรรมอื่นทั้งทำได้ตลอดทั้งวันอย่างการขึ้นกระเช้า คาจิ คาจิ โรปเวย์ (Kachi Kachi Ropeway) เพื่อขึ้นไปดูวิวมุมสูงบนบนยอดเขา Mitsutoge และระหว่างทาง หรือจะซื้อบัตร Bus Pass Kawaguchi Lake รถบัสท้องถิ่นเพื่อไปเที่ยวยังบริเวณรอบ โดยสามารถซื้อล่วงหน้าทางเว็บไซต์ http://bus-en.fujikyu.co.jp/ เรียกได้ว่าเที่ยวได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีอีกที่หนึ่งที่เป็นจุที่ถ่ายรูปภูเขาฟูจิได้ออกมาอลังการมากต้องที่ Pagada Chureito หรือที่เรียกติดปากว่าเจดีย์ห้าชั้น ซึ่งด้านบนเปิดให้สามารถขึ้นไปชมวิวภูเขาฟูจิได้ด้วย บอกเลยว่าภาพขากมุมที่นี่สุดยอดคุ้มค่ากับการไป โดยสามรถนั่งรถไฟจากสถานี Kawaguchiko สาย Fujikyu ลงที่สถานี Shimoyoshida เดินต่ออีกประมาณ 20 นาที

 

▌วันที่ 4

หลังจากสัมผัสภูเขาฟูจิอย่างจุใจก็กลับมาในเมืองเพื่อช็อปปิ้งของเตรียมกลับไทยกัน เริ่มต้นวันดีๆด้วยการไปเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมโบราณที่ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ศาลเจ้าที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน แรกเริ่มเดิมทีถูกสร้างขึ้นเพื่อองค์จักรพรรดิเมจิ โดยมีการบูรณะอย่างต่อเนื่องทำให้ยังคงความงดงามเหมือนดังเดิม สามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินสาย Chiyoda Line หรือ Fukutoshin Line ลงที่สถานี Meiji Jingu Mae เดินอีกประมาณ 10 นาที แล้วต่อด้วยช็อปปิ้งที่ถนนสายแฟชั่นย่านฮาราจุกุที่ Takeshita Dori ที่ไม่ได้มีแค่สินค้าแฟชั่นมากมายยังมีร้านเครปที่ว่ากันว่าอร่อยที่สุดแล้วในโตเกียวที่เรียกรายให้เลือกแบบละลานตา การเดินทางสามารถเดินต่อมาได้เลยจากศาลเจ้าเมจิใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที ถ้ายังไม่พอเดินต่อมาอีกประมาณ 10 นาทีมาต่อกันที่ Ometesando ที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าและที่เด่นๆเห็นจะเป็นบรรยากาศโดยรอบมีความร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่จะสวยมากที่สุดช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

ชิบูย่า

ชิบูย่า

ช่วงบ่ายๆก็มาต่อยังย่านชิบุย่ามีหนึ่งแลนมาร์กที่ดังมากๆอย่างห้าแยกชิบุย่า ที่จะสามารถนั่งชมวิวส่วนนี้ได้ตามร้านอาหารหรือคาเฟ่ใกล้ๆ มันเป็นอะไรที่มาโตเกียวแล้วต้องมาโดนซักครั้ง และอนุเสาวรีย์ Hachiko เจ้าหมาผู้ซื่อสัตว์ที่ถือเป็นอีกจุดที่คนนิยมมาแถมยังมีที่ให้นั่งพักเหนื่อยชิลๆกันด้วย ย่านนี้นี่เรียกว่าแหล่งช้อปปิ้งเพียบมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆหลายที่ไม่ว่าจะเป็น  Shibuya 109, Tokyu และ Shibuya Hikarie สามารถมายังย่านนี้ได้ด้วยรถไฟสาย Ginza Line ลงสถานี Shibuya เรียกได้ว่าสามารถช็อปปิ้งของฝากในย่านนี้ได้เลยของมีให้เลือกครบทุกสิ่ง

 

▌วันที่ 5

ตึกม่วง Takeya

ตึกม่วง Takeya

ถ้าเดินทางกลับไทยบ่ายๆแล้วเวลายังพอจะเหลือ ก็ปิดท้ายวันสุดท้ายด้วยการไปตะลุยช็อปปิ้งของปลอดภาษีที่ตึกม่วง Takeya ที่หากขาดอะไร หรือหลายๆวันที่ผ่านมายังหาไม่เจอต้องมาจบที่นี่ เพราะมีครบตอบโจทย์ทุกสิ่งที่ต้องการเลยก็ว่าได้ สามารถเดินทางด้วยรถไฟสาย Hibiya Line ลงที่สถานี Naka – Okachimachi แต่อย่าช็อปเพลินจนลืมเผื่อเวลาแพ็คของแล้วเดินทางไปสนามบินเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาจหมดสนุกได้ง่ายๆ

 

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ