/ ฮอกไกโด(Hokkaido) / เกาะริชิริ Rishiri Island

เกาะริชิริ Rishiri Island

Photo by 663highland from commons.wikimedia.org/wiki/File:130726_Oshidomari_Port_in_Rishiri_Island_Hokkaido_Japan08n.jpg [CC by-sa 3.0 ]

เกาะริชิริ(Rishiri Island) นับเป็นเกาะเล็กๆที่โด่งดังมากๆและเป็นอีกปลายทางสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่ชอบแนวธรรมชาติๆ ตัวเกาะห่างจากทิศเหนือของเกาะฮอกไกโดไป 20 กิโลเมตร มีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 60 กิโลเมตร โดยมีศูนย์กลางของเกาะอย่าง “ภูเขาไฟชิริชิ(Mount Rishiri)” อันเป็นภูเขาที่สงบแล้ว ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติริชิริ-รีบุน-ซาโรเบะสึ(Rishiri-Rebun-Sarobetsu National Park)นั่นเองล่ะค่ะ ถ้ามีพูดถึงด้านประชากรก็อย่างที่รู้ๆกันว่าเกาะไม่ได้ใหญ่มากหากก็มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 6,000 คน ส่วนมากมักจะมีอาชีพหลักๆอย่างการทำประมง และการท่องเที่ยวนี่ล่ะค่ะ

เกาะแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักการเที่ยวแนวธรรมชาติเลยนะคะ เพราะภายในเกาะมีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาไฟริชิริ (Mount Rishiri)  ภูเขาโพน (Mount Pon) จุดชมภูเขาไฟริชิริจุดที่ 5 (Mount Rishiri 5th Station) แหลมเปชิ (Cape Peshi) ริชิริฟูจิออนเซ็น (Rishirifuji Onsen) และอื่นอีกมากมาย สายปีนเขาหรือปั่นก็ต้องหลงรักที่นี่แน่ๆ เนื่องจากบนเกาะแห่งนี้มีเส้นทางเดินป่าที่หลากหลาย สำหรับปีนขึ้นไปด้านบนของภูเขาไฟชิริชิ ซึ่งรวมๆแล้วน่าจะใช้เวลาทั้งวัน หรือจะเช่าจักรยานปั่นชิลๆไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะก็ยังได้นะคะ โดยช่วงที่พีคน่าเที่ยวที่สุดก็จะเป็นฤดูร้อนนี่แหล่ะค่ะ บอกเลยว่ามาแล้วอย่างฟินเพราะดอกอัลไพน์นานาชนิดจะอยู่ในช่วงผลิดอกสวยงามเห็นบานสะพรั่งเต็มไปหมด ซึ่งก็ราวๆเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่ทั้งงดงามและเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวแนวธรรมชาตขิงคุณได้แบบสุดๆเลยทีเดียว

 

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติเด็ดๆบนเกาะริชิริ ได้แก่

1.ภูเขาไฟริชิริ (Mount Rishiri)

ภูเขาไฟริชิริ หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “ริชิริฟูจิ(Rishiri-Fuji)”  ตั้งอยู่ใจกลางเกาะริชิริ มีความสูงอยู่ที่ 1,721 เมตร เดินทางมาไม่ยากนะคะเพราะสามารถขับรถยนต์เพื่อไปจุดชมวิวที่ 3 ด้านOshidomar หรือ จุดชมวิวที่ 5 ด้านคุสึงาตะ เพื่อชมมุมมองที่สวยงามของภูเขาไฟแห่งนี้

 

2.ภูเขาโพน (Mount Pon)

ภูเขาโพน เป็นยอดเขาเล็กๆตั้งอยู่ข้างภูเขาริชิริ มีความสูงอยู่ที่ 444 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เรียกได้ว่าเป็นภูเขาที่เดินได้แบบชิลๆเลยล่ะค่ะ เพราะสามารถเดินถึงยอดเขาได้ จากจุดชมวิวที่ 3 ภายใน 30-45 นาที หรือ จากบ่อน้ำฮิเมะ ใช้เวลา 60-90 นาที

 

3.จุดชมภูเขาไฟริชิริจุดที่ 5 (Mount Rishiri 5th Station)

จุดชมภูเขาไฟริชิริจุดที่ 5 แห่งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่สามารถมองวิวของภูเขาไฟริชิริได้สวยขึ้นชื่ออีกที่หนึ่งเลยทีเดียวค่ะ การไปก็สามารถขับรถยนต์ขึ้นไปทางด้าน Kutsugata แค่นี้ก็ถึงแล้วล่ะค่ะ

 

4.แหลมเปชิ (Cape Peshi)

แหลมเปชิ ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือ Oshidomari  เรียกได้ว่าเป็นจุดที่จะสามารถเห็นทัศนียภาพของท่าเรือและภูเขาริชิริได้เต็มๆตาแบบพาโนราม่า  แถมยังใช้เวลาแค่นิดเดียวอีกต่างหาก เพราะเดินไปขึ้นบนเนินประมาณ 5-10 นาที เท่านั้นเองค่ะ

 

5.ริชิริฟูจิออนเซ็น (Rishirifuji Onsen)

ริชิริฟูจิออนเซ็น ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของ Oshidomari  ดีงามตรงแช่ออนเซ็นได้ทั้งในร่ม และกลางแจ้งเลยนะคะ แถมราคายังสบายกระเป๋าสตางค์เพราะมีค่าใช้จ่ายเพียง 500 เยนต่อคน เรียกได้ว่าอย่างคุ้มเลยค่ะ

 

6.บ่อน้ำฮิเมะ (Hime Pond)

บ่อน้ำฮิเมะ เป็นบ่อน้ำที่สร้างขึ้นบริเวณฐานภูเขาริชิริ แม้จะอยู่แค่บนฐานไม่ได้อยู่ทำเลด้านบน หากก็บอกเลยว่ามีดีไม่แพ้ใครเลยนะคะ เพราะน้ำในบ่อใสจนเห็นเงาสะท้อนของภูเขาริชิริเลยทีเดียวค่ะ

 

7.เส้นทางปั่นจักรยาน (Cycling Road)

เส้นทางปั่นจักรยานแห่งนี้นั้น มีจุดเริ่มต้นจากบ่อน้ำฮิเมะ เลียบชายฝั่งทางเหนือของเกาะจนไปถึง Kutsugata รวมๆแล้วมีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร กาหาจักยานก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพราะจะมีร้านร้านเช่าจักรยานอยู่แถวๆนี้ให้เลือกเช่ากันหลายเจ้า หรือถ้าปั่นเพลินจนค่ำแล้วเหนื่อยเกินก็สามารถหาบ้านพักแวะพักแถวๆนี้ได้เหมือนกันค่ะ

 

8.บ่อน้ำโอตะโทมาริ (Otatomari Pond)

บ่อน้ำโอตะโทมาริ เป็นบ่อน้ำที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะริชิริ ไม่ใช่แค่เป็นบ่อน้ำธรรมดาๆเท่านั้นนะคะ แต่บ่อน้ำแห่งนี้มีวิวด้านหลังเป็นภูเขาริชิริที่เป็นทัศนียภาพที่สวยงามมาก รับรองได้ว่าถ้าได้มองในจุดนี้จะได้มุมมองที่คลาสสิกอย่าบอกใครเลยล่ะค่ะ

 

9.หมู่บ้านชาวประมง (Fishing Villages)

หมู่บ้านชาวประมงนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ที่เดียวนะคะ แต่สามารถพบหมู่บ้านชาวประมงได้ทั่วทั้งเกาะริชิริเลยทีเดียว สืบเนื่องจากผู้คนที่นี่ส่วนมากแล้วมักจะมีอาชีพประมงเป็นหลัก แถมทะเลในแถบนี้เป็นแหล่งของหอยเม่น(uni) และสาหรายคอนบุ(konbu seaweed)ที่อุดมสมบูรณ์มากๆของญี่ปุ่นอีกด้วยนะคะ

 

 

วิธีการเดินทาง

ศูนย์กลางเมืองและการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดใน Rishiri คือทางตอนเหนือของเกาะ เรียกว่า Oshidomari ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฝากไปมาระหว่าง Wakkanai และ Rebun and Rishiri Island

ค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่

Wakkanai-Rishiri(Oshidomari Port)
100 นาที 2,340 เยน บริการ 2-4 เที่ยวต่อวัน


การเดินทางภายในเกาะรีบุน

มีบริการรถบัส Soya Bus วิ่งเลียบถนนชายฝั่งรอบเกาะริชิริ แต่มีค่อนข้างน้อย ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 2,260 เยน

จากท่าเรือ Oshiromari ไปยัง Kutsugata ใช้เวลา 30 นาที 750 เยน

นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจะนิยมใช้บริการ sightseeing bus tours ซึ่งไกด์จะพูดภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ใช้เวลาเวียนรอบเกาะประมาณ 2-4 ชั่วโมง ค่าใช้จ่าย 3,000-4,000 เยนต่อคน

หรือเช่ารถจากเกาะใหญ่ข้ามเรือเฟอร์รี่มา แต่ราคาค่อนข้างสูง ค่าเช่ารถเล็กประมาณ 14,000 เยน/24 ชั่วโมง และต้องจ่ายค่าขึ้นเรือเฟอร์รี่ในราคาใกล้เคียงกันนี้ด้วย

หรือเช่าจักรยานจากโรงแรมที่พักในเกาะริชิริ(ร้านเช่ามีค่อนข้างน้อย) สำหรับปั่นรอบเกาะก็ได้เช่นกัน

เรื่องงอื่นที่น่าสนใจ

ที่เที่ยวแนะนำ - ที่เที่ยวแนะนำ จุดชมซากุระ - จุดชมซากุระ จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี - จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี เป็นมรกดโลก - เป็นมรกดโลก